Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part XIV : Heart of Garurumon, Can we back to be friends ? -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่การุรุมอนได้รู้ข้อเท็จจริงบางอย่างมาจากห้องเก็บรูปภาพโบราณห้องนั้น  ทั้งเหตุการณ์ที่อยู่ในภาพ  เหตุการณ์ที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา  เสียงลึกลับที่อธิบายถึงภาพที่เขาเห็น  และสุดท้ายก็คือความรู้สึกที่ไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของกาโอกามอน  ที่ปิดบังสิ่งเลวร้ายที่เขาได้ทำลงไปเอาไว้...

 

“การุรุมอน...นายดูแปลก ๆ นะ...เป็นอะไรหรือเปล่า” กาโอกามอนเอ่ยถามการุรุมอนในขณะที่เดินออกมายืนอยู่ที่ห้องควบคุมที่เพิ่งถูกไฟไหม้ไปซึ่งตอนนี้ไฟก็เริ่มดับมอดลงไปเรื่อย ๆ แล้ว

 

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร กาโอกามอน...แค่เหนื่อยนิดหน่อย” การุรุมอนอ้างแล้วพยายามทำตัวให้เหมือนปกติโดยทำหน้าวางเฉยแล้วเดินไปสำรวจประตูอีกบานหนึ่งที่ยังคงปิดอยู่ทางด้านขวา  ซึ่งในระหว่างนั้นเพื่อน ๆ คนอื่นก็วิ่งเข้ามาในห้องพอดี

 

“อ๊ะ การุรุมอน...นายอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วยแฮะ...” อากุมอนเอ่ยขึ้นเมื่อมาถึงก่อนคนอื่น ๆ

 

“พวกนายหายดีแล้ว...ใช่ไหม” การุรุมอนหันไปถามอากุมอนแล้วมองเพื่อนคนอื่น ๆ เล็กน้อย

 

“พวกเราอาการดีขึ้นแล้วล่ะ...ขอบใจนะที่เป็นห่วงพวกเรา” ปิโยมอนเธอตอบการุรุมอนแทนอากุมอนให้หลังจากที่เธออยากจะขอบคุณการุรุมอนเขา

 

การุรุมอนพยักหน้าแล้วหันไปมองที่ประตูบานนั้นอีกครั้ง “เอาล่ะ...ไหน ๆ ก็ลงมาแล้ว...ขอฉันสำรวจดูหน่อยล่ะกันว่าที่นี่มันมีอะไรซ่อนไว้อยู่อีก” การุรุมอนหายใจเข้าลึก ๆ กลับหลังหันแล้วก็ถีบประตูเข้าไปอย่างแรง

 

“ย๊ากก!!...” ** โครม!! **

 

“เอ้ย การุรุมอน...ไม่เห็นจะต้องรุนแรงแบบนั้นเลย…” กาโอกามอนอุทานขึ้นเมื่อเห็นการุรุมอนมีท่าทีที่แปลก ๆ เขาทำราวกับว่าเขาเพิ่งไปโกรธใครมายังไงยังนั้น   แรงที่การุรุมอนเตะไปทำให้ประตูเหล็กทั้งบานกระเด็นลอยละลิ่วเข้าไปกระแทกกับของในห้องเสียงดังลั่น

 

“โหยย...น่ากลัวแฮะ” โกมามอนพูดเบา ๆ กับตัวเองและสะกิดถามอากุมอน “เน่ๆๆ อากุมอน...การุรุมอนเขาเป็นอะไรไป”

 

อากุมอนหันไปส่ายหน้าอย่างด้วยความงง “ฉันเองก็ไม่รู้...พวกเราเพิ่งเข้ามา จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ”

 

“ฉันว่าเขาดูเครียด ๆ นะ” ปิโยมอนก้มไปกระซิบพูดกับทั้งสองแล้วมองการุรุมอนด้วยความสงสัย “บางทีเขาอาจจะมีเรื่องกลุ้มอยู่ในใจก็ได้”

 

กาโอกามอนยืนนิ่งมองดูเพื่อนสนิทของเขาเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบ ๆ โดยในใจของเขาก็เริ่มรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างเข้าซะแล้ว “...การุรุมอน...”

 

เมื่อห้องห้องใหม่ที่ถูกพังประตูเข้ามาได้ตรวจพบสิ่งที่เคลื่อนไหว  ระบบต่าง ๆ ในห้องก็ได้เริ่มทำงานพร้อมกับแสงไฟที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละส่วน ๆ เผยให้การุรุมอนได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ภายในได้ชัดเจนขึ้น

 

“หือ...นี่มัน...” การุรุมอนเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเห็นบางสิ่งบางอย่างได้ปรากฏขึ้นอยู่ตรงกลางห้อง  รูปร่างและลักษณะของมันคล้ายกับ “แท่นวาร์ป” ที่มีหลอดแคปซูลส่องแสงอยู่ภายใน  ด้านข้างก็มีแผงควบคุมระบบที่มีข้อความบางอย่างแสดงขึ้นบนจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กตรงนั้น  ซึ่งพอการุรุมอนได้เดินเข้าไปอ่านดูเขาก็พบว่า “หือ...เกาะไฟล์...เกาะไฟล์ อย่างนั้นหรอ!!”

 

“มีอะไรหรอ การุรุมอน” กาโอกามอนรีบเดินเข้ามาเมื่อเขาได้ยินเสียงการุรุมอน

“เกาะไฟล์...นี่คือ แท่นวาร์ป ที่จะพาไปยังเกาะไฟล์!!...” การุรุมอนตอบ

 

“ว่ายังไงนะ...เกาะไฟล์อย่างนั้นหรอ....” อากุมอนได้ยินเข้าจึงได้วิ่งเข้ามาดูพร้อม ๆ กับคนอื่น  ซึ่งทันทีที่พวกเขาเห็นสิ่งที่เรียกว่าแท่นวาร์ป  พวกเขาก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน

 

การุรุมอนยืนนิ่งมองดูแท่นวาร์ปนั้นไปอยู่สักพักแล้วก็เริ่มพูดออกมา “ไม่นึกเลยนะ...ไม่นึกเลยนะว่า พวกศัตรูจะมีหนทางที่บุกเข้ามาในเกาะไฟล์ของเราได้ง่ายขนาดนี้...คราวที่แล้วก็ประตูมิติในถ้ำของแวนเดมอน...คราวนี้ก็มาแท่นวาร์ปนี่อีก...ฉันชักจะเป็นห่วงบ้านเกิดของพวกเราซะแล้วสิ...”

 

ทุกคนในกลุ่มต่างก็นิ่งเงียบอยู่ไปสักพักหลังจากที่การุรุมอนพูด   โกมามอนนึกอะไรบางอย่างออกจึงเริ่มพูดให้ความเห็นออกมา “งั้น...พวกเราก็กลับบ้านกันเถอะ...”

 

“กลับ...บ้านหรอ...” การุรุมอนเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินโกมามอนพูดแบบนั้นออกมา  ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้นึกถึงบ้านของตัวเองขึ้นมา

 

“อืม...กลับบ้านหรอ...” กาโอกามอนเอ่ยตามแล้วเริ่มนึกถึงบ้านการุรุมอนที่เขาอาศัยอยู่เช่นกัน

 

“กลับบ้าน...นั่นสินะ...พวกเรากลับบ้านกันเถอะ...” อากุมอนเริ่มพูดชักชวนทุกคนแล้วเดินเข้าไปหากาโอกามอน “กาโอกามอน...นายกับการุรุมอนก็สู้มาจนเหนื่อยมาก...พวกนายน่าจะกลับไปพักสักหน่อยนะ...”

 

“ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็กลับเกาะไฟล์กันเถอะนะ...” กาโอกามอนพยักหน้ายิ้มแล้วหันไปถามการุรุมอน  แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร  การุรุมอนก็ตอบออกมาก่อนซะแล้ว

 

“ฉันยังไม่กลับหรอก...ถ้าพวกนายอยากกลับ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนส่งพวกนายกลับไปให้เอง”

 

“หา...ทำไมล่ะ การุรุมอน!!” กาโอกามอนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจในสิ่งที่การุรุมอนพูดออกมา

 

การุรุมอนหันหลังแล้วเดินออกไปดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องแล้วก็พูดต่อ “เพราะว่าพวกดิจิมอนชั่วร้ายยังคงอยู่น่ะสิ...ถึงแม้ว่าพวกเราจะกลับไปแล้ว  แต่พวกเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าพวกเราจะปลอดภัยจากการรุกรานของพวกมันอีก...และอีกอย่าง...เซราฟิมอน...ปาตามอน และ พัลมอน พวกเราก็ยังหาตัวพวกเขาไม่เจอเลย...ฉันคิดว่าพวกเขาคงต้องอยู่ด้วยกัน ณ ที่ไหนสักแห่งหนึ่งในดินแดนแห่งนี้แน่ ๆ...”

 

“อืม...จริงด้วยสินะ...พวกเราก็ยังหาคนอื่นที่เหลือไม่พบเลย” กาโอกามอนก้มหน้าตอบด้วยความเข้าใจ  ในขณะที่พวกอากุมอนที่ยืนฟังอยู่ข้างหลังก็รู้สึกเข้าใจตามเช่นกัน

 

“ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ออกไปตามหาคนอื่น ๆ ด้วยกันสิ แล้วค่อยกลับเกาะไฟล์พร้อมกันทีเดียวเลยดีไหม” เท็นโทมอนขอออกความเห็นบ้าง  ซึ่งพอปิโยมอนได้ยินเธอก็พูดเสริมขึ้นตามมาเช่นกัน “ฉันเองก็เห็นด้วยนะ...เราน่าจะช่วยกัน จะได้เจอตัวพวกเขาได้เร็วมากขึ้น”

 

การุรุมอนหันกลับมามองพวกอากุมอนแล้วส่ายหัวปฏิเสธกับข้อคิดเห็นของพวกเขา “ไม่ได้หรอก...มันอันตรายเกินไป...พวกนายก็เปลี่ยนร่างไม่ได้ คงสู้ดิจิมอนชั่วร้ายพวกนั้นไม่ได้หรอก...และก็อีกอย่าง พวกนายก็เห็นแล้วนี่ ว่าพวกมันสามารถทำร้ายพวกนายได้อย่างง่ายดาย...สามารถทำได้ แม้กระทั่งใช้พวกนายให้มาต่อสู้กับฉันได้ คิดดูล่ะกัน...”

 

ด้วยเหตุผลของการุรุมอนทำให้พวกอากุมอนได้นึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นอีกครั้งแล้วก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำลงไป  พวกเขาจึงได้แต่พยักหน้าตอบแล้วรอให้การุรุมอนเป็นคนตัดสินใจเรื่องทั้งหมดแทน

 

“ฉันคิดว่า พวกนายทั้งหมดกลับเกาะไฟล์ไปซะ...แล้วเรื่องการตามหาคนอื่น ๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเองล่ะกัน”

 

“การุรุมอน...แต่ว่า นายจะสู้เพียงคนเดียวงั้นหรอ...นายแน่ใจหรอว่าจะไม่เป็นอะไร” อากุมอนเอ่ยถาม

 

“ใครบอกว่าเขาจะสู้เพียงคนเดียวล่ะ...นี่...ฉันเองก็ยังอยู่ด้วยทั้งคน” กาโอกามอนพูดขึ้นแล้วเดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ การุรุมอน

 

“......” การุรุมอนไม่ได้พูดอะไรกับการแสดงออกของกาโอกามอนนอกจากจะทำหน้าเฉย ๆ เท่านั้น

 

“งั้นก็ดีแล้วล่ะ...ถ้ามีกาโอกามอนอยู่ด้วย...พวกเราก็หมดห่วง” ปิโยมอนพูดออกมา  ซึ่งคำพูดของเธอนั้นมันทำให้การุรุมอนรู้สึกเคืองแล้วเริ่มคิดว่า  ตัวเขาเองนั้นร้ายกาจมากนักหรือไง  ที่จะต้องมีกาโอกามอนมาคอยคุมเขาอยู่ตลอดเวลา

 

“งั้นหรอ...ฉันคงเป็นตัวปัญหาสำหรับพวกเธอมากเลยสินะ...ถึงได้ฝากให้กาโอกามอนมาคอยดูแลฉัน” การุรุมอนเริ่มพูดประชดซึ่งทำให้ปิโยมอนเธอต้องรีบอธิบายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

“ไม่ใช่นะ การุรุมอน...ฉันไม่ได้หมายความว่ายังนั้น...พวกเราแค่เป็นห่วงเธอเอง”

 

กาโอกามอนรู้สึกว่าบรรยากาศการสนทนาของทั้งสองเริ่มไม่ค่อยดี  เขาจึงเดินเข้ามาพูดอธิบายให้การุรุมอนได้เข้าใจ “เฮ้ย การุรุมอน นายเป็นอะไรไป...ใจเย็น ๆ หน่อยสิ”

 

การุรุมอนหันไปมองหน้ากาโอกามอนแล้วผลักเขาออกไป “นายไม่ต้องมายุ่งได้ไหม...ฉันก็แค่...ฮึ่มม...” เขาพูดแล้วถอนหายใจออกมา  ก่อนที่จะหันหลังกลับไปนั่งสงบสติอารมณ์อย่างเงียบ ๆ

 

“การุรุมอน...นายคงจะเหนื่อยและก็เครียดเกินไปน่ะ...พักสักหน่อยนึงก็ได้นะ...เดี๋ยวฉันจะเป็นคนส่งพวกอากุมอนกลับไปเองก็ล่ะกัน” กาโอกามอนเดินเข้าไปพูดแล้วก็กลับไปที่แท่นวาร์ป

 

การุรุมอนถอนหายใจอีกครั้งแล้วได้หันหลังกลับมาพูดกับปิโยมอนเมื่อเขาเริ่มรู้สึกใจเย็นลงขึ้นมาบ้างแล้ว “อืม...ขอโทษนะ ปิโยมอน...ฉันแค่หงุดหงิดไปหน่อยน่ะ”

 

“ฉันเข้าใจ การุรุมอน...เธอคือคนสำคัญของพวกเรานะ...ยังไงซะ อย่าหักโหมกับการต่อสู้จนเกินไปล่ะ...” เธอพูดออกมาแล้วก็เห็นการุรุมอนพยักหน้าให้  เธอก็เลยรู้สึกดีขึ้นมาเหมือนเดิมอีกครั้ง

 

“เอาล่ะ งั้นพวกเราก็กลับบ้านกันเถอะ โกมามอน ปิโยมอน เท็นโทมอน...” อากุมอนยืนบิดตัวไปมาเล็กน้อยแล้วก็เดินเข้าไปในแคปซูลเป็นคนแรก

 

“งั้นก็ โชคดีนะ กาโอกามอน การุรุมอน” โกมามอนกล่าวกับเพื่อน ๆ แล้วก็เดินตามอากุมอนเข้าไปพร้อม ๆ กับปิโยมอน

 

เท็นโทมอนคือคนสุดท้ายที่กำลังจะเดินเข้าไป  เขาจึงใช้เวลาที่เหลือพูดกับกาโอกามอนเล็กน้อย  “กาโอกามอน...ยังไง ฉันก็ฝากนายดูแล การุรุมอนเขาด้วยนะ” พอเท็นโทมอนพูดประโยคนี้เสร็จเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้  เขาจึงขยับตัวเข้าไปใกล้กาโอกามอนแล้วกระซิบเบา ๆ “...นายคงรู้นะว่า การุรุมอนเขากำลังเป็นอะไรอยู่...ฉันขอฝากให้นายช่วยเขาด้วยนะ...”

 

กาโอกามอนเข้าใจความหมายแล้วพยักหน้าตอบ “ฉันเข้าใจ เท็นโทมอน...การุรุมอนเขาเป็นเพื่อนสนิทฉัน ยังไงฉันจะไม่ทิ้งเขาแน่” เขาตอบแล้วก็ส่งตัวเท็นโทมอนเข้าไป

 

การุรุมอนหันกลับไปมองดูพวกอากุมอนที่ยืนอยู่ในหลอดแคปซูลแล้วก็ยิ้มให้  เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาจะไม่เป็นไรหลังจากที่พวกเพื่อน ๆ เขาถูกส่งตัวกลับไปแล้ว “ขอให้โชคดีนะ ทุกคน...กลับไปบอกคนอื่น ๆ ด้วยนะว่า พวกฉันสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”

 

พวกอากุมอนได้ยินเสียงของการุรุมอน  ต่างก็พยักหน้าแล้วก็โบกไม้โบกมือลาการุรุมอน ก่อนที่แสงสว่างจากตัวแท่นวาร์ปได้ส่องออกมาแล้วก็ทำให้พวกเขาทั้งหมดได้หายไป

 

*** แว้ป ๆๆๆ...ฟู่...***

 

“ฮืม...จะว่าไปแล้วก็อดอิจฉาพวกเขาไม่ได้นะ การุรุมอน...พวกเขาได้กลับบ้านกันไปซะแล้ว...ต่อไปก็เหลือแต่พวกเราสองคนอีกครั้งนึงละ” กาโอกามอนหันกลับมาพูดกับเพื่อนสนิทของเขาแล้วเดินเข้ามานั่งถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ

 

“ทำยังไงได้...พวกเรา คือ ความหวังของพวกเขานี่...” การุรุมอนตอบสั้น ๆ แล้วก็เอียงตัวลงไปนอนที่พื้นเย็น ๆ เพื่อพักเหนื่อย “ฮืม...นายจะว่าอะไรไหม ถ้าฉันจะขอนอนพักที่นี่สักคืน...วันนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยยังไงก็ไม่รู้...”

 

กาโอกามอนได้ยินเช่นนั้นแล้วพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ การุรุมอน...ฉันเองก็อยากพักเหมือนกัน...ป่านนี้ข้างนอนนั่นก็คงเย็นแล้ว...ขืนเดินทางต่อไปก็คงไม่มีที่พักค้างแรมอยู่ดีนั่นแหละ”

 

“อือ...ขอบใจนะ กาโอกามอน” การุรุมอนพูดตอบเบา ๆ แล้วก็หลับตาลงพักผ่อนอย่างสงบ

 

“ไม่เป็นไรหรอก การุรุมอน...นายพักให้เต็มที่เถอะนะ” กาโอกามอนยิ้มมองดูเพื่อนของเขาอยู่ไปสักพักแล้วก็เริ่มหลับตานอนลงไปด้วยกันกับการุรุมอน

 

****************************

 

“เอาล่ะ  แบล็คการุรุมอน...เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม”  ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดผู้เป็นนายของแบล็คการุรุมอนหันหลังมาถามทาสรับใช้ของเขา  หลังจากที่เขามองดูภาพการุรุมอนที่สะท้อนอยู่ในกระจกเสร็จ

 

“ข้า...พร้อมแล้วครับ นายท่าน” แบล็คการุรุมอนตอบแล้วมองไปยังนายของเขา

 

ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดพยักหน้าแล้วเริ่มหลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิ  ทำให้พลังแห่งความมืดที่แฝงอยู่ในตัวของเขาได้ปรากฏออกมาเป็นออร่าสีดำเข้มลอยไปลอยมาอยู่ในอากาศ  แน่นอนว่าเขาเกิดมาจากความมืด  ฉะนั้นพลังแห่งความมืดคือสิ่งเดียวที่จะบันดาลให้เขาสามารถทำอะไรก็ได้  แม้แต่ประตูมิติที่เริ่มปรากฏออกมาอย่างช้า ๆ ตรงหน้าแบล็คการุรุมอน

 

แบล็คการุรุมอนยืนเฉยรอให้นายของเขาเสกประตูมิติออกมาโดยไม่แปลกใจอะไร  เพราะว่านี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจะเห็นนายของเขาทำเช่นนี้  เขารอจนกระทั่งประตูมิติถูกสร้างขึ้นมาจนสำเร็จแล้วก็เตรียมพร้อมที่จะกระโดดเข้าไป

 

“คราวนี้อย่าทำงานพลาดอีกล่ะ...แบล็คการุรุมอน” ดิจิมอนแห่งความมืดกล่าวเตือนเล็กน้อยแล้วเริ่มส่งทาสผู้ภักดีของเขาเข้าไปในประตูมิติ  ซึ่งจุดหมายปลายทางเป็นที่ไหนก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้นอกจากพวกเขาสองคนเท่านั้น

 

****************************

 

** วิ้ว ๆๆๆๆ ** “ฮืมมม...” เสียงของการุรุมอนถอนหายใจออกมาปะทะกับสายลมและแสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากปล่องลิฟต์ที่เขาได้เดินทางลงมาในตอนแรก   ดูเหมือนว่าความกลุ้มใจของเขาก็ยังคงไม่จางหายตราบใดที่เขายังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดจากใครสักคน  เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาอยากรู้นั้นมันจะมีผลอะไรกับอนาคตของเขา  แต่อย่างน้อยเขาก็อยากรู้เพื่อที่จะได้หาหนทางแก้ไขที่ถูกต้องได้

 

“เฮ้อ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่นะ” การุรุมอนพูดกับตัวเองแล้วมองขึ้นไปข้างบน  โดยหวังว่าแสงจันทร์คงจะช่วยให้ใจของเขาได้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

 

 “รู้สึกว่านายจะกลุ้มใจมากเลยใช่ไหม...”

 

เสียงของกาโอกามอนที่ดังเข้ามาทำให้การุรุมอนได้หันไปมองดูเขา   เขาเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทของเขาอย่างช้า ๆ โดยในใจของเขาก็รู้สึกเป็นกังวลกับอาการที่เปลี่ยนไปของเพื่อนเขาคนนี้  เขาเดาว่าเรื่องดังกล่าวจะต้องเกี่ยวพันกับเขาแน่ ๆ เพราะก่อนหน้านี้การุรุมอนก็มีท่าทีที่ไม่อยากจะคุยกับเขาและพยายามหลบหน้าไม่พูดอะไรกับเขาเลย  ซึ่งถ้าเขาไม่พูดหรือทำอะไรสักอย่าง  เขาคงจะไม่สบายใจอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แน่

 

“นายยังไม่นอนอีกหรอ กาโอกามอน...” การุรุมอนพูดบ่ายเบี่ยงแล้วหันหลับไปมองแสงจันทร์

 

“ฉันนอนไม่หลับน่ะ...มันมีอะไรบางอย่างคอยรบกวนจิตใจฉัน  ซึ่งถ้าฉันไม่ทำวันนี้ ฉันคงต้องบ้าตายแน่ ๆ”

 

การุรุมอนหันไปมองกาโอกามอนด้วยความสงสัยแล้วเริ่มเอ่ยปากถาม “แล้วเรื่องนั้นมันเรื่องอะไรล่ะ”

 

กาโอกามอนมองหน้าเพื่อนของเขาเล็กน้อยแล้วก้มหน้าลงไป “ เรื่องของ...เรื่องของนายน่ะแหละ การุรุมอน...ฉัน...ฉันมีเรื่องที่อยากจะคุยกับนาย...”

 

การุรุมอนรู้สึกว่าเพื่อนสนิทของเขาเริ่มเข้าใจว่าเขากำลังไม่สบายใจอะไรอยู่  เขาจึงเปิดโอกาสให้เพื่อนของเขาคนนี้ได้พูดออกมาตามที่ใจของเขาอยากจะพูด “งั้นก็ว่ามาสิ...”

 

กาโอกามอนพยักหน้าแล้วก็เริ่มเดินเข้าหาการุรุมอนใกล้มากขึ้นเพื่ออธิบาย “นายคงรู้แล้วสินะ...ว่าตอนนี้ในตัวของนายมีพลังอะไรบางอย่างอยู่...”

 

“อือ...” การุรุมอนพยักหน้าตอบสั้น ๆ

 

“แล้ว...นายก็คงรู้แล้วสินะว่า...ที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นกับนายบ้างตอนที่พลังลึกลับของนายมันได้ถูกปลดปล่อยออกมา...”

 

“ใช่...ฉันรู้แล้ว...”

 

“เฮ้อ...งั้นฉันก็พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้วล่ะ...” กาโอกามอนพูดด้วยความรู้สึกผิดแล้วก็เดินออกไปนั่งมองดูแสงจันทร์อยู่ข้างหลังการุรุมอน  ในใจของเขาตอนนี้เริ่มเต็มไปด้วยความเศร้า  เพราะตั้งแต่เขาอยู่กับการุรุมอนมา  สิ่งเดียวที่เขากลัวมากที่สุดก็คือ  การที่ทำให้เพื่อนรักของเขาผิดหวังในตัวของเขา  ฉะนั้นเพื่อให้มิตรภาพและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับการุรุมอนกลับมาแนบแน่นเหมือนเดิม  เขาจึงตัดสินใจสารภาพความผิดออกมาด้วยใจ  เพื่อให้การุรุมอนได้รับรู้และเข้าใจเขาอีกครั้ง

 

“ฉัน...ฉันขอโทษ การุรุมอนที่ฉันปกปิดเรื่องนี้เอาไว้...ที่ฉันทำไปก็เพราะฉันไม่อยากเห็นนายรู้สึกไม่สบายใจนะ...” กาโอกามอนพูดแล้วเดินกลับมามองหน้าการุรุมอนเพื่อที่จะอธิบายต่อด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจ  ซึ่งคำพูดที่เขาจะเอ่ยต่อจากนี้จะเป็นคำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกที่มีอยู่ในใจของเขาทั้งสิ้น “ฉัน...ฉันเป็นห่วงนายนะ เพื่อน...อะไรที่เพื่อนของฉันไม่สบายใจ...ฉันเองก็ไม่อยากให้เขาได้รับรู้...ถึง...ถึงแม้จะต้องโกหกปิดบัง...ฉันก็จะยอมทำเพื่อนายนะ การุรุมอน”

 

ด้วยคำพูดที่มาจากใจของกาโอกามอน  ทำให้การุรุมอนเริ่มรู้สึกถึงความเป็นห่วงที่ถูกส่งออกมาผ่านคำพูดของเพื่อนเขาคนนี้  เขาคิดว่าเขาไม่น่าที่จะมาทำตัวแบบนี้ใส่เพื่อนของเขาเลย  เพราะทุกครั้งที่เขาทำ  เขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจตามไปด้วยเหมือนกัน   ตั้งแต่ที่พวกเขาทั้งสองคบกันมา  มันก็มีเรื่องตั้งหลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเขาทั้งคู่  แต่ไม่ว่าเรื่องมันจะแย่มากสักแค่ไหน  พวกเขาก็ไม่เคยตัดขาดความเป็นเพื่อนออกจากกันได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว...เพราะอะไรล่ะ...ก็เพราะทั้งเขาและเพื่อนของเขาคนนี้...มีความผูกพันกันไม่ใช่หรือ

 

“เฮ้อ...เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้วล่ะ...กาโอกามอน” ในที่สุดการุรุมอนก็ได้ตอบแล้วหันหน้าไปยิ้มให้กับกาโอกามอนอย่างสบายใจ

 

“จริงหรอ...นายเข้าใจฉันแล้วใช่ไหม...นาย...นายไม่โกรธฉันแล้วใช่ไหม การุรุมอน” กาโอกามอนถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง  ซึ่งคำตอบที่เขาได้รับกลับมาก็คือ  การที่ได้เห็นการุรุมอนเพื่อนสนิทของเขาพยักหน้าแล้วเดินเข้ามากอดคอเขาไว้ด้วยเท้าหน้าข้างหนึ่ง  ทำให้เขารู้สึกดีใจมากอย่างบอกไม่ถูกเลย

 

“แต่ว่า กาโอกามอน...สัญญากับฉันได้ไหม ว่านายจะไม่ทำแบบนี้อีก...ฉันไม่ชอบการปิดบัง เพราะมันสื่อถึงความไม่ไว้ใจกัน...เข้าใจไหม...” การุรุมอนพูดบอกซึ่งกาโอกามอนเองก็รับคำอย่างทันทีทันใด

 

“แน่นอน ๆ การุรุมอน...ฉันสัญญา...สัญญาเลยนะว่า ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก...อย่าโกรธฉันอีกเลยนะ”

 

การุรุมอนพยักหน้ารับคำสัญญานั้นด้วยรอยยิ้มแล้วตบไหล่กาโอกามอนด้วยเท้าหน้าที่ยังคงพาดอยู่บนหลังคอเพื่อนของเขานั้น  “ฉันไม่ได้โกรธนายหรอกน่ะ...ช่างมันไปก็แล้วกัน กาโอกามอน...” เขาพูดกับกาโอกามอนแล้วเดินไปยืนอยู่ที่ลิฟต์ทำท่าที่จะขึ้นไปข้างบน “จะขึ้นไปเดินเล่นด้วยกันไหม กาโอกามอน...ข้างบนตอนนี้อากาศคงดีมาก ๆ เลยนะ...”

 

กาโอกามอนได้ยินเพื่อนสนิทของเขาเอ่ยปากชวนด้วยรอยยิ้ม  เขาจึงไม่ปฏิเสธที่จะหาช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้ได้พักผ่อนสมองไปด้วยกันกับการุรุมอน “เอาสิ...ฉันเองก็อยากเดินเล่นอยู่พอดีเหมือนกัน” เขาตอบแล้วก็เดินเข้าไปหาการุรุมอนที่ลิฟต์  ซึ่งพอเขาเข้าไปเรียบร้อยแล้ว  ลิฟต์มันก็เริ่มเลื่อนขึ้นไปข้างบนอย่างช้า ๆ ท่ามกลางแสงจันทร์ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาหาพวกการุรุมอน

 

*** วืออออ...ปึง ***

 

“เอาละ...ไปกันเถอะ กาโอกามอน...” การุรุมอนหันมาชวนกาโอกามอนหลังจากที่พวกเขาได้ขึ้นมาถึงพื้นข้างบน   เขามีความรู้สึกว่าคืนนี้อากาศมันช่างเย็นสบายและเงียบสงบดีจริง ๆ  อีกทั้งท้องฟ้าก็ยังปลอดโปร่งและไร้เมฆหนาจนเขาสามารถมองเห็นดวงดาวที่ส่องแสงอยู่ร่วมกับดวงจันทร์ได้เกือบทุกดวง 

 

“โอโห้...อากาศดีจังเลยนะ การุรุมอน” กาโอกามอนเอ่ยขึ้นแล้วหายใจเข้าไปลึก ๆ จนเขารู้สึกผ่อนคลายและหายใจออกมาอย่างช้า ๆ

 

“ใช่...บรรยากาศก็ดีมากเลยนะ กาโอกามอน” การุรุมอนตอบแล้วมองขึ้นไปดูดวงจันทร์ที่ส่องอยู่บนท้องฟ้า  ให้แสงสว่างของมันกระทบลงมาที่ใบหน้าเขาให้เต็มที่  “อืมมม...กาโอกามอน...ดูพระจันทร์ในคืนนี้สิ...มันช่างเต็มดวงและสว่างสดใสดีจริง ๆ เลย”

 

กาโอกามอนได้ยินเช่นนั้นก็มองขึ้นไปดูดวงจันทร์เหมือนกับการุรุมอน  “อือ นั่นสินะ...ฉันชอบมองดูพระจันทร์เต็มดวงอยู่แบบนี้จริง ๆ เลย...มันช่างสว่างสดใส และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกดีอยู่ตลอดเวลาเลย”

 

การุรุมอนหันไปหัวเราะเล็กน้อยแล้วก็เดินเข้ามากอดคอกาโอกามอนอีกครั้ง “ฮึ ๆๆๆ ก็ไม่ใช่เพราะชอบหรอกรึ...ไม่งั้นฉันก็คงไม่ได้ยินนายแอบหอนอยู่บ่อย ๆ ตอนที่เป็นกาโอมอนหรอก”

 

“เอ้ย การุรุมอน!!” กาโอกามอนอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจแล้วก็เกิดหน้าแดงขึ้นมาแบบกะทันหัน “นาย...นายรู้ด้วยหรอ...”

 

การุรุมอนหัวเราะอีกครั้งแล้วพูดแซวเพื่อนของเขาต่อไปอีก “เอ้า...จะไม่รู้ได้ยังไง...เสียงดังออกขนาดนั้น...ฉันว่านะ ฉันหอนเองยังจะไพเราะซะกว่าอีก ฮ่าๆๆๆ”

 

“บ้า!!...นายเนี่ยนะ..พูดอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย...” กาโอกามอนทำฟอร์มเพื่อปกปิดความอายแล้วผลักการุรุมอนด้วยความหมั่นไส้  “ไปเลย ๆ พอหายโกรธทีนี่เอาฉันใหญ่เลยนะ”

 

“ฮ่า ๆๆๆ ก็...เผอิญฉันนึกได้ก็เลยพูดออกมาน่ะ...จะอายทำไม...น่ารักออกจะตาย...” การุรุมอนถอยออกมาพูดแซวรอบสามซึ่งคราวนี้ทำเอากาโอกามอนหน้าแดงมากกว่าเก่าอีก

 

“เฮ้ย พอแล้วน่า...ฮึ้ย แซวจริง...หมั่นไส้!!” กาโอกามอนรู้สึกอายจนเริ่มทนไม่ได้  เขาจึงวิ่งกระโจนเข้ามาแกล้งการุรุมอนจนทั้งคู่ล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น

 

“นี่แน่ะ!!” “เอ้ย!!..” *** พับ...คลุก ๆๆๆ ***

 

การุรุมอนตกใจเล็กน้อยกับการจู่โจมแบบเด็ก ๆ ของกาโอกามอน  ซึ่งเขาก็ไม่ถือสาเพราะนาน ๆ ทีจะได้มีโอกาสมาเล่นกับเพื่อนสนิทของเขาแบบนี้  เขาจึงเริ่มผลัก ๆ ดัน ๆ แกล้งกาโอากามอนคืนบ้าง “แกล้งหรอ...แกล้ง ใช่ไหม ฮ่า ๆๆๆ”

 

“ฮ่าๆๆๆ การุรุมอนอ่ะ...”

 

และแล้วทั้งดิจิมอนสุนัขป่าและดิจิมอนสุนัขบ้านก็เริ่มวิ่งไล่แกล้งกันไปแกล้งมาอยู่อย่างสนุกนาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเย็นสบายราวกับว่าโลกนี้มีเพียงแค่เขากับเพื่อนรักของเขากันสองคนเท่านั้น

 

 

*************** กลับมาที่ปราสาทของดิจิมอนลึกลับ *****************

 

 

*** แว้ป แว้ป *** “หือ...เจ้ากลับมาแล้วรึ” ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดเอ่ยขึ้นแล้วกลับหลังหันไปมองดูแบล็คการุรุมอนที่กระโดดกลับออกมาจากช่องว่างต่างมิติที่เขาเพิ่งเสกมันขึ้นมา

 

“ข้ากลับมาแล้วครับ นายท่าน” แบล็คการุรุมอนกลับลงมายืนอยู่กับพื้นแล้วหันหน้าไปกล่าวรายงานตัวกับนายของเขา  ด้วยสภาพร่างกายที่มีร่องรอยของการต่อสู้กับอะไรบางอย่างปรากฏอยู่ด้วย  “นี่ครับนายท่าน...ข้านำสิ่งของที่ท่านต้องการมาได้แล้วครับ” แบล็คการุรุมอนพูดแล้วหลับตาลงเพื่อปลดปล่อยพลังอะไรบางอย่างออกมาจากหน้าผากของเขา

 

“ฮื่อออ...อืออออ” แบล็คการุรุมอนส่งเสียงกัดฟันออกมาเมื่อพลังนั้นเริ่มปรากฏออกมามากขึ้น ๆ จนมันได้ฟอร์มตัวเป็นก้อนพลังงานแห่งแสงสว่างสีขาวล่องลอยไปหาดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดตัวนั้น *** แว้ป ๆๆๆ...ครึก ๆๆๆ...ฟู่ ***

 

“ฮึๆๆ ขอบใจมาก แบล็คการุรุมอน...นี่แหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ” ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดยื่นเท้าหน้าข้างหนึ่งไปรับก้อนพลังนั้นมา  แล้วหลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิและก็เริ่มร่ายคาถาอะไรบางอย่าง  โดยคาถานั้นมันมีอนุภาพมากจนมันสามารถทำให้ก้อนพลังแห่งแสงสว่างนั้นกลายไปเป็นก้อนพลังแห่งความมืดได้ภายในไม่กี่นาที

 

*** ครึก ๆๆๆ...ครึก ๆๆๆ...ฟู่...*** “ฮึ ๆๆๆ...ฮ่า ๆๆ...แสงสว่างกับความมืดมันช่างแยกออกจากกันไม่ได้เลยจริง ๆ...ยิ่งมีแสงสว่าง...ความมืดก็ยิ่งมีตามมา...” ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดตัวนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างพออกพอใจแล้วค่อย ๆ ดูดกลืนพลังแห่งความมืดนั้นเข้าไปในตัวของเขาอย่างช้า ๆ “อาาา...นี่แหละ...พลังแห่งความมืดที่แท้จริง...พลังแห่งความมืดที่เกิดจากพลังแห่งแสงสว่าง...ตราบใดที่ข้ามีพลังนี้...ข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นและเก่งขึ้นจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยล่ะ...การุรุมอน...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างของโลกดิจิมอน...ฮ่า ๆๆๆ...ฮ่า ๆๆๆๆ...”

 

 

****************************

 

กลับมาที่การุรุมอนกับกาโอกามอน  ซึ่งหลังจากที่พวกเขาทั้งสองเล่นกันจนเหนื่อยแล้ว  พวกเขาก็ไปนอนหลับพักผ่อนอย่างมีความสุขอยู่ใต้อาคารร้างหลังหนึ่งของสถานีวิจัย   ลักษณะการนอนของทั้งคู่ใครเห็นก็คงจะว่าน่ารักไม่ใช่น้อยแน่ ๆ  เพราะการุรุมอนนั้นได้นอนหมอบลงไปที่พื้น  ส่วนกาโอกามอนก็นอนเอาคางไปพาดหลังการุรุมอนอย่างสบายใจ

 

ทั้งสองใช้เวลาในยามกลางคืนที่สวยงามไปอย่างคุ้มค่าตามที่ใจตัวเองต้องการ  จนกระทั่งแสงแดดยามเช้าก็เริ่มส่องออกมาจากสุดขอบโลกที่อยู่ห่างไกลออกไปจากพวกเขา

 

*** แว้ป ๆๆ...ฟู่...*** “อะ...อื้อ...เช้าแล้วหรอเนี่ย” การุรุมอนลืมตาขึ้นรู้สึกตัว  เมื่อแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ได้ส่องมากระทบกับใบหน้าของเขา   เขาได้ค่อย ๆ ยันตัวเองลุกขึ้นช้า ๆ แต่ก็รู้สึกว่ากาโอกามอนยังนอนหลับเอาคางพาดอยู่บนหลังของเขา  เขาจึงหันไปหัวเราะแล้วเรียกให้กาโอกามอนตื่น “กาโอกามอน...กาโอกามอน”

 

“อืม...หือ...มีอะไรหรือ การุรุมอน” กาโอกามอนสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมาถาม

“เช้าแล้ว...ตื่นเหอะ” การุรุมอนตอบแล้วดันตัวเองขึ้นมานั่ง  ทำให้กาโอกามอนต้องดันคางออกมาจากหลังของการุรุมอนตาม

 

ทั้งสองนั่งบิดตัวแล้วยืดเส้นยืดสายไปมาอยู่สักพักแล้วก็เดินอ้อมไปด้านหลังของอาคารเพื่อหาน้ำมาล้างหน้าล้างตา  เพราะข้างหลังนั้นมีแท้งน้ำขนาดใหญ่กับก๊อกน้ำอยู่  โดยการุรุมอนได้เข้าไปขอล้างหน้าก่อนแล้วตามด้วยกาโอกามอนเข้าไป

 

“ฮ้าาา...สดชื่นดีจัง”  กาโอกามอนเอ่ยขึ้นแล้วสะบัดหน้าไปมาเล็กน้อย  ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาการุรุมอนที่กำลังยืนมองดูดินแดนที่รกร้างว่างเปล่าอยู่รอบ ๆ สถานีวิจัยแห่งนี้  เขาคิดว่าพวกเขาอยู่ที่นี่มานานพอแล้ว  สมควรที่จะออกเดินทางไปหาพวกเพื่อนของเขาที่เหลือสักที  พัลมอน  ปาตามอน  และเซราฟิมอน  พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกันแน่นะ

 

“เรากำลังจะออกเดินทางแล้วใช่ไหม...” กาโอกามอนเดินมายืนข้าง ๆ การุรุมอนแล้วถาม  ซึ่งการุรุมอนก็ได้พยักหน้าตอบเขา

 

“ใช่...ไปกันเถอะ กาโอกามอน” การุรุมอนพูดแล้วทำท่าที่จะก้าวเท้าเดินแต่ว่า...

 

“เอ่อ เดี๋ยวก่อน...การุรุมอน” กาโอกามอนเรียกแล้วก้มหน้าลงไปด้วยความเขินอาย

 

“หือ...มีอะไรหรอ กาโอกามอน” การุรุมอนหันไปถาม

 

“ขอบ...ขอบคุณมากนะ...ขอบคุณ สำหรับความเป็นเพื่อนที่นายมีให้กับฉันเมื่อคืน” กาโอกามอนพูดด้วยเสียงที่เนิบ ๆ แล้วหน้าแดงมากขึ้น ๆ เพราะน้อยครั้งนักที่เขาจะมาพูดอะไรแบบนี้ให้การุรุมอนฟัง  โดยเฉพาะตอนที่อยู่ในร่างโตเต็มวัยที่น่าเกรงขามแบบนี้

 

“ฮึ ๆๆ ไม่เป็นไร กาโอกามอน...เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจะต้องมาขอบคุณกันเลย...พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกัน...และการที่พวกเราจะมีช่วงเวลาแบบนี้กันบ้าง มันก็ไม่เห็นจะสิ่งที่แปลกหรือพิเศษเลย...” การุรุมอนตอบแล้วยิ้มให้กับกาโอกามอนอย่างมีความสุข  ซึ่งกาโอกามอนเห็นดังนั้นก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาอย่างมากมาย

 

“อืมม...ฉันดีใจนะ ที่ได้นายมาเป็นเพื่อนสนิทเนี่ย...ฉันดีใจจริง ๆ เลย”

 

“ฮึ ๆๆ เอาล่ะ ๆ...พวกเราออกเดินทางกันเถอะ...เดี๋ยวพอแดดออกแรงมากกว่านี้เราจะหาที่หลบกันไม่ได้นะ” การุรุมอนพูดแล้วก็เริ่มเดินออกไปจากสถานีวิจัยนี้  โดยกาโอกามอนก็พยักหน้าแล้วเดินตามไปอย่างติด ๆ

 

เวลาผ่านไปแสงแดดก็เริ่มแรงขึ้น ๆ ตามที่การุรุมอนได้กล่าวเอาไว้  พวกการุรุมอนยังคงเดินอยู่ในดินแดนที่รกร้างอันกว้างใหญ่ไพศาล  ซึ่งยากนักที่จะหาอาคารสถานที่จะหลบแดดได้อีก  ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเดินต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้หยุดพัก

 

“อ่า การุรุมอน...ฉันชักจะไม่ไหวแล้วนะ...มันร้อนจังเลยอ่ะ” กาโอกามอนเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเริ่มรู้สึกทนไม่ไหวกับไอร้อนที่ล่องลอยขึ้นมาจากพื้นดินแห้ง ๆ แล้วมากระทบกับใบหน้าของเขา

 

“อืม นั้นสิ...ฉันเองก็ไม่คิดเลยนะว่า ที่นี่มันจะกว้างใหญ่ขนาดนี้...เดินมาตั้งนานแล้ว มันน่าจะมีป่าซะทีสิ” การุรุมอนตอบแล้วเริ่มมองออกไปไกล ๆ ซึ่งทันใดนั้นเขาก็เห็นบางสิ่งบางอย่าง “ฮ้า นั่นไงล่ะ...เจอแล้ว!!” เขาพูดขึ้นด้วยความดีใจ

 

“หือ มีอะไรหรอ การุรุมอน” กาโอกามอนเดินเข้าไปถามการุรุมอนอย่างช้า ๆ เมื่อเขาเริ่มออกอาการเหนื่อยเล็กน้อย

 

การุรุมอนหันมาตบไหล่เพื่อนสนิทของเขาเล็กน้อยแล้วชี้เท้าหน้าข้างหนึ่งไปยังจุดหมายที่อยู่ไกล ๆ ตรงหน้าพวกเขา “นั่นไง...ข้างหน้านั่น” เขายิ้มแล้วบอกให้กาโอกามอนมองไปตามทางที่เขาชี้

 

“หือ...ฮ้าา นั่นมัน...นั่นมัน...ป่านี่หน่า” กาโอกามอนอุทานขึ้นมาด้วยความดีใจ  หลังจากที่เขาได้เห็นพื้นที่สีเขียว ๆ ที่อยู่ไกล ๆ ขึ้นมา

 

การุรุมอนพยักหน้าแล้วสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ “ฮืมมม...เอาล่ะ...อย่ารอช้ากันเลย กาโอกามอน...ไปกันเถอะ”

 

“ได้เลย ๆ...ฉันร้อนจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย...ไปเถอะ ๆ” กาโอกามอนรีบตอบแล้วตั้งท่าที่จะวิ่งออกไป

 

“ฮึ ๆๆๆ โอเค...งั้นไปกันเล้ย!!” การุรุมอนพูดให้สัญญาณแล้วก็เริ่มวิ่งออกไปยังป่าแห่งนั้น

 

“เอ้า รอด้วยสิ การุรุมอน!!” กาโอกามอนพูดแล้วก็รีบวิ่งตามการุรุมอนไปอย่างรวดเร็วจนฝุ่นตลบไปหมด

 

ด้วยความไวของฝีเท้า  ทำให้ทั้งการุรุมอนและกาโอกามอนสามารถไปถึงป่าได้ภายในไม่กี่นาที  แต่ว่าทั้งคู่ก็ต้องมาหยุดยืนหอบอยู่ที่ทางเข้าด้วยความเหนื่อยอ่อนแทน

 

“เฮ้อ...เฮ้อ...ในที่สุดก็มาถึงซะที” กาโอกามอนพูดแบบหอบ ๆ แล้วหันไปมองการุรุมอน  ซึ่งเขาก็เห็นเพื่อนสนิทของเขากำลังหลับตารวบรวมสมาธิเพื่อให้ร่างกายของเขาค่อยปรับตัวลดความเหนื่อยออกไปด้วยตัวของมันเอง

 

“ฟู่...เอาล่ะ นายเป็นยังไงบ้าง...ดีขึ้นแล้วรึยัง...”  การุรุมอนหันไปถามกาโอกามอนหลังจากที่เขาเริ่มหายเหนื่อย

 

“ก็...โอเคแล้วล่ะ...เฮ้อออ...” กาโอกามอนตอบแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเป็นการผ่อนคลาย

 

การุรุมอนพยักหน้าแล้วหันไปมองดูสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัว   มันเป็นป่าที่ดูกว้างใหญ่และมีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นอยู่เยอะพอสมควร  แสงแดดที่เคยส่องออกมาอย่างเต็มที่นั้น  ตอนนี้มันก็ถูกต้นไม้หลาย ๆ ต้นบดบังจนเหลือช่องว่างให้ส่องลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  ทำให้เกิดความร่มเย็นแก่พวกการุรุมอนเป็นอย่างมาก  “ลองเดินเข้าไปสำรวจดูเถอะ กาโอกามอน” เขาพูดแล้วเริ่มเดินนำทางเพื่อนสนิทของเขาเข้าไป

 

“อืม...ร่มรื่นดีจังเลยนะ การุรุมอน” กาโอกามอนเอ่ยขึ้นมาเมื่อเขารู้สึกว่ายิ่งเดินเข้าไป  ต้นไม้มันก็ดูเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

“นั่นสินะ...” การุรุมอนตอบแล้วเดินต่อไปจนกระทั่งเขาเห็นสิ่งก่อสร้างบางอย่างปรากฏขึ้นมาอยู่ไม่ไกลไปจากเขา   มันคล้ายกับซากโบราณสถานกลางป่าที่รกร้าง  ไม่มีผู้คนคอยเฝ้าดูแล

 

“หือ...นั่นมันอะไรน่ะ...” กาโอกามอนเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเริ่มเห็นสิ่งก่อสร้างนั้นเช่นกัน

การุรุมอนยืนคิดพิจารณาอยู่สักพักแล้วพูดออกมา “ลองเข้าไปดูกันเถอะ”

 

หลังจากนั้นการุรุมอนและกาโอกามอนจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งนั้น  ซึ่งยิ่งเข้าไปลึกมากขึ้น ๆ พวกเขาก็รู้สึกว่ามันก็มีความเงียบสงัดมากขึ้น ๆ ตามมาเช่นกัน  มันมีแต่ต้นไม้รกทึบตามทางเดินและเริ่มมีซากก้อนอิฐที่ถล่มลงมาจากสถานที่แห่งนั้นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นจนกระทั่งพวกเขามาถึงประตูทางเข้า

 

“...โอ้โห การุรุมอน...”

“ที่นี่...ที่นี่มัน...”

 

ทั้งกาโอกามอนและการุรุมอนต่างก็ตกตลึงกับสิ่งก่อสร้างที่อยู่ตรงหน้าเพราะมันคือซากปิรามิดอีกแล้ว  ปิรามิดที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้ต่างจากที่อยู่ในทะเลทรายมาก  มันดูโทรมและแตกหักจนแทบจะไม่เหลือเค้าของปิรามิดนอกจากรูปทรงที่บ่งบอกว่ามันมียอดแหลมขึ้นไปบนนั้น  ต้นไม้ก็ขึ้นรก  สีก้อนอิฐก็ซีดเหลืองสลับกับสีเขียวที่เกิดมาจากตะไคร่น้ำ  ทุกสิ่งดูเก่าแก่และผ่านกาลเวลามายาวนานเหมือนกับโบราณสถานทั่ว ๆ ไป   แต่ว่ามันก็มีบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาดและสามารถทำให้พวกการุรุมอนตกตะลึงได้อยู่อย่างนั้น   มันก็คือรูปปั้นของสุนัขป่าสองตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างประตูทางเข้าที่จะพาไปยังข้างในนั้น

 

การุรุมอนเดินเข้าไปมองรูปปั้นสุนัขป่าเหล่านั้นแล้วจู่ ๆ ก็มีภาพอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีก  มันเป็นภาพของสุนัขป่าสีขาวกับสีดำสองตัวกำลังยืนรับพลังบางอย่างจากใครอยู่แล้วภาพก็ตัดไป

 

** แว้ป ๆๆ เปรี้ยง!! **

 

“อ๊ะ!!...” การุรุมอนอุทานแล้วสะดุ้งตื่น

 

“การุรุมอน..เป็นอะไรหรือเปล่า” กาโอกามอนสังเกตเห็นจึงเดินเข้าไปถาม

 

“มะ...ไม่มีอะไรหรอก...ลองเข้าไปดูกันเถอะ”

 

การุรุมอนสะบัดหน้าไปมาเล็กน้อยแล้วเริ่มเดินเข้าไปในซากปิรามิดแห่งนั้นพร้อมกับกาโอกามอนที่เดินตามหลังเข้าไป   สิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นอย่างแรกคือห้องโถงใหญ่ที่มีรูปปั้นสุนัขเก่า ๆ ขึ้นอยู่เต็มไปหมด  โดยแต่ละตัวนั้นก็มีกิริยาท่าทางที่ต่างกันออกไป  “ดูเหมือนว่าคนที่นี่จะบูชาสุนัขกันนะ การุรุมอน” การุรุมอนได้ยินเพื่อนของเขาพูดแล้วก็เดินต่อไปเข้าไปอีกห้องซึ่งคราวนี้เป็นห้องใหญ่และเป็นห้องในสุดของซากประรักหักพังแห่งนี้   สิ่งที่ปรากฏอยู่รายรอบในห้องดังกล่าวไม่มีอะไรเลยนอกจากภาพวาดตามฝาผนังพร้อมกับข้อความภาษาดิจิมอนที่ถูกเขียนอยู่บนนั้น

 

“อือ...สงสัยที่นี่จะเป็นห้องเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ไว้”  กาโอกามอนเอ่ยขึ้นอีกครั้งแล้วเดินไปดูภาพหนึ่งที่อยู่บนผนังข้าง ๆ เขา  ในขณะที่การุรุมอนก็ยังคงมองไปรอบ ๆ เหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่ “เฮ้ การุรุมอน...ภาพนี้นี่เหมือนภาพที่เคยเจอในสถานีวิจัยนั้นเลย...”

 

“ห๊ะ...จริงหรอ...” การุรุมอนอุทานแล้วรีบเดินไปดู  ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นภาพเดียวกับที่เขาเห็นในสถานีวิจัยจริง ๆ ด้วย  ภาพของสุนัขป่าสองตัวกำลังขับไล่ปีศาจร้ายอยู่   ความแตกต่างของภาพนี้กับภาพที่เขาเคยเห็นมันอยู่ตรงที่ข้อความ  เพราะมันดูเยอะกว่าและชัดเจนกว่า  แสดงว่าภาพนี้คงเป็นต้นแบบของจริง  ส่วนที่เห็นในสถานีวิจัยนั้นมันคงคัดลอกมาจากที่นี่

 

“แสงสว่างกับความมืดคือฝาแฝด...แยกกันไม่ได้เปรียบใดหา...ต่อให้โลกนี้ดับสูญวายชีวา...แสงสว่างและเงามืดจะอยู่ไป...” การุรุมอนอ่านข้อความที่เขียนอยู่บนผนังแล้วก็รู้สึกเข้าใจในความหมายของมัน  ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ก้มลงไปอ่านคำอธิบายต่อด้านล่างโดยมีข้อความดังต่อไปนี้

 

“หลายร้อยปีนานมาแล้ว...มีเทพแห่งทิศตะวันตกผู้หนึ่งที่ได้รับพลังแห่งแสงสว่างและพลังแห่งความมืดมาไว้อยู่ในกำมือ...พระองค์ทรงมีความเมตตาและได้สร้างอาณาจักรแห่งใหม่ขึ้น ณ ดินแดนแห่งตะวันตก  ซึ่งสถาปนาให้เป็นดินแดนที่มีอำนาจทัดเทียมกับดินแดนอื่น ๆ ในโลกแห่งนี้...ด้วยพลังอำนาจของเทพแห่งทิศตะวันตก  พระองค์ได้สร้างผืนป่าและผืนน้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่ชาวบ้านได้อยู่กันอย่างสุขสบายโดยไม่ได้หลังผลตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น...เทพแห่งทิศตะวันตกผู้นี้เป็นผู้ที่มีความสามารถมาก...พระองค์คือสัตว์เทพแห่งตะวันตกที่มีกองทัพเป็นฝูงสุนัขป่าที่ดุร้ายและแข็งแกร่ง  ซึ่งกองทัพทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดยผู้อารักขาของพระองค์ที่เป็นสุนัขป่าสองตน...ตนหนึ่งจะเป็นผู้นำทัพแห่งกองกำลังสีขาว  ส่วนอีกตนจะเป็นผู้นำทัพแห่งกองกำลังสีดำ...”

 

“เห...เทพแห่งทิศตะวันตก...งั้นก็แสดงว่าที่ที่พวกเราอาศัยอยู่คือ ดินแดนแห่งทิศตะวันตกสินะ” กาโอกามอนเอ่ยให้ความเห็น  ซึ่งการุรุมอนก็พยักหน้าตอบแล้วอ่านต่อ

 

“ด้วยความสามารถของผู้นำทัพทั้งสองตนนี้  ทำให้ทั้งสองได้รับความไว้วางใจจากเทพแห่งทิศตะวันตกและทำให้ดินแดนแห่งนี้ได้พบกับความสงบสุขมาโดยตลอด...จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง...วันที่เหล่าปีศาจร้ายได้นำทัพบุกมาถึงดินแดนแห่งทิศตะวันตก...ผู้นำทัพปิศาจร้ายที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดได้บุกเข้ามาถึงในวังของเทพแห่งทิศตะวันตกและได้ทำการต่อสู้กันกลางห้องโถง...พลังของทั้งคู่ร้ายกาจและรุนแรงมากจนผลสุดท้ายผู้นำทัพแห่งปีศาจก็ได้พ่ายแพ้และถูกจองจำให้อยู่ใต้โลกใบนี้ด้วยพลังของเทพแห่งทิศตะวันตก...”

 

“โห...ความเป็นมาของที่นี้เป็นอย่างนี้เองหรอ...ก็ถือว่าจบลงด้วยดีนะ การุรุมอน”

 

“ฉันคิดว่าไม่หรอก กาโอกามอน...นี่ยังมีข้อความอีกตรงนี้” การุรุมอนชี้ให้ดูแล้วอ่านต่ออีก

 

 “หลังจากที่เทพแห่งทิศตะวันตกได้ปิดผนึกปีศาจที่ชั่วร้ายไปแล้ว...พระองค์ก็ได้สูญสิ้นพลังและใกล้เข้าสู่ห้วงแห่งความตาย...สิ่งที่พระองค์ได้หลงเหลือไว้ก็คือ พลังแห่งแสงสว่างและพลังแห่งความมืดที่พระองค์มี  ซึ่งพระองค์ได้ถ่ายทอดมันออกมาให้แก่สุนัขป่าผู้อารักขาทั้งสองตนนั้น...ตนหนึ่งได้รับพลังแห่งแสงสว่างกลายเป็นผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...ส่วนอีกตนก็ได้พลังแห่งความมืดกลายเป็นผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...ห๊ะ...นี่มัน...นี่มัน!!”

 

การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจกับข้อความส่วนสุดท้ายนี้   นี่คือประวัติของผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างและผู้กุมกุญแจแห่งความมืดนี่เอง   จากที่เขาอ่านมาเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า  ที่ที่พวกเขาอยู่นี่คือดินแดนแห่งตะวันตก...ดินแดนที่เคยปกครองโดยเทพแห่งทิศตะวันตกที่มีผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างและกุญแจแห่งความมืดคอยอารักขาอยู่...สิ่งที่เขาอยากรู้ต่อไปก็คือหลังจากนั้นมันเกิดอะไรกันขึ้น...แล้วเรื่องนี้ทำไมมันถึงเกี่ยวข้องกับเขา  เขาจึงเดินไปดูที่ภาพถัดไป  ซึ่งภาพดังกล่าวได้แสดงรูปของสุนัขป่าสีขาวกับสุนัขป่าสีดำกำลังรวมร่างกันเพื่อจัดการกับปีศาจร้าย  โดยข้างใต้นั้นก็มีข้อความปรากฏอยู่อีกด้วย

 

“ต่อมาวันหนึ่งความหายนะก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อปีศาจร้ายได้ถูกปลดปล่อย...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างและผู้กุมกุญแจแห่งความมืดจึงกลายเป็นสิ่งเดียวที่จะขับไล่มันออกไปได้...พลังของทั้งสองคือกุญแจในการเปิดผนึกพลังแห่งเทพพระเจ้าซึ่งไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นมาก่อนนอกจากปีศาจร้ายตนนั้น...พลังอันร้ายกาจที่โลกนี้ไม่เคยมีได้ถือกำเนิดขึ้นและแผลงฤทธิ์ให้ปีศาจตนนั้นได้กลับไปอยู่ในที่ของมันอีกครั้งได้ในที่สุด...และนับจากนั้นเป็นต้นมา...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างและผู้กุมกุญแจแห่งความมืดก็ได้หายสาบสูญไป...”

 

ข้อความได้มาจบถึงตรงนี้และหลังจากนั้นก็ไม่มีภาพอะไรที่เกี่ยวข้องอีกบนฝาผนัง  แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้การุรุมอนเริ่มเข้าใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาสงสัย...บางทีเขาอาจจะเป็นร่างในอดีตของสุนัขป่าสีขาวตัวนั้นก็เป็นได้...หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาอาจจะถูกพลังแห่งแสงสว่างเลือกเอาไว้เหมือนตอนที่เทพแห่งทิศตะวันตกได้เลือกสุนัขป่าผู้อารักขาเขามาเป็นผู้กุมกุญแจ

 

“การุรุมอน...นายเป็นอะไรหรือเปล่า” กาโอกามอนเรียกการุรุมอนเมื่อเขาเห็นเพื่อสนิทของเขาได้นิ่งไป

 

“ห๊ะ...อ๋อ ฉันไม่เป็นไรหรอก...อืม ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าที่นี่จะมีประวัติที่น่าสนใจมากขนาดนี้” การุรุมอนสะดุ้งหันมาตอบแล้วพยายามยิ้มออกมา  แต่ดูเหมือนว่ากาโอกามอนจะรู้อยู่เหมือนกันว่าเขาคิดอะไรอยู่

 

“นายกำลังสงสัยใช่ไหมว่า นายคือ ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...” กาโอกามอนขอพูดแบบตรง ๆ เพราะเขาเองก็อยากรู้คำตอบให้แน่ชัดเช่นกัน

 

การุรุมอนได้ยินกาโอกามอนถามเช่นนั้น  เขาก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปกปิดอีก  เขาจึงตอบออกมา “ใช่...พวกดิจิมอนชั่วร้ายมันเคยเรียกฉันแบบนั้น...ฉันเองก็ยังสับสนอยู่ว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง...แล้วทำไมถึงต้องเป็นฉัน”

 

กาโอกามอนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี  เขาจึงได้แต่พยักหน้าแล้วตบไหล่เพื่อนของเขาเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

 

 

To be continued

 

Back to Part XIII    Go to Part XV

Free Web Hosting