Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part X-VII : The Darkness of History ; DWA Castle -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

 

*** เปรี้ยง...ครึก ครืนนน *** เสียงของฟ้าแลบฟ้าผ่ารอบ ๆ ปราสาทดีวา  ได้ดังเข้ามาถึงห้องนอนของผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตัวนั้น   เขากำลังยืนอยู่ที่หน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอกด้วยสายตาที่ทอดยาวราวกับว่ากำลังนึกถึงอะไรบางอย่างอยู่ในใจ   “ฮืม...ทำไมโลกนี้ถึงไม่ยุติธรรมกับเราเอาซะเลยนะ...” เขาพูดกับตัวเองแล้วหลับตานึกถึงเรื่องในอดีต...อดีตของเขากับเพื่อนของเขาที่เคยต่อสู้ร่วมกัน  ในฐานะที่เป็นมือซ้ายและมือขวาของเทพเจ้าแห่งดินแดนตะวันตก

 

****** หลายร้อยปีมาแล้ว ณ ป่าแห่งหนึ่งบนโลกดิจิมอนที่เพิ่งเกิดขึ้นมา ******

 

“นี่ ชิโรคารุ...เราหยุดพักกันก่อนได้ไหม...” เสียงของดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตัวหนึ่งเรียกเพื่อนของให้หยุดเดิน  หลังจากที่เขาเริ่มรู้สึกเหนื่อยกับการเดินทางจนเขาต้องไปนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง

 

“ฮึ ๆๆ...ก็ดีเหมือนกันนะ คุโรคารุ...ข้าเองก็รู้สึกเหนื่อยแล้วเหมือนกัน” ดิจิมอนสุนัขป่าสีขาวอีกตัวหัวเราะเพื่อนเขาแล้วเดินมานั่งพักอยู่ข้าง ๆ เช่นเดียวกัน

 

ทั้งสองตนนี้คือ เพื่อนสนิท หรือคู่หูที่เกิดมาพร้อม ๆ กับโลกดิจิมอนที่เพิ่งสร้างตัวเองขึ้นมา  เปรียบเสมือนเป็นยุคแรกของเผ่าพันธุ์ที่กำลังเริ่มต้นใช้ชีวิตเหมือนสัตว์ป่าในธรรมชาติ  การเป็นผู้ล่า คือ สัญชาติญาณของพวกเขา

 

“เจ้าหิวไหมล่ะ คุโรคารุ...ข้าว่าที่นี่ มันน่าจะมีอะไรที่พวกเราพอกินได้บ้างเหมือนกับที่บ้านของเรานะ ” สุนัขป่าชิโรคารุรู้สึกว่าเพื่อนของเขาคงจะหิว  เพราะตั้งแต่เดินทางมา  พวกเขาก็ยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย   จริงอยู่ที่คุโรคารุแข็งแกร่งและมีความเด็ดเดี่ยวเป็นผู้นำมากกว่าเขา  แต่ถึงอย่างไรก็ตามเวลาที่เพื่อนของเขาเหนื่อยมันก็ไม่ต่างอะไรจากตัวเขาเองนักหรอก  ด้วยเหตุนี้เวลามีภัยมา  ชิโรคารุจึงมักเป็นผู้ช่วยเหลือมากกว่าที่จะเป็นผู้นำในการต่อสู้เหมือนคุโรคารุ

 

“อย่าเลย ชิโรคารุ...ข้าไม่หิวมากนักหรอก...แค่เหนื่อยเท่านั้นเอง” คุโรคารุพยายามพูดแบบปกติเพื่อหลบเลี่ยงความหิว  แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาจะอ่านใจเขาออกอยู่เรื่อย

 

“ฮึ ๆๆ เจ้านิ...โกหกไม่เคยเก่งสักครั้งเลยนะ คุโรคารุ...เอาล่ะอยู่ที่นี่ล่ะ เดี๋ยวข้าจะออกไปหาอาหารมาให้”

 

“อ๊ะ เดี๋ยวสิ ชิโรคารุ”

 

****** กลับมา ณ ปัจจุบัน ******

 

“....ชิโร...คารุ” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตัวนั้นพูดออกมาด้วยเสียงที่อาลัยอาวรณ์ราวกับว่าเขากำลังโศกเศร้า  เรื่องในอดีตที่อยู่ในใจของเขามันทำให้แววตาที่ดูเหมือนจะโหดร้ายกลับกลายเป็นแววตาที่ดูอ่อนโยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ   เขาก้มหน้าหันกลับไปมองกระจกเงาที่กำลังแสดงภาพความเป็นอยู่ของการุรุมอน  ซึ่งพอเขาเห็นเขาก็รู้สึกเศร้ามากขึ้น  โดนเฉพาะเวลาที่เขาคิดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมาพร้อมกับภาพของการุรุมอนที่เห็นอยู่ในกระจกนั้น

 

“อึก...กึก ๆ คึก...ชิโรคารุ...ชิโรคารุ!!” ***ครึก ๆๆๆ ครืน ๆๆๆ*** “ย๊าาา!!” ทันใดนั้นพลังแห่งความมืด  จู่ ๆ ก็ได้พุ่งออกมาจากร่างของเขา  ราวกับว่ามันระเบิดออกมาเพราะโดนจี้จุดอ่อนยังไงยังนั้น  ซึ่งผลที่เกิดขึ้นมันก็ทำให้แววตาของเขากลับกลายเป็นแววตาสีแดงที่ดูโหดร้ายเหมือนเดิม 

 

*** ครึก ๆๆๆ ฟู่ววว *** “ฮื่อออ ทำไม...ทำไมนายถึงต้องทำแบบนี้กับข้าด้วย...ชิโรคารุ!!”

 

“นายท่าน เป็นอะไรหรือเปล่าครับ!!” เสียงของแบล็คการุรุมอนได้วิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกกับเสียงร้องของเจ้านายของเขา

 

“อึก...ข้า...ข้าไม่เป็นไรหรอก...แค่เหนื่อยนิดหน่อยน่ะ” ดิจิมอนสุนัขป่าหายใจหอบเล็กน้อยแล้วเดินขึ้นไปนอนพักอยู่บนเตียงของเขา

 

“ท่าน...นึกถึง อดีตอีกแล้วใช่ไหมครับ” แบล็คการุรุมอนถามด้วยความอยากรู้  เพราะเขาเคยเห็นนายของเขามีอาการแบบนี้ทุกครั้งเวลาที่นึกถึงอดีตขึ้นมา...มันเกี่ยวกับอะไร...หรือกับใครเขาก็ไม่สามารถรู้ได้  เพราะนายของเขาไม่เคยยอมบอกหรือเล่าให้ฟังเลย   แม้ว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของเจ้านายคนนี้  แต่ตอนที่เขาถูกสร้างขึ้นมา  นายของเขาก็ไม่ได้แบ่งความรู้สึกส่วนนั้นมาให้กับเขาเลยแม้แต่น้อย...นายท่าน...ทำไมท่านถึงต้องขังความเจ็บปวดเอาไว้อยู่ในใจเพียงคนเดียวด้วย...ความเจ็บปวดนั่น มันทรมานมากนักหรือ...

 

ดิจิมอนสุนัขป่าตัวนั้นนึกอะไรได้เลยตะแคงนอนหันมาถามแบล็คการุรุมอน “ ข้านึกอะไรบางอย่างได้...วันนี้เจ้าอย่าลืมไปเอาพลังแห่งแสงสว่างด้วยล่ะ...เดี๋ยวข้าจะสร้างประตูมิติเอาไว้ให้ ”

 

“ครับ นายท่าน...” แบล็คการุรุมอนรับคำสั่งแล้วหันหลังเดินออกไปจากห้อง  ปล่อยให้นายของเขานอนพักผ่อนคิดอะไรไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงเวลาเรียกตัวเขากลับเข้ามา

 

****************************

 

ถัดมาที่การุรุมอนกับเพื่อน ๆ ของเขา  ณ ป่าตะวันตก   พวกเขาได้ตัดสินใจเดินทางผ่านป่าออกไปตามคำบอกเล่าของจิจิมอนที่ว่า  พ้นจากป่าตะวันตกไปจะมีปราสาทแห่งหนึ่งตั้งอยู่...ปราสาทโบราณ DWA Castle

 

การเดินทางของพวกเขาดูเหมือนว่าจะมีสีสันมากขึ้นหลังจากที่พวกเขายอมให้กิลมอนเข้ามาร่วมทางด้วย  โดยตลอดทางที่เดินไปนั้น  กิลมอนมักจะชวนการุรุมอนกับกาโอกามอนคุยนั่นคุยนี่ไปเรื่อย ๆ ทำให้บรรยากาศรอบตัวไม่ดูตึงเครียดจนเกินไป

 

“งืม...นี่ กาโอกามอน”

 

“หือ มีอะไรหรอกิลมอน”

 

กิลมอนยิ้มแล้วเดินเข้าไปใกล้ ๆ กาโอกามอนเพื่อที่จะถามอะไรบางอย่าง “นายอยู่กับการุรุมอนมาตั้งนานแล้วหรอ”

 

กาโอกามอนทำหน้าสบาย ๆ แล้วหันไปมองการุรุมอนที่กำลังเดินนำพวกเขาอยู่  “นานมากเลยล่ะ กิลมอน...”

 

“หรอ...แล้วอะไรทำให้นายได้มาเป็นเพื่อนสนิทเขาล่ะ” กิลมอนถามต่อ

 

กาโอกามอนนึกย้อนหลังกลับไปแล้วเริ่มตอบ “ก็...คงเป็นเพราะความอบอุ่นที่เขามีให้กับฉันล่ะมั้ง”

 

“เอ๋  ความอบอุ่นยังนั้นหรอ...”

 

****** หลายปีก่อน  เมื่อตอนกลางวัน  ณ  ป่าในเขตบ้านของการุรุมอน ******

 

“Double Backhand!!” *** ฟ้าวว...เปรี้ยง ***  ไม้ตายของกาโอมอนหมุนตัดผ่านต้นไม้ที่อ่อนเหมือนต้นกล้วยจนหักโค่นไปอย่างง่ายดาย  ทำให้การุรุมอนที่ยืนดูอยู่ตรงนั้นรู้สึกพึงพอใจกับผลการฝึกสอนเป็นอย่างมาก

 

“อืมม...ความเร็วกับความแม่นยำใช้ได้แล้วนะ...แต่จังหวะการหมุนต้องทรงตัวมากกว่านี้หน่อย...”

“งั้นหรอครับ...งั้นผมขอลองใหม่ได้ไหมครับ” เขาปาดเหงื่อแล้วเดินเข้ามาถามการุรุมอน

 

การุรุมอนยิ้มแล้วลูบหัวเขาเล็กน้อย “อืม วันนี้พอก่อนก็ได้...เรากลับกันเถอะ”

 

หลังจากนั้นทั้งเขาและการุรุมอนก็เริ่มเดินทางกลับ  ซึ่งในระหว่างที่เขาเดินไป  อากาศที่ร้อน ๆ มันก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยขึ้นมาเรื่อย ๆ จนต้องขอการุรุมอนหยุดพัก  “นี่ พี่การุรุมอน...เราหยุดพักกันก่อนได้ไหมอ่ะ...อากาศมันร้อนมาก ๆ เลยอ่ะ”

 

การุรุมอนหันมามองแล้วหัวเราะเขาด้วยความเข้าใจ  “ฮึ ๆๆ ก็ดีเหมือนกันนะ...ฉันเองก็รู้สึกร้อนแล้วเหมือนกัน”

 

พอกาโอมอนได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจแล้ววิ่งไปหลบร้อนที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่งกับการุรุมอน  “ฮ่าา ค่อยยังชั่วหน่อย” เขาพูดออกมาอย่างสบายใจแล้วนั่งพักเหนื่อยไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งการุรุมอนเริ่มเอ่ยปากถาม “นายหิวไหมล่ะ กาโอมอน...เดี๋ยวฉันจะไปหาของกินมาให้ เอาไหม ”

 

“อ๊ะ...เอ่อ...” กาโอมอนลังเลเล็กน้อยแล้วพยายามตอบออกมาด้วยเสียงที่ปกติ “ผมไม่หิวหรอกครับ...แค่เหนื่อยอย่างเดียวเอง แฮะ ๆๆๆ...”

 

เขาทำเหมือนกลบเกลื่อนแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล  เพราะเขาเห็นการุรุมอนมองหน้าเขาแล้วส่ายหน้าหัวเราะออกมา “ฮึ ๆๆ...นายนี่มันโกหกไม่เก่งเลยนะ กาโอมอน...เอาล่ะ นายนั่งอยู่ตรงนี้นะ...เดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรมาให้กิน” หลังจากที่พูดเสร็จ  การุรุมอนก็ได้เดินออกไป

 

“อ๊ะ เดี๋ยวสิ การุรุมอน”

 

****** กลับมา ณ ปัจจุบัน ******

 

“การุรุมอนน่ะ...ดูภายนอกแล้วเหมือนเขาจะไม่ค่อยสนใจใคร...พูดอะไรก็เหมือนแบบว่าจะเย็นชา...แต่ถ้านายได้ลองสัมผัสถึงข้างในจิตใจของเขาดูสักครั้ง...นายก็จะรู้สึกได้เลยล่ะว่า ความอบอุ่น มันเป็นยังไง...”

 

กิลมอนได้ยินคำอธิบายเหล่านั้นจากกาโอกามอนก็เหมือนจะอึ้งเล็กน้อย  แต่เขาก็เข้าใจในความหมายของมันแล้วยิ้มหันไปมองการุรุมอน “อืม...เป็นอย่างนี้นี่เอง”

 

เวลาผ่านไปกับการเดินทาง  จนในที่สุดพวกเขาก็ออกมาจากป่าตะวันตกได้   ดินแดนถัดไปหรือดินแดนแห่งใหม่ที่พวกเขกำลังเห็น  เป็นดินแดนที่แห้งแล้งอีกแล้ว  ความน่าเบื่อเข้ามาหาพวกการุรุมอนอีกครั้งเมื่อเขาไม่เห็นวิวอะไรเลยนอกจากภูเขาหินแดง ๆ และท้องฟ้าสีม่วง ๆ ที่มีบรรยากาศเหมือนฝนจะตกตลอดเวลา   การุรุมอนเดินออกไปแล้วยืนมองดูทางขึ้นเขาลูกหนึ่งที่อยู่ข้างหน้า   ซึ่งตอนนั้นเองเขาก็รู้สึกถึงพลังแห่งความมืดที่แผ่ออกมาจากที่แห่งหนึ่งหลังเขาลูกนั้น  มันเป็นความมืดที่ดำสนิทและเต็มไปด้วยความโกรธแค้นล่องลอยอยู่ทั่วชั้นบรรยากาศเหนือพื้นที่แห่งนั้น

 

*** ครึก ๆๆ ครืนนน ***

 

เสียงฟ้าร้องได้ดังออกมาจากตรงจุดที่การุรุมอนมองไปราวกับว่ามันกำลังเตือนการุรุมอนไม่ให้เข้าไปยุ่ง  แต่ดูเหมือนว่าการุรุมอนจะไม่สนใจอะไรแล้วหันกลับมาคุยกับกาโอมอนและกิลมอน

 

“ถ้าพวกเราไปตามทางเดินนี้...เราก็จะไปถึงปราสาทดีวาได้...”

กิลมอนสงสัยว่าการุรุมอนรู้ได้ยังไงเลยเดินเข้าไปถาม “แล้วนายรู้ได้ยังไงอ่ะ การุรุมอน”

 

“ก็จิจิมอนบอกว่าถ้าเราออกมาจากป่า  เราก็จะเข้ามาสู่ดินแดนของปราสาทดีวา...และเท่าที่ฉันเห็น  มันก็มีแต่ทางนี้แหละที่จะไปได้”

 

กาโอกามอนเดินเข้าไปมองตรงจุดที่การุรุมอนบอกแล้วหันกลับมาถาม “นายแน่ใจนะว่าเป็นสิ่งเท่าที่นายเห็น...”

 

“ห๊ะ...ทำไมนายถึงถามฉันแบบนั้นล่ะ กาโอกามอน” การุรุมอนรู้สึกแปลก ๆ กับคำถามของกาโอมอน

 

“ฉันคิดว่า...นายอ่ะ รู้สึกถึงมันด้วยอีกต่างหาก...ความรู้สึกที่บอกให้นายไปทางนั้น”

 

การุรุมอนไม่รู้จะตอบยังไง  เขาจึงเดินนำไปที่ทางเดินแล้วหันมาชวนเพื่อนของเขาอีกครั้ง “เราไปกันเถอะ...ที่นี่เป็นเขตของดิจิมอนชั่วร้าย  ขืนเราอยู่ตรงนี้นาน ๆ อาจจะถูกพวกมันโจมตีเอาก็ได้...”

 

“โอเคเลย...” กิลมอนตอบแล้วเดินตามการุรุมอนเข้าไป  ซึ่งเขาเองก็หันมาชวนกาโอกามอนเช่นกัน “มาเถอะ กาโอกามอน...ยังไงซะ ทางนี่ก็เป็นทางเดียวแหละที่เดินต่อไปได้”

 

“อะ อืม...” กาโอกามอนพยักหน้าแล้วเดินตามเข้าไป  โดยในใจของเขาก็เริ่มรู้สึกไม่แน่ใจกับการไปปราสาทดีวาซะแล้ว...อะไรบางอย่างที่นั้น  มันต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนเลย...

 

****************************

 

 

กลับมาที่ห้องพักผ่อนของดิจิมอนสุนัขป่าผู้คุมกุญแจแห่งความมืด ณ ปราสาทดีวา...ดิจิมอนสุนัขสีดำตัวนั้นกำลังนอนหลับพักผ่อนอยู่บนเตียงม่าน  ท่ามกลางฟ้าแลบฟ้าร้องที่เกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่รอบนอกของปราสาท   ความรู้สึกที่ถูกซ่อนอยู่ภายในใจของเขาเริ่มสร้างนิมิต หรือความฝันขึ้นมา  โดยมันจำลองเหตุการณ์ในอดีตให้เขาได้เห็นอีกครั้ง

 

*** แว้ป ๆๆๆๆ...ฟู่...***

 

“หือ...นี่มัน...ที่ไหนกัน” เขาพูดขึ้นเมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ที่ไหนสักแห่งท่ามกลางหมอกควันที่ปกคลุมอยู่โดยรอบ  เขาหันไปหันมาด้วยความสงสัยแล้วก็ได้ยินเสียงใครบางคนกำลังเรียกเขา

 

“คุโรคารุ...คุโรคารุ”

 

“หือ...ใครน่ะ...ใครเรียกข้า...” เขาถามแล้วมองไปยังทางเดินข้างหน้า  ซึ่งทันใดนั้นเขาก็เริ่มเห็นดิจิมอนสุนัขป่าสีขาวกำลังเดินเข้ามาหาเขา

 

“อยู่ที่นี่เองหรอ...ข้าตามหาเจ้าตั้งนานแน่ะ”

 

“อะห๊ะ...ชิ...ชิโรคารุ” เขาอุทานขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเขาได้พบกับเพื่อนเก่าของเขาอีกครั้ง “เจ้า...กำลังตามหาข้าอยู่งั้นหรอ...”

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสีขาวตัวนั้นพยักหน้าแล้วเดินเข้ามาใกล้ ๆ “ก็ใช่สิ...วันนี้เป็นวันสำคัญของพวกเรานะ...วันที่พวกเราจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำทัพแห่งดินแดนตะวันตกไง...จำไม่ได้หรอ...”

 

เขาทำหน้างงเหมือนดิจิมอนปกติอยู่สักพักแล้วก็นึกได้ “อ๊ะ จริงด้วยสินะ...วันนี้แล้ว...วันที่พวกเราจะได้รับพลังจากเทพแห่งดินแดนตะวันตก...” เขาพูดเสร็จก็ยิ้มตอบเพื่อนของเขา

 

“งั้นก็อย่ารอช้าเลย...รีบไปกันเถอะ...เทพแห่งทิศตะวันตกกำลังเรียกหาพวกเราอยู่ด้วย”

“เอาสิ...ไปกันเถอะ”

 

*** แว้ปปปป *** แล้วนิมิตที่เห็น ๆ อยู่ก็หายวับไป  “หือ...อะไรน่ะ” *** แว้ปปปป *** แล้วภาพเหตุการณ์ในอดีตก็เกิดขึ้นมาใหม่  โดยคราวนี้เป็นการฉลองชัยชนะของผู้นำทัพแห่งดินแดนตะวันตก  ที่สามารถปกป้องดินแดนให้รอดพ้นจากการรุกรานของศัตรูได้   สิ่งที่เขาเห็นคือ ขบวนทัพดิจิมอนที่เดินพาเหรดเข้ามาในเมืองท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องดีใจของเหล่าชาวบ้านตามทางเดิน

 

“เย้ ๆๆๆ...ท่านชิโรคารุ...ท่านชิโรคารุ”

 

สุนัขป่าสีดำตัวนั้นเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วก็รู้สึกปลื้มใจเหมือนกัน  เพราะเขาก็เห็นตัวเขาเองเดินคู่กับเพื่อนของเขาอยู่ด้วย

 

“วี้ดดด ท่านชิโรคารุ...ท่านชิโรคารุ...เก่งจริง ๆ เลยยยย”

 

เสียงของเหล่าชาวบ้านเริ่มทำให้ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำรู้สึกสงสัย...ทำไมถึงมีแต่คนเรียก ชิโรคารุ เพื่อนของเขา...เขาเองก็เป็นวีรบุรุษเหมือนกัน  ทำไมไม่มีใครส่งเสียงหรือเรียกให้เขาดีใจบ้างนะ...

 

“ดูสิพวกเรา...ถ้าไม่มีท่านชิโรคารุ...ผู้นำทัพแห่งกองกำลังสีขาวนะ...พวกเราคงไม่มีเมืองอยู่กันไปแล้วนะเนี่ย” เสียงกระซิบของดิจิมอนชาวบ้านในระแวกนั้น  ส่งเสียงออกมาให้เขาได้ยิน  ซึ่งคำพูดเหล่านั้นมันทำให้เขารู้สึกน้อยใจอย่างมาก  หนำซ้ำเขายังได้ยินเสียงกระซิบอย่างอื่นเพิ่มเข้ามาทำให้เขาเสียใจมากกว่าเดิมอีก

 

“ดูท่านชิโรคารุสิพวกเรา...ร่างกายและจิตใจของท่านขาวสะอาดเหมือนเทพแห่งแสงสว่างจริง ๆ เลย...ไม่เหมือนคุโรคารุที่มีแต่สีดำ...พวกที่มาจากความมืด...ดูสิ เดินลอยหน้าลอยตาอยู่ได้...น่ารำคาญชะมัด”

 

“ห๊ะ...อะ...อะไรกันน่ะ...” ดิจิมอนสุนัขป่าอุทานขึ้นอย่างตกตะลึง   คำพูดของชาวบ้านเหล่านั้นมันเป็นการแสดงออกถึงความรังเกียจเดียดฉันท์มาก...มากจนทำให้เขาเริ่มน้ำตาไหลออกมา

 

“อึก...นี่พวกเขา...อึก...พวกเขาไม่ได้เห็นเราเป็นบุคคลสำคัญเลยหรือ...แค่เรามีความมืด...มีร่างกายเป็นสีดำ...ก็สรุปเลยหรอว่าเราเป็นคนที่ไม่มีค่า...ทำไม...ทำไมถึงต้องพูดจาทำร้ายกันแบบนี้ด้วย!!”

 

*** ผลุบ ***  แล้วเขาก็ตื่นขึ้นมาด้วยร่างกายที่มีเหงื่อไหลท่วมตัว “แฮ่ก...แฮ่ก...อะไร...นี่มันอะไรกัน” เขาพูดแล้วกลิ้งลงไปนอนใหม่  “ทำไม...ทำไมข้าต้องฝันอะไรแบบนี้ซ้ำ ๆ ซาก ๆ ด้วย” เขากัดฟันด้วยความโกรธแล้วชำเลืองไปมองที่กระจกเงา “ชิโรคารุ...ทำไมถึงมีแต่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับข้าคนเดียวด้วย...ในขณะที่เจ้ามีแต่คนให้ความรักและความสนใจ...ข้ากลับเป็นฝ่ายที่ถูกทอดทิ้งอย่างน่าสงสาร...ข้า...อุตส่าห์หวังไว้ว่าเจ้า...จะเป็นคนเดียวที่จะไม่ทอดทิ้งข้า...แต่ข้าก็คิดผิด เพราะสุดท้ายเจ้าก็ทำ...เจ้าทำให้ข้าต้องเสียใจมาก...ชิโรคารุ!!”

 

****************************

 

“การุรุมอน...ดูนั่นสิ” กิลมอนเดินนำพวกการุรุมอนขึ้นมาจนถึงยอดเขาแล้วเรียกให้เพื่อน ๆ มาดูอะไรบางอย่างที่อยู่ไกลออกไป

 

*** ครึก ๆๆ ครืนนนน ***

 

“การุรุมอน...นั่นมัน...”

 

“ไม่ผิดแน่...ที่นั่นคือ ปราสาทดีวา...”

 

ในที่สุดพวกเขาก็ได้เห็นรูปโฉมของปราสาทดีวา...ปราสาทที่ใหญ่โต  เก่าแก่  และมีแต่ความมืดปกคลุมจนเกือบทุกส่วน...กลิ่นอายของอดีต หรือความหลังที่เจ็บปวดมันได้ล่องลอยออกมาจากหอคอยสูง ๆ ที่อยู่ตรงกลางจนการุรุมอนสามารถสัมผัสความรู้สึกดังกล่าวได้อย่างชัดเจน

 

~~~ *** วิ้งงงง ***~~~

 

“อึก...นี่มัน...”

 

“การุรุมอน...เป็นอะไรหรือเปล่า” กาโอกามอนหันไปมองแล้วเดินเข้าไปถามใกล้ ๆ

 

การุรุมอนหยุดนิ่งแล้วสะบัดหัวไปมา “อะอื้อ...ไม่เป็นไร...ฉันแค่รู้สึกว่าที่นั่นมัน...มันมีแต่ความโศกเศร้า...”

 

“เอ๋...ความโศกเศร้างั้นหรอ” กิลมอนเดินเข้ามาถามบ้าง

 

“ใช่...ทั้งความโศกเศร้า...ความเหงา ความโดดเดี่ยว...ความเคียดแค้นและความเจ็บปวด...” การุรุมอนมองไปที่ยอดหอยแห่งนั้นแล้วคิดในใจ  “ทำไมนะ...ทำไมความรู้สึกเหล่านั้นมันทำให้เราต้องพลอยเศร้าไปกับมันด้วย...ที่นั่นมันคืออะไรกันแน่ ”

 

พวกการุรุมอนมองดูปราสาทแห่งนั้นอยู่สักพักแล้วเริ่มเดินทางลงมาจากเขาเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่นั่น   พวกเขาผ่านดินแดนอันกว้างใหญ่ที่รกร้างไม่มีอะไรเลยนอกจากพื้นดินแตก ๆ...ความลึกลับและความน่าสะพรึงกลัวก็มีมากขึ้นเมื่อพวกเขาเข้าใกล้ปราสาทแห่งนั้น

 

****************************

 

“นายท่าน...เรามีผู้บุกรุกครับ” แบล็คการุรุมอนวิ่งเข้ามารายงานในห้องนอนของดิจิมอนสุนัขป่าสีดำ  แต่ดูเหมือนว่านายของเขาจะรู้อยู่ก่อนแล้ว  เพราะเขาเห็นนายของเขาไม่แสดงอาการตกใจอะไรเลย

 

“ปล่อยให้พวกมันเข้ามา...เดี๋ยวเจ้าน่ะ ก็ไปตามเก็บกวาดพวกมันด้วยแล้วกัน” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำพูดสั่งแล้วนอนตะแคงหันไปทางอื่นโดยไม่ใส่ใจอะไรมาก

 

“ครับท่าน...ทราบแล้วครับ” แบล็คการุรุมอนก้มหน้ารับคำสั่งแล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อเริ่มปฏิบัติงานของเขา

 

****************************

 

*** ยึก ๆ...ยึก ๆ...*** “พัลมอน ทางนี้” เสียงของปาตามอนส่งสัญญาณเรียกพัลมอนจากอีกมุมของกำแพง  ซึ่งพอเธอได้ยินก็ย่องตามเข้ามาหาอย่างเงียบ ๆ    พวกเขาทั้งสองตอนนี้ได้เข้ามาข้างในในปราสาทดีวาเรียบร้อยแล้ว  ด้วยการนำทางของปาตามอนที่ใช้สัมผัสพิเศษติดต่อกับเซราฟิมอนที่อยู่ในห้องขังชั้นใต้ดินข้างล่าง

 

“ต่อไปทางไหนล่ะ ปาตามอน” พัลมอนถามแล้วหันไปหันมาล่อกแล่ก ๆ ด้วยความกลัวว่าจะถูกพบ

 

ปาตามอนหลับตาค้นหาพลังจิตที่เซราฟิมอนส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งพอพบเขาก็รีบบินนำทางต่อไปเลย “ทางนี้ พัลมอน”

 

*** ตุบ ๆๆๆ *** ทั้งคู่เริ่มวิ่งไปตามทางเดินของปราสาท  ผ่านห้องต่าง ๆ  ลงบันไดเวียนจนไปถึงชั้นล่างสุดที่เป็นเหมือนห้องขัง  ซึ่งที่นั่นพวกเขาก็พบดิจิมอนที่มาจากเกาะไฟล์ถูกขังอยู่เต็มไปหมด

 

“นะ...นี่มันอะไรกัน!!” พัลมอนตกใจมากเมื่อเธอเห็นรอบ ๆ ตัวเธอมีแต่ดิจิมอนที่ถูกขังอยู่ในกรง...มันเยอะกว่าที่คิดเอาไว้หลายเท่ามาก

 

“ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีพวกเราถูกจับมาเยอะขนาดนี้” ปาตามอนพูดแล้วบินเข้าไปในห้องขังพิเศษ  เพื่อพบกับเซราฟิมอนที่กำลังนั่งรออยู่ในนั้น “เซราฟิมอน...เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”

 

เซราฟิมอนหยุดส่งกระแสจิตแล้วเงยหน้าขึ้นมองปาตามอนที่บินเข้ามาหา “ดีใจจริง ๆ ที่เจอเธอ...เราไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะ”

 

“ปาตามอนเร็ว ๆ เข้าเถอะ...รีบช่วยเซราฟิมอนออกมาก่อน...” พัลมอนวิ่งเข้ามาพูดเตือนแล้วหันไปมองรอบ ๆ ตัว “ฉันรู้สึกแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้...”

 

ปาตามอนพยักหน้าหันมาดูประตูลูกกรงที่ขังเซราฟิมอนแล้วคิด “จริงสิ เราคิดแต่วิธีเข้ามาช่วยเซราฟิมอนได้...แต่เราลืมไปเลยว่าจะช่วยเขาออกไปได้ยังไงล่ะเนี่ย...” เขาเริ่มคิดวิตกแล้วก็หันไปหาเซราฟิมอน “แล้วผมจะพาเซราฟิมอนออกไปได้ยังไงล่ะครับ...ขนาดเซราฟิมอนยังพังประตูออกไม่ได้แล้วผมจะทำได้ยังไงล่ะครับ...”

 

เซราฟิมอนดูเหมือนว่าจะคาดการณ์ไว้อยู่แล้วเพราะเขาไม่มีท่าทีที่แปลกใจอะไร “ไม่ยากหรอกปาตามอน...ประตูลูกกรงนี้ถึงจะทำลายด้วยเวทย์มนต์ไม่ได้...แต่มันก็มีกลไกที่สามารถเปิดออกได้...” เขาพูดแล้วพยายามมองออกไปข้างนอกลูกกรงเพื่อหาอะไรบางอย่าง “ลองมองไปรอบ ๆ ห้องนะปาตามอน...มันจะมีคันโยกที่ใช้เปิดประตูนี้ซ่อนอยู่...หาให้เจอแล้วเธอก็จะปล่อยเราออกมาได้...”

 

“อืม เข้าใจแล้วครับ” ปาตามอนพยักหน้าแล้วรีบบินออกไปเพื่อหาคันโยกเปิดประตูลูกกรง  โดยมีพัลมอนช่วยด้วยอีกแรง

 

“อือ..อยู่ไหน ๆๆๆ...”

“อืมม คันโยก...คันโยก...อยู่ไหนนะ”

 

ทั้งคู่ใช้เวลาในการหาคันโยกไปสักพักจนกระทั่งปาตามอนก็เจอเข้าจนได้  โดยมันได้ถูกซ่อนอยู่ในตู้วงจรไฟฟ้าที่มีแม่กุญแจคล้องโซ่ล็อกอยู่ “อ๊ะ เจอแล้ว...พัลมอนมานี่เร็ว...”

 

“ไหน ปาตามอน...เจอแล้วหรอ” พัลมอนได้ยินเสียงเรียกเลยรีบวิ่งไปหา  ซึ่งพอเธอเห็นว่าตู้เก็บคันโยกนั้นถูกล็อกอยู่  เธอจึงสะบัดแขนทั้งสองข้างเพื่อให้เถาวัลย์พิษของเธอยืดออกมาเตรียมพร้อมเหวี่ยงฟาด “ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง ปาตามอน...”

 

*** ฟับ *** “Poison Ivy!!” *** เปรี้ยงง...ปร้างงง...เปรี้ยงงง *** พัลมอนใช้ไม้ตายของเธอสบัดอาวุธออกไปฟาดใส่แม่กุญแจอย่างแรงและต่อเนื่อง  *** เปรี้ยงง...เปรี้ยงงง...ปร้างงง***  เธอพยายามใส่แรงลงไปให้มากขึ้น ๆ จนกระทั่งแม่กุญแจได้แตกออกแล้วหลุดร่วงลงมา

 

*** เปรี๊ยะ...กิ๊งง *** “ฮ้า หลุดแล้วปาตามอน...รีบเข้าไปสับคันโยกเร็ว”

 

ปาตามอนไม่รอช้าจึงรีบบินเข้าไปเปิดตู้แล้วเอื้อมมือเข้าไปที่จะสับคันโยกนั้นลง...แต่ว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้แตะต้อง  เขาก็ถูกอะไรบางอย่างลอยเข้ามากระแทกที่ลำตัวจนต้องร่วงลงไป

 

*** ฟับบ ๆๆๆ...ผั๊วะ...*** “อะ...อ๊า...” *** ตุบ ***

 

“ปาตามอน!!” พัลมอนอุทานด้วยความตกใจแล้วทำท่าที่จะเข้าไปช่วย  แต่ว่าก่อนที่เธอจะได้ทำอะไร  เธอก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างเข้ามารัดร่างของเธอไว้จนขยับไม่ได้  *** วืด ๆๆๆ ฟับ ***  “ว้ายย!! อะไรกันเนี่ย!!” เธอร้องสะดุ้งโหยงแล้วเสียหลักล้มลงไปนอนกับพื้นเหมือนปาตามอน

 

“ปาตามอน...พัลมอน!!” เซราฟิมอนเองก็ตกใจเหมือนกันเมื่อเขาเห็นดิจิมอนที่เขาเพิ่งเรียกมา  ถูกศัตรูจับได้ซะแล้ว  พัลมอนเธอถูกดิจิมอนปลาหมึกร่างโตเต็มวัยเกโชมอนรัด  ส่วนปาตามอนก็ถูกก็อบลินมอนรวบหูจับขึ้นมา “พวกเธอ...ปล่อยเพื่อนของเราเดี๋ยวนี้นะ...”

 

“คิดว่าคงจะไม่ได้หรอก ท่านเซราฟิมอน”

 

เสียงของแบล็คการุรุมอนดังเข้ามาจากประตูทางเข้าทำให้เซราฟิมอนหันไปมอง   แบล็คการุรุมอนเดินเข้ามาด้วยสีหน้าที่พึงพอใจกับผลงานของเขา   ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้ที่มีพวกปาตามอนบุกเข้ามา...เขารู้อยู่แล้วและเขาก็เป็นคนปล่อยให้พวกปาตามอนลงมาถึงห้องขังของเซราฟิมอนได้อย่างง่ายดายเอง....เพราะนั่นมันคือกับดักที่เขาตั้งใจวางเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

 

“ฮึ ๆๆ...ท่านเซราฟิมอน...ท่านคิดว่า ปราสาทดีวาแห่งนี้ไม่เก่าแก่พอที่จะอ่านคลื่นพลังจิตของท่านออกงั้นหรือ...อย่าลืมสิว่าที่นี่น่ะเกิดมาก่อนที่พวกท่านจะเกิดซะอีก...และก็เจ้านายของข้า...เก่งกว่าท่านเป็นร้อย ๆ เท่า...” แบล็คการุรุมอนพูดแล้วเดินเข้าไปมองดูดิจิมอนที่สลบอยู่สองตนนั้น “น่าสงสารพวกเขาจริง ๆ...ถ้าท่านไม่ได้เป็นคนเรียกพวกเขาเข้ามา...พวกเขาคงจะไม่โชคร้ายแบบนี้...”

 

เซราฟิมอนยืนมองดูพวกปาตามอนด้วยความรู้สึกผิด  เขาไม่นึกเลยว่าปราสาทดีวาจะมีพลังที่เขาคาดไม่ถึงมากเพียงนี้  และอีกอย่างเขาก็ยังไม่เข้าใจกับพลังที่ไหลวนไปวนมาอยู่รอบ ๆ ตัวปราสาทอีกด้วย...มันเป็นพลังอะไรบางอย่างที่ดิจิมอนอย่างเขาไม่สามารถเข้าถึงได้...ยกเว้น...ยกเว้นดิจิมอนที่มีอายุหลายร้อยปีเหมือนกับเจ้าของปราสสาทแห่งนี้เท่านั้นถึงจะอ่านพลังเหล่านี้ได้  “ปาตามอน...พัลมอน...ลืมตาขึ้นสิ...ลืมตาขึ้นเร็ว”

 

“เสียเวลาเปล่าน่ะ ท่านเซราฟิมอน...ท่านหมดหนทางแล้ว” แบล็คการุรุมอนหันไปพูดแล้วเดินเข้าไปใกล้ ๆ ห้องขังของเซราฟิมอน “ท่านจำได้ไหมว่า นายของข้าเตือนท่านแล้วว่าพยายามคิดหนี...แต่ท่านก็ไม่ยอมฟัง...เพราะฉะนั้น...เพื่อเป็นการให้ท่านได้รับบทเรียน...ข้าจะทำให้ท่านเห็นว่า ความผิดพลาดครั้งนี้....มันมาจากท่านเพียงคนเดียว...” แบล็คการุรุมอนพูดเสร็จก็หันไปสั่งลูกน้องสองตัวพาปาตามอนและพัลมอนออกไป  ทำให้เซราฟิมอนรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

 

“นี่เจ้า...เจ้าจะทำอะไรกับพวกเขาน่ะ!!”

 

“ฮึ ๆๆๆ ไม่ต้องห่วงหรอก ท่านเซราฟิมอน...ข้าจะดูแลพวกเขาทั้งสองนี้เป็นอย่างนี้...จะดูแลและทำให้พวกเขาได้เกิดใหม่...กลายเป็นดิจิมอนแห่งความมืดอย่างเต็มตัว...”

 

“หา!!...ไม่นะ...อย่านะ...ข้าขอร้อง...อย่านะ..อย่าทำพวกเขา!!”

 

“แล้วพบกันใหม่นะ ท่านเซราฟิมอน...ฮึ ๆ ฮ่า ๆๆๆ” *** แอ้ดดดด...ปึ้ง!! *** แล้วประตูห้องขังนักโทษก็ได้ปิดลง

 

 

****************************

 

ในที่สุดพวกการุรุมอนก็ได้เดินทางมาถึงประตูทางเข้าของปราสาทดีวาที่ดูเก่าแก่และใหญ่โต   พวกเขาทั้งหมดต่างก็ประหลาดใจกับสิ่งต่าง ๆ ที่เห็นอยู่รายรอบ  เริ่มจากกำแพงทางเดินที่ถูกก่อขึ้นมาจากอิฐสีดำเก่า ๆ พร้อมกับไม้เลื้อยตายซากที่ห้อยติดอยู่ตามผนัง  รูปปั้นสุนัขป่าสีหน้าดุร้ายยืนแยกเขี้ยวอยู่ตามบริเวณต่าง ๆ ของพื้นที่โล่ง  โคมไฟเก่า ๆ แตก ๆ ที่ยังคงใช้การได้อยู่ตามมุมกำแพง  ลานกว้างหน้าปราสาทที่เป็นสวนดอกไม้รูปวงกลมขนาดเล็ก  ไร้การดูแลจนมีแต่หญ้ารก  และสุดท้ายส่วนในสุดนั่นก็คือตัวปราสาท  มีห้องต่าง ๆ มากมายรวมทั้งหอคอยสูงที่โดดเด่นขึ้นมาจากตรงกลาง  อันเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่า  ห้องของเจ้าของปราสาทอยู่บนนั้น

 

“อะโห...ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงดี การุรุมอน” กิลมอนพูดด้วยความอึ้งในสิ่งที่เขาเห็น “มันใหญ่โตชะมัดเล้ยยย”

 

การุรุมอนพยักหน้าเดินเข้าไปตรวจเช็คประตูที่ดูเหมือนว่าจะเปิดด้วยวิธีธรรมดา ๆ ไม่ได้  เพราะมันมีพลังอะไรบางอย่างเหมือนบาเรียลขวางกั้นไม่ให้คนนอกเข้าเอาไว้  “หืม...บาเรียลงั้นหรือ...ท่าทางจะยากเอาการเลยนะเนี่ย”

 

*** แว้ป...ฟู่ ๆๆ ครึก ๆๆ...*** ยังไม่ทันที่พวกการุรุมอนจะได้ทำอะไร  ประตูปราสาทที่ปิดอยู่นั้นก็คลายบาเรียลออกโดยอัติโนมัติราวกับว่ามันอนุญาตให้ใครคนใดคนหนึ่งที่อยู่ตรงหน้าประตูนั้นเข้ามาได้ *** ครึก ๆๆๆ แอ้ดดดด...ปึ้ง ***

 

“ประตู...มันเปิดออกแล้ว...เป็นไปได้ยังไงเนี่ย...” กาโอกามอนพูดด้วยความสงสัย  เพราะว่านี่มันดูผิดปกติมาก   ประตูปราสาทอะไรจะมาเปิดให้คนนอกเข้าได้ง่าย ๆ แบบนี้  เขารู้สึกไม่แน่ใจจึงหันไปถามการุรุมอน “การุรุมอน...นายว่า เราควรจะเข้าไปไหม...”

 

การุรุมอนยืนสงบนิ่งมองเข้าไปยังทางเดินเข้าปราสาท  สายลมที่พัดไปมาอยู่รอบ ๆ ตัวเขามันเริ่มสื่อถึงอะไรบางอย่างออกมาว่า...เจ้า...เคย...อยู่ที่นี่มาก่อน...เมื่อนานมาแล้ว   ซึ่งพอการุรุมอนหลับตารับความรู้สึกจากสายลมเหล่านั้น  บรรดาโคมไฟที่ตั้งอยู่ตามทางเดินก็ได้ถูกจุดขึ้นพร้อมกันอย่างไม่น่าเชื่อ  *** พรึบ....พรึ่บ ๆๆๆๆ ฟู่ ***

 

“ หวา ๆๆ...อะไรน่ะ..ศัตรู...ศัตรูมาหรอ การุรุมอน” กิลมอนอุทานแล้วกระโดดถอยออกไปตั้งท่าเตรียมสู้

 

“....ไม่...ไม่ใช่หรอก กิลมอน” การุรุมอนตอบแล้วก้าวเท้าเดินผ่านประตูเข้าไปอย่างช้า ๆ  “...พวกเขา...แค่ทำตามหน้าที่ของพวกเขาต่างหาก...”

 

กาโอกามอนไม่เข้าใจกับสิ่งที่การุรุมอนพูด...ใครคือ พวกเขาและอะไรคือทำตามหน้าที่...การุรุมอนพูดราวกับว่า  ปราสาทหลังนี้ให้การต้อนรับเขามากกว่าการขับไล่ยังไงยังนั้น  “นายพูดอะไรน่ะ...ฉันไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย การุรุมอน”

 

การุรุมอนหันมามองแล้วตอบ “...พวกเขา...คือคนที่รอคอยการกลับมาของฉัน กาโอกามอน...พวกเขา...ได้รับคำสั่งให้รอเปิดประตูบานนี้...รอเปิดประตูจนกว่าฉันจะกลับมา...”

 

“อะไรนะ...ฉัน...ฉันไม่เข้าใจ...มันหมายความว่ายังไง” กาโอกามอนเริ่มรู้สึกว่าการุรุมอนมีอาการแปลก ๆ...ทำไมเพื่อนของเขาเข้าใจอะไรง่ายจัง  แล้วยังไม่รู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอีก...หรือว่า การุรุมอนเขารู้อยู่แก่ใจแล้วว่า เขากับปราสาทดีวานี้มีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกัน

 

“ไม่ต้องสงสัยอะไรมาก กาโอกามอน...ตรงนี้ปลอดภัยดี...รีบ ๆ ตามเข้ามาเถอะ” การุรุมอนบอกแล้วเดินต่อเข้าไป

 

กาโอกามอนกับกิลมอนเชื่อใจการุรุมอนมาก  พวกเขาจึงพยายามไม่คิดอะไรแล้วเริ่มเดินตามเข้าไปอย่างระมัดระวัง   ทุกอย่างดูราบเรียบไม่มีปัญหาจนพวกเขามาถึงลานกว้างหน้าปราสาท

 

“ หือ...หยุดทำไมล่ะ การุรุมอน” กิลมอนถาม

 

“ รอแปบนะพวกนาย...” การุรุมอนบอกทุกคนให้หยุดอยู่กับที่แล้วเดินผ่านสวนตรงลานกว้างเข้าไป  เพื่อพบกับประตูเหล็กหนาที่จะเปิดพาเข้าไปในตัวปราสาท   ที่ตรงนั้น...นอกจากจะมีประตูแล้ว...มันยังมีรูปปั้นสุนัขป่าขนาดเท่าตัวจริงสองตัวอยู่ในท่านั่งเฝ้า  โดยตัวขวามือจะมีสีขาวส่วนซ้ายมือจะมีสีดำ

 

“การุรุมอน...เป็นอะไรรึเปล่า” กาโอมอนตะโกนถามเมื่อเขาเห็นการุรุมอนยืนนิ่งมองดูรูปปั้นตัวขวามืออย่างเงียบ ๆ

 

“ ฉันไม่เป็นอะไรหรอก กาโอกามอน...” การุรุมอนตอบแล้วหันไปมองรูปปั้นสุนัขป่าสีขาวอีกครั้ง  ซึ่งในระหว่างที่เขามองไป  รูปปั้นดังกล่าวมันก็เริ่มตอบสนองต่อการมอง  โดยปล่อยพลังออกมาเป็นไอออร่าสีขาว ๆ ลอยออกมารอบตัวของมันเอง  ***แว้ป ๆๆๆ...แว้ป ๆๆ ***

 

“อะ...อะไรน่ะ การุรุมอน” กาโอกามอนอุทานขึ้นแล้วทำท่าจะเดินเข้าไปแต่ว่าทันใดนั้นรูปปั้นสุนัขป่าสีดำได้ลืมตาขึ้นแล้วยิงลำแสงสีแดงออกมาใส่ที่พื้นเป็นการข่มขู่ *** แว้ป...ตูม!!*** “เฮ้ย อะไรเนี่ย...”

 

 “ อย่าเข้ามานะ กาโอกามอน...ฉันบอกว่าให้อยู่นิ่ง ๆ” การุรุมอนหันไปเตือนกาโอกามอนอีกครั้งแล้วหันมามองรูปปั้นใหม่   โดยคราวนี้เขาเริ่มหลับตาตั้งสมาธิแล้วส่งกระแสจิตเข้าไปหามัน  เป็นการสื่อสารอะไรบางอย่างจนกระทั่งรูปปั้นสุนัขป่าสีขาวได้ลืมตาขึ้นมาเป็นแสงสีทอง  ซึ่งหลังจากนั้นประตูเหล็กก็ได้เปิดออกมา

 

*** ครึก ๆๆ แอ้ดดดด...ปึ้ง *** “ ฟู่...เอาล่ะ เข้ามาได้แล้วพวกเรา”

 

****************************

 

~~~*** วิ้งงงง ***~~~  “ฮึ ๆๆ เข้ามากันแล้วหรอ...” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำลุกขึ้นจากเตียงเดินออกมานอกห้องนอนของเขา “แบล็คการุรุมอน...แบล็คการุรุมอน!!”

 

*** ตุบ ๆๆ *** “ครับนายท่าน...มีอะไรให้ข้ารับใช้หรือครับ”

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสะแหยะยิ้มแล้วมองลงไปยังบันไดวนของหอคอยที่ทอดยาวลงไปสู่เบื้องล่าง “ พวกเขามากันแล้ว...จงไปเตรียมการต้อนรับพวกเขาให้เป็นอย่างดีเลยนะ”

 

“ ครับ นายท่าน...ข้าจะให้การต้อนรับพวกเขาเป็นอย่างดีเลยทีเดียว” แบล็คการุรุมอนรับคำสั่งแล้วกระโดดลงไปข้างล่างอย่างไม่รอช้า  แผนการขั้นต่อไปของพวกเขากำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว...

 

“ ฮึ ๆๆ...ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ...ชิโรคารุ...ในที่สุด วันที่พวกเราจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันก็มาถึงซะที...”

 

****************************

 

พวกการุรุมอนเดินผ่านทางเดินเข้ามาจนถึงห้องโถงของปราสาท  ซึ่งถูกตกแต่งขึ้นให้เหมือนกับบรรยากาศของปราสาทตะวันตก  มีรูปภาพเก่า ๆ โบราณติดอยู่ตามผนัง  เสาอิฐที่ตรงปลายยอดมีการสลักลายอยู่เป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ อย่างสวยงาม  พวกเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เช่น  โต๊ะ  ตู้  โซฟา  ต่างก็ถูกจัดวางไว้อย่างมีระเบียบและไม่มีร่องรอยของการใช้งานเลยแม้แต่น้อย  จากตรงจุดนี้ไปจะเป็นปัญหาของการุรุมอนแล้ว  เพราะว่ามันมีทางแยกที่จะพาไปยังห้องอื่น ๆ อีกตั้งสามสี่ทาง  ซึ่งคนที่จะเลือกได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยนั้นก็จะมีแต่การุรุมอนเพียงคนเดียวเท่านั้น

 

“เอาล่ะ การุรุมอน...ต่อจากนี้ไปทางไหนดี...” กาโอกามอนถามแล้วมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยความระมัดระวัง

 

“อืม...” การุรุมอนมองดูทางแยกต่าง ๆ แล้วเริ่มมองเห็นภาพในอดีตที่ซ้อนทับเข้ามากับภาพที่เขาเห็นในปัจจุบัน  “อ๊ะ!! นั่นมัน...” เขาอุทานเมื่อเขาเห็นภาพของดิจิมอนสุนัขป่าสีขาว  ตัวที่เหมือนกับรูปปั้นหน้าปราสาท  เดินนำเข้าไปยังทางแยกด้านขวา  แสดงให้เห็นว่ามันกำลังบอกให้เขาไปทางนั้น  “โอเค...ทางนี้ พวกเรา” เขาพูดแล้วเดินนำทุกคนเข้าไปที่ทางแยกด้านขวา

 

กาโอกามอนกับกิลมอนก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตามอย่างเดียวเท่านั้น  และอีกอย่างถ้าเขาออกนอกลู่นอกทาง  เขาอาจจะถูกโจมตีเหมือนเมื่อสักครู่นี้ก็ได้  ดังนั้นพวกเขาทั้งสองจึงคิดว่า  การุรุมอนคือคนที่ปราสาทดีวายอมรับและอนุญาตให้เดินไปเดินมาได้อย่างอิสระ  ซึ่งในสถานการณ์แบบนี้  พวกเขาควรอยู่ใกล้ ๆ การุรุมอนเอาไว้ตลอดเวลาจะเป็นการดีกว่า

 

“นี่ กาโอกามอน...นายว่าการุรุมอนเขาดูแปลก ๆ ไปมะ”

 

“อือ...เขาดูแปลกไปตั้งแต่เข้าประตูปราสาทมาแล้วล่ะ...” กาโอกามอนเดินตามการุรุมอนไปแล้วมองเพื่อนของเขาไป “ฉันว่าปราสาทหลังนี้...ต้องมีความหลังที่เกี่ยวข้องกับการุรุมอนแน่ ๆ เลย...”

 

“เอ๋...เกี่ยวข้องกันหรอ...มันจะเป็นไปได้ยังไง...” กิลมอนทำหน้าสงสัย “ก็การุรุมอนเขาอยู่เกาะไฟล์มาตั้งแต่เกิด...แล้วเขาจะเคยมาอยู่ปราสาทแห่งนี้ได้ยังไงกัน”

 

“เรื่องนั้น...ฉันเองก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน...” กาโอกามอนตอบแล้วก้มหน้าคิดในใจ “ปราสาทแห่งนี้...มันคงไม่ได้เกี่ยวข้องกับการุรุมอนโดยตรงหรอก...แต่มันน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งที่แฝงอยู่ในตัวของการุรุมอนต่างหาก...อดีต หรือ ตัวของการุรุมอนเมื่อหลายร้อยปีก่อนมากกว่า...”

 

*** ครืด ๆๆๆ ปึ้ง *** “ห๊ะ แย่แล้ว!!” หลังจากที่พวกการุรุมอนได้เดินเข้ามายังอีกห้องหนึ่งที่เป็นลานจัดงานเลี้ยง  ประตูเหล็กที่อยู่ตรงทางเข้าก็ได้รูดลงมาปิดขังพวกเขาเอาไว้  ทำให้ต่างคนต่างตกใจแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ทันที

 

“การุรุมอน...เกิดอะไรขึ้น” กาโอกามอนพูดแล้วหันหลังประชิดตัวการุรุมอน

 

 “รู้สึกว่ามันจะเป็นกับดักนะ พวกเรา” ส่วนกิลมอนเองก็เตรียมพร้อมคอยยืนระวังด้านข้างให้กับเพื่อน ๆ เขา

 

“ฮึ ๆๆ...ยินดีต้อนรับสู่ ปราสาทดีวา...”

 

เสียงของดิจิมอนตัวหนึ่งดังขึ้นมาจากตรงกลางห้อง  ซึ่งพอพวกการุรุมอนหันไปมอง  พวกเขาก็ต้องประหลาดใจมาก  เพราะมันคือ  แบล็คการุรุมอน...

 

“แบล็คการุรุมอน!!”

 

“ฮึ ๆๆ...ดีใจจังเลยที่พวกแกยังจำฉันได้...น่าปลื้มใจจัง” แบล็คการุรุมอนพูดแล้วสะแหยะยิ้ม

 

“นี่แก...มาอยู่ที่ปราสาทแห่งนี้ได้ยังไง...แกตามพวกเรามายังนั้นเรอะ” กาโอกามอนตะโกนถามแล้วแยกเขี้ยวเตรียมพร้อมจู่โจม

 

แบล็คการุรุมอนได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะกันยกใหญ่ “ ฮ่า ๆๆๆ...นี่พวกแกพูดอะไร...ฉันจะตามพวกแกมาทำไม  ก็ในเมื่อที่นี่มันคือที่อยู่ของฉัน...พวกแกต่างหากที่เป็นฝ่ายตามฉันเข้ามา...”

 

“อะไรนะ!!...นี่ก็หมายความว่า...” การุรุมอนอุทานขึ้นแล้วจ้องมองไปที่แบล็คการุรุมอน “ปราสาทแห่งนี้...ก็คือที่อยู่ของพวกแกทั้งหมดเลยน่ะสิ!!” 

 

“ ฮึ ๆๆ...ถูกต้องแล้ว การุรุมอน” แบล็คการุรุมอนตอบแล้วเริ่มเดินก้าวเท้าเข้ามาหาพร้อมกับไอออร่าสีดำม่วงที่ลอยไปมาอยู่รอบ ๆ ตัว

 

*** แว้ป ๆๆๆ ฟู่ ๆๆๆ ***

 

“เอาล่ะ การุรุมอน...ถึงเวลาที่พวกเรา...จะต้องมารื้อฟื้นความหลังกันซะทีแล้วนะ...ฮึ ๆๆ ฮ่า ๆๆๆ”

 

To be continued

Back to Part X-VI    Go to Part X-VIII

Free Web Hosting