Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part XV : Love Problem, Guilmon and Swanmon at Jijimon's village -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

ภาพประกอบนิยาย

 

 

 

 

Dark Wolf Army (Blackgarurumon and Darkness key Holder)

 

**********************************************************

 

 

ณ อีกฟากหนึ่งของป่าในดินแดนตะวันตกของโลกดิจิตอล....

 

“แฮ่ก ๆๆ...นี่ปาตามอน เราหยุดพักกันก่อนไม่ได้หรอ...” เสียงดิจิมอนพืชที่มีดอกไม้สีชมพูบานอยู่บนหัวเรียกเพื่อนของเธอ  หลังจากที่เธอและเขานั้นเดินผ่านป่าโดยไม่ได้หยุดพักมานานกว่าหลายชั่วโมงแล้ว

 

“ไม่ได้นะ พัลมอน...พวกเราใกล้จะถึงแล้วนะ...อีกนิดเดียวเอง” ดิจิมอนหนูสีน้ำตาลที่มีหูเป็นปีกบินเข้ามาตอบแล้วช่วยพยุงเพื่อนของเขาให้ลุกขึ้นมาเดินต่อ

 

“ปาตามอน...แล้วเธอแน่ใจได้ยังไงว่ามันต้องมาทางนี้”

 

“ฉันเองก็ตอบไม่ได้หรอกนะ...เพียงแต่ฉันรู้สึกว่า...มันมีอะไรบางอย่างบอกให้ฉันเดินมาทางนี้น่ะสิ”

 

ดิจิมอนทั้งสองตนนี้...พัลมอนกับปาตามอน  พวกเขาได้ค้นพบข้อมูลอะไรบางอย่างก่อนที่จะเดินทางผ่านป่าเข้ามา  ซึ่งอะไรบางอย่างที่ว่านั้นมันก็คือ...ที่อยู่ของพวกดิจิมอนชั่วร้าย   ทั้งคู่นั่งคุยกันไปอยู่สักพักจนเริ่มมีแรงจึงได้เดินทางต่อ  ซึงไม่นานพวกเขาก็ออกมาพ้นเขตป่าแล้วมุ่งหน้าเข้าสู่ดินแดนที่มีแต่หินผา   บรรยากาศในสถานที่แห่งใหม่นี้  มีอะไรหลายอย่างที่เปลี่ยนแปลงมากราวกับว่ามันอยู่คนละขั้วกันเลย  ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีฟ้าก็ได้เปลี่ยนเป็นสีม่วง  พื้นหญ้าสีเขียวก็กลายเป็นพื้นดินแดงต้นไม้ที่เคยเห็นก็เริ่มลดลงจนไม่มีหลงเหลืออยู่เลยสักต้น

 

“ปาตามอน...ที่นี่มันที่ไหนกันแน่เนี่ย...” พัลมอนพูดขึ้นเมื่อเธอรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

“ใจเย็น ๆ ไว้ก่อนเถอะน่า...ตอนนี้...ฉันรู้สึกว่า...เราเข้าใกล้มากแล้วนะ” ปาตามอนตอบด้วยสัญชาติญาณอะไรบางอย่างแล้วมองไปที่ทางเดินขึ้นภูเขาสูงลูกหนึ่ง  ซึ่งภูเขาลูกนี้มันกำลังตั้งขวางทางพวกเขาอยู่ “เอาล่ะ ไปกันต่อเถอะ” เขาพูดชวนพัลมอนให้ลุกขึ้นแล้วก็เริ่มนำทางขึ้นไปบนเขา   โดยในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินขึ้นไป  พวกเขาทั้งสองเริ่มรู้สึกว่า  ยิ่งสูงขึ้นไปมันก็ยิ่งเจอแต่ทางเดินแปลก ๆ ที่มีลักษณะคดเคี้ยวแคบไปมาเยอะแยะไปหมด 

 

“อึ๊ย...น่ากลัวจังเลยแฮะ” พัลมอนพูดเสียงสั่นในขณะที่เธอกำลังเดินหันหลังประชิดกับตัวภูเขาแล้วค่อย ๆ เดินผ่านหน้าผารอบนอกที่ดูแคบมากจนเท้าของเธอเหยียบลงไปได้พอดิบพอดี

 

“ไหวรึเปล่าพัลมอน...มาให้ฉันช่วยนะ” ปาตามอนรู้สึกว่าพัลมอนกำลังลำบากลำบนกับการเดินผ่านหน้าผาที่แคบ ๆ เขาจึงบินกลับมาช่วยเธออีกแรงจนกระทั่งทั้งเธอและเขาก็ผ่านเส้นทางดังกล่าวไปได้อย่างปลอดภัย

 

****************************

 

หลายชั่วโมงต่อมา   ปาตามอนกับพัลมอนเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันดูเงียบมากขึ้นและมืดสลัวมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก  มันเหมือนกับว่าบรรยากาศเหล่านี้  เกิดมาจากพลังอำนาจของบางสิ่งบางอย่างที่แผ่ออกมาจากจุดศูนย์กลางอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่งในดินแดนแห่งนี้  ซึ่งไม่นานพวกเขาก็ได้พบเห็นมันหลังจากที่ขึ้นมาจนถึงจุดสูงสุดของภูเขาแล้วมองลงไปยังพื้นที่ที่อยู่ตรงหน้า   มันคือสิ่งก่อสร้างชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างเหมือนกับปราสาท...ปราสาทสีดำมืดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวกลางพื้นดินที่แห้งแล้งท่ามกลางบรรยากาศที่มืดสลัวและมีฟ้าแลบออกมาอยู่ตลอดเวลา...

 

** เปรี้ยง...ครึก ๆ ครืนน...**

 

มันคือปราสาทดีวา!! ( DWA Castle : Dark Wolf Army Castle)

 

“ปา...ปาตามอน...ที่...ที่นั่นน่ะหรอที่ที่เธอพูดว่าเราใกล้จะถึงอ่ะ...” พัลมอนเอ่ยถามแล้วชี้ไปที่ปราสาทแห่งนั้นด้วยความหวาดกลัว

 

“อืม ใช่...ที่นั่นแหละ DWA Castle...ที่ที่ใครบางคน...ใครบางคนกำลังเรียกฉันอยู่จากข้างในนั้น...”

 

****************************

 

ณ ชั้นใต้ดินของปราสาท DWA Castle  ที่เป็นชั้นของห้องขังนักโทษที่ถูกจับตัวมาจากที่ต่าง ๆ   เหล่าดิจิมอนทั้งหลายที่ถูกจับตัวมาได้ถูกขังอยู่ในห้องลูกกรงขนาดเล็ก  ไร้อิสระ  ไร้ความหวัง  และไร้หนทางที่จะหลุดออกไปได้  โดยหนึ่งในนั้นก็มีดิจิมอนเทพตนหนึ่งรวมอยู่ด้วย  ซึ่งเขาได้ถูกขังแยกออกมาจากดิจิมอนกลุ่มอื่น ๆ ราวกับว่าเขาเป็นคนพิเศษที่เจ้าของปราสาทกำลังต้องการ   ดิจิมอนเทพตนนั้นกำลังนั่งท่องมนต์แล้วพูดอะไรบางอย่างอยู่ราวกับว่าเขากำลังสื่อสารกับใครบางคนอยู่

 

“ปาตามอน...เราอยู่ที่นี่...ได้โปรดพาทุกคนเข้ามาช่วยพวกเราด้วย...” เสียงของดิจิมอนเทพตนนั้นได้ถูกมนต์ที่เขาท่องออกมาแล้วกลายเป็นกระแสจิตที่ส่งออกไปหาปาตามอนที่อยู่ข้างนอกปราสาท   ความสามารถพิเศษนี้เขาสามารถทำได้กับดิจิมอนที่เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกับเขาหรือเป็นดิจิมอนที่จะสามารถพัฒนาร่างไปเป็นอย่างเขาได้เท่านั้น  ซึ่งในระหว่างที่เขากำลังใช้พลังอยู่นี้เอง  ก็ได้เกิดสายฟ้าผ่าลงมายังชั้นใต้ดิน  ทำให้เขาต้องหยุดการส่งกระแสจิตแล้วมองออกไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นนอกลูกกรง

 

*** เปรี้ยง...เปรี้ยง ***  

 

“หือ....อะไรน่ะ...”

 

“ฮึ ๆๆ...สวัสดียามเช้า ท่านเซราฟิมอน”

 

*** แว้ป ๆๆ ฟู่ ** เสียงของดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดได้ดังออกมาพร้อมกับร่างอันมืดมิดที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าลูกกรงห้องขังของดิจิมอนเทพตนนั้น...เทพเซราฟิมอนแห่งเกาะไฟล์นั่นเอง   เขามองดูนักโทษที่นั่งอย่างหมดหวังแล้วหัวเราะออกมากับสภาพที่เห็นเล็กน้อย “ฮึ ๆๆ...ต้องขออภัยกับท่านจริง ๆ ท่านเซราฟิมอน...ข้ามีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้กับท่าน...ที่นี่มันอาจจะไม่เหมือนสวงสวรรค์...แต่มันก็ไม่ใช่นรกของท่านซะทีเดียวหรอกนะ...”

 

เซราฟิมอนลุกขึ้นยืนด้วยความสงบแล้วเริ่มสนทนากับดิจิมอนสุนัขป่าตัวนั้นอย่างใจเย็น “ทำไม...ทำไมท่านถึงต้องทำเช่นนี้ล่ะ...ทั้ง ๆ ที่ท่านเองก็คือ...หนึ่งในผู้พิทักษ์แห่งดินแดนตะวันตก...แล้วทำไมท่านถึง...”

 

เซราฟิมอนพูดยังไม่ทันจบ  ดิจิมอนตัวนั้นก็ตอบขัดออกมาซะก่อน “ท่าน...ยังไม่เข้าใจในเจตนารมณ์ของข้าหรอก ท่านเซราฟิมอน...ข้ามีพลังแห่งความมืด...ต่อให้ข้าจะบริสุทธิ์หรือจะทำดีมากแค่ไหน...ข้าก็ยังเป็นผู้ที่ชั่วร้ายในสายตาของทุกคนอยู่ดี...แต่ว่า ยังไงซะ...มันก็ไม่ใช่ประเด็นที่ข้าจะต้องใส่ใจอีกต่อไปแล้ว...เพราะข้ามีสิ่งใหม่...และก็มีบุคคลใหม่ที่มองเห็นคุณค่าของข้า...ฮึ ๆๆ...ถ้ามีโอกาส ข้าจะมาเล่าให้ท่านฟังล่ะกัน...” ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดหัวเราะอีกครั้งแล้วหันไปมองดิจิมอนตัวอื่น ๆ ในลูกกรงรอบห้องขังแห่งนี้

 

“ฮืม...ที่ข้ามาพบท่าน  ก็แค่ต้องการมาเตือนท่านว่า...จงอย่าขัดขืนและอย่าพยายามคิดหนีเด็ดขาด....เพราะว่าอีกไม่นาน...ข้าจะทำให้ท่านได้เห็นว่าพลังแห่งความมืดนั้นน่ะ...มันสามารถทำประโยชน์และบันดาลความสุขอะไรได้บ้าง...โดยเฉพาะตอนที่ข้าจะแบ่งพลังเหล่านี้...ให้กับดิจิมอนที่อยู่ในห้องขังได้ใช้กัน...ฮึ ๆๆๆ ฮ่า ๆๆๆ...” ดิจิมอนสุนัขป่าหัวเราะออกมาอย่างสะใจเป็นการส่งท้ายแล้วก็ได้กลายเป็นหมอกควันจางหายไป

 

** ฟู่ ๆๆๆ...แว้ป **

 

เซราฟิมอนนิ่งเงียบแล้วกลับไปนั่งก้มหน้าคิดด้วยความกลุ้มใจ  โดยเขาหวังว่าบุคคลที่เขาต้องการให้มาช่วยนั้นจะสามารถหยุดยั้งดิจิมอนตัวนี้ไว้ได้ในที่สุด “พวกเรา...ฉันขอฝากไว้ด้วยนะ...ทั้งชะตากรรมของดินแดนแห่งนี้และก็โลกใบนี้...ด้วยพลังและอำนาจที่ฉันมี...ฉันไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้อีกแล้ว...มีแต่ท่านเท่านั้นล่ะ...ท่านผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง” เซราฟิมอนพูดกับตัวเองแล้วเริ่มก้มหน้าตั้งจิตอธิษฐาน “ได้โปรดเถิดท่านผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...ได้โปรดมาทำให้สหายของท่านผู้นี้ได้ตาสว่างด้วยเถิด...”

 

 

************ กลับมาที่ปิรามิดในป่าทิศตะวันตก ************

 

 

การุรุมอน...หลังจากที่เขาได้รู้ถึงประวัติศาสตร์และเรื่องราวบางส่วนที่เกิดขึ้นในดินแดนแห่งนี้  เขาก็ก้มหน้าเดินไปยืนคิดถึงอะไรบางอย่างที่ห้องโถงของปิรามิด   สิ่งที่เขาสงสัยกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏออกมามันเริ่มที่จะสอดคล้องกัน...มีสุนัขป่าสองตัวเกิดขึ้น...ตัวหนึ่งมีสีขาวซึ่งนั่นก็คือเขา...ส่วนอีกตัวหนึ่งก็มีสีดำซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นเงาของเขาเองที่แยกตัวออกมาตามที่พวกแวนเดมอนพูดไว้...ทั้งเขาและเงาของเขาต่างมีชีวิตและเริ่มเติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กันราวกับฝาแฝด   เมื่อใดที่เขาพลังเพิ่มขึ้น  เงาของเขาก็จะมีพลังเพิ่มขึ้นตามมาเช่นกัน

 

“ฮืม...” เขาถอนหายใจแล้วเดินออกไปมองดูรูปปั้นสุนัขป่าสองตัวที่อยู่ข้างนอกปิรามิด  ซึ่งเวลาที่เขามองไป  เขาก็นึกถึงภาพที่ผุดขึ้นมาในหัวเมื่อตอนแรกอีกครั้ง  ภาพเหล่านั้นมันก็ดูเหมือนว่าจะมาสอดคล้องกับประวัติที่จารึกอยู่บนผนังเช่นกัน...ภาพของสุนัขป่าสองตัวกำลังขับไล่ดิจิมอนชั่วร้ายก่อนที่จะหายตัวไป...“โอย...นี่มันอะไรกันนักกันหนา...ทำไมเราจะต้องมาคิดมากกับเรื่องพรรค์นี้ด้วย...” ในที่สุดการุรุมอนก็สะบัดหัวเลิกคิดแล้วพยายามพูดกับตัวเอง “เรามาที่นี่เพื่อมาช่วยเพื่อนของเรา...เรื่องผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างหรือความมืดอะไรนั่น ช่างมันเหอะน่า...”

 

“การุรุมอนเป็นอะไรมากหรือเปล่า” กาโอกามอนเดินออกมาดูเพื่อนสนิทของเขาแล้วมองดูรูปปั้นเหล่านั้นตาม

 

“เฮ้อ เอาล่ะ...ฉันตัดสินใจละ...” การุรุมอนถอนหายใจอีกครั้งแล้วเริ่มพูดออกมา “สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการช่วยเหลือทุกคน...อะไรที่นอกเหนือจากนั้นช่างมันไปก่อนเหอะนะ...”

 

“การุรุมอน...” กาโอกามอนมองเพื่อนสนิทของเขาแล้วพยักหน้าเข้าใจ  เพราะอย่างน้อยเขาก็เห็นว่าเพื่อนสนิทเขานั้นรู้สึกดีขึ้น

 

 

****************************

 

การุรุมอนยิ้มเล็กน้อยแล้วเริ่มเดินออกมาจากสถานที่แห่งนั้นพร้อมกับกาโอกามอน  โดยเขาหันหลังมามองรูปปั้นเหล่านั้นอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่จะเดินจากไป

 

*** วิ้ว ๆๆๆ ** สายลมในป่าเริ่มพัดอีกครั้ง  ซึ่งคราวนี้มาพร้อมกับแสงแดดยามกลางวันที่ส่องผ่านต้นไม้ลงมาจนถึงพื้นหญ้า   การุรุมอนพากาโอกามอนเดินมาจนถึงลำธารแล้วได้หยุดพักลงเพื่อหาผลไม้และปลากินเป็นอาหารกลางวันกัน

 

“อา...อร่อยจังเเฮะ...” กาโอกามอนเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาทานผลไม้เข้าไปจนอิ่ม “อืม...แล้วจากนี้ไปเราจะทำยังกันต่อ”

 

การุรุมอนงับผลไม้ชิ้นสุดท้ายแล้วตอบกาโอกามอน “ฉันก็ไม่รู้...แต่ว่าถ้าเราเดินผ่านป่านี้ไป...เราอาจจะเจอเมืองหรือที่ไหนสักแห่งที่พอจะสืบหาข้อมูลอะไรได้บ้างก็ได้นะ...”

 

กาโอกามอนพยักหน้าแล้วลุกขึ้นไปดูป่าที่อยู่รอบ ๆ พวกเขา  เขารู้สึกว่าไม่ไกลจากที่ที่พวกเขาอยู่มันจะต้องมีสถานที่อื่นนอกจากปิรามิดนี้อยู่แน่ ๆ  พอเขาคิดได้ดังนั้นเขาจึงหันไปเอ่ยปากชวนการุรุมอนให้ออกเดินทางต่อ “งั้นพวกเราไปกันต่อเถอะ...นี่ก็กลางวันแล้ว เราอาจจะต้องใช้เวลาหาที่พักกันอีกนะ การุรุมอน”

 

“อืม จริงสินะ...งั้นก็ได้” การุรุมอนลุกขึ้นตามกาโอกามอนแล้วออกเดินทางต่อ

 

 

****************************

 

เวลาผ่านไป  พวกการุรุมอนก็ได้เดินผ่านเข้ามาลึกมากขึ้น ๆ จนมาถึงส่วนในสุดของป่าแห่งนี้  พวกเขาเริ่มได้ยินเสียงนกร้องและเสียงสัตว์ต่าง ๆ ดังขึ้น  อันแสดงให้เห็นว่าทุกอย่างเริ่มดูเป็นปกติ  ไม่เหมือนตอนที่เดินผ่านป่ารอบ ๆ ปิรามิดแห่งนั้นเลย

 

“การุรุมอน...ดูนั่นสิ...” กาโอกามอนเห็นอะไรบางอย่างเลยเรียกให้การุรุมอนดู   มันคือเศษผ้าที่ติดอยู่บนกิ่งไม้พร้อมกับตะกร้าเก็บผักเก่า ๆ ที่หล่นตกอยู่บริเวณนั้น

 

“นี่มัน...พวกของใช้นี่...” การุรุมอนเดินไปสำรวจสิ่งของเหล่านั้นแล้วดมกลิ่นดู “ฮืม...ดูเหมือนว่าจะมีดิจิมอนที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนี้นะ  กาโอกามอน”

 

กาโอกามอนเดินมาสำรวจดูแล้วมองไปยังทางข้างหน้าที่มีลักษณะเริ่มเป็นทางเดินยาวเข้าไป “ฉันก็ว่าน่าจะอย่างนั้นนะ  การุรุมอน...ไม่แน่นะอาจจะมีหมู่บ้านอยู่ในป่าแห่งนี้ก็ได้”

 

“นั่นสิ...งั้นเราเดินไปตามทางนี้กันเถอะ” การุรุมอนหันไปดูทางเดินที่กาโอกามอนกำลังมองอยู่แล้วเริ่มเดินนำเข้าไป

 

 

****************************

 

ในขณะที่พวกการุรุมอนกำลังเดินอยู่บนทางเดินนั้น  พวกเขาก็เริ่มเห็นสิ่งของของพวกชาวบ้านที่ใช้กันวางเกลื่อนพื้นมากขึ้น  แสดงให้เห็นว่าพวกเขาเริ่มเข้าใกล้สถานที่ที่เป็นที่อยู่ของพวกดิจิมอนในป่าเขานี้เต็มทีแล้ว  ซึ่งใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็เริ่มเห็นควันไฟที่ลอยออกมาจากปล่องพร้อมกับเสียงตัดไม้  เสียงผ่าฟืนดังออกมาจากทางข้างหน้า   โดยพวกเขาพอได้ยินและได้เห็นเช่นนั้นจึงได้รีบเดินต่อไป ๆ จนกระทั่งมาถึงทางเข้าของหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่มีกระท่อมหลังเล็กหลังน้อยขึ้นอยู่หลายหลังคาเรือน  มีสิ่งก่อสร้างคล้ายกับโบสถ์ขนาดเล็ก ๆ อยู่ตรงกลาง  และมีร้านค้าต่าง ๆขึ้นอยู่กระจัดกระจายไปในบริเวณนั้น   พวกดิจิมอนที่อาศัยอยู่ก็เป็นดิจิมอนชาวบ้านธรรมดา ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นร่างเจริญวัย เช่น วีมอน โดรุมอน เอเลคิมอน หรือ ร่างโตเต็มวัยพวกเมรามอน ยูคิดารุมอน โอกามอน เดินสัญจรไปมาตามชีวิตปกติของพวกเขา

 

“อ่า...เป็นหมู่บ้านจริง ๆ ด้วยแฮะ การุรุมอน” กาโอกามอนพูดแล้วเดินเข้าไปมองดูสถานที่ต่าง ๆ ในหมู่บ้านแห่งนั้นด้วยความสนอกสนใจ  เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหมู่บ้านตั้งแต่เขาเดินทางมายังดินแดนที่แปลกประหลาดแห่งนี้

 

“อือ นั่นสิ...อย่างน้อยนะ คืนนี้พวกเราก็จะมีที่พักกันแล้วละ” การุรุมอนพูดด้วยความโล่งอกแล้วเดินตามกาโอกามอนเข้าไป

 

ทั้งสองคนเดินเข้าไปจนถึงพื้นที่ส่วนกลางของหมู่บ้านซึ่งนั่นก็คือโบสถ์  โดยในขณะที่พวกเขาเดิน ๆ อยู่นั้นก็มีดิจิมอนหลายตนหันมามองพวกเขาด้วยความแปลกใจ  ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาเป็นคนแปลกหน้าที่เข้ามา  เลยเป็นที่สนอกสนใจของพวกชาวบ้านก็เป็นได้

 

“ยินดีต้อนรับท่านผู้มาเยือน” เสียงของดิจิมอนตนหนึ่งดังออกมาจากในโบสถ์หลังจากที่พวกการุรุมอนเปิดประตูเดินเข้าไป  รูปร่างหน้าตาของดิจิมอนตนนั้นไม่บอกก็พอเดาได้ว่าเขาจะต้องเป็นผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งนี้แน่ ๆ  เพราะด้วยหน้าตาที่แก่เหมือนกับชายชราผมหงอกยาวปกคลุมทั่วหน้า  เสื้อผ้าก็เป็นชุดผ้าคลุมสีเหลืองเทาเก่า ๆ   ในมือก็ถือไม้เท้าที่ดูโบราณแต่ทรงพลังที่ร้ายกาจเอาไว้  “ข้าคือ จิจิมอน ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านแห่งนี้...ไม่ทราบว่าท่านทั้งสองหลงทางหรือมีอะไรให้พวกเราพอจะช่วยได้ไหม”

 

พวกการุรุมอนยิ้มให้กับจิจิมอนแล้วรู้สึกโล่งใจที่พวกเขาเห็นว่าสถานที่แห่งนี้ให้การต้อนรับพวกเขาอย่างเป็นมิตร  อย่างน้อยพวกเขาก็พอจะมีโอกาสหาที่พักผ่อนและถามไถ่ถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่อยากรู้กับชาวบ้านพวกนี้ได้  ดังนั้นเพื่อเป็นการไม่เสียมารยาท  การุรุมอนจึงคำนับกล่าวขอบคุณกับจิจิมอนก่อนเป็นอันดับแรก “ขอบคุณมาก จิจิมอน...พวกเราสองคนอยากจะขอรบกวนพักที่หมู่บ้านของท่านสักหนึ่งคืน...เพราะว่าตั้งแต่เช้ามา  พวกเราสองคนเดินทางติดต่อกันมานานมากจนเริ่มเมื่อยล้า...หวังว่าท่านกับชาวบ้านในหมู่บ้านของท่านคงจะไม่รังเกียจ...”

 

จิจิมอนหัวเราะเล็กน้อยแล้วก็เดินเข้ามาพยักหน้าตอบการุรุมอน “โฮ่ ๆๆๆ...ด้วยความยินดี ท่านทั้งสอง...พวกเราอาศัยอยู่กันแบบหาเช้ากินค่ำ...ไม่ได้มีอะไรมากมายนักหรอก...ใครมาพวกเราก็ให้การต้อนรับ ถือซะว่าเป็นความดีที่พวกเราอยากจะทำกัน...”

 

การุรุมอนกับกาโอกามอนพยักหน้าตอบขอบคุณแล้วหันไปยิ้มกับเหล่าดิจิมอนชาวบ้านที่เข้ามามุงดูและให้การต้อนรับอย่างเป็นมิตร  ซึ่งหลังจากที่พวกเขาได้พูดคุยกับจิจิมอนจนเสร็จ  พวกเขาก็ขอออกไปเดินเล่นรอบ ๆ หมู่บ้านเป็นการพักผ่อนไปในตัว

 

“เฮ้อ ค่อยยังชั่วหน่อยนะ ที่พวกชาวบ้านไม่ได้รังเกียจพวกเรา...” กาโอกามอนเอ่ยขึ้นแล้วชวนการุรุมอนมองดูของที่วางขายอยู่ตามร้านค้าต่าง ๆ ไปอย่างเพลิดเพลิน

 

“นั่นสิ...ที่นี่ดูเรียบง่ายไม่วุ่นวายดีนะ...ถึงแม้ว่าเมืองจะไม่ใหญ่เหมือนเกาะไฟล์ของเราก็ตามทีเถอะ” การุรุมอนพยักหน้าแล้วหยิบของที่วางอยู่ในแผงขายขึ้นมาดูเล่น ๆ

 

“ว้ายยย เจอแล้วพวกเรา ๆๆ...พวกเขาอยู่ตรงนั้นไง” เสียงกรี๊ดของฟลอรามอนตัวหนึ่งดังมาแต่ไกลพร้อมกับเพื่อน ๆ ของเธอกว่าสิบคนได้วิ่งกรูเข้ามาหาพวกการุรุมอนอย่างรวดเร็ว

 

“เหยอ...อะ...อะไรน่ะ การุรุมอน” กาโอกามอนอุทานขึ้นแล้วก้าวถอยออกมาด้วยความตกใจ

 

“เหอ...แล้วฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ...” การุรุมอนเองก็ตกใจตามแต่ก็ไม่ถึงขั้นที่จะต้องรีบถอยหนี  เพราะเขาคิดว่าดิจิมอนที่วิ่งมาเป็นกลุ่ม ๆ นั้นคงจะไม่มีอันตรายอะไร

 

“วี๊ดดด...วี๊ด ๆๆๆ คุณค้าาา....คุณคนแปลกหน้าค้าาาาาาาา" *** ครึก ๆๆๆ ตุบ ๆๆๆ *** “ว้าวววว ๆๆๆ คุณค้าา ขอลายเซ็นหน่อยค๊าาาาา”

 

“หา....” ทั้งการุรุมอนและกาโอกามอนเอ่ยขึ้นด้วยความงงแล้วเหงื่อตก  นี่พวกเขากลายเป็นดาราประจำหมู่บ้านไปตั้งแต่เมื่อไหร่  ถึงได้มีสาว ๆ วิ่งกรูกันมาขอลายเซ็นกันขนาดนี้   บางคนก็ไปรุมทึ้งเกาะกอดการุรุมอน  บางคนก็ไปวี๊ด ๆ กรี๊ด ๆ กับความหล่อของกาโอกามอน  พากันครึกครื้นส่งเสียงอลวนจนชาวบ้านมองกันไปทั้งตลาดเลย

 

“เอ่อ...เดี๋ยว ๆ ครับคุณครับ...เดี๋ยวผมจะเซ็นต์ให้นะครับ...ไม่ต้องดัน ไม่ต้องแย่งกันครับ” การุรุมอนเริ่มเข้าใจจุดประสงค์ของสาว ๆ เหล่านั้นแล้วเริ่มประทับตราลายเท้าลงไปที่กระดาษทีละใบ ๆ

 

“โอ้โห เอ่อ...คร้าบ ได้เลยครับสาว ๆ...” กาโอกามอนเริ่มเข้าใจตามแล้วรู้สึกปลาบปลื้มกับตัวเองยังไงก็ไม่รู้  เขาจึงขอใช้โอกาสนี้พูดจาโปรยสเน่ห์กับสาว ๆ เป็นการทำคะแนนสักหน่อย “นี่นะครับ...โอเคครับ คนต่อไปมาเลยครับ...สวยจังเลยนะครับคุณ”

 

“วี๊ดดดด ๆๆๆๆ...ว้ายยยย หล่อเท่ห์ระเบิดจริง ๆ เลยค๊าาาาาาา...ขอบคุณมากเลยนะค้าาา คุณคนแปลกหน้า...”

 

การุรุมอนกับกาโอกามอนต่างก็ยิ้มต่างก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนานกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้  ซึ่งพวกเขาเองก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีอะไรแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขาด้วย   อย่างน้อยก็ถือซะว่าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขหลังจากที่ต่อสู้มาอย่างเหน็ดเหนื่อยล่ะกัน

 

“อ่า พวกพี่ครับ....พวกพี่ครับ” เสียงของโดรุมอนดิจิมอนร่างเจริญวัยตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาเรียกพวกการุรุมอน  หลังจากที่กลุ่มสาว ๆ ได้สลายตัวไปพร้อม ๆ กับลายเซ็น  และรอยจูบที่พวกเธอได้ฝากไว้บนแก้มของพวกเขาทั้งสอง

 

“เอ่อ...มีอะไรหรอน้อง...อยากได้ลายเซ็นพวกพี่อีกคนหรอ” กาโอกามอนได้ยินเลยหันเข้ามาทักกับโดรุมอนตัวนั้น

 

“เอ่อ เปล่าครับ...คือผมมีปัญหาอยากจะให้พวกพี่ ๆ ช่วยหน่อยครับ” โดรุมอนตัวนั้นพูดแล้วเกาหัวตัวเองด้วยความลังเลเล็กน้อย

 

“หืม...มีอะไรอยากให้พวกเราช่วยหรอ” การุรุมอนหันมาถามดิจิมอนเด็กตัวนั้นแล้วยิ้มให้ด้วยความยินดี

 

พอโดรุมอนเห็นว่าพวกการุรุมอนมีความยินดีที่จะช่วย  เขาจึงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเริ่มเล่าเรื่องออกมา “คือเพื่อนของผมเขามีปัญหาเรื่องความรัก...เอ่อพวกพี่พอจะช่วยเขาหน่อยได้ไหมครับ...”

 

“เอ๊...ปัญหา...”

“เรื่องความรัก...”

 

ทั้งกาโอกามอนและการุรุมอนต่างก็อุทานขึ้นแล้วคิดว่าปัญหานี้มันเกี่ยวข้องอะไรกับเขาหรือเนี่ย  เพราะโดยปกติแล้วพวกเขามักจะได้ยินแต่คนร้องเรียกให้ช่วยชีวิต  ช่วยต่อสู้ให้หน่อย  แต่พอมาคราวนี้กลับเป็นปัญหาเรื่อง...ความรัก...

 

“เอ่อ เดี๋ยวก่อนนะ โดรุมอน...คือพวกพี่ ๆ ไม่ได้เก่งเรื่องความรักหรอกนะ...พี่คงจะช่วยอะไรไม่ได้หรอกมั้ง” กาโอกามอนนั่งลงตอบด้วยความไม่มั่นใจ  แต่ดูเหมือนว่าโดรุมอนยังคงเรียกร้องให้เขากับการุรุมอนช่วยต่อ

 

“พวกพี่ต้องช่วยได้แน่ครับ...เมื้อกี้ผมยังเห็นสาว ๆ มารุมทึ้งพวกพี่ ๆ กันเลย...พวกพี่ต้องมีเคล็ดลับอะไรดี ๆ แน่...น๊า...ช่วยเพื่อนผมหน่อย...เขาไม่ยอมกินยอมนอนมาสามสี่วันแล้วอ่ะครับ”

 

การุรุมอนยืนนิ่งอยู่ไปสักพักแล้วคิดว่าถึงพวกเขาจะไม่ค่อยถนัดเรื่องแบบนี้  แต่ถ้าเด็กขอร้องอยากให้เขาช่วยจริง ๆ  มันก็ไม่เสียหายที่น่าจะลองดู  “อ่ะ งั้นก็ได้...พวกเราจะลองดูล่ะกัน" การุรุมอนตัดสินใจพูดแล้วเดินไปลูบหัวโดรุมอนด้วยความเอ็นดูแล้วก็ตอบตกลง

 

“จริงหรอครับ...เย้ ๆ ขอบคุณมากเลยครับพี่”

 

“เอ้ย เดี๋ยวสิ การุรุมอน...นาย...นายจะทำได้หรอ” กาโอกามอนหันมาถามการุรุมอนด้วยความแปลกใจ

 

“เฮ้ย ไม่ลองก็ไม่รู้ กาโอกามอน...มันอาจจะไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่โตก็ได้...แล้วก็อีกอย่างมันก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่หน่า”

 

“การุรุมอน...แต่ว่ามัน...”

 

“หรือว่า...นายไม่มีน้ำยาในเรื่องความรัก...” การุรุมอนหันมาถามกาโอกามอนด้วยสายตาที่แปลก ๆ

 

“ห๊ะ!!” กาโอกามอนรู้สึกว่าเหมือนตัวเองกำลังโดนเสียดสีด้วยคำพูดคำจาของการุรุมอน  ทำให้เขาของขึ้นเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปตอบการุรุมอนด้วยความหงุดหงิด “เน่ ๆๆๆ!!...ให้มันน้อย ๆ หน่อย การุรุมอน...ใครว่าฉันไม่มีน้ำยา เดี๋ยวคอยดูนะ ฉันจะทำให้ดูเลยมา” เขาพูดเสร็จก็หันไปคุยกับโดรุมอน “นำทางไปเลยน้อง...เดี๋ยวเพ่ จะแสดงฝีมือให้น้องดู...เผื่อว่าใครบางคนแถวนี้...ได้เห็นประจักษ์กับสองสายตาตัวเองจนนิ่งอึ้งไปเลย...ชิ...” เขาชำเลืองมองการุรุมอนแล้วทำท่าค้อนใส่  เดินตามโดรุมอนไป

 

“ฮึ ๆๆ...ดูมันทำ...เฮ้อ จริง ๆ นะ กาโอกามอน” การุรุมอนหัวเราะกับกิริยาอาการของเพื่อนสนิทเขาแล้วก็เดินตามไป

 

 

****************************

 

ไม่นานพวกการุรุมอนก็มาหยุดอยู่ที่กระท่อมหลังหนึ่งที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน  โดรุมอนขอเดินเข้าไปดูเพื่อนของเขาสักหน่อยแล้วจึงออกมาเรียกพวกการุรุมอนให้เข้ามาได้  ซึ่งพวกการุรุมอนก็เดินตามเข้าไป

 

“นี่แหละครับ เพื่อนของผม...” โดรุมอนเดินเข้ามาหยุดอยู่ที่ห้องนอนแล้วชี้ไปที่กิลมอนตัวหนึ่งที่นอนหมดอาลัยตายอยากอยู่บนเตียงไม้

 

“หือ...คนนี้น่ะหรอ”

 

พอพวกการุรุมอนได้เห็นกิลมอนที่นอนซมอยู่บนเตียงนั้น  พวกเขาก็รู้สึกว่ากิลมอนตัวนี้ท่าทางจะมีปัญหาหนักอกหนักใจอยู่เอาการเลย  สีหน้าของกิลมอนดูหงอย ๆ โทรม ๆ ตาปรือขอบตาคล้ำเหมือนไม่ได้นอนมาหลายคืนยังไงยังนั้น

 

“เอ่อ กิลมอน...นี่ ๆๆ ดูนี่สิ...ฉันพาคนเหล่านี้มาช่วยนายแล้วนะ...พวกเขาบอกว่าจะช่วยนายให้ได้สมหวังในความรักด้วยล่ะ” โดรุมอนเดินไปพูดให้กิลมอนฟังอยู่ข้าง ๆ เตียง

 

“หืมม...” กิลมอนหันไปมองดูพวกการุรุมอนแล้วกลับมานอนเหมือนเดิม “พวกเขาช่วยฉันไม่ได้หรอก...เอ๊ะ!!...เห๊!!” เขาสะดุ้งตกใจแล้วหันไปมองอีกรอบ “การุรุมอน การุรุมอนนี่!!...การุรุมอน กับ กาโอกามอนที่เกาะไฟล์ใช่ไหม”

 

“เห...” ทั้งการุรุมอนกับกาโอมอนต่างก็แปลกใจหลังจากที่ได้ยินกิลมอนพูดราวกับว่าเขาเคยรู้จักพวกเขากันมาก่อน   และเพื่อความแน่ใจ  การุรุมอนจึงเดินเข้าไปถาม  “ทำไมนายถึงรู้จักพวกเราได้ล่ะ กิลมอน...หรือว่านายก็คือกิลมอนที่อยู่บนเกาะไฟล์เหมือนกัน....”

 

กิลมอนลุกขึ้นมานั่งแล้วพยักหน้า “ใช่แล้ว...ฉันเอง กิลมอน...ฉันเองก็มาจากเกาะไฟล์นั่นแหละ การุรุมอน...”

 

“โอ้ บังเอิญจังเลย กิลมอน” กาโอกามอนอุทานแล้วเดินเข้ามาคุยด้วยเช่นกัน “นี่ถ้านายไม่บอก  พวกเราก็ไม่รู้นะเนี่ย...แล้วไปไงมาไงนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ”

 

กิลมอนเกาแขนตัวเองเล็กน้อยแล้วเริ่มเล่าเรื่องของเขาให้พวกการุรุมอนฟัง “ก็...เริ่มมาจากตอนที่พวกดิจิมอนชั่วร้ายจับฉันมาที่ดินแดนแห่งนี้นั่นแหละ...ฉันกับเพื่อนบางคนได้วางแผนพากันหลบหนีออกมาได้  แต่พวกดิจิมอนชั่วร้ายก็ตามเรามาจนเจออีก...พวกเราเลยตัดสินใจแยกย้ายเอาตัวรอดกันไป...พอดีฉันหนีเข้ามาในป่าแล้วก็เจอกับโดรุมอน  เขาเลยช่วยพาฉันมาหลบซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้นั่นแหละ...”

 

“อืม...นายเองก็โดนจับตัวมาเหมือนกันหรอเนี่ย...โชคยังดีนะที่นายรอดมาได้” การุรุมอนพยักหน้าพูดแล้วหันไปยิ้มกับโดรุมอน “ขอบใจนะโดรุมอน ที่ช่วยเพื่อนของพวกเราเอาไว้...”

 

โดรุมอนพยักหน้ายิ้มรับคำขอบคุณจากการุรุมอน  โดยในตอนแรกเขาก็รู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่าทำไมกิลมอนถึงรู้จักกับแขกสองคนนี้  แต่พอหลังจากที่เขาเห็นแขกทั้งสองนั้นได้คุยกับกิลมอนแล้ว  เขาจึงรู้สึกวางใจมากขึ้นว่าพวกการุรุมอนคงจะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้กิลมอนได้

 

“เอาล่ะ กิลมอน...โดรุมอนเพื่อนของนายบอกว่า นายมีปัญหาเรื่องความรัก...ไหนนายลองเล่าให้พวกเราฟังหน่อยสิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น” การุรุมอนเริ่มเปิดประเด็นถาม  ทำให้กิลมอนออกอาการเขินอายเล็กน้อยก่อนที่จะเล่าเรื่องของเขาให้การุรุมอนกับกาโอกามอนได้ฟัง

 

“เอ่อ คือ...แบบว่า...ฉันไปหลงรักใครคนนึงในหมู่บ้านนี้เข้าอ่ะ...เธอคือสวอนมอน ดิจิมอนหงส์ขาวที่สวย...น่ารัก...และก็เพียบพร้อมไปด้วยความเป็นกุลสตรี...อาา” กิลมอนพูดไปก็เริ่มเหม่อลอยไปกับจินตนาการของตัวเอง  จนกระทั่งโดรุมอนต้องส่งเสียงเตือนสติเขาเล็กน้อย

 

“อะ...อะแฮ่ม...อะแฮ้ม!!”

 

“อะ...เอ๋อ...เออ นั่นแหละ...เธอน่ารักมากและฉันก็ปิ๊งเธอตั้งแต่แรกเห็นเลย”

 

กาโอกามอนพยักหน้าเข้าใจแล้วเริ่มถามบ้าง “แล้วปัญหามันอยู่ที่ตรงไหนอ่ะ...นายไม่กล้าไปสารภาพรักกับเจ้าหล่อน...หรือว่าเจ้าหล่อนไม่ชอบนาย...”

 

“เอ่อ คือ...ฉัน...” กิลมอนก้มหน้าพูดแล้วหน้าแดง “ฉันจีบสาวไม่เป็นอ่ะดิ๊...”

 

“ห๊ะ...นายจีบสาวไม่เป็น!!” การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความงงในขณะที่กาโอกามอนก็แอบไปหัวเราะเบา ๆ อยู่ข้างหลัง  “คิก ๆๆ...ปัญหาเรื่องจีบสาวไม่เป็นแฮะ การุรุมอน”

 

“ชู่ว!! อย่าเสียมารยาทสิ  กาโอกามอน...” การุรุมอนหันไปติงกาโอมอนแล้วกลับมาถามกิลมอนเพิ่มดังนี้

 

“เอาล่ะ...นายจีบสาวไม่เป็นใช่ไหม”

“ใช่...”

 

“นายคิดว่า ถ้ามีใครสักคนมาสอนนายให้จีบสาวเป็นก็คงจะดีใช่ไหม”

“ใช่...”

 

“แล้วที่นายให้เพื่อนนายเรียกพวกฉันมาก็เพราะเหตุผลนี้ใช่ไหม”

“อือ...ใช่”

 

“สรุปก็คือ นายอยากให้พวกฉันสอนจีบสาวให้นายใช่ไหม”

“เอ๊อ ใช่!!”

 

“โอเค กาโอกามอน...งานเข้าแล้วล่ะ...เชิญไปแสดงฝืมือตามที่นายว่าไว้ได้เลย...” การุรุมอนหันไปบอกกาโอกามอนแล้วก็เดินออกไปพร้อม ๆ กับโดรุมอน  ปล่อยให้เพื่อนสนิทของเขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้แทน

 

 “ฮึ ๆๆ เอาล่ะ กิลมอน...เดี๋ยวฉันกับการุรุมอนจะช่วยนายเองนะ...” กาโอกามอนพูดแล้วกระดิกนิ้วเท้าข้างหนึ่งเรียกกิลมอนให้เข้ามาใกล้ ๆ “ มานี่สิ...มาฟังขั้นตอนแบบเบสิก ๆ ก่อนมา”

 

“อื๊อ...” กิลมอนพยักหน้าแล้วเขยิบตัวไปนั่งข้าง ๆ กาโอกามอนเพื่อเตรียมรับฟังคำแนะนำ  โดยเขาได้เอียงหูข้างหนึ่งไปหาแล้วกาโอกามอนก็เริ่มกระซิบอธิบายขั้นตอนออกมา  “อืม เอาอย่างนี้นะ...ซุบซิบ ๆๆๆ...เริ่มอย่างนี้นะ...ซุบซิบ ๆๆ...แล้วก็อย่างนี้นะ...ซุบซิบ ๆๆๆ”

 

“อืม...อะหือ...โอ้ โอเค...อืม...อือ ๆๆ...” ฝ่ายกิลมอนก็สดับรับฟังกาโอกามอนอย่างตั้งอกตั้งใจแล้วก็พยักหน้าตอบไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเคล็ดลับขั้นพื้นฐานก็ถูกถ่ายทอดออกไปเรียบร้อย

 

****************************

 

เมื่อยามเย็นของป่าแห่งนี้มาถึง  การุรุมอนก็ได้เดินออกมาจากที่พักแล้วหันไปดูวิวรอบ ๆ ตัว  ซึ่งตอนนั้นเขาก็ได้เห็นเหล่าดิจิมอนชาวบ้านต่างก็ออกมาเตรียมอาหารและก่อกองไฟกัน   การุรุมอนเดาว่านี่คงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของพวกเขา  เช้าออกไปหาอาหารแล้วตอนเย็นก็มาชุมนุมสังสรรค์กันตามปกติ   เขาเห็นดิจิมอนแต่ละตัวเริ่มตั้งโต๊ะทำอาหารแล้วแจกของกินให้กันอย่างเรียบง่าย   ใครมีอะไรก็เอามาแบ่งกัน  เป็นชีวิตที่อยู่อย่างพอมีพอกิน  ไม่มีการแก่งแย่งกัน  ไม่มีการลักขโมยกันเลย   “อืม...ดูสงบสุขดีจังเลยแฮะ” การุรุมอนพูดกับตัวเองแล้วมองไปดูกลุ่มชาวบ้านอีกกลุ่มที่เริ่มออกมาบรรเลงเพลงและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานรอบกองไฟ  โดยมีผู้ใหญ่บ้าน จิจิมอน กำลังนั่งดูและสนทนากับคนอื่น ๆ อย่างเพลิดเพลิน   เขายืนดูอยู่อย่างนั้นไปจนกระทั่งกาโอกามอนได้เดินเข้ามาทักเขา

 

“ไง การุรุมอน...อาหารที่นี่อร่อยดีนะว่าไหม...”

 

“อือ อร่อยมากเลยล่ะ...” การุรุมอนหันไปพยักหน้าแล้วชวนกาโอกามอนไปนั่งพักผ่อนตรงมุมหนึ่งของกองไฟ เพื่อที่จะถามถึงผลการทำงานของเพื่อนสนิทเขาสักหน่อย “เป็นยังไงบ้างล่ะ กาโอกามอน...นายสอนเคล็ดลับอะไรของนายให้กิลมอนเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”

 

“ฮึ ๆๆ เรียบร้อยแล้ว...ก็นี่แหละ ฉันกำลังจะมาชวนนายให้ไปดูผลพร้อม ๆ กันนี่ไง”

 

“ห๊ะ...หมายความว่ายังไงน่ะ” การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความสงสัยแล้วมองกาโอกามอนที่กำลังยิ้มย่องอยู่ด้วยความภูมิใจ

 

“มานี่สิ...แล้วนายก็จะรู้เอง” กาโอกามอนลุกขึ้นเอ่ยปากชวนแล้วพาการุรุมอนไปแอบดูใครบางคนที่อยู่อีกมุมหนึ่งของหมู่บ้าน  ซึ่งตรงนั้นเองการุรุมอนก็ได้เห็นกิลมอนกำลังยืนถือช่อดอกไม้ช่อเบ่อเร้อรอใครบางคนอยู่ที่หน้าประตูกระท่อมหลังหนึ่ง  สิ่งที่การุรุมอนประหลาดใจก็คือกิลมอนดูดีขึ้นกว่าเก่ามาก  หน้าตาสดใส  และที่ประหลาดสุด ๆ ก็คือ  เขาผูกหูกระต่ายติดไว้อยู่ใต้คอด้วย...เขาเห็นแล้วก็สงสัยทันทีเลยว่าของแบบนี้กิลมอนไปหามาจากไหนกันเนี่ย

 

“โอ้โห กาโอกามอน...นี่น่ะหรือเคล็ดลับของนาย...” การุรุมอนหันไปถามเบา ๆ ในขณะที่เขากำลังแอบดูอยู่กับกาโอกามอน

 

“ชู่วว เบา ๆ การุรุมอน...นี่แค่เริ่มต้นเฉย ๆ”

 

*** กริ๊ก...แอ้ดดดด *** เสียงของประตูกระท่อมหลังนั้นดังขึ้นเมื่อดิจิมอนที่อาศัยอยู่ข้างในได้เปิดมันออกมา  ซึ่งทันทีที่พวกการุรุมอนเห็น  พวกเขาก็ต่างตาค้างมองดิจิมอนตัวนั้นกันอย่างตกตะลึง “โอ้โห...”

 

ดิจิมอนที่เดินออกมาจากกระท่อม  เธอคือ สวอนมอน (Swanmon) ที่กิลมอนกำลังหลงใหล   รูปร่างหน้าตาของเธอเหมือนหงส์สีขาวสะอาด  แววตาสีทองสดใส  ปีกสีขาวเปล่งปลั่งสวยงาม  ซึ่งเหล่านี้ทำให้พวกการุรุมอนหายสงสัยเลยว่าทำไมกิลมอนถึงได้ตกหลุมรักหัวปักหัวปำได้ซะขนาดนี้

 

“โห กาโอกามอน...ฉันไม่สงสัยแล้วนะเนี่ยว่าทำไมกิลมอนถึงได้คลั่งไคล้สวอนมอนถึงขนาดนั้น”

 

“นั่นสิ การุรุมอน...ดิจิมอนตัวนั้นสวยเป็นบ้าเลย”

 

หลังจากที่การุรุมอนกับกาโอกามอนหายตะลึงแล้ว  เขาก็มองกลับไปที่กิลมอนที่ตอนนี้กำลังยืนบิดไปบิดมาด้วยความอายจนกระทั่งสวอนมอนได้สังเกตเห็นเข้า

 

“เอ่อ...คุณคะ...มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า” สวอนมอนเอ่ยปากทักกิลมอนด้วยรอยยิ้มที่สดใสและมีเสน่ห์  ซึ่งทำให้กิลมอนใจเต้นแรงมากขึ้นจนไม่เป็นจังหวะเลยคราวนี้

 

“เอ่อ...เอ่อม...คือ...คือ ผม...เอ่อ ” *** ตึก ๆ  ตึก ๆ ตึก ๆ *** เสียงของหัวใจกิลมอนเต้นแรงมาก ๆ จนเขาเริ่มหายใจหอบแฮ่ก ๆ

 

“คุณ...คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ” สวอนมอนเห็นกิลมอนหอบเลยทำท่าที่จะเข้าไปช่วย  แต่แล้วเธอก็ต้องตกใจเมื่อเธอเห็นกิลมอนรีบยื่นช่อดอกไม้ออกมา  แล้วพูดประโยคประโยคหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกเขินอายแบบสุด ๆ

 

*** ฟึบ *** “สวอนมอนครับ...ผม...ผมชอบคุณครับ!!...”

 

“ฮ๊าาา....”

 

*** กิ๊ง *** แล้วทุกอย่างก็หยุดนิ่งไปราวกับโลกหยุดหมุน  ทั้งสวอนมอน  กิลมอน  การุรุมอนและกาโอกามอน  ทุกคนต่างนิ่งอึ้งไปกับเหตุการณ์โดยไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนี้

To be continued

Back to Part XIV    Go to Part XVI

Free Web Hosting