Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part XII : Mind Control Destruction -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

หลังจากที่เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มสงบลงไปพร้อม ๆ กับพลังอันลึกลับของการุรุมอนที่เพิ่งถูกใช้งานออกไปอย่างบ้าคลั่งนั้น  กาโอกามอนจึงเริ่มทำการปฐมพยาบาลเพื่อนของเขาแต่ละคน  โดยเริ่มจากพาเท็นโทมอนมานั่งพักเหนื่อยอยู่ข้าง ๆ การุรุมอนที่กำลังสลบอยู่  แล้ววิ่งออกไปหาน้ำหาผลไม้มาให้เพื่อนของเขาคนนี้ได้ทานจนกระทั่งเขาเริ่มมีแรงพอที่จะพูดได้

 

“โอย...ค่อยยังชั่วหน่อย...ขอบใจมากนะกาโอกามอน” เท็นโทมอนเอ่ยปากขอบคุณหลังจากที่เขาโยนผลไม้ผลสุดท้ายเข้าปากทาน

 

กาโอกามอนพยักหน้าและรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างเมื่อเขาเห็นเท็นโทมอนรู้สึกดีขึ้น  เขาจึงนั่งลงแล้วเริ่มซักถามความเป็นมาว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้  “เท็นโทมอน...นายช่วยอธิบายให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม...ว่านี่มันเกิดอะไรกันขึ้น...ฉันงงไปหมดแล้วนะ...ทำไมนายถึงได้กลายเป็นสมุนของพวกชั่วร้ายได้ล่ะ”

 

เท็นโทมอนพยักหน้ากับคำถามของกาโอกามอนแล้วเริ่มอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น “อืม...ฉันจะบอกเท่าที่ฉันพอจำได้ก็แล้วกันนะ...คือเรื่องมันมีอยู่ว่า...พวกเราทั้งหมดรวมทั้งเซราฟิมอนถูกจับตัวมายังทวีปแห่งนี้...เราถูกแยกกลุ่มออกจากกัน  โดยที่เซราฟิมอนถูกใครบางคนเรียกตัวไป...ส่วนฉัน...อากุมอน...ปิโยมอน...โกมามอน ถูกพาไปอีกที่...” เท็นโทมอนกอดอกนั่งนึกอะไรไปอยู่สักพักแล้วเล่าต่อ “ มันเหมือนกับเป็นห้องทดลอง...มีกรงขัง...มีจอมอนิเตอร์...และก็เครื่องจักรอะไรก็ไม่รู้สารพัด...และก็...แบล็คการุรุมอน...”

 

“แบล็คการุรุมอนหรอ!!...” กาโอกามอนเอ่ยปากตกใจกับชื่อของดิจิมอนตัวนั้น  ซึ่งเสียงตกใจของเขาก็ทำให้การุรุมอนได้ยินจนรู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง  “อืม...อือ...นี่ฉัน...สลบไปอีกแล้วหรือ...”

 

“การุรุมอน!!...นายเป็นยังไงบ้าง!!” กาโอกามอนรีบหันมาดูเพื่อนสนิทของเขทันที่าหลังจากที่เขาได้ยินเสียงเพื่อนของเขาพูด

“ฉัน...ไม่เป็นไรหรอก...แต่ทำไม...ช่วงนี้ฉันถึงได้สลบบ่อยจัง...นี่ฉันอ่อนแอมากเลยหรือเนี่ย”

 

“ไม่ใช่หรอก การุรุมอน....ที่นายเป็นแบบนี้ก็เพราะว่า...อุ๊บ!!” เท็นโทมอนกำลังจะพูดขออธิบายให้การุรุมอนฟังแต่ว่าก็ถูกกาโอกามอนปิดปากไว้  โดยกาโอกามอนได้กระซิบบอกเขาว่า “อย่าบอกการุรุมอนนะ ขอร้อง...ฉันไม่อยากให้เขาคิดมาก”

 

“อือ...อือ ก็ได้...” เท็นโทมอนพยักหน้าตอบด้วยความเข้าใจแล้วหันไปพูดกับการุรุมอนต่อ “ ก็เพราะนายต่อสู้กับร่างมืดของฉันอย่างเต็มที่จนเราทั้งคู่สลบลงไปไง...ฉันต้องขอบใจนายด้วยซ้ำนะการุรุมอน  เพราะนายฉันถึงได้กลับมาเป็นปกติ”

 

การุรุมอนพยักหน้าแล้วยิ้มให้กับเท็นโทมอนเล็กน้อย “ไม่เป็นไรหรอก...นายเป็นเพื่อนฉัน...ฉันก็ต้องช่วยนายสิ...”

 

กาโอกามอนยิ้มให้กับทั้งสองแล้วมองดูวิวที่มืดมิดและเงียบสงัดรอบๆ ตัวเขาอยู่ซักพักจนเขาเห็นว่ามันดึกมาแล้ว  จึงได้เอ่ยปากชวนทุกคนให้กลับไปที่แคมป์ไฟที่เขากับการุรุมอนสร้างขึ้นในตอนแรก  ซึ่งทั้งหมดก็ตกลงเดินตามกาโอกามอนไปโดยเท็นโทมอนก็ขออาศัยหลังของกาโอกามอนเป็นที่พักเหนื่อยในระหว่างเดินไปด้วย

 

“เอาล่ะ...มาถึงแล้ว...” กาโอกามอนบอกกับทุกคนแล้วพากันไปนอนพักที่จุดๆ เดิม  ใต้ต้นไม้หน้ากองไฟ โดยลืมไปว่ายังมีปลาที่ย่างอยู่ตรงนั้น  ซึ่งตอนนี้มันก็ได้ไหม้เกรียมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว “โอ๊ย ตายล่ะ!!...ลืมไปเลยว่ายังมีอาหารเหลือ...โธ่เอ้ย ไหม้หมดเลย...” กาโอกามอนบ่นด้วยความรู้สึกที่เสียดายแล้วเดินไปหยิบอาหารที่ไหม้เกรียมเหล่านั้นออกจากกองไฟ

 

“ช่างมันเถอะ กาโอกามอน...ฉันก็ไม่ได้หิวอะไรขนาดนั้นหรอก” การุรุมอนพูดให้เพื่อนของเขาได้สบายใจ  ซึ่งเท็นโทมอนเองเห็นเช่นนั้นก็พูดแบบเดียวกัน “ใช่ กาโอกามอน...ฉันเองก็อิ่มแล้ว...ไม่เป็นไรหรอก”

 

พอกาโอกามอนได้ยินเพื่อน ๆ ของพวกเขาพูดอย่างนั้น  เขาก็พยักหน้าตอบแล้วเดินกลับมานั่งพักรวมกลุ่มคุยกันอีกครั้ง โดยเขาก็ได้ยินการุรุมอนถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเท็นโทมอน  ซึ่งเท็นโทมอนก็ตอบอธิบายในลักษณะเดียวกันกับที่เขาได้ยินจนกระทั่งเขาอธิบายจบและการุรุมอนก็พยักหน้าเข้าใจ

 

“อืม...งั้นก็แสดงว่า นอกจากนายแล้ว...ยังมีคนอื่น ๆ อีกที่ตกเป็นทาสรับใช้ของแบล็คการุรุมอนอีกใช่ไหม...” การุรุมอนสรุปความแล้วหันไปถามเท็นโทมอนหลังจากที่เขาได้ฟังคำอธิบายเหล่านั้นจนจบ

 

“น่าจะเป็นอย่างนั้น...” เท็นโทมอนก้มหน้าตอบสั้น ๆ ซึ่งมันก็เป็นคำตอบที่ทำให้เพื่อน ๆ ของเขาเริ่มแสดงความวิตกกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

 

“อย่างนี้ก็แย่น่ะสิ...นี่ก็แปลว่าวันใดวันหนึ่งเราอาจจะต้องมาต่อสู้กับเพื่อนของเราอีก...แล้วเหตุการณ์มันจะยิ่งแย่ลงกว่าวันนี้อีกไหมนี่...” กาโอกามอนพูดออกมาด้วยความรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมาก  โดยเหตุการณ์แย่ ๆ ที่เขาพูดถึงนั้นคือเหตุการณ์ที่การุรุมอนได้กลายเป็นดิจิมอนที่บ้าคลั่งและอาละวาดทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนวันนี้  ซึ่งเขาก็พยายามที่จะปกปิดไว้ไม่ให้การุรุมอนรู้อย่างดีที่สุด

 

“มันน่าจะมีหนทางที่สามารถแก้ไขได้นะ...อย่างคราวก่อนบนเกาะไฟล์ไง...ที่ดิจิมอนตัวอื่น ๆ ตกอยู่ภายใต้อำนาจของพวกแวนเดมอน  ก็เป็นเพราะสิ่งประดิษฐ์ที่พวกแวนเดมอนได้สร้างขึ้น...มาคราวนี้ฉันว่ามันก็น่าจะเป็นแบบเดียวกันนั่นแหละ...ฉันไม่เชื่อหรอกว่า เพื่อน ๆ ทุกคนจะเป็นดิจิมอนชั่วร้ายไปโดยถาวร...” การุรุมอนพูดให้ความเห็น ซึ่งมันก็ทำให้เพื่อน ๆ ของเขาพอมีความหวังขึ้นมาได้บ้าง  แต่ว่ามันก็ยังชัดเจนได้ไม่มากนัก

 

“การุรุมอน...นายกำลังคิดว่า พวกดิจิมอนชั่วร้ายมันต้องมีเครื่องมือ...หรืออะไรสักอย่างที่สามารถควบคุมเพื่อนของเราให้เป็นสมุนของพวกมันได้ใช่ไหม...” กาโอกามอนถาม

 

“ใช่...ซึ่งคนที่พอจะบอกพวกเราได้  ก็มีแต่นายนั่นแหละ เท็นโทมอน...นายคือคนเดียวในกลุ่มที่เคยเข้าไปยังสถานที่ของพวกมัน...นายลองนึกแล้วเล่าต่อสิว่า  หลังจากที่นายถูกจับแยกออกไปเจอแบล็คการุรุมอนแล้ว...มันเกิดอะไรขึ้นกับนายหลังจากนั้น” การุรุมอนตอบแล้วหันไปตามเท็นโทมอนอีกที

 

เท็นโทมอนพยักหน้าแล้วเริ่มนึกเหตุการณ์เพื่อเล่าต่อ “อืม...หลังจากที่ฉันกับเพื่อน ๆ ถูกแยกตัวออกมา...แบล็คการุรุมอนก็พาพวกฉันออกไปยังที่ไหนก็ไม่รู้...มันเหมือนกับเป็นสถานีวิจัยหรือห้องทดลองอะไรสักอย่างนี่แหละ...เท่าที่ฉันดูนะ  ฉันคิดว่ามันคงเป็นสถานีวิจัยที่ถูกตั้งแยกตัวออกมาจากที่อยู่ของแบล็คการุรุมอนอีกด้วย...”

 

“สถานีวิจัยที่แยกตัวออกมา...นี่มันพัฒนาถึงขั้นมีสถานีวิจัยที่แยกตัวออกมาเลยหรอเนี่ย” กาโอกามอนพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

 

“ใช่...ที่สถานีวิจัยแห่งนั้นแหละ คือ ที่สุดท้ายที่ฉันจำความได้ก่อนที่จะสลบไป...แล้วหลังจากนั้น...อืม...ฉันจำอะไรไม่ได้อีกเลย...”

 

“เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว!!” การุรุมอนพูดแล้วลุกขึ้นยืนทำให้เพื่อน ๆ ของเขาต่างก็หันไปมอง “ ต้องเป็นที่นั่นแน่ ๆ...สถานีวิจัยอะไรนั่นจะต้องเป็นที่กุมกุญแจของบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ดิจิมอนคนอื่น ๆ ตกอยู่ในความมืดอยู่แน่ ๆ”

 

กาโอกามอนเข้าใจในข้อสรุปของการุรุมอนจึงพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืนพูดเสริม “ใช่แล้วล่ะ...และถ้าพวกเราบุกเข้าไปทำลายสถานีนั่นได้...ดิจิมอนคนอื่น ๆ และเพื่อน ๆ ของพวกเราก็อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่งก็ได้”

 

“ นี่พวกนายสองคนคิดจะไปบุกสถานที่แห่งนั้นหรอ...” เท็นโทมอนกางปีกบินขึ้นแล้วถามด้วยความสงสัย

 

“ใช่ เท็นโทมอน...ฉันกับกาโอกามอนมาที่นี่เพื่อช่วยพวกนาย  และต้องพาพวกนายทั้งหมดกลับเกาะไฟล์ให้ได้...ถ้าทางนี้คือทางที่ดีที่สุดที่ทำให้เราไม่ต้องมาปะทะกับเพื่อนของเราเอง...ฉันก็จะเลือกทางนี้”

 

คำพูดของการุรุมอนทำให้เท็นโทมอนรู้สึกกล้ามากขึ้นจนกระทั่งเขาเอ่ยปากขอร่วมวงอย่างไม่ลังเล “งั้นฉันขอลุยด้วยคน...ถึงแม้ฉันจะเปลี่ยนร่างไม่ได้  แต่ฉันก็จะสู้อย่างเต็มที่...”

 

การุรุมอนกับกาโอกามอนพยักหน้ายิ้มให้กับเท็นโทมอนแล้วเริ่มมานั่งวางแผนการรบร่วมกัน  โดยการุรุมอนเริ่มเปิดประเด็นเป็นคนแรก  “ก่อนอื่น...สถานที่ตั้งของศัตรู...สถานีวิจัยอะไรนั่นมันอยู่ที่ไหน นายพอจะรู้ไหมเท็นโทมอน...”

 

“ขอโทษที...ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันตั้งอยู่ตรงไหนและห่างจากที่ที่พวกเราอยู่นั้นไปเท่าไหร่...” เท็นโทมอนส่ายหน้าตอบแล้วก้มลงไป  ซึ่งสักพักเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้  “อืม...แต่ว่ามันก็พอมีวิธีสังเกตเส้นทางอยู่วิธีนึงนะ...”

 

“วิธีสังเกตเส้นทาง...สังเกตยังไงเท็นโทมอน” กาโอกามอนถาม

 

เท็นโทมอนพยักหน้าแล้วเริ่มบินขึ้นมาเพื่ออธิบาย “อืม...ก่อนที่ฉันจะเข้าไปยังสถานีนั้น...ฉันก็ได้ยินพวกที่เฝ้ายามมันกำลังพูดคุยถึงอะไรบางอย่างที่อยู่บนหลังคาตึกด้วย...พวกมันบอกว่าเป็นเสาคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มักจะมีการปล่อยคลื่นแม่เหล็กออกมาเป็นรัศมีวงกว้างในทุก ๆ เช้า...ซึ่งในจังหวะที่เครื่องมือนั้นทำงาน  มันก็จะเกิดสายฟ้าแรงสูงที่อันตรายและส่องสว่างออกมาแรงมากอยู่บนยอดเสา...และนั่นมันเป็นโชคดีของฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้ที่ดันไปเห็นเครื่องมือนั้นกำลังทำงานอยู่พอดี...ฉันก็เลยได้เห็นและรู้ว่าสายฟ้าที่มันส่องออกมานั้น มันแรงมากจนขนาดคนที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายกิโลเมตรยังสามารถมองเห็นมันได้เลย...”

 

“นั่นก็แปลว่า...ในทุก ๆ เช้าของวันใหม่...ถ้าเราสังเกตให้ดี  เราก็จะเห็นประกายของสายฟ้าที่ส่องออกมาจากสถานีวิจัยแห่งนั้นได้ใช่ไหม...” การุรุมอนจับใจความแล้วพูดสรุป

 

“ถูกต้องแล้ว การุรุมอน...แต่ว่า นายต้องระวังคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั่นด้วยนะ...ฉันรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่คลื่นแม่เหล็กธรรมดายังไงก็ไม่รู้...”

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก...หลักการง่าย ๆ ถ้าเราเจอกับคลื่นแม่เหล็กก็คือ เราต้องอยู่ห่าง ๆ จากรัศมีที่มันแผ่ออกไป...ซึ่งยิ่งห่างมากเท่าไร ความแรงของคลื่นแม่เหล็กก็จะจางลง...เพราะฉะนั้นถ้าที่ที่เราอยู่มันไกลออกไปจากสถานีนั้นหลายกิโลเมตร  นายก็ไม่ต้องเป็นกังวลอะไรหรอก” กาโอกามอนพูดตามหลักวิชาการ  ซึ่งทั้งการุรุมอนและเท็นโทมอนต่างก็อึ้งไปอยู่สักพักแล้วถึงจะพยักหน้าเข้าใจ

 

“เอาล่ะ...ในเมื่อพวกเรารู้สถานที่กันแล้ว...งั้นมาลองคิดดูสิว่า มีศัตรูอยู่ในนั้นจำนวนเท่าไหร่...แล้วจะบุกเข้าไปยังไง” การุรุมอนเริ่มเปิดประเด็นต่อมา  ซึ่งกว่าหลายชั่วโมงเลยทีเดียวที่พวกเขาทั้งหมดได้นั่งคิดและแสดงเหตุผลให้แก่กันจนได้ข้อสรุปที่เตรียมพร้อมใช้งานในที่สุด   หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างขอตัวไปนอนหลับพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมต่อสู้ที่กำลังจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้

 

****************************

 

และแล้วเช้าวันใหม่ของการต่อสู้ก็มาถึง   แสงแดดของดวงอาทิตย์เริ่มส่องลงมายังพื้นหญ้ากว้าง ๆ ณ ทางออกของป่าสีเขียวที่พวกการุรุมอนกำลังเดินออกมาด้วยสีหน้าที่แน่วแน่  ทั้งสามคนต่างมองไปคนละมุมเพื่อจับจ้องคอยดูสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้

 

*** แซ่ดๆๆๆๆ...แว้บๆๆๆๆ...เปรี้ยง!! ครืนๆๆๆๆ ***

 

“นั่นไง!!” กาโอกามอนอุทานขึ้นเมื่อเขาเริ่มเห็นแสงบางอย่างส่องออกมาจากทิศที่เขามองดูอยู่ไกล ๆ

“เอาล่ะ...ทางนั้นสินะ...” การุรุมอนหันไปมองดูแล้วพยักหน้า

“ไปกันเลย...” เท็นโทมอนเอ่ยชวนเพื่อน ๆ เป็นคนแรกแล้วเริ่มบินนำทางไป

 

****************************

 

ณ สถานีวิจัยที่กำลังตกเป็นเป้าหมายของพวกการุรุมอนอยู่นั้น  มันได้ถูกล้อมรอบด้วยรั้วหนามและกล้องวงจรปิดที่หมุนไปมาอยู่ตามมุมต่าง ๆ   ถัดมาถึงภายในก็เป็นตึกชั้นเดียวที่ดูเหมือนจะเป็นตึกธรรมดา ๆ เมื่อมองดูจากภายนอก  แต่ว่าภายในนั้นมันมีลิฟต์อยู่ตัวหนึ่งที่จะพาลงไปยังชั้นใต้ดิน  ซึ่งเป็นชั้นที่มีห้องทดลองของดิจิมอนชั่วร้ายตัวหนึ่งที่ได้รับมอบหมายจากแบล็คการุรุมอนให้ดูแลสถานที่แห่งนี้ 

 

“ท่านวารุมอนซาเอมอน...กระบวนการปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเสร็จสิ้นแล้วครับ” นูเมมอนตัวหนึ่งเคลื่อนตัวเข้ามาเรียกชื่อดิจิมอนตัวนั้นเพื่อรายงานสถานการณ์ในฐานะที่ตัวเองเป็นลูกน้องของเขา

 

“ดีมาก...ไหนดูสิว่าวันนี้เราได้เหยื่อมาทดลองเยอะเท่าไหร่...” วารุมอนซาเอมอน  ดิจิมอนผู้ที่ควบคุมสถานีวิจัยแห่งนี้หันเก้าอี้มาตอบนูเมมอนแล้วหันกลับไปมองดูจอมอนิเตอร์  ที่กำลังแสดงภาพของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากำลังเคลื่อนผ่านดิจิมอนที่อยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ ไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น  “ฮึ ๆๆๆ” เขาหัวเราะนั่งดูคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าทำงานอย่างพออกพอใจไปอยู่สักพัก  ก่อนที่จะเริ่มต้นกระบวนการทำงานขั้นที่สองของเขา

 

“ฮึๆๆ เอาล่ะ...ได้เวลาตื่นขึ้นแล้ว เหล่าสมุนคนใหม่ของข้า” วารุมอนซาเอมอนเอ่ยขึ้นแล้วกดปุ่มอะไรบางอย่างลงบนคีย์บอร์ด  ซึ่งทันใดนั้นเองก็มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นกับดิจิมอนอยู่ตามหมู่บ้านต่าง ๆ เหล่านั้น

 

*** ปิ๊บๆๆๆ...ซ่าๆๆๆ...แว้ป *** ด้วยสัญญาณบางอย่างที่ถูกส่งออกมาจากสถานีวิจัยแห่งนั้น  มันทำให้เหล่าดิจิมอนที่โดนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเริ่มมีอาการที่ผิดปกติ  กิจกรรมต่าง ๆ ที่พวกเขากำลังทำอยู่นั้นได้หยุดนิ่งลงราวกับว่าถูกสะกดจิตไว้  ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเองข้อมูลหลัก ๆ ที่อยู่ในร่างกายของพวกเขาก็ได้ถูกบางสิ่งบางอย่างแทรกแซงเข้าไปรบกวน  โดยมันทำให้ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านและแววตาก็เริ่มจางหาย   เพียงไม่กี่วินาทีจิตใต้สำนึกของพวกเขาทั้งหมดก็ได้ตกไปอยู่ภายใต้อำนาจของวารุมอนซาเอมอนแต่เพียงผู้เดียว

 

“มาหาข้า...” ด้วยเสียงคำสั่งของผู้ควบคุมที่เริ่มถูกส่งเข้าไปในจิตใจของเหล่าดิจิมอนนั้น  ทำให้พวกเขาทั้งหมดก็เริ่มทยอยเดินมุ่งหน้าไปยังสถานีวิจัยแห่งนั้น  ไร้สติ  ไร้ความคิดที่เป็นตัวของตัวเอง

 

****************************

 

กลับมาที่พวกการุรุมอนซึ่งตอนนี้เขาทั้งสามคนกำลังเดินทางไปยังสถานีวิจัยแห่งนั้นใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ โดยผ่านดินแดนแห่งผืนหญ้าเข้าสู่เขตแห้งแล้งอีกครั้ง  ซึ่งคราวนี้มีแต่พื้นดินแดง ๆ และหินผาแห้ง ๆ แตกอยู่เต็มไปหมด

 

“โหย...ตกลงที่นี่มันที่ไหนกันแน่นะ...เดี๋ยวอุดมสมบูรณ์ เดี๋ยวแห้งแล้ง...ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ” เท็นโทมอนบ่นเมื่อเขาเริ่มรู้สึกรำคาญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

 

“หืม...เอ๊ะ!!...ดูนั่นสิพวกเรา” กาโอกามอนมองไปข้างหน้าไกล ๆ แล้วก็เห็นอะไรบางอย่าง  โดยมันมีลักษณะคล้ายกับยานพาหนะมีราง และมีตัวถังเป็นกระบะไว้สำหรับบรรทุกของ  ส่วนรางก็เผอิญเป็นรางที่ทอดไปยังทิศเดียวกับสถานีวิจัยแห่งนั้นพอดิบพอดี

 

“โห้...ดูเหมือนว่าพวกเราจะมีรถรับส่งมาบริการซะแล้วนะเนี่ย...” การุรุมอนพูดเล่น ๆ กับเพื่อนของเขาแล้วเข้าไปหยุดดูยานพาหนะดังกล่าวโดยรอบ

 

“ฮิๆๆๆ สำหรับฉันน่ะ ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว...แต่บินนาน ๆ มันก็เหนื่อยแฮะ” เท็นโทมอนพูดแล้วบินเข้าไปนั่งพักในกระบะบรรทุกด้วยความเหนื่อยอ่อน “เฮ้อ...ไม่ว่ากันนะ...ขอฉันพักเหนื่อยหน่อย”

 

การุรุมอนทำท่ายักไหล่แล้วเริ่มสำรวจหาวิธีการใช้งานเจ้ายานพาหนะคันนี้  โดยเขาก็พบว่ามันมีคันโยกอยู่อันหนึ่งที่คล้ายกับสลักปล่อยรถอยู่ด้านข้างของราง   “อือ...คงจะทำงานด้วยไอ้นี่สินะ” เขาพูดแล้วเอาเท้าไปแตะคันโยกอันนั้น  ซึ่งเผอิญมันก็เอนออกไปอย่างง่ายดายจนทำให้สลักรางถูกเปิดออกและทำให้ยานพาหนะนั้นเริ่มเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ

 

“โว้ววว ๆๆๆ...พวกเรา รถมันเคลื่อนที่แล้ว” เท็นโทมอนร้องตกใจเมื่อยานพาหนะที่เขานั่งอยู่เกิดขยับจนตัวเขาเซถลาลงไปด้านหน้า

 

“เอาล่ะ การุรุมอน...ขึ้นไปกันเถอะ” กาโอกามอนเรียกเพื่อนของเขาแล้วรีบกระโดดขึ้นไปนั่งอยู่ในกระบะอย่างทันทีทันใด  ซึ่งปรากฏว่าเพราะความรีบร้อนของเขาทำให้มีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นแบบไม่ควรเกิดเลย 

 

“เอ่อ...กาโอกามอน...ฉันว่าก่อนนายจะชวนฉันนี่...นายน่าจะดูสถานการณ์ก่อนนะ...” การุรุมอนพูดด้วยความแล้วมีเหงื่อตกเมื่อเขาเห็นกระบะบรรทุกที่ดูกว้างขวางอยู่  กลับแคบลงไปอย่างถนัดตาหลังจากที่กาโอกามอนกระโดดลงไปนั่ง  โดยสิ่งที่การุรุมอนเห็นแล้วอยากจะหัวเราะมาก ๆ เลยคือ  ร่างกายท่อนล่างของกาโอกามอนมันพองจนแทบจะทะลักออกมาจากกระบะบรรทุกนั่นยังไงยังนั้นเลย

 

“โอ้ย...เอ้ย กาโอกามอน...ขยับหน่อย...เท้านายมันเหยียบหัวฉัน!!” เท็นโทมอนส่งเสียงมาจากเบื้องล่างแล้วพยายามดันตัวเองขึ้นมา

 

“อุ้ย!! โทษที เท็นโทมอน...เดี๋ยว ๆๆ นะ” กาโอกามอนอุทานแล้วพยายามขยับตัวไปข้างหลังเพื่อปล่อยให้เท็นโทมอนคลานขึ้นมาหายใจ  แต่กลายเป็นว่าเขาดันแรงไปหน่อย  เลยทำให้รถรางทั้งกระบะเริ่มหงายหลังแล้วเทกระจาดลงไปพื้นดังสนั่นอย่างน่าอับอาย

 

“โฮ้ยยๆๆๆ....”  “เฮ้ยๆๆๆ กาโอกามอน ระวัง!!” *** ปึ้ง!! ***

 

“เฮ้อ....” การุรุมอนไม่รู้จะพูดอะไรดีนอกจากจะส่ายหน้าถอนหายใจกับสิ่งที่เห็น   ยานพาหนะกระบะทั้งกระบะได้เทกระจาดลงมาที่พื้นโดยมีหมาบ้านตัวเบ้อเร่อนอนหงายอยู่อย่างหมดท่าเพราะท่อนล่างของเขามันดันติดอยู่ในตัวถังจนขยับไม่ได้  และยังมีแมลงป่าตัวเล็ก ๆ อีกตัวที่ร่วงลงมาจนหัวทิ่มกับพื้นดินอย่างหมดรูป  “ฮึๆๆๆ...ให้ตายสิ...พวกนายนี่ไม่ดูขนาดตัวเองกันบ้างหรือยังไงห๊ะ...ดูสิยัดลงไปได้...” การุรุมอนหัวเราะแล้วเดินเข้ามาพูดแซวพวกกาโอกามอนอย่างสนุกสนาน

 

“โอ้ยยย...นายก็อย่าเอาแต่หัวเราะสิ การุรุมอน!!...มาช่วยฉันหน่อย!!” กาโอกามอนพูดเสียงดังด้วยความอายอย่างสุด ๆ เพราะสภาพของเขาในตอนนี้มันดูตลกมาก ๆ

 

การุรุมอนหัวเราะแล้วส่ายหัวเล็กกับกิริยาท่าทางของกาโอกามอนอีกครั้ง  ซึ่งเขาก็ปล่อยให้เพื่อนคนนี้ของเขาแหกปากร้องให้เขาช่วยไปอยู่สักพักแล้วค่อยดึงเขาออกมา  ส่วนเท็นโทมอนที่หัวยังคงติดอยู่กับพื้นดินนั้น  การุรุมอนก็งับขาเขาเบา ๆ แล้วช่วยดึงเขาขึ้นมาอย่างช้า ๆ

 

“โอ๊ย...กาโอกามอน ดูนายทำเข้าสิ!!” เท็นโทมอนบ่นแล้วบินลงมานั่งปัดเศษดินที่ติดอยู่ตามตัวออก

“ฉันรู้แล้วน่า...ขอโทษที...และก็เลิกพูดได้แล้ว!!” กาโอกามอนเถียงกลับแล้วหลบหน้าหลบตาทุกคนด้วยความอาย

 

การุรุมอนหัวเราะแล้วเดินไปสับคันโยกล็อคและผลักรถรางให้กลับมาตั้งขึ้นใหม่อีกครั้ง  “เอาล่ะ...เอาอย่างนี้...มันพอจะเบียดไปกันได้...แต่ว่า กาโอกามอน...นายจะต้องยืนพาดเท้าและห้ามนั่งเด็ดขาดเข้าใจไหม”

 

“โอเค...” กาโอกามอนพยักหน้าแล้วค่อย ๆ ขึ้นไปยืนอยู่ในกระบะ โดยเอาเท้าหน้าทั้งสองวางพาดไว้ตรงขอบด้านหน้า

 

“เอาล่ะ ต่อไปก็ฉันเอง...เขยิบไปด้านมุมหน่อย กาโอกามอน...” การุรุมอนพูดแล้วเดินไปอยู่อีกด้านหนึ่งของตัวถังซึ่งมีพื้นที่ว่าง ๆ อยู่หลังจากที่กาโอกามอนเขยิบตัวไปชิดอีกมุมหนึ่งให้  โดยเขาก็เริ่มก้าวเท้าเข้าไปยืนอยู่ในกระบะแล้วเอาเท้าหน้าพาดไว้ที่ขอบตัวถังเหมือนกาโอกามอน  “อืม...อือ...โอเค...ส่วนนาย เท็นโทมอน...เกาะหลังพวกเราไว้นะ”

 

เท็นโทมอนมองดูพวกการุรุมอนจัดท่าทางให้ยืนได้สะดวกอยู่ในกระบะสักพักแล้วบินเข้าไปเกาะอยู่บนหลังของกาโอกามอน “อิอิ โอเค...ไม่เลวเลยนะเนี่ย”

 

หลังจากที่การุรุมอนเห็นว่าเพื่อน ๆ ของเขาอยู่ในตำแหน่งที่สะดวกและพร้อมแล้ว  เขาจึงใช้ไม้ตายเป่าไปที่คันโยกให้โยกออกไปและทำให้รถรางเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง

 

“Fox Firer!!” *** ซู่ม!! แกร๊ก!! *** เอี้ยด ๆๆๆ...ครึก ครึก...ครึก ครึก...***

 

“เอาล่ะ!!...ไปกันเลย!!” เท็นโทมอนพูดแล้วทำท่าชี้มือไปยังจุดหมายปลายทางราวกับว่าตัวเองเป็นแม่ทัพศึกยังไงยังนั้น ซึ่งการุรุมอนและกาโอกามอนก็หัวเราะแล้วปล่อยให้เขาทำไปในขณะที่ยานพาหนะก็เริ่มแล่นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนำพวกเขาทั้งหมดไปสู่จุดหมายปลายทางที่กำลังจะเป็นสนามรบในไม่ช้านี้

 

****************************

 

กลับมาที่ห้องของวารุมอนซาเอมอนที่สถานีวิจัยอีกครั้ง  ซึ่งตอนนี้เขากำลังสนุกสนานกับการใช้งานเหล่าดิจิมอนที่เพิ่งตกเป็นทาสของเขาอยู่  โดยบ้างก็ใช้ให้ไปเป็นสัตว์ทดลอง  บ้างก็ใช้ให้เป็นทหารเฝ้ายามของสถานที่แห่งนี้ 

 

*** ปิ๊บๆๆๆๆ *** “หือ...อะไรน่ะ” วารุมอนซาเอมอนเอ่ยขึ้นแล้วหันไปมองดูสัญญาณเตือนที่อยู่หน้าจอมอนิเตอร์  ซึ่งมันก็เริ่มแสดงภาพของพวกการุรุมอนที่กำลังบุกรุกเข้ามาในเขตพื้นที่ของมันอย่างช้า ๆ “โอ้...เรามีแขกมาเยี่ยมรึเนี่ย...เป็นแขกคนสำคัญเสียด้วย...” เขาขยายภาพไปที่ใบหน้าของการุรุมอนแล้วพูดต่อ “ท่านแบล็คการุรุมอนต้องประทับใจข้าก็คราวนี้แหละ ฮ่าๆๆๆ” เขาหัวเราะอย่างสนุกสนานแล้วใช้เล็บที่ยาว ๆ ของเขากดลงไปที่ปุ่มอะไรบางอย่าง  เพื่อเริ่มเปิดระบบป้องกันภัยให้ทำงาน  โดยออกคำสั่งให้เหล่าทาสของเขาเตรียมตัวให้พร้อม  “เรามีผู้บุกรุก...ทหารของข้าจงออกไปจัดการพวกมันให้หมด”

 

****************************

 

“เอ๊ะ นั่นมันอะไรน่ะ” เท็นโทมอนอุทานขึ้นเมื่อเขาเห็นบางสิ่งบางอย่างเริ่มผุดขึ้นมาจากพื้นดินที่เป็นหลุม ๆ อยู่ด้านหน้าสองข้างทางของราง  ซึ่งไม่กี่นาทีหลุมทั้งสองนั้นมันก็ส่งปืนใหญ่กระบอกเบ้อเร่อออกมายิงกระสุนใส่พวกการุรุมอนอย่างแรง

 

*** เปรี้ยง!!...ตูม!!... *** “เหวออออ...” “ว้ากกกก...” “เฮ้ยๆๆๆ...” ทั้งการุรุมอน กาโอกามอน และเท็นโทมอน ต่างตาลีตาเหลือก อุทานขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงเมื่อลูกกระสุนเหล่านั้นได้ถูกยิงลงมาเฉี่ยวยานพาหนะที่พวกเขากำลังนั่งอยู่  ทำให้ทั้งสามคนต่างเสียสมาธิแล้วหลบไปหลบมาอยู่ในยานพาหนะนั้นอย่างวุ่นวาย   ฝ่ายกาโอกามอนก็ดันไปซ้าย   การุรุมอนก็ดันไปด้านขวาชนกันอีก  ส่วนเท็นโทมอนก็แหกปากโวยวายจนตัวเองร่วงหล่นลงไปในตัวถังกระบะ

 

“โอ้ยย การุรุมอน...อย่าดันสิ ฉันติด!!”

“นายน่ะแหละ กาโอกามอน...อยู่นิ่งๆ ได้ไหม...ฉันจะเป่ามัน!!”

“โฮ้ยยยย ใครก็ได้เอาฉันขึ้นไปที!!”

 

นั่นแหละส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าววุ่นวายหลบกระสุนมาตลอดทาง  ในขณะที่ปืนใหญ่นั้นก็ยังคงผลุดขึ้นมายิงพวกเขาอยู่เรื่อย ๆ ทุกครั้งที่รถรางแล่นผ่านไป

 

“โฮ้ยยยย ฉันชักจะโมโหแล้วนะ!!..ย๊ากกก!!” *** ฟึบ!!...*** “Fox Firer!!”  

 

การุรุมอนร้องออกมาด้วยความรำคาญ  ก่อนที่จะตัดสินใจกระโดดขึ้นไปบนฟ้าแล้วพ่นเปลวเพลิงที่ร้อนแรงออกมาเผาปืนใหญ่พวกนั้นจนเกลี้ยงไปเหลือซาก

 

*** ซู่มๆๆๆ...บึ้ม...บึ้ม..บึ้มๆๆๆ ***

 

“โห...” ทั้งกาโอกามอนและเท็นโทมอนต่างก็อึ้งไปตาม ๆ กัน  เมื่อเขาเห็นการุรุมอนจัดการเป้าหมายเหล่านั้นแบบทีเดียวรวดไม่เหลือซาก  มีแต่ควันไฟที่ลุกเป็นทะเลเพลิงอยู่ด้านหลังเท่านั้นที่ยังมองเห็นอยู่

 

*** เอี้ยดดดด...กึก*** เป็นโชคดีของการุรุมอนจริง ๆ ที่อยู่ ๆ รถรางที่บรรทุกกาโอกามอนและเท็นโทมอนได้วิ่งมาจนถึงสุดทางและหยุดลงห่างจากการุรุมอนเพียงไม่กี่เมตร  ทำให้การุรุมอนสามารถวิ่งกลับมาหาพวกเพื่อน ๆ ของเขาได้อีกครั้ง

 

“ฟู่...ค่อยยังชั่วหน่อย...” กาโอกามอนถอนหายใจแล้วกระโดดลงมาจากรถ  พร้อมด้วยเท็นโทมอนที่เกาะหลังห้อยต่องแต่งติดออกมาด้วย

 

“ฮึๆๆ...สงสัยพวกมันคงจะรู้แล้วล่ะว่าพวกเรากำลังมา...แน่ใจได้เลยว่ายังมีอีกเยอะอยู่ข้างในนั้น” การุรุมอนพูดแล้วมองไปยังตึกสถานีวิจัยที่อยู่ห่างออกไป  โดยพื้นที่ที่อยู่รอบ ๆ ก็เป็นลานกว้างและเต็มไปด้วยอันตรายทั้งนั้น

 

****************************

 

ฝ่ายวารุมอนซาเอมอนพอเห็นว่าด่านป้องกันด่านแรกของเขาถูกทำลาย  เขาจึงเปิดระบบด่านที่สองออกมาต้อนรับพวกการุรุมอนอีกรอบ

 

****************************

 

*** ครืนๆๆๆ...ปึ้ง!! *** เสียงของพื้นดินที่อยู่ในลานกว้างได้เริ่มดังขึ้นเมื่อกลไกอะไรบางอย่างได้เริ่มทำงาน  แผ่นที่เป็นพื้นดินปลอมได้เริ่มแยกตัวออกจากกันจนกระทั่งมันได้เกิดเป็นทางเดินขนาดใหญ่ที่มีกองทัพดิจิมอนฝูงหนึ่งที่ยืนรออยู่นั้นได้เริ่มเคลื่อนกำลังพลขึ้นมา  โดยเป้าหมายหลักและเป้าหมายเดียวของพวกมันก็คือ  พวกการุรุมอนที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น

 

“โอ้โห...ยังไม่ทันขาดขำเลยนะเนี่ย” กาโอกามอนพูดแล้วมองไปยังฝูงดิจิมอนที่ตั้งท่าเตรียมพร้อมเข้ามาโจมตีอยู่ตรงหน้าเหล่านั้น

 

“ฮึๆๆ...แล้วพวกเราจะรออะไรอยู่ล่ะ” เท็นโทมอนหัวเราะแล้วหันมาถามเพื่อน ๆ

“เอาล่ะนะพวกเรา!!...ไปกันเลย!!” การุรุมอนไม่รอช้า  พอพูดเสร็จก็วิ่งนำหน้าทุกคนออกไปอย่างไม่กลัวเกรง

 

 

****************************

 

“ฆ่าพวกมันให้หมด!!” วารุมอนซาเอมอนออกคำสั่งทันทีที่เห็นพวกการุรุมอนเริ่มบุกเข้ามา  ซึ่งเหล่าทหารของเขาก็เริ่มเปิดฉากการโจมตีโดยปล่อยไม้ตายต่าง ๆ ใส่พวกการุรุมอนอย่างบ้าคลั่ง

 

*** เปรี้ยง!!...แซ่ดๆๆๆๆ...ตูม!! ***

****************************

 

“เฮ้ย...แค่นี้ไม่เท่าไรหรอก” การุรุมอนใช้ความเร็ววิ่งหลบไปหลบมาแล้วกระโดดขึ้นฟ้า  ซึ่งทันใดนั้นเองเขาก็ปล่อยไม้ตายออกมาเป็นทะเลเพลิงอีกครั้ง “ Fox Firer!!” *** ซู่มๆๆๆ...บึ้ม!! ***

 

“มาๆๆ...ฉันบ้างล่ะ Spiral Blow!!” *** ตูม!! *** กาโอกามอนเองก็ไม่น้อยหน้าเมื่อเขาก็พร้อมรบแล้วเช่นกัน  โดยเขาได้วิ่งออกซ้ายแซงหน้าการุรุมอนไปโจมตีศัตรูอีกกลุ่มหนึ่ง  ทำให้พื้นที่เริ่มเปิดโล่งให้พวกเขาได้วิ่งต่อไปยังข้างหน้าได้อีก

 

“เอ้ย...ขอฉันแสดงฝีมือด้วยคนเซ่!!” เท็นโทมอนบ่นเล็กน้อยแล้วบินขึ้นไปข้างบนเพื่อที่จะแสดงฝีมือของเขาบ้าง  โดยเขาเริ่มหมุนควงสว่างแล้วปล่อยสายฟ้าออกมากระจายไปทั่วบริเวณ “Fuji Thunder!” *** แซ่ดๆๆ เปรี้ยงๆๆๆ ***

 

****************************

 

“หน็อยแน่ พวกแก!!...” วารุมอนซาเอมอนพูดโดยมีสีหน้าที่เริ่มไม่พอใจเมื่อเขาเห็นเหล่าทหารที่เขาเพิ่งจะส่งออกไปนั้นถูกพวกการุรุมอนจัดการได้อย่างง่ายดาย  เขาจึงตุบโต๊ะปึ้งแล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อที่จะเตรียมการอะไรบางอย่าง

 

****************************

 

“ฮึ...เอาล่ะ ใครยังมีปัญหาอีก!!” กาโอกามอนขู่คำรามใส่เหล่าดิจิมอนที่ล้มระเนระนาดอยู่กับพื้น  หลังจากที่พวกเขาได้จัดการเป้าหมายตัวสุดท้ายเสร็จ

 

“เราใกล้มากแล้ว กาโอกามอน...ไปกันเถอะ” การุรุมอนเดินเข้ามาพูดกับกาโอกามอนแล้วหันไปเรียกเท็นโทมอนให้มารวมตัวกัน  ซึ่งหลังจากที่พวกเขายืนดูสถานที่ที่เป็นเป้าหมายของพวกเขาอยู่สักพัก  พวกเขาก็เริ่มวิ่งฝ่าแนวรั้วที่กั้นอยู่เข้าไป  ซึ่งคราวนี้ไม่มีอะไรออกมาขวางพวกเขาเลย  จนกระทั่งพวกเขาทั้งหมดก็ได้มาถึงประตูทางเข้าที่จะพาลงไปยังชั้นใต้ดินของตึก

 

****************************

 

“ฮึๆๆ มากันแล้วรึ...” วารุมอนซาเอมอนหัวเราะแล้วสะแหยะยิ้มเมื่อเขาเห็นพวกการุรุมอนอยู่ในระยะเป้าหมาย  ซึ่งทันใดนั้นเองเขาก็ส่งสัญญาณให้เหล่าทหารร่างโตเต็มวัยออกมาห้อมล้อมพวกการุรุมอนทั้งหมด 5 ตัว และทุกตัวคือ  เกรย์มอนในร่างที่ติดไวรัสจนกลายเป็นสีม่วงตลอดทั้งลำตัว

 

****************************

 

 

“เฮ้ย อะไรเนี่ย!!” เท็นโทมอนตกใจจนเกือบเสียการทรงตัว  เมื่อเขาเห็นเกร์ยมอนสองตัววิ่งออกมาจากตึกตรงหน้า

 

“โอ้โห...มันเล่นของหนักเลยแฮะคราวนี้” กาโอกามอนพูดให้การุรุมอนฟังแล้วหันหลังกลับไปมองเกรย์มอนอีกสามตัวที่โผล่มาจากด้านหลัง

 

“ฮึๆๆ...ในเมื่อเจ้าของสถานที่เขาอุตส่าห์ส่งของหนักมาต้อนรับเรา...ไหนเลยเราจะปฏิเสธน้ำใจเขาล่ะจริงไหม” การุรุมอนหลับตาหัวเราะแล้วหันมายิ้มให้กับกาโอกามอนเหมือนเป็นสัญญาณบอกให้เขาเตรียมพร้อม

 

“ฮึ นั่นสินะ...งั้นพวกเรา...มาตอบรับน้ำใจของพวกเขากันหน่อย!!”

“เอาล่ะนะ!!...ลุย!!”

 

หลังจากที่การุรุมอนเอ่ยปากลุย ทั้งสามคนก็แยกออกไปเป็นสามทิศโดยการุรุมอนเหมาเกรย์มอนสองตัวข้างหน้าส่วนกาโอกามอนกับเท็นโทมอนแบ่งกันลุยกับสามตัวที่อยู่ข้างหลัง  ส่วนพวกเกรย์มอนที่ดุร้ายเมื่อเห็นพวกการุรุมอนบุกเข้ามาก็เริ่มพ่นไฟออกมาโจมตีทันที *** ฟู่...ซู่มๆๆๆ ***

 

 “ฮึบ!!...” การุรุมอนจับทิศทางการโจมตีของศัตรูแล้วกระโดดหลบไปด้านข้าง  ซึ่งจังหวะนั้นเองเขาก็ได้โอกาสตอบโต้กลับเกรย์มอนตัวหนึ่งด้วยเขี้ยวที่แหลมคมและเย็นยะเยือกต่ำกว่าจุดเยือกแข็งใส่อย่างทันควัน 

 

“Sub-Zero Ice Fang!!” *** กร็อบ!! กึกๆๆๆ...ครึก...***

 

****************************

 

“อะ...อะไรน่ะ!!” วารุมอนซาเอมอนเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเขาเห็นเกรย์มอนตัวหนึ่งได้กลายเป็นน้ำแข็งภายในไม่มีวินาทีหลังจากที่มันโดนเขี้ยวของการุรุมอนฝังลงไป

 

****************************

 

“โอ้โห  ท่านการุรุมอนเอาจริงแล้ว!!” กาโอกามอนเอ่ยปากชมกับความสามารถของการุรุมอน  แล้วหันมาบอกตัวเขาว่ายังไงก็ต้องไม่ยอมแพ้การุรุมอนเช่นกัน  ดังนั้นเขาจึงหันหน้าไปมองเท็นโทมอนแล้วส่งสัญญาณให้เขาผู้นั้นได้รู้ตัว

 

“เท็นโทมอน...พร้อมนะ!!”

“ลุยกันเลย...กาโอกามอน!!”

 

“Spiral Blow”

“Fuji Thunder!!”

 

*** แซ่ดๆๆๆๆ เปรี้ยง!!...ตูม!! *** ทันทีที่เท็นโทมอนและกาโอกามอนปล่อยไม้ตายออกไปพร้อมกันนั้น  พลังของทั่งคู่ก็ได้รวมตัวกันเป็นพายุสายฟ้าแรงสูงซัดผ่านเกรย์มอนสองตัวที่อยู่ตรงหน้ากระเด็นออกไปจนสลบคาที่  ทำให้ทั้งการุรุมอนและวารุมอนซาเอมอนต่างก็อึ้งกับความสามารถของทั้งคู่เช่นกัน

 

“โห...Combine Attack หรอพวกนาย...หืม ร้ายไม่ใช่เล่นนะ” การุรุมอนหันไปชมเล็กน้อยแล้วก็กระโจนเข้าไปจัดการกับเกรย์มอนอีกตัวหนึ่งต่อ

 

“Sub-Zero Ice Fang!!” *** กร็อบบ...ครึกๆๆๆ กึก ***

 

****************************

 

“หน็อย ๆๆ...พวกแก!!...ฉันชักจะโมโหแล้วนะ!!...ย๊ากกก!!” *** ปึ้ง โครม!! *** วารุมอนซาเอมอนโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาทนไม่ไหว  เขาจึงตัดสินใจเตะประตูพังออกมาแล้วเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับพวกการุรุมอนในที่สุด

 

****************************

 

“อะไรน่ะ!!...” การุรุมอนหยุดการโจมตีแล้วหันกลับไปมองด้านหลังอย่างทันทีทันใด “ฮ้อ...แกเองสินะ...คนที่เป็นเจ้าของสถานีวิจัยแห่งนี้...”

 

วารุมอนซาเอมอนจ้องเขม็งมาที่การุรุมอนแล้วหัวเราะออกมา “ฮึ ๆๆๆ...ใช่แล้ว...ข้าคือเจ้าชีวิตของดิจิมอนเหล่านี้...ข้าคือนายของพวกมัน”

 

กาโอกามอนและเท็นโทมอนรีบรวมพลังจัดการกับเกรย์มอนตัวที่เหลือแล้วรีบวิ่งมาหาการุรุมอนเมื่อพวกเขาเห็นศัตรูตัวใหม่ได้ปรากฏออก

 

“การุรุมอน...นายไม่เป็นไรนะ” กาโอกามอนเอ่ยถาม

“ฉันไม่เป็นไรหรอก กาโอกามอน”

 

“นี่แก...แกคือ...” เท็นโทมอนเอ่ยขึ้นเมื่อเหตุการณ์ในอดีตตอนที่เขาโดยควบคุมจิตใจได้อีกครั้ง  “ฉันจำแกได้แล้ว...วารุมอนซาเอมอน...แกนี่แหละคือ คนที่จับฉันเข้ามาและทำให้ฉันต้องกลายเป็นทาสรับใช้ของแบล็คการุรุมอน”

 

“ฮึๆๆ...ถูกต้อง เท็นโทมอน...นายนี่แย่จริง ๆ เลยนะ...ฝีมือแค่นี้กลับสู้ดิจิมอนระดับเดียวกับนายไม่ได้...ทาสรับใช้ของท่านแบล็คการุรุมอนที่อ่อนแออย่างนาย  มันไม่มีค่าอีกแล้ว!!” วารุมอนซาเอมอนพูดแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะจู่โจม

 

“ระวังนะพวกเรา...เจ้านี่มันเป็นร่างสมบูรณ์ ถ้าพวกเราแยกกันโจมตีคงสู้มันไม่ได้แน่!!” กาโอกามอนเอ่ยเตือนแล้วเริ่มตั้งท่าเตรียมพร้อมเช่นกัน

 

การุรุมอนหลับตาลงตั้งสมาธิแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะหันไปตอบเพื่อนของเขา  “ฮึๆๆ...แล้วเราจะกลัวอะไรล่ะ กาโอกามอน...”

 

กาโอกามอนพยักหน้าและยิ้มกับคำตอบสั้น ๆ ของการุรุมอน  ซึ่งเขาเองก็รู้ว่ามันหมายถึงอะไร  “นั่นสินะ...เราจะกลัวอะไร”

 

“ใช่..เราจะกลัวอะไร” เท็นโทมอนขอพูดอีกคนเขาเมื่อเขาได้ตัดสินใจขอลงสนามเข้าร่วมต่อสู้ด้วยเช่นกัน  แม้ว่าเขาจะอยู่ในร่างเจริญวัยก็ตาม

 

“ปากดีกันนักนะ...ได้ เดี๋ยวข้าจะฆ่าพวกแกไม่ให้เหลือเลย!!...ย๊ากก!!” วารุมอนซาเอมอนตะโกนร้องแล้วเริ่มวิ่งเข้ามาหาพวกการุรุมอน  พร้อมกับกรงเล็บที่กางออกในมือทั้งสองข้างเตรียมพร้อมที่จะฟาดฟัน

 

“เอาเลยพวกเรา!!” การุรุมอนพูดกับทุกคนแล้วได้ใช้ความเร็วของเขาวิ่งออกไปข้างหน้า  ซึ่งภายในไม่กี่นาทีร่างของเขาก็หายวับไปกับตาต่อหน้าวารุมอนซาเอมอน

 

“ห๊ะ!!...อะไรเนี่ย!!” *** เปรี้ยง!! *** “โอ้ย!!” อะไรบางอย่างฟาดเข้าที่หลังของวารุมอนซาเอมอนอย่างแรงราวกับแส้ทำให้เขารีบหันไปมองอีกทาง

 

*** ผัวะ!! *** “โอ้ย!!” *** ตุบ *** คราวนี้เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่าโดนใครเตะตรงสีข้างจนเขาต้องล้มลงไป  ซึ่งก็เป็นโอกาสดีของพวกกาโอกามอนแล้ว

 

“ฮึบ!!” *** ตุบๆๆๆ ฟับ!! *** “ย๊ากกก…Spiral Blow!!”

 

“Fuji Thunder!!”

 

*** เปรี้ยง!! *** “อ๊าาา หน็อย!!” วารุมอนซาเอมอนร้องเจ็บเมื่อเขาโดนไม้ตายกระแทกเข้าที่ร่าง  แต่มันก็ไม่แรงพอที่จะหยุดยั้งเขาได้เมื่อเขาพยุงร่างขึ้นมายืนได้อีกครั้ง

 

“ฮึ่ม เล่นแบบนี้ใช่ไหม...งั้นต้องเจอแบบนี้” เขาเริ่มโมโหแล้วกางแขนออกซึ่งทันใดนั้นเองเขาก็หมุนตัวเป็นลูกข่าง  ตวัดเล็บอันแหลมคมออกไปโจมตีสิ่งรอบตัวอย่างรวดเร็ว “Bad Claw!!” *** ฟึบๆๆๆๆๆ ***

 

*** ฟุบๆๆ ฟับ *** ทันทีที่วารุมอนซาเอมอนเริ่มตอบโต้  การุรุมอนก็รีบถอนตัวออกแล้วกลับมายืนอยู่กับพวกกาโอกามอนอีกครั้ง “แย่จริง...มันเล่นแบบนี้ ฉันก็เข้าถึงตัวมันไม่ได้น่ะสิ”

 

*** ฟึบ ๆๆๆ ปึ้งปัง ๆๆๆ *** ท่ากรงเล็บลูกข่างของวารุมอนซาเอมอนได้เร็วขึ้นและรุนแรงขึ้นจนมันเริ่มทำลายทุกสิ่งถูกอย่างที่ไปโดนมันเข้า  “ฮึ ๆๆๆ เก่งจริงก็เข้ามาสิ...เข้ามาเลย!!” วารุมอนซาเอมอนท้าแล้วเริ่มเคลื่อนตัวเข้ามาจู่โจมพวกการุรุมอน

 

“หลบก่อนพวกเรา!!” การุรุมอนบอกกับทุกคนแล้วต่างก็กระจายกลุ่มกันออกไป โดยเขาได้กระโดดขึ้นมาอยู่บนยอดตึกแล้วเห็นวารุมอนซาเอมอนกำลังพุ่งเข้าไปหากาโอกามอนที่กำลังวิ่งหนีอยู่  ในขณะที่เท็นโทมอนบินวกกลับมาอยู่ด้านหลังเป้าหมายและเริ่มโจมตีเพื่อช่วยกาโอกามอน

 

“Fuji Thunder!!” *** แซ่ดด เปรี้ยง!! ***

 

“ฮึ ๆๆ เจ้าโง่...พลังแค่นั้นคิดจะหยุดข้าได้หรอ...งั้นก็จงตายซะเถอะ!!” วารุมอนซาเอมอนเปลี่ยนเป้าหมายและเริ่มเคลื่อนตัวพุ่งเข้ามาเท็นโทมอนอย่างรวดเร็ว

 

“แย่แล้ว เท็นโทมอน!!” กาโอกามอนอุทานขึ้นเมื่อเขาเห็นศัตรูเปลี่ยนเป้าหมาย ซึ่งระยะห่างระหว่างมันกับเท็นโทมอนก็อยู่ใกล้กันมาก  เป็นระยะอันตรายสำหรับการจู่โจมแบบประชิดตัวก็ว่าได้

 

“ฮ่า ๆๆๆ ตายซะเถอะแก!!”

 

“Fox Firer!!”

 

*** ฟู่ ๆๆๆ เปรี้ยง!! *** “อ๊าาา!! ” ทันใดนั้นเองวารุมอนซาเอมอนก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อศรีษะของเขาถูกพลังของการุรุมอนกระแทกเข้าอย่างรุนแรง  ทำให้เขาเสียกระบวนท่าก่อนถึงตัวเท็นโทมอนได้อย่างหวุดหวิดและล้มลงไปนอนกองอยู่กับพื้น

 

“เท็นโทมอน!!” กาโอกามอนอุทานแล้วรีบวิ่งมาหาเท็นโทมอนอย่างรวดเร็ว “เท็นโทมอน นายโอเคไหม”

“ฉันไม่เป็นไร...การุรุมอนเขาช่วยฉันได้ทันพอดี”

 

การุรุมอนได้กลับลงมายืนที่พื้นอีกครั้งแล้วเดินไปยืนอยู่ตรงหน้าของวารุมอนซาเอมอนพร้อม ๆ กับพวกเพื่อนของเขา “ฮึ ๆๆ วารุมอนซาเอมอน...การที่แกใช้วิธีหมุนลูกข่างโจมตี...แกคงคิดว่าจะไม่มีใครโจมตีแกได้งั้นรึ...” การุรุมอนพูดหัวเราะเยาะเย้ยแล้วเริ่มอธิบายให้ศัตรูของเขาฟัง “ฉันจะบอกอะไรให้...จุดอ่อนของท่านี้ก็คือส่วนหัวที่เป็นจุดหมุนของแกยังไงล่ะ....”

 

“หน็อย!!...” วารุมอนซาเอมอนพูดด้วยสีหน้าที่โกรธแล้วพยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง “ฮื่ออ...อย่าคิดนะว่า ฉันจะยอมแพ้พวกแกน่ะ...ร่างสมบูรณ์อย่างฉันจะมาพ่ายแพ้อะไรกับแกได้!!” วารุมอนซาเอมอนตะโกนขู่แล้วเริ่มรวมพลังแห่งความมืดไว้อยู่ในมือของเขา  แสดงถึงการตัดสินใจใช้ไม้ตายของเขาออกมาสู้กับพวกการุรุมอนเป็นครั้งสุดท้าย

 

*** แว้ป ๆๆ ครึก ๆๆ เปรี้ย ๆๆ *** “ฮึ ๆๆ ตายซะเถอะ!!...Heart Brake Attack!!” *** ซู่ม ๆๆๆๆ ***

 

“Spiral Blow!!”

“Fuji Thunder!!”

“Fox Firer!!”

 

*** ซู่ม ๆๆๆ แว้ป ๆๆ ครืน ๆๆๆ...เปรี้ยง!! *** “อะไรน่ะ!!...ไม่จริง!!” วารุมอนซาเอมอนอุทานขึ้นด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง  เมื่อเขาเห็นพลังของพวกการุรุมอนได้รวมตัวกันเป็นพายุไฟและสายฟ้าพุ่งเข้ามากระแทกกับไม้ตายของเขาอย่างรุนแรงจนไม่เหลือซาก  หนำซ้ำมันยังพุ่งผ่านเข้ามากระแทกกับร่างของเขาจนกระเด็นออกไปอีกด้วย 

 

*** เปรี้ยง!! *** “อ๊ากกก” *** ตุบ ตุบ!! ***

 

“สำเร็จ!!...”

“พวกเราชนะแล้ว!!...”

 

ทั้งกาโอกามอนและเท็นโทมอนพูดขึ้นด้วยความดีใจเมื่อเขาเห็นวารุมอนซาเอมอนพยายามลุกขึ้นมาอย่างหมดสภาพแล้วล้มลงไปคุกเข่ายอมรับความพ่ายแพ้ต่อหน้าพวกเขาในที่สุด

 

“วารุมอนซาเอมอน...แกแพ้แล้ว” การุรุมอนเดินเข้าไปหาศัตรูแล้วพูดด้วยเสียงที่เย็นชา  ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็ตามเข้ามาคอยดูเชิงอยู่ข้าง ๆ ด้วยเช่นกัน

 

“ข้า...ข้าแพ้ไม่ได้...ข้าจะแพ้พวกเจ้าไม่ได้!!...ถ้าข้าแพ้ข้าจะ...”

 

*** แว้ป ๆๆๆ เปรี้ยง!! *** “อ๊ากกกก” *** ตูม ***

 

“เฮ้ย อะไรน่ะ!!” การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจ  เมื่อเขาเห็นพลังอะไรบางอย่างได้พุ่งเข้ามากระแทกกับร่างของวารุมอนซาเอมอนอย่างทันทีทันใด  ซึ่งพลังนั้นมันรุนแรงมากจนทำให้วารุมอนซาเอมอนสลายตัวไปภายในพริบตา

 

“ ฮึ ๆๆๆ...นอกจากทาสรับใช้ที่ไร้ฝีมือแล้ว...ผู้คุมที่ไร้ฝีมือเอง ก็ไม่มีความหมายอะไรสำหรับฉันเช่นเดียวกัน” เสียงของดิจิมอนตัวใหม่ได้ดังขึ้นมาจากยอดตึก  ซึ่งทันทีที่การุรุมอนและทุกคนหันไปมองดูต่างก็อุทานขึ้นเป็นเสียงเดียวกัน

 

“แบล็คการุรุมอน!!”

 

“ไง การุรุมอน...เราเจอกันอีกแล้วนะ...” แบล็คการุรุมอนทักแล้วกระโดดลงมาสะแหยะยิ้มให้กับการุรุมอน

“แก...ต้องการอะไร” การุรุมอนเอ่ยถามแล้วแยกเขี้ยวขู่

 

“เฮ้ย ๆๆ ไม่ต้องป่าเถื่อนกับฉันขนาดนั้นก็ได้...ฉันก็แค่อยากมาถามไถ่สุขภาพความเป็นอยู่ของนายเท่านั้นเอง...หวังว่าพลังที่อยู่ในตัวนายนั่นยังคงร้อนอยู่นะ...”

 

“พลัง...พลังอะไร...พูดให้มันรู้เรื่องเซะ”

 

ทันทีที่การุรุมอนเริ่มสงสัยและกำลังจะถามแบล็คการุรุมอน  กาโอกามอนก็นึกได้ว่าเพื่อนเขายังไม่รู้เรื่องนั้น  เขาจึงรีบวิ่งเข้ามายืนขวางและพูดตัดบทอย่างรวดเร็ว “นี่แก...อย่าคิดมาป่วนพวกเรานะ...เพื่อน ๆ ของพวกเราอยู่ที่ไหน!!”

 

“ฮ้อ...เพื่อน ๆ ของพวกนายน่ะหรอ...พวกนี้หรือเปล่า” แบล็คการุรุมอนพูดล้อเลียนแล้วยักไหล่ให้พวกการุรุมอนมองเลยดูบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ข้างหลังเขา  ซึ่งนั่นก็คือ  Dark-Greymon สีดำสนิท  Dark-Birdramon และ  Dark-Ikkakumon

 

“อะ...อะไรน่ะ...อย่าบอกนะว่าพวกเขาคือ...” กาโอกามอนรู้สึกตกใจมากเมื่อเขาเห็นดิจิมอนเหล่านั้นเริ่มแสดงตัวออกมา  ซึ่งทั้งเขาและการุรุมอนต่างก็แน่ใจได้เลยว่า  นั่นต้องเป็นเพื่อน ๆ ของพวกเขาทั้งหมดแน่

 

“แก...เลวมาก!!...ตัวเองไม่กำลังจะมาสู้ เลยใช้คนอื่นมาเป็นเครื่องมืออย่างนั้นรึ!!” การุรุมอนตะโกนต่อว่าโดยในใจเขาคิดอยากจะทำลายแบล็คการุรุมอนตัวนี้ยิ่งนัก

 

“ฮึ ๆๆ ฉันไม่สนหรอกว่าฉันจะต้องใช้วิธีสู้แบบไหน...และฉันเองก็แค่รับคำสั่งมาให้ทำแบบนี้....เพราะฉะนั้น ฉันก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องสนใจในคำพูดของนาย...การุรุมอน!!”

 

แบล็คการุรุมอนหัวเราะด้วยความสะใจอีกครั้งแล้วเริ่มสั่งให้สัตว์ทดลองของเขาเดินเข้ามาใกล้พวกการุรุมอนอย่างช้า ๆ  ซึ่งพวกการุรุมอนเองก็ทำอะไรไม่ถูกและยังตัดสินใจอะไรไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร

 

“เอายังไงดี การุรุมอน” กาโอกามอนหันไปถามเพื่อนของเขา

“ฉันเองก็ไม่รู้...บ้าจริง!!” การุรุมอนพูดด้วยสีหน้าที่กังวลแล้วเริ่มเดินถอยหลังออกไปพร้อม ๆ กับกาโอกามอน

 

“ถ้ายังนั้น การุรุมอน...นายต้องช่วยพวกเขาเหมือนตอนที่นายช่วยฉันแล้วล่ะ” เท็นโทมอนบินเข้ามาพูดแล้วมองไปยังพวกดิจิมอนเพื่อน ๆ ของเขา

 

“หมายความว่า...ฉันจะต้องสู้กับพวกเขาทั้งหมดเลยอย่างนั้นหรือ...” การุรุมอนเอ่ยถามโดยใบหน้าของเขาเริ่มมีเหงื่อออก ซึ่งแสดงถึงความกังวลที่มีมากขึ้น ๆ ในใจของเขา

 

“แล้วเราจะทำยังไงล่ะ การุรุมอน...ถ้าเราไม่สู้  มีหวังเราได้ตายกันหมดแน่” กาโอกามอนตอบแทนเท็นโทมอนแล้วเริ่มตั้งท่าเตรียมรับมือ  โดยในใจของเขานั้นก็รู้สึกกังวลไม่แพ้การุรุมอนเช่นกัน

 

จากเหตุการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ทำให้แบล็คการุรุมอนยิ้มออกมาด้วยความสะใจ  เพราะนั่นมันก็คือแผนการที่เขาได้วางเอาไว้อยู่แล้ว  ดังนั้นเพื่อให้แผนสำเร็จเขาจะต้องทำให้การุรุมอนได้รับความกดดันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ให้ได้ 

 

“ฮึ ๆๆ...ว่าไง การุรุมอน...นายจะสู้เพื่อช่วยเพื่อน ๆ ของนาย....หรือจะวิ่งหนีหางจุกก้น  ทิ้งเพื่อน ๆ เหล่านี้ไว้ให้ฉันเลี้ยงก็ได้นะ...ฉันไม่ว่า...ฮ่า ๆๆๆ...ฮ่าๆๆๆๆ...”

 

“หน็อยแน่....แก...แบล็คการุรุมอน!!”

 

To be continued

 

Back to Part XI    Go to Part XIII

Free Web Hosting