Digimon Adventure Special Edition
----- Part XIV : Heart of Garurumon, Can we back to be friends ? -----
Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก
หลายสิ่งหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไปหลังจากที่การุรุมอนได้รู้ข้อเท็จจริงบางอย่างมาจากห้องเก็บรูปภาพโบราณห้องนั้น ทั้งเหตุการณ์ที่อยู่ในภาพ เหตุการณ์ที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา เสียงลึกลับที่อธิบายถึงภาพที่เขาเห็น และสุดท้ายก็คือความรู้สึกที่ไม่ค่อยพอใจกับการกระทำของกาโอกามอน ที่ปิดบังสิ่งเลวร้ายที่เขาได้ทำลงไปเอาไว้...
การุรุมอน...นายดูแปลก ๆ นะ...เป็นอะไรหรือเปล่า กาโอกามอนเอ่ยถามการุรุมอนในขณะที่เดินออกมายืนอยู่ที่ห้องควบคุมที่เพิ่งถูกไฟไหม้ไปซึ่งตอนนี้ไฟก็เริ่มดับมอดลงไปเรื่อย ๆ แล้ว
ฉันไม่ได้เป็นอะไร กาโอกามอน...แค่เหนื่อยนิดหน่อย การุรุมอนอ้างแล้วพยายามทำตัวให้เหมือนปกติโดยทำหน้าวางเฉยแล้วเดินไปสำรวจประตูอีกบานหนึ่งที่ยังคงปิดอยู่ทางด้านขวา ซึ่งในระหว่างนั้นเพื่อน ๆ คนอื่นก็วิ่งเข้ามาในห้องพอดี
อ๊ะ การุรุมอน...นายอยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วยแฮะ... อากุมอนเอ่ยขึ้นเมื่อมาถึงก่อนคนอื่น ๆ
พวกนายหายดีแล้ว...ใช่ไหม การุรุมอนหันไปถามอากุมอนแล้วมองเพื่อนคนอื่น ๆ เล็กน้อย
พวกเราอาการดีขึ้นแล้วล่ะ...ขอบใจนะที่เป็นห่วงพวกเรา ปิโยมอนเธอตอบการุรุมอนแทนอากุมอนให้หลังจากที่เธออยากจะขอบคุณการุรุมอนเขา
การุรุมอนพยักหน้าแล้วหันไปมองที่ประตูบานนั้นอีกครั้ง เอาล่ะ...ไหน ๆ ก็ลงมาแล้ว...ขอฉันสำรวจดูหน่อยล่ะกันว่าที่นี่มันมีอะไรซ่อนไว้อยู่อีก การุรุมอนหายใจเข้าลึก ๆ กลับหลังหันแล้วก็ถีบประตูเข้าไปอย่างแรง
ย๊ากก!!... ** โครม!! **
เอ้ย การุรุมอน...ไม่เห็นจะต้องรุนแรงแบบนั้นเลย กาโอกามอนอุทานขึ้นเมื่อเห็นการุรุมอนมีท่าทีที่แปลก ๆ เขาทำราวกับว่าเขาเพิ่งไปโกรธใครมายังไงยังนั้น แรงที่การุรุมอนเตะไปทำให้ประตูเหล็กทั้งบานกระเด็นลอยละลิ่วเข้าไปกระแทกกับของในห้องเสียงดังลั่น
โหยย...น่ากลัวแฮะ โกมามอนพูดเบา ๆ กับตัวเองและสะกิดถามอากุมอน เน่ๆๆ อากุมอน...การุรุมอนเขาเป็นอะไรไป
อากุมอนหันไปส่ายหน้าอย่างด้วยความงง ฉันเองก็ไม่รู้...พวกเราเพิ่งเข้ามา จะไปรู้ได้ยังไงล่ะ
ฉันว่าเขาดูเครียด ๆ นะ ปิโยมอนก้มไปกระซิบพูดกับทั้งสองแล้วมองการุรุมอนด้วยความสงสัย บางทีเขาอาจจะมีเรื่องกลุ้มอยู่ในใจก็ได้
กาโอกามอนยืนนิ่งมองดูเพื่อนสนิทของเขาเดินเข้าไปในห้องอย่างเงียบ ๆ โดยในใจของเขาก็เริ่มรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่างเข้าซะแล้ว ...การุรุมอน...
เมื่อห้องห้องใหม่ที่ถูกพังประตูเข้ามาได้ตรวจพบสิ่งที่เคลื่อนไหว ระบบต่าง ๆ ในห้องก็ได้เริ่มทำงานพร้อมกับแสงไฟที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นทีละส่วน ๆ เผยให้การุรุมอนได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ภายในได้ชัดเจนขึ้น
หือ...นี่มัน... การุรุมอนเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเห็นบางสิ่งบางอย่างได้ปรากฏขึ้นอยู่ตรงกลางห้อง รูปร่างและลักษณะของมันคล้ายกับ แท่นวาร์ป ที่มีหลอดแคปซูลส่องแสงอยู่ภายใน ด้านข้างก็มีแผงควบคุมระบบที่มีข้อความบางอย่างแสดงขึ้นบนจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กตรงนั้น ซึ่งพอการุรุมอนได้เดินเข้าไปอ่านดูเขาก็พบว่า หือ...เกาะไฟล์...เกาะไฟล์ อย่างนั้นหรอ!!
มีอะไรหรอ การุรุมอน กาโอกามอนรีบเดินเข้ามาเมื่อเขาได้ยินเสียงการุรุมอน
เกาะไฟล์...นี่คือ แท่นวาร์ป ที่จะพาไปยังเกาะไฟล์!!... การุรุมอนตอบ
ว่ายังไงนะ...เกาะไฟล์อย่างนั้นหรอ.... อากุมอนได้ยินเข้าจึงได้วิ่งเข้ามาดูพร้อม ๆ กับคนอื่น ซึ่งทันทีที่พวกเขาเห็นสิ่งที่เรียกว่าแท่นวาร์ป พวกเขาก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
การุรุมอนยืนนิ่งมองดูแท่นวาร์ปนั้นไปอยู่สักพักแล้วก็เริ่มพูดออกมา ไม่นึกเลยนะ...ไม่นึกเลยนะว่า พวกศัตรูจะมีหนทางที่บุกเข้ามาในเกาะไฟล์ของเราได้ง่ายขนาดนี้...คราวที่แล้วก็ประตูมิติในถ้ำของแวนเดมอน...คราวนี้ก็มาแท่นวาร์ปนี่อีก...ฉันชักจะเป็นห่วงบ้านเกิดของพวกเราซะแล้วสิ...
ทุกคนในกลุ่มต่างก็นิ่งเงียบอยู่ไปสักพักหลังจากที่การุรุมอนพูด โกมามอนนึกอะไรบางอย่างออกจึงเริ่มพูดให้ความเห็นออกมา งั้น...พวกเราก็กลับบ้านกันเถอะ...
กลับ...บ้านหรอ... การุรุมอนเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินโกมามอนพูดแบบนั้นออกมา ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้นึกถึงบ้านของตัวเองขึ้นมา
อืม...กลับบ้านหรอ... กาโอกามอนเอ่ยตามแล้วเริ่มนึกถึงบ้านการุรุมอนที่เขาอาศัยอยู่เช่นกัน
กลับบ้าน...นั่นสินะ...พวกเรากลับบ้านกันเถอะ... อากุมอนเริ่มพูดชักชวนทุกคนแล้วเดินเข้าไปหากาโอกามอน กาโอกามอน...นายกับการุรุมอนก็สู้มาจนเหนื่อยมาก...พวกนายน่าจะกลับไปพักสักหน่อยนะ...
ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็กลับเกาะไฟล์กันเถอะนะ... กาโอกามอนพยักหน้ายิ้มแล้วหันไปถามการุรุมอน แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไร การุรุมอนก็ตอบออกมาก่อนซะแล้ว
ฉันยังไม่กลับหรอก...ถ้าพวกนายอยากกลับ เดี๋ยวฉันจะเป็นคนส่งพวกนายกลับไปให้เอง
หา...ทำไมล่ะ การุรุมอน!! กาโอกามอนเอ่ยถามด้วยความแปลกใจในสิ่งที่การุรุมอนพูดออกมา
การุรุมอนหันหลังแล้วเดินออกไปดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องแล้วก็พูดต่อ เพราะว่าพวกดิจิมอนชั่วร้ายยังคงอยู่น่ะสิ...ถึงแม้ว่าพวกเราจะกลับไปแล้ว แต่พวกเราจะแน่ใจได้ยังไงว่าพวกเราจะปลอดภัยจากการรุกรานของพวกมันอีก...และอีกอย่าง...เซราฟิมอน...ปาตามอน และ พัลมอน พวกเราก็ยังหาตัวพวกเขาไม่เจอเลย...ฉันคิดว่าพวกเขาคงต้องอยู่ด้วยกัน ณ ที่ไหนสักแห่งหนึ่งในดินแดนแห่งนี้แน่ ๆ...
อืม...จริงด้วยสินะ...พวกเราก็ยังหาคนอื่นที่เหลือไม่พบเลย กาโอกามอนก้มหน้าตอบด้วยความเข้าใจ ในขณะที่พวกอากุมอนที่ยืนฟังอยู่ข้างหลังก็รู้สึกเข้าใจตามเช่นกัน
ถ้าอย่างนั้น พวกเราก็ออกไปตามหาคนอื่น ๆ ด้วยกันสิ แล้วค่อยกลับเกาะไฟล์พร้อมกันทีเดียวเลยดีไหม เท็นโทมอนขอออกความเห็นบ้าง ซึ่งพอปิโยมอนได้ยินเธอก็พูดเสริมขึ้นตามมาเช่นกัน ฉันเองก็เห็นด้วยนะ...เราน่าจะช่วยกัน จะได้เจอตัวพวกเขาได้เร็วมากขึ้น
การุรุมอนหันกลับมามองพวกอากุมอนแล้วส่ายหัวปฏิเสธกับข้อคิดเห็นของพวกเขา ไม่ได้หรอก...มันอันตรายเกินไป...พวกนายก็เปลี่ยนร่างไม่ได้ คงสู้ดิจิมอนชั่วร้ายพวกนั้นไม่ได้หรอก...และก็อีกอย่าง พวกนายก็เห็นแล้วนี่ ว่าพวกมันสามารถทำร้ายพวกนายได้อย่างง่ายดาย...สามารถทำได้ แม้กระทั่งใช้พวกนายให้มาต่อสู้กับฉันได้ คิดดูล่ะกัน...
ด้วยเหตุผลของการุรุมอนทำให้พวกอากุมอนได้นึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นอีกครั้งแล้วก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่พวกเขาได้ทำลงไป พวกเขาจึงได้แต่พยักหน้าตอบแล้วรอให้การุรุมอนเป็นคนตัดสินใจเรื่องทั้งหมดแทน
ฉันคิดว่า พวกนายทั้งหมดกลับเกาะไฟล์ไปซะ...แล้วเรื่องการตามหาคนอื่น ๆ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเองล่ะกัน
การุรุมอน...แต่ว่า นายจะสู้เพียงคนเดียวงั้นหรอ...นายแน่ใจหรอว่าจะไม่เป็นอะไร อากุมอนเอ่ยถาม
ใครบอกว่าเขาจะสู้เพียงคนเดียวล่ะ...นี่...ฉันเองก็ยังอยู่ด้วยทั้งคน กาโอกามอนพูดขึ้นแล้วเดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ การุรุมอน
...... การุรุมอนไม่ได้พูดอะไรกับการแสดงออกของกาโอกามอนนอกจากจะทำหน้าเฉย ๆ เท่านั้น
งั้นก็ดีแล้วล่ะ...ถ้ามีกาโอกามอนอยู่ด้วย...พวกเราก็หมดห่วง ปิโยมอนพูดออกมา ซึ่งคำพูดของเธอนั้นมันทำให้การุรุมอนรู้สึกเคืองแล้วเริ่มคิดว่า ตัวเขาเองนั้นร้ายกาจมากนักหรือไง ที่จะต้องมีกาโอกามอนมาคอยคุมเขาอยู่ตลอดเวลา
งั้นหรอ...ฉันคงเป็นตัวปัญหาสำหรับพวกเธอมากเลยสินะ...ถึงได้ฝากให้กาโอกามอนมาคอยดูแลฉัน การุรุมอนเริ่มพูดประชดซึ่งทำให้ปิโยมอนเธอต้องรีบอธิบายตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
ไม่ใช่นะ การุรุมอน...ฉันไม่ได้หมายความว่ายังนั้น...พวกเราแค่เป็นห่วงเธอเอง
กาโอกามอนรู้สึกว่าบรรยากาศการสนทนาของทั้งสองเริ่มไม่ค่อยดี เขาจึงเดินเข้ามาพูดอธิบายให้การุรุมอนได้เข้าใจ เฮ้ย การุรุมอน นายเป็นอะไรไป...ใจเย็น ๆ หน่อยสิ
การุรุมอนหันไปมองหน้ากาโอกามอนแล้วผลักเขาออกไป นายไม่ต้องมายุ่งได้ไหม...ฉันก็แค่...ฮึ่มม... เขาพูดแล้วถอนหายใจออกมา ก่อนที่จะหันหลังกลับไปนั่งสงบสติอารมณ์อย่างเงียบ ๆ
การุรุมอน...นายคงจะเหนื่อยและก็เครียดเกินไปน่ะ...พักสักหน่อยนึงก็ได้นะ...เดี๋ยวฉันจะเป็นคนส่งพวกอากุมอนกลับไปเองก็ล่ะกัน กาโอกามอนเดินเข้าไปพูดแล้วก็กลับไปที่แท่นวาร์ป
การุรุมอนถอนหายใจอีกครั้งแล้วได้หันหลังกลับมาพูดกับปิโยมอนเมื่อเขาเริ่มรู้สึกใจเย็นลงขึ้นมาบ้างแล้ว อืม...ขอโทษนะ ปิโยมอน...ฉันแค่หงุดหงิดไปหน่อยน่ะ
ฉันเข้าใจ การุรุมอน...เธอคือคนสำคัญของพวกเรานะ...ยังไงซะ อย่าหักโหมกับการต่อสู้จนเกินไปล่ะ... เธอพูดออกมาแล้วก็เห็นการุรุมอนพยักหน้าให้ เธอก็เลยรู้สึกดีขึ้นมาเหมือนเดิมอีกครั้ง
เอาล่ะ งั้นพวกเราก็กลับบ้านกันเถอะ โกมามอน ปิโยมอน เท็นโทมอน... อากุมอนยืนบิดตัวไปมาเล็กน้อยแล้วก็เดินเข้าไปในแคปซูลเป็นคนแรก
งั้นก็ โชคดีนะ กาโอกามอน การุรุมอน โกมามอนกล่าวกับเพื่อน ๆ แล้วก็เดินตามอากุมอนเข้าไปพร้อม ๆ กับปิโยมอน
เท็นโทมอนคือคนสุดท้ายที่กำลังจะเดินเข้าไป เขาจึงใช้เวลาที่เหลือพูดกับกาโอกามอนเล็กน้อย กาโอกามอน...ยังไง ฉันก็ฝากนายดูแล การุรุมอนเขาด้วยนะ พอเท็นโทมอนพูดประโยคนี้เสร็จเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงขยับตัวเข้าไปใกล้กาโอกามอนแล้วกระซิบเบา ๆ ...นายคงรู้นะว่า การุรุมอนเขากำลังเป็นอะไรอยู่...ฉันขอฝากให้นายช่วยเขาด้วยนะ...
กาโอกามอนเข้าใจความหมายแล้วพยักหน้าตอบ ฉันเข้าใจ เท็นโทมอน...การุรุมอนเขาเป็นเพื่อนสนิทฉัน ยังไงฉันจะไม่ทิ้งเขาแน่ เขาตอบแล้วก็ส่งตัวเท็นโทมอนเข้าไป
การุรุมอนหันกลับไปมองดูพวกอากุมอนที่ยืนอยู่ในหลอดแคปซูลแล้วก็ยิ้มให้ เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขาจะไม่เป็นไรหลังจากที่พวกเพื่อน ๆ เขาถูกส่งตัวกลับไปแล้ว ขอให้โชคดีนะ ทุกคน...กลับไปบอกคนอื่น ๆ ด้วยนะว่า พวกฉันสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงนะ
พวกอากุมอนได้ยินเสียงของการุรุมอน ต่างก็พยักหน้าแล้วก็โบกไม้โบกมือลาการุรุมอน ก่อนที่แสงสว่างจากตัวแท่นวาร์ปได้ส่องออกมาแล้วก็ทำให้พวกเขาทั้งหมดได้หายไป
*** แว้ป ๆๆๆ...ฟู่...***
ฮืม...จะว่าไปแล้วก็อดอิจฉาพวกเขาไม่ได้นะ การุรุมอน...พวกเขาได้กลับบ้านกันไปซะแล้ว...ต่อไปก็เหลือแต่พวกเราสองคนอีกครั้งนึงละ กาโอกามอนหันกลับมาพูดกับเพื่อนสนิทของเขาแล้วเดินเข้ามานั่งถอนหายใจอยู่ข้าง ๆ
ทำยังไงได้...พวกเรา คือ ความหวังของพวกเขานี่... การุรุมอนตอบสั้น ๆ แล้วก็เอียงตัวลงไปนอนที่พื้นเย็น ๆ เพื่อพักเหนื่อย ฮืม...นายจะว่าอะไรไหม ถ้าฉันจะขอนอนพักที่นี่สักคืน...วันนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยยังไงก็ไม่รู้...
กาโอกามอนได้ยินเช่นนั้นแล้วพยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม ได้สิ การุรุมอน...ฉันเองก็อยากพักเหมือนกัน...ป่านนี้ข้างนอนนั่นก็คงเย็นแล้ว...ขืนเดินทางต่อไปก็คงไม่มีที่พักค้างแรมอยู่ดีนั่นแหละ
อือ...ขอบใจนะ กาโอกามอน การุรุมอนพูดตอบเบา ๆ แล้วก็หลับตาลงพักผ่อนอย่างสงบ
ไม่เป็นไรหรอก การุรุมอน...นายพักให้เต็มที่เถอะนะ กาโอกามอนยิ้มมองดูเพื่อนของเขาอยู่ไปสักพักแล้วก็เริ่มหลับตานอนลงไปด้วยกันกับการุรุมอน
****************************
เอาล่ะ แบล็คการุรุมอน...เจ้าพร้อมแล้วใช่ไหม ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดผู้เป็นนายของแบล็คการุรุมอนหันหลังมาถามทาสรับใช้ของเขา หลังจากที่เขามองดูภาพการุรุมอนที่สะท้อนอยู่ในกระจกเสร็จ
ข้า...พร้อมแล้วครับ นายท่าน แบล็คการุรุมอนตอบแล้วมองไปยังนายของเขา
ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดพยักหน้าแล้วเริ่มหลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิ ทำให้พลังแห่งความมืดที่แฝงอยู่ในตัวของเขาได้ปรากฏออกมาเป็นออร่าสีดำเข้มลอยไปลอยมาอยู่ในอากาศ แน่นอนว่าเขาเกิดมาจากความมืด ฉะนั้นพลังแห่งความมืดคือสิ่งเดียวที่จะบันดาลให้เขาสามารถทำอะไรก็ได้ แม้แต่ประตูมิติที่เริ่มปรากฏออกมาอย่างช้า ๆ ตรงหน้าแบล็คการุรุมอน
แบล็คการุรุมอนยืนเฉยรอให้นายของเขาเสกประตูมิติออกมาโดยไม่แปลกใจอะไร เพราะว่านี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาจะเห็นนายของเขาทำเช่นนี้ เขารอจนกระทั่งประตูมิติถูกสร้างขึ้นมาจนสำเร็จแล้วก็เตรียมพร้อมที่จะกระโดดเข้าไป
คราวนี้อย่าทำงานพลาดอีกล่ะ...แบล็คการุรุมอน ดิจิมอนแห่งความมืดกล่าวเตือนเล็กน้อยแล้วเริ่มส่งทาสผู้ภักดีของเขาเข้าไปในประตูมิติ ซึ่งจุดหมายปลายทางเป็นที่ไหนก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้นอกจากพวกเขาสองคนเท่านั้น
****************************
** วิ้ว ๆๆๆๆ ** ฮืมมม... เสียงของการุรุมอนถอนหายใจออกมาปะทะกับสายลมและแสงจันทร์ที่ส่องลงมาจากปล่องลิฟต์ที่เขาได้เดินทางลงมาในตอนแรก ดูเหมือนว่าความกลุ้มใจของเขาก็ยังคงไม่จางหายตราบใดที่เขายังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดจากใครสักคน เขาไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เขาอยากรู้นั้นมันจะมีผลอะไรกับอนาคตของเขา แต่อย่างน้อยเขาก็อยากรู้เพื่อที่จะได้หาหนทางแก้ไขที่ถูกต้องได้
เฮ้อ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเรากันแน่นะ การุรุมอนพูดกับตัวเองแล้วมองขึ้นไปข้างบน โดยหวังว่าแสงจันทร์คงจะช่วยให้ใจของเขาได้รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง
รู้สึกว่านายจะกลุ้มใจมากเลยใช่ไหม...
เสียงของกาโอกามอนที่ดังเข้ามาทำให้การุรุมอนได้หันไปมองดูเขา เขาเดินเข้าไปหาเพื่อนสนิทของเขาอย่างช้า ๆ โดยในใจของเขาก็รู้สึกเป็นกังวลกับอาการที่เปลี่ยนไปของเพื่อนเขาคนนี้ เขาเดาว่าเรื่องดังกล่าวจะต้องเกี่ยวพันกับเขาแน่ ๆ เพราะก่อนหน้านี้การุรุมอนก็มีท่าทีที่ไม่อยากจะคุยกับเขาและพยายามหลบหน้าไม่พูดอะไรกับเขาเลย ซึ่งถ้าเขาไม่พูดหรือทำอะไรสักอย่าง เขาคงจะไม่สบายใจอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แน่
นายยังไม่นอนอีกหรอ กาโอกามอน... การุรุมอนพูดบ่ายเบี่ยงแล้วหันหลับไปมองแสงจันทร์
ฉันนอนไม่หลับน่ะ...มันมีอะไรบางอย่างคอยรบกวนจิตใจฉัน ซึ่งถ้าฉันไม่ทำวันนี้ ฉันคงต้องบ้าตายแน่ ๆ
การุรุมอนหันไปมองกาโอกามอนด้วยความสงสัยแล้วเริ่มเอ่ยปากถาม แล้วเรื่องนั้นมันเรื่องอะไรล่ะ
กาโอกามอนมองหน้าเพื่อนของเขาเล็กน้อยแล้วก้มหน้าลงไป เรื่องของ...เรื่องของนายน่ะแหละ การุรุมอน...ฉัน...ฉันมีเรื่องที่อยากจะคุยกับนาย...
การุรุมอนรู้สึกว่าเพื่อนสนิทของเขาเริ่มเข้าใจว่าเขากำลังไม่สบายใจอะไรอยู่ เขาจึงเปิดโอกาสให้เพื่อนของเขาคนนี้ได้พูดออกมาตามที่ใจของเขาอยากจะพูด งั้นก็ว่ามาสิ...
กาโอกามอนพยักหน้าแล้วก็เริ่มเดินเข้าหาการุรุมอนใกล้มากขึ้นเพื่ออธิบาย นายคงรู้แล้วสินะ...ว่าตอนนี้ในตัวของนายมีพลังอะไรบางอย่างอยู่...
อือ... การุรุมอนพยักหน้าตอบสั้น ๆ
แล้ว...นายก็คงรู้แล้วสินะว่า...ที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นกับนายบ้างตอนที่พลังลึกลับของนายมันได้ถูกปลดปล่อยออกมา...
ใช่...ฉันรู้แล้ว...
เฮ้อ...งั้นฉันก็พอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้วล่ะ... กาโอกามอนพูดด้วยความรู้สึกผิดแล้วก็เดินออกไปนั่งมองดูแสงจันทร์อยู่ข้างหลังการุรุมอน ในใจของเขาตอนนี้เริ่มเต็มไปด้วยความเศร้า เพราะตั้งแต่เขาอยู่กับการุรุมอนมา สิ่งเดียวที่เขากลัวมากที่สุดก็คือ การที่ทำให้เพื่อนรักของเขาผิดหวังในตัวของเขา ฉะนั้นเพื่อให้มิตรภาพและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับการุรุมอนกลับมาแนบแน่นเหมือนเดิม เขาจึงตัดสินใจสารภาพความผิดออกมาด้วยใจ เพื่อให้การุรุมอนได้รับรู้และเข้าใจเขาอีกครั้ง
ฉัน...ฉันขอโทษ การุรุมอนที่ฉันปกปิดเรื่องนี้เอาไว้...ที่ฉันทำไปก็เพราะฉันไม่อยากเห็นนายรู้สึกไม่สบายใจนะ... กาโอกามอนพูดแล้วเดินกลับมามองหน้าการุรุมอนเพื่อที่จะอธิบายต่อด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจ ซึ่งคำพูดที่เขาจะเอ่ยต่อจากนี้จะเป็นคำพูดที่ออกมาจากความรู้สึกที่มีอยู่ในใจของเขาทั้งสิ้น ฉัน...ฉันเป็นห่วงนายนะ เพื่อน...อะไรที่เพื่อนของฉันไม่สบายใจ...ฉันเองก็ไม่อยากให้เขาได้รับรู้...ถึง...ถึงแม้จะต้องโกหกปิดบัง...ฉันก็จะยอมทำเพื่อนายนะ การุรุมอน
ด้วยคำพูดที่มาจากใจของกาโอกามอน ทำให้การุรุมอนเริ่มรู้สึกถึงความเป็นห่วงที่ถูกส่งออกมาผ่านคำพูดของเพื่อนเขาคนนี้ เขาคิดว่าเขาไม่น่าที่จะมาทำตัวแบบนี้ใส่เพื่อนของเขาเลย เพราะทุกครั้งที่เขาทำ เขาเองก็รู้สึกไม่สบายใจตามไปด้วยเหมือนกัน ตั้งแต่ที่พวกเขาทั้งสองคบกันมา มันก็มีเรื่องตั้งหลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ แต่ไม่ว่าเรื่องมันจะแย่มากสักแค่ไหน พวกเขาก็ไม่เคยตัดขาดความเป็นเพื่อนออกจากกันได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว...เพราะอะไรล่ะ...ก็เพราะทั้งเขาและเพื่อนของเขาคนนี้...มีความผูกพันกันไม่ใช่หรือ
เฮ้อ...เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้วล่ะ...กาโอกามอน ในที่สุดการุรุมอนก็ได้ตอบแล้วหันหน้าไปยิ้มให้กับกาโอกามอนอย่างสบายใจ
จริงหรอ...นายเข้าใจฉันแล้วใช่ไหม...นาย...นายไม่โกรธฉันแล้วใช่ไหม การุรุมอน กาโอกามอนถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง ซึ่งคำตอบที่เขาได้รับกลับมาก็คือ การที่ได้เห็นการุรุมอนเพื่อนสนิทของเขาพยักหน้าแล้วเดินเข้ามากอดคอเขาไว้ด้วยเท้าหน้าข้างหนึ่ง ทำให้เขารู้สึกดีใจมากอย่างบอกไม่ถูกเลย
แต่ว่า กาโอกามอน...สัญญากับฉันได้ไหม ว่านายจะไม่ทำแบบนี้อีก...ฉันไม่ชอบการปิดบัง เพราะมันสื่อถึงความไม่ไว้ใจกัน...เข้าใจไหม... การุรุมอนพูดบอกซึ่งกาโอกามอนเองก็รับคำอย่างทันทีทันใด
แน่นอน ๆ การุรุมอน...ฉันสัญญา...สัญญาเลยนะว่า ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีก...อย่าโกรธฉันอีกเลยนะ
การุรุมอนพยักหน้ารับคำสัญญานั้นด้วยรอยยิ้มแล้วตบไหล่กาโอกามอนด้วยเท้าหน้าที่ยังคงพาดอยู่บนหลังคอเพื่อนของเขานั้น ฉันไม่ได้โกรธนายหรอกน่ะ...ช่างมันไปก็แล้วกัน กาโอกามอน... เขาพูดกับกาโอกามอนแล้วเดินไปยืนอยู่ที่ลิฟต์ทำท่าที่จะขึ้นไปข้างบน จะขึ้นไปเดินเล่นด้วยกันไหม กาโอกามอน...ข้างบนตอนนี้อากาศคงดีมาก ๆ เลยนะ...
กาโอกามอนได้ยินเพื่อนสนิทของเขาเอ่ยปากชวนด้วยรอยยิ้ม เขาจึงไม่ปฏิเสธที่จะหาช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้ได้พักผ่อนสมองไปด้วยกันกับการุรุมอน เอาสิ...ฉันเองก็อยากเดินเล่นอยู่พอดีเหมือนกัน เขาตอบแล้วก็เดินเข้าไปหาการุรุมอนที่ลิฟต์ ซึ่งพอเขาเข้าไปเรียบร้อยแล้ว ลิฟต์มันก็เริ่มเลื่อนขึ้นไปข้างบนอย่างช้า ๆ ท่ามกลางแสงจันทร์ที่เริ่มสาดส่องเข้ามาหาพวกการุรุมอน
*** วืออออ...ปึง ***
เอาละ...ไปกันเถอะ กาโอกามอน... การุรุมอนหันมาชวนกาโอกามอนหลังจากที่พวกเขาได้ขึ้นมาถึงพื้นข้างบน เขามีความรู้สึกว่าคืนนี้อากาศมันช่างเย็นสบายและเงียบสงบดีจริง ๆ อีกทั้งท้องฟ้าก็ยังปลอดโปร่งและไร้เมฆหนาจนเขาสามารถมองเห็นดวงดาวที่ส่องแสงอยู่ร่วมกับดวงจันทร์ได้เกือบทุกดวง
โอโห้...อากาศดีจังเลยนะ การุรุมอน กาโอกามอนเอ่ยขึ้นแล้วหายใจเข้าไปลึก ๆ จนเขารู้สึกผ่อนคลายและหายใจออกมาอย่างช้า ๆ
ใช่...บรรยากาศก็ดีมากเลยนะ กาโอกามอน การุรุมอนตอบแล้วมองขึ้นไปดูดวงจันทร์ที่ส่องอยู่บนท้องฟ้า ให้แสงสว่างของมันกระทบลงมาที่ใบหน้าเขาให้เต็มที่ อืมมม...กาโอกามอน...ดูพระจันทร์ในคืนนี้สิ...มันช่างเต็มดวงและสว่างสดใสดีจริง ๆ เลย
กาโอกามอนได้ยินเช่นนั้นก็มองขึ้นไปดูดวงจันทร์เหมือนกับการุรุมอน อือ นั่นสินะ...ฉันชอบมองดูพระจันทร์เต็มดวงอยู่แบบนี้จริง ๆ เลย...มันช่างสว่างสดใส และเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังอะไรบางอย่างที่ทำให้ฉันรู้สึกดีอยู่ตลอดเวลาเลย
การุรุมอนหันไปหัวเราะเล็กน้อยแล้วก็เดินเข้ามากอดคอกาโอกามอนอีกครั้ง ฮึ ๆๆๆ ก็ไม่ใช่เพราะชอบหรอกรึ...ไม่งั้นฉันก็คงไม่ได้ยินนายแอบหอนอยู่บ่อย ๆ ตอนที่เป็นกาโอมอนหรอก
เอ้ย การุรุมอน!! กาโอกามอนอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจแล้วก็เกิดหน้าแดงขึ้นมาแบบกะทันหัน นาย...นายรู้ด้วยหรอ...
การุรุมอนหัวเราะอีกครั้งแล้วพูดแซวเพื่อนของเขาต่อไปอีก เอ้า...จะไม่รู้ได้ยังไง...เสียงดังออกขนาดนั้น...ฉันว่านะ ฉันหอนเองยังจะไพเราะซะกว่าอีก ฮ่าๆๆๆ
บ้า!!...นายเนี่ยนะ..พูดอะไร ไม่เห็นรู้เรื่องเลย... กาโอกามอนทำฟอร์มเพื่อปกปิดความอายแล้วผลักการุรุมอนด้วยความหมั่นไส้ ไปเลย ๆ พอหายโกรธทีนี่เอาฉันใหญ่เลยนะ
ฮ่า ๆๆๆ ก็...เผอิญฉันนึกได้ก็เลยพูดออกมาน่ะ...จะอายทำไม...น่ารักออกจะตาย... การุรุมอนถอยออกมาพูดแซวรอบสามซึ่งคราวนี้ทำเอากาโอกามอนหน้าแดงมากกว่าเก่าอีก
เฮ้ย พอแล้วน่า...ฮึ้ย แซวจริง...หมั่นไส้!! กาโอกามอนรู้สึกอายจนเริ่มทนไม่ได้ เขาจึงวิ่งกระโจนเข้ามาแกล้งการุรุมอนจนทั้งคู่ล้มลงไปนอนอยู่ที่พื้น
นี่แน่ะ!! เอ้ย!!.. *** พับ...คลุก ๆๆๆ ***
การุรุมอนตกใจเล็กน้อยกับการจู่โจมแบบเด็ก ๆ ของกาโอกามอน ซึ่งเขาก็ไม่ถือสาเพราะนาน ๆ ทีจะได้มีโอกาสมาเล่นกับเพื่อนสนิทของเขาแบบนี้ เขาจึงเริ่มผลัก ๆ ดัน ๆ แกล้งกาโอากามอนคืนบ้าง แกล้งหรอ...แกล้ง ใช่ไหม ฮ่า ๆๆๆ
ฮ่าๆๆๆ การุรุมอนอ่ะ...
และแล้วทั้งดิจิมอนสุนัขป่าและดิจิมอนสุนัขบ้านก็เริ่มวิ่งไล่แกล้งกันไปแกล้งมาอยู่อย่างสนุกนาน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและเย็นสบายราวกับว่าโลกนี้มีเพียงแค่เขากับเพื่อนรักของเขากันสองคนเท่านั้น
*************** กลับมาที่ปราสาทของดิจิมอนลึกลับ *****************
*** แว้ป แว้ป *** หือ...เจ้ากลับมาแล้วรึ ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดเอ่ยขึ้นแล้วกลับหลังหันไปมองดูแบล็คการุรุมอนที่กระโดดกลับออกมาจากช่องว่างต่างมิติที่เขาเพิ่งเสกมันขึ้นมา
ข้ากลับมาแล้วครับ นายท่าน แบล็คการุรุมอนกลับลงมายืนอยู่กับพื้นแล้วหันหน้าไปกล่าวรายงานตัวกับนายของเขา ด้วยสภาพร่างกายที่มีร่องรอยของการต่อสู้กับอะไรบางอย่างปรากฏอยู่ด้วย นี่ครับนายท่าน...ข้านำสิ่งของที่ท่านต้องการมาได้แล้วครับ แบล็คการุรุมอนพูดแล้วหลับตาลงเพื่อปลดปล่อยพลังอะไรบางอย่างออกมาจากหน้าผากของเขา
ฮื่อออ...อืออออ แบล็คการุรุมอนส่งเสียงกัดฟันออกมาเมื่อพลังนั้นเริ่มปรากฏออกมามากขึ้น ๆ จนมันได้ฟอร์มตัวเป็นก้อนพลังงานแห่งแสงสว่างสีขาวล่องลอยไปหาดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดตัวนั้น *** แว้ป ๆๆๆ...ครึก ๆๆๆ...ฟู่ ***
ฮึๆๆ ขอบใจมาก แบล็คการุรุมอน...นี่แหละคือสิ่งที่ข้าต้องการ ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดยื่นเท้าหน้าข้างหนึ่งไปรับก้อนพลังนั้นมา แล้วหลับตาลงเพื่อตั้งสมาธิและก็เริ่มร่ายคาถาอะไรบางอย่าง โดยคาถานั้นมันมีอนุภาพมากจนมันสามารถทำให้ก้อนพลังแห่งแสงสว่างนั้นกลายไปเป็นก้อนพลังแห่งความมืดได้ภายในไม่กี่นาที
*** ครึก ๆๆๆ...ครึก ๆๆๆ...ฟู่...*** ฮึ ๆๆๆ...ฮ่า ๆๆ...แสงสว่างกับความมืดมันช่างแยกออกจากกันไม่ได้เลยจริง ๆ...ยิ่งมีแสงสว่าง...ความมืดก็ยิ่งมีตามมา... ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดตัวนั้นเอ่ยขึ้นมาอย่างพออกพอใจแล้วค่อย ๆ ดูดกลืนพลังแห่งความมืดนั้นเข้าไปในตัวของเขาอย่างช้า ๆ อาาา...นี่แหละ...พลังแห่งความมืดที่แท้จริง...พลังแห่งความมืดที่เกิดจากพลังแห่งแสงสว่าง...ตราบใดที่ข้ามีพลังนี้...ข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นและเก่งขึ้นจนเจ้าคาดไม่ถึงเลยล่ะ...การุรุมอน...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างของโลกดิจิมอน...ฮ่า ๆๆๆ...ฮ่า ๆๆๆๆ...
****************************
กลับมาที่การุรุมอนกับกาโอกามอน ซึ่งหลังจากที่พวกเขาทั้งสองเล่นกันจนเหนื่อยแล้ว พวกเขาก็ไปนอนหลับพักผ่อนอย่างมีความสุขอยู่ใต้อาคารร้างหลังหนึ่งของสถานีวิจัย ลักษณะการนอนของทั้งคู่ใครเห็นก็คงจะว่าน่ารักไม่ใช่น้อยแน่ ๆ เพราะการุรุมอนนั้นได้นอนหมอบลงไปที่พื้น ส่วนกาโอกามอนก็นอนเอาคางไปพาดหลังการุรุมอนอย่างสบายใจ
ทั้งสองใช้เวลาในยามกลางคืนที่สวยงามไปอย่างคุ้มค่าตามที่ใจตัวเองต้องการ จนกระทั่งแสงแดดยามเช้าก็เริ่มส่องออกมาจากสุดขอบโลกที่อยู่ห่างไกลออกไปจากพวกเขา
*** แว้ป ๆๆ...ฟู่...*** อะ...อื้อ...เช้าแล้วหรอเนี่ย การุรุมอนลืมตาขึ้นรู้สึกตัว เมื่อแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ได้ส่องมากระทบกับใบหน้าของเขา เขาได้ค่อย ๆ ยันตัวเองลุกขึ้นช้า ๆ แต่ก็รู้สึกว่ากาโอกามอนยังนอนหลับเอาคางพาดอยู่บนหลังของเขา เขาจึงหันไปหัวเราะแล้วเรียกให้กาโอกามอนตื่น กาโอกามอน...กาโอกามอน
อืม...หือ...มีอะไรหรือ การุรุมอน กาโอกามอนสะลึมสะลือลืมตาขึ้นมาถาม
เช้าแล้ว...ตื่นเหอะ การุรุมอนตอบแล้วดันตัวเองขึ้นมานั่ง ทำให้กาโอกามอนต้องดันคางออกมาจากหลังของการุรุมอนตาม
ทั้งสองนั่งบิดตัวแล้วยืดเส้นยืดสายไปมาอยู่สักพักแล้วก็เดินอ้อมไปด้านหลังของอาคารเพื่อหาน้ำมาล้างหน้าล้างตา เพราะข้างหลังนั้นมีแท้งน้ำขนาดใหญ่กับก๊อกน้ำอยู่ โดยการุรุมอนได้เข้าไปขอล้างหน้าก่อนแล้วตามด้วยกาโอกามอนเข้าไป
ฮ้าาา...สดชื่นดีจัง กาโอกามอนเอ่ยขึ้นแล้วสะบัดหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาการุรุมอนที่กำลังยืนมองดูดินแดนที่รกร้างว่างเปล่าอยู่รอบ ๆ สถานีวิจัยแห่งนี้ เขาคิดว่าพวกเขาอยู่ที่นี่มานานพอแล้ว สมควรที่จะออกเดินทางไปหาพวกเพื่อนของเขาที่เหลือสักที พัลมอน ปาตามอน และเซราฟิมอน พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกันแน่นะ
เรากำลังจะออกเดินทางแล้วใช่ไหม... กาโอกามอนเดินมายืนข้าง ๆ การุรุมอนแล้วถาม ซึ่งการุรุมอนก็ได้พยักหน้าตอบเขา
ใช่...ไปกันเถอะ กาโอกามอน การุรุมอนพูดแล้วทำท่าที่จะก้าวเท้าเดินแต่ว่า...
เอ่อ เดี๋ยวก่อน...การุรุมอน กาโอกามอนเรียกแล้วก้มหน้าลงไปด้วยความเขินอาย
หือ...มีอะไรหรอ กาโอกามอน การุรุมอนหันไปถาม
ขอบ...ขอบคุณมากนะ...ขอบคุณ สำหรับความเป็นเพื่อนที่นายมีให้กับฉันเมื่อคืน กาโอกามอนพูดด้วยเสียงที่เนิบ ๆ แล้วหน้าแดงมากขึ้น ๆ เพราะน้อยครั้งนักที่เขาจะมาพูดอะไรแบบนี้ให้การุรุมอนฟัง โดยเฉพาะตอนที่อยู่ในร่างโตเต็มวัยที่น่าเกรงขามแบบนี้
ฮึ ๆๆ ไม่เป็นไร กาโอกามอน...เรื่องแค่นี้ไม่เห็นจะต้องมาขอบคุณกันเลย...พวกเราเป็นเพื่อนสนิทกัน...และการที่พวกเราจะมีช่วงเวลาแบบนี้กันบ้าง มันก็ไม่เห็นจะสิ่งที่แปลกหรือพิเศษเลย... การุรุมอนตอบแล้วยิ้มให้กับกาโอกามอนอย่างมีความสุข ซึ่งกาโอกามอนเห็นดังนั้นก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นมาอย่างมากมาย
อืมม...ฉันดีใจนะ ที่ได้นายมาเป็นเพื่อนสนิทเนี่ย...ฉันดีใจจริง ๆ เลย
ฮึ ๆๆ เอาล่ะ ๆ...พวกเราออกเดินทางกันเถอะ...เดี๋ยวพอแดดออกแรงมากกว่านี้เราจะหาที่หลบกันไม่ได้นะ การุรุมอนพูดแล้วก็เริ่มเดินออกไปจากสถานีวิจัยนี้ โดยกาโอกามอนก็พยักหน้าแล้วเดินตามไปอย่างติด ๆ
เวลาผ่านไปแสงแดดก็เริ่มแรงขึ้น ๆ ตามที่การุรุมอนได้กล่าวเอาไว้ พวกการุรุมอนยังคงเดินอยู่ในดินแดนที่รกร้างอันกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งยากนักที่จะหาอาคารสถานที่จะหลบแดดได้อีก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเดินต่อไปเรื่อย ๆ โดยไม่ได้หยุดพัก
อ่า การุรุมอน...ฉันชักจะไม่ไหวแล้วนะ...มันร้อนจังเลยอ่ะ กาโอกามอนเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเริ่มรู้สึกทนไม่ไหวกับไอร้อนที่ล่องลอยขึ้นมาจากพื้นดินแห้ง ๆ แล้วมากระทบกับใบหน้าของเขา
อืม นั้นสิ...ฉันเองก็ไม่คิดเลยนะว่า ที่นี่มันจะกว้างใหญ่ขนาดนี้...เดินมาตั้งนานแล้ว มันน่าจะมีป่าซะทีสิ การุรุมอนตอบแล้วเริ่มมองออกไปไกล ๆ ซึ่งทันใดนั้นเขาก็เห็นบางสิ่งบางอย่าง ฮ้า นั่นไงล่ะ...เจอแล้ว!! เขาพูดขึ้นด้วยความดีใจ
หือ มีอะไรหรอ การุรุมอน กาโอกามอนเดินเข้าไปถามการุรุมอนอย่างช้า ๆ เมื่อเขาเริ่มออกอาการเหนื่อยเล็กน้อย
การุรุมอนหันมาตบไหล่เพื่อนสนิทของเขาเล็กน้อยแล้วชี้เท้าหน้าข้างหนึ่งไปยังจุดหมายที่อยู่ไกล ๆ ตรงหน้าพวกเขา นั่นไง...ข้างหน้านั่น เขายิ้มแล้วบอกให้กาโอกามอนมองไปตามทางที่เขาชี้
หือ...ฮ้าา นั่นมัน...นั่นมัน...ป่านี่หน่า กาโอกามอนอุทานขึ้นมาด้วยความดีใจ หลังจากที่เขาได้เห็นพื้นที่สีเขียว ๆ ที่อยู่ไกล ๆ ขึ้นมา
การุรุมอนพยักหน้าแล้วสูดหายใจเข้าไปลึก ๆ ฮืมมม...เอาล่ะ...อย่ารอช้ากันเลย กาโอกามอน...ไปกันเถอะ
ได้เลย ๆ...ฉันร้อนจะบ้าตายอยู่แล้วเนี่ย...ไปเถอะ ๆ กาโอกามอนรีบตอบแล้วตั้งท่าที่จะวิ่งออกไป
ฮึ ๆๆๆ โอเค...งั้นไปกันเล้ย!! การุรุมอนพูดให้สัญญาณแล้วก็เริ่มวิ่งออกไปยังป่าแห่งนั้น
เอ้า รอด้วยสิ การุรุมอน!! กาโอกามอนพูดแล้วก็รีบวิ่งตามการุรุมอนไปอย่างรวดเร็วจนฝุ่นตลบไปหมด
ด้วยความไวของฝีเท้า ทำให้ทั้งการุรุมอนและกาโอกามอนสามารถไปถึงป่าได้ภายในไม่กี่นาที แต่ว่าทั้งคู่ก็ต้องมาหยุดยืนหอบอยู่ที่ทางเข้าด้วยความเหนื่อยอ่อนแทน
เฮ้อ...เฮ้อ...ในที่สุดก็มาถึงซะที กาโอกามอนพูดแบบหอบ ๆ แล้วหันไปมองการุรุมอน ซึ่งเขาก็เห็นเพื่อนสนิทของเขากำลังหลับตารวบรวมสมาธิเพื่อให้ร่างกายของเขาค่อยปรับตัวลดความเหนื่อยออกไปด้วยตัวของมันเอง
ฟู่...เอาล่ะ นายเป็นยังไงบ้าง...ดีขึ้นแล้วรึยัง... การุรุมอนหันไปถามกาโอกามอนหลังจากที่เขาเริ่มหายเหนื่อย
ก็...โอเคแล้วล่ะ...เฮ้อออ... กาโอกามอนตอบแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเป็นการผ่อนคลาย
การุรุมอนพยักหน้าแล้วหันไปมองดูสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ ตัว มันเป็นป่าที่ดูกว้างใหญ่และมีต้นไม้ต้นหญ้าขึ้นอยู่เยอะพอสมควร แสงแดดที่เคยส่องออกมาอย่างเต็มที่นั้น ตอนนี้มันก็ถูกต้นไม้หลาย ๆ ต้นบดบังจนเหลือช่องว่างให้ส่องลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้เกิดความร่มเย็นแก่พวกการุรุมอนเป็นอย่างมาก ลองเดินเข้าไปสำรวจดูเถอะ กาโอกามอน เขาพูดแล้วเริ่มเดินนำทางเพื่อนสนิทของเขาเข้าไป
อืม...ร่มรื่นดีจังเลยนะ การุรุมอน กาโอกามอนเอ่ยขึ้นมาเมื่อเขารู้สึกว่ายิ่งเดินเข้าไป ต้นไม้มันก็ดูเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ
นั่นสินะ... การุรุมอนตอบแล้วเดินต่อไปจนกระทั่งเขาเห็นสิ่งก่อสร้างบางอย่างปรากฏขึ้นมาอยู่ไม่ไกลไปจากเขา มันคล้ายกับซากโบราณสถานกลางป่าที่รกร้าง ไม่มีผู้คนคอยเฝ้าดูแล
หือ...นั่นมันอะไรน่ะ... กาโอกามอนเอ่ยขึ้นเมื่อเขาเริ่มเห็นสิ่งก่อสร้างนั้นเช่นกัน
การุรุมอนยืนคิดพิจารณาอยู่สักพักแล้วพูดออกมา ลองเข้าไปดูกันเถอะ
หลังจากนั้นการุรุมอนและกาโอกามอนจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังสถานที่แห่งนั้น ซึ่งยิ่งเข้าไปลึกมากขึ้น ๆ พวกเขาก็รู้สึกว่ามันก็มีความเงียบสงัดมากขึ้น ๆ ตามมาเช่นกัน มันมีแต่ต้นไม้รกทึบตามทางเดินและเริ่มมีซากก้อนอิฐที่ถล่มลงมาจากสถานที่แห่งนั้นกระจัดกระจายอยู่ตามพื้นจนกระทั่งพวกเขามาถึงประตูทางเข้า
...โอ้โห การุรุมอน...
ที่นี่...ที่นี่มัน...
ทั้งกาโอกามอนและการุรุมอนต่างก็ตกตลึงกับสิ่งก่อสร้างที่อยู่ตรงหน้าเพราะมันคือซากปิรามิดอีกแล้ว ปิรามิดที่เขาเห็นอยู่ในตอนนี้ต่างจากที่อยู่ในทะเลทรายมาก มันดูโทรมและแตกหักจนแทบจะไม่เหลือเค้าของปิรามิดนอกจากรูปทรงที่บ่งบอกว่ามันมียอดแหลมขึ้นไปบนนั้น ต้นไม้ก็ขึ้นรก สีก้อนอิฐก็ซีดเหลืองสลับกับสีเขียวที่เกิดมาจากตะไคร่น้ำ ทุกสิ่งดูเก่าแก่และผ่านกาลเวลามายาวนานเหมือนกับโบราณสถานทั่ว ๆ ไป แต่ว่ามันก็มีบางสิ่งบางอย่างที่แปลกประหลาดและสามารถทำให้พวกการุรุมอนตกตะลึงได้อยู่อย่างนั้น มันก็คือรูปปั้นของสุนัขป่าสองตัวที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างประตูทางเข้าที่จะพาไปยังข้างในนั้น
การุรุมอนเดินเข้าไปมองรูปปั้นสุนัขป่าเหล่านั้นแล้วจู่ ๆ ก็มีภาพอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีก มันเป็นภาพของสุนัขป่าสีขาวกับสีดำสองตัวกำลังยืนรับพลังบางอย่างจากใครอยู่แล้วภาพก็ตัดไป
** แว้ป ๆๆ เปรี้ยง!! **
อ๊ะ!!... การุรุมอนอุทานแล้วสะดุ้งตื่น
การุรุมอน..เป็นอะไรหรือเปล่า กาโอกามอนสังเกตเห็นจึงเดินเข้าไปถาม
มะ...ไม่มีอะไรหรอก...ลองเข้าไปดูกันเถอะ
การุรุมอนสะบัดหน้าไปมาเล็กน้อยแล้วเริ่มเดินเข้าไปในซากปิรามิดแห่งนั้นพร้อมกับกาโอกามอนที่เดินตามหลังเข้าไป สิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นอย่างแรกคือห้องโถงใหญ่ที่มีรูปปั้นสุนัขเก่า ๆ ขึ้นอยู่เต็มไปหมด โดยแต่ละตัวนั้นก็มีกิริยาท่าทางที่ต่างกันออกไป ดูเหมือนว่าคนที่นี่จะบูชาสุนัขกันนะ การุรุมอน การุรุมอนได้ยินเพื่อนของเขาพูดแล้วก็เดินต่อไปเข้าไปอีกห้องซึ่งคราวนี้เป็นห้องใหญ่และเป็นห้องในสุดของซากประรักหักพังแห่งนี้ สิ่งที่ปรากฏอยู่รายรอบในห้องดังกล่าวไม่มีอะไรเลยนอกจากภาพวาดตามฝาผนังพร้อมกับข้อความภาษาดิจิมอนที่ถูกเขียนอยู่บนนั้น
อือ...สงสัยที่นี่จะเป็นห้องเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ของที่นี่ไว้ กาโอกามอนเอ่ยขึ้นอีกครั้งแล้วเดินไปดูภาพหนึ่งที่อยู่บนผนังข้าง ๆ เขา ในขณะที่การุรุมอนก็ยังคงมองไปรอบ ๆ เหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรอยู่ เฮ้ การุรุมอน...ภาพนี้นี่เหมือนภาพที่เคยเจอในสถานีวิจัยนั้นเลย...
ห๊ะ...จริงหรอ... การุรุมอนอุทานแล้วรีบเดินไปดู ซึ่งภาพดังกล่าวเป็นภาพเดียวกับที่เขาเห็นในสถานีวิจัยจริง ๆ ด้วย ภาพของสุนัขป่าสองตัวกำลังขับไล่ปีศาจร้ายอยู่ ความแตกต่างของภาพนี้กับภาพที่เขาเคยเห็นมันอยู่ตรงที่ข้อความ เพราะมันดูเยอะกว่าและชัดเจนกว่า แสดงว่าภาพนี้คงเป็นต้นแบบของจริง ส่วนที่เห็นในสถานีวิจัยนั้นมันคงคัดลอกมาจากที่นี่
แสงสว่างกับความมืดคือฝาแฝด...แยกกันไม่ได้เปรียบใดหา...ต่อให้โลกนี้ดับสูญวายชีวา...แสงสว่างและเงามืดจะอยู่ไป... การุรุมอนอ่านข้อความที่เขียนอยู่บนผนังแล้วก็รู้สึกเข้าใจในความหมายของมัน ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ก้มลงไปอ่านคำอธิบายต่อด้านล่างโดยมีข้อความดังต่อไปนี้
หลายร้อยปีนานมาแล้ว...มีเทพแห่งทิศตะวันตกผู้หนึ่งที่ได้รับพลังแห่งแสงสว่างและพลังแห่งความมืดมาไว้อยู่ในกำมือ...พระองค์ทรงมีความเมตตาและได้สร้างอาณาจักรแห่งใหม่ขึ้น ณ ดินแดนแห่งตะวันตก ซึ่งสถาปนาให้เป็นดินแดนที่มีอำนาจทัดเทียมกับดินแดนอื่น ๆ ในโลกแห่งนี้...ด้วยพลังอำนาจของเทพแห่งทิศตะวันตก พระองค์ได้สร้างผืนป่าและผืนน้ำที่อุดมสมบูรณ์ให้แก่ชาวบ้านได้อยู่กันอย่างสุขสบายโดยไม่ได้หลังผลตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น...เทพแห่งทิศตะวันตกผู้นี้เป็นผู้ที่มีความสามารถมาก...พระองค์คือสัตว์เทพแห่งตะวันตกที่มีกองทัพเป็นฝูงสุนัขป่าที่ดุร้ายและแข็งแกร่ง ซึ่งกองทัพทั้งหมดนี้ถูกควบคุมโดยผู้อารักขาของพระองค์ที่เป็นสุนัขป่าสองตน...ตนหนึ่งจะเป็นผู้นำทัพแห่งกองกำลังสีขาว ส่วนอีกตนจะเป็นผู้นำทัพแห่งกองกำลังสีดำ...
เห...เทพแห่งทิศตะวันตก...งั้นก็แสดงว่าที่ที่พวกเราอาศัยอยู่คือ ดินแดนแห่งทิศตะวันตกสินะ กาโอกามอนเอ่ยให้ความเห็น ซึ่งการุรุมอนก็พยักหน้าตอบแล้วอ่านต่อ
ด้วยความสามารถของผู้นำทัพทั้งสองตนนี้ ทำให้ทั้งสองได้รับความไว้วางใจจากเทพแห่งทิศตะวันตกและทำให้ดินแดนแห่งนี้ได้พบกับความสงบสุขมาโดยตลอด...จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง...วันที่เหล่าปีศาจร้ายได้นำทัพบุกมาถึงดินแดนแห่งทิศตะวันตก...ผู้นำทัพปิศาจร้ายที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดได้บุกเข้ามาถึงในวังของเทพแห่งทิศตะวันตกและได้ทำการต่อสู้กันกลางห้องโถง...พลังของทั้งคู่ร้ายกาจและรุนแรงมากจนผลสุดท้ายผู้นำทัพแห่งปีศาจก็ได้พ่ายแพ้และถูกจองจำให้อยู่ใต้โลกใบนี้ด้วยพลังของเทพแห่งทิศตะวันตก...
โห...ความเป็นมาของที่นี้เป็นอย่างนี้เองหรอ...ก็ถือว่าจบลงด้วยดีนะ การุรุมอน
ฉันคิดว่าไม่หรอก กาโอกามอน...นี่ยังมีข้อความอีกตรงนี้ การุรุมอนชี้ให้ดูแล้วอ่านต่ออีก
หลังจากที่เทพแห่งทิศตะวันตกได้ปิดผนึกปีศาจที่ชั่วร้ายไปแล้ว...พระองค์ก็ได้สูญสิ้นพลังและใกล้เข้าสู่ห้วงแห่งความตาย...สิ่งที่พระองค์ได้หลงเหลือไว้ก็คือ พลังแห่งแสงสว่างและพลังแห่งความมืดที่พระองค์มี ซึ่งพระองค์ได้ถ่ายทอดมันออกมาให้แก่สุนัขป่าผู้อารักขาทั้งสองตนนั้น...ตนหนึ่งได้รับพลังแห่งแสงสว่างกลายเป็นผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...ส่วนอีกตนก็ได้พลังแห่งความมืดกลายเป็นผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...ห๊ะ...นี่มัน...นี่มัน!!
การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจกับข้อความส่วนสุดท้ายนี้ นี่คือประวัติของผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างและผู้กุมกุญแจแห่งความมืดนี่เอง จากที่เขาอ่านมาเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า ที่ที่พวกเขาอยู่นี่คือดินแดนแห่งตะวันตก...ดินแดนที่เคยปกครองโดยเทพแห่งทิศตะวันตกที่มีผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างและกุญแจแห่งความมืดคอยอารักขาอยู่...สิ่งที่เขาอยากรู้ต่อไปก็คือหลังจากนั้นมันเกิดอะไรกันขึ้น...แล้วเรื่องนี้ทำไมมันถึงเกี่ยวข้องกับเขา เขาจึงเดินไปดูที่ภาพถัดไป ซึ่งภาพดังกล่าวได้แสดงรูปของสุนัขป่าสีขาวกับสุนัขป่าสีดำกำลังรวมร่างกันเพื่อจัดการกับปีศาจร้าย โดยข้างใต้นั้นก็มีข้อความปรากฏอยู่อีกด้วย
ต่อมาวันหนึ่งความหายนะก็ได้เกิดขึ้นอีกครั้งเมื่อปีศาจร้ายได้ถูกปลดปล่อย...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างและผู้กุมกุญแจแห่งความมืดจึงกลายเป็นสิ่งเดียวที่จะขับไล่มันออกไปได้...พลังของทั้งสองคือกุญแจในการเปิดผนึกพลังแห่งเทพพระเจ้าซึ่งไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นมาก่อนนอกจากปีศาจร้ายตนนั้น...พลังอันร้ายกาจที่โลกนี้ไม่เคยมีได้ถือกำเนิดขึ้นและแผลงฤทธิ์ให้ปีศาจตนนั้นได้กลับไปอยู่ในที่ของมันอีกครั้งได้ในที่สุด...และนับจากนั้นเป็นต้นมา...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างและผู้กุมกุญแจแห่งความมืดก็ได้หายสาบสูญไป...
ข้อความได้มาจบถึงตรงนี้และหลังจากนั้นก็ไม่มีภาพอะไรที่เกี่ยวข้องอีกบนฝาผนัง แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้การุรุมอนเริ่มเข้าใจในหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาสงสัย...บางทีเขาอาจจะเป็นร่างในอดีตของสุนัขป่าสีขาวตัวนั้นก็เป็นได้...หรืออีกนัยหนึ่งก็คือเขาอาจจะถูกพลังแห่งแสงสว่างเลือกเอาไว้เหมือนตอนที่เทพแห่งทิศตะวันตกได้เลือกสุนัขป่าผู้อารักขาเขามาเป็นผู้กุมกุญแจ
การุรุมอน...นายเป็นอะไรหรือเปล่า กาโอกามอนเรียกการุรุมอนเมื่อเขาเห็นเพื่อสนิทของเขาได้นิ่งไป
ห๊ะ...อ๋อ ฉันไม่เป็นไรหรอก...อืม ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าที่นี่จะมีประวัติที่น่าสนใจมากขนาดนี้ การุรุมอนสะดุ้งหันมาตอบแล้วพยายามยิ้มออกมา แต่ดูเหมือนว่ากาโอกามอนจะรู้อยู่เหมือนกันว่าเขาคิดอะไรอยู่
นายกำลังสงสัยใช่ไหมว่า นายคือ ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง... กาโอกามอนขอพูดแบบตรง ๆ เพราะเขาเองก็อยากรู้คำตอบให้แน่ชัดเช่นกัน
การุรุมอนได้ยินกาโอกามอนถามเช่นนั้น เขาก็ไม่มีอะไรที่จะต้องปกปิดอีก เขาจึงตอบออกมา ใช่...พวกดิจิมอนชั่วร้ายมันเคยเรียกฉันแบบนั้น...ฉันเองก็ยังสับสนอยู่ว่ามันจะเป็นไปได้ยังไง...แล้วทำไมถึงต้องเป็นฉัน
กาโอกามอนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี เขาจึงได้แต่พยักหน้าแล้วตบไหล่เพื่อนของเขาเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น
To be continued