Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part X-VIII : Holy Soul Nearly Wake up...Garurumon -VS- Blackgarurumon -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

*** เปรี้ยง!!...ครึก ๆ ครืนนน ***  เสียงของฟ้าแลบฟ้าผ่าดังเข้ามาในห้องเต้นรำที่พวกการุรุมอนอยู่ ณ ปราสาทดีวา  พวกเขาตอนนี้ได้พบกับแบล็คการุรุมอนอีกครั้ง  และคราวนี้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบ  หลังจากที่พวกเขารู้ว่าสถานที่แห่งนี้  คือที่อยู่ที่แท้จริงของพวกดิจิมอนแห่งความมืด  ซึ่งจากเท่าที่การุรุมอนดูแล้ว  การุรุมอนก็แน่ใจว่าที่นี่ไม่ได้มีเพียงแต่แบล็คการุรุมอนเท่านั้น...มันจะต้องมีดิจิมอนตัวอื่นที่ร้ายกาจกว่า และน่ากลัวกว่า อาศัยอยู่ที่นี่แน่นอน

 

“เอาล่ะ พวกแก...ไม่ได้เจอกันนาน ขอดูหน่อยสิว่าฝีมือพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว” *** แว้ป ๆๆ ฟู่ ๆๆ *** แบล็คการุรุมอนพูดท้ารบกับพวกการุรุมอน  โดยในขณะที่เขาพูดไป  พลังของเขาก็ถูกปล่อยออกไปจนพวกการุรุมอนต้องก้าวเท้าถอยหลังออกมาด้วยความระมัดระวัง

 

“ระวังด้วยนะ การุรุมอน...ฉันรู้สึกว่าเจ้านี้มันมีพลังเพิ่มขึ้นกว่าแต่ก่อนมากเลย” กาโอกามอนบอกให้การุรุมอนระวังตัว  เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังเล็งเป้าหมายมายังเพื่อนของเขา

 

“ฉันรู้แล้วล่ะ...พวกนายเองก็ระวังด้วยล่ะกัน” การุรุมอนหันไปบอกแต่ละคนแล้วเดินก้าวกลับเข้าไปใหม่  เขาย่อตัวลงเล็กน้อย  เพื่อตั้งท่ารับเตรียมพร้อมเข้าเผชิญหน้า  “เอาล่ะ...อยากเข้ามา ก็เข้ามาเลย!!”

 

“ฮึ ๆๆ ได้!!” แบล็คการุรุมอนตะวาดใส่  แล้วทันใดนั้นเขาก็พุ่งเข้าหาการุรุมอนอย่างรวดเร็ว  *** ฟับ!!...ตุบ ๆๆ *** “ย๊าาา!!...” เขากระโดดขึ้นไปด้วยกรงเล็บข้างหนึ่งที่กางออก  แล้วฟาดมันลงมาที่การุรุมอน “โดนซะ!!”

 

“ฮึบ!!” การุรุมอนจับตามองกรงเล็บแล้วหลบออกไปทางด้านข้างอย่างรวดเร็ว *** ฟับ...ตูม!! *** ผลจากการหลบหลีก  ทำให้กรงเล็บของแบล็คการุรุมอนกระแทกพื้นอย่างแรงจนพื้นมันแตกกระจายออกเป็นหลุม   การุรุมอนเห็นจังหวะดังนั้นเลยหันกลับแล้วกระโจนเข้าใส่เป้าหมายเป็นการตอบโต้ “ย๊าาา” เขากางเล็บออกแล้วเหวี่ยงมันเข้าไปหาแบล็คการุรุมอน

 

“เฮ้ยย!!” แบล็คการุรุมอนหันมาแยกเขี้ยวแล้วสวนกรงเล็บไปหาการุรุมอนอย่างทันควัน *** ฟับ...ผัวะ!! ***

 

“อึก...ฮึ่มม!!” การโจมตีของการุรุมอนไม่เป็นผลหลังจากที่เขาโดนศัตรูตอบโต้กลับมา  ทำให้เขาต้องกระโดดถอยออกไปตั้งหลักใหม่  ด้วยกรงเล็บเท้าทั้งสี่ข้างขูดกับพื้นห้องจนเกิดฝุ่นฟุ้งกระจาย  *** ตุบ ครืด ๆๆๆ **

 

“กาโอกามอน  เราเข้าไปช่วยการุรุมอนกันเถอะ” กิลมอนหันไปบอกแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะวิ่งออกไป  แต่ว่าทันใดนั้นมันก็มีแสงสว่างสีแดงเหมือนเลเซอร์ยิงเข้ามาขู่เขาเอาไว้  *** แว้ป...เปรี้ยง ตูม!! *** “หยา ๆๆๆ อะไรกันเนี่ย”

 

“เดี๋ยวก่อน!!...ดูตรงนั้นสิ กิลมอน” กาโอกามอนอุทานขึ้นแล้วบอกให้กิลมอนหันมองขึ้นไปข้างบน  ซึ่งตรงนั้นมันมีรูปปั้นการ์กอยหลายตัวประดับประดาอยู่ตามมุมเสา  เขาสังเกตเห็นว่ารูปปั้นการ์กอยเหล่านั้นมันเหมือนกับระบบป้องกันการบุกรุก  เพราะว่าเลเซอร์ดังกล่าวที่เพิ่งยิงเข้ามามันออกมาจากนัยน์ตาของรูปปั้นเหล่านั้น “ชิ...มันวางกับดักไว้รอบตัวพวกเราเลย  กิลมอน...อย่าขยับสุ่มสี่สุ่มห้าเชียวนะ” กาโอกามอนเตือนแล้วหันมองไปรอบ ๆ ตัวอย่างระมัดระวัง

 

“ฉันบ้างล่ะนะ!!...” การุรุมอนขอเป็นฝ่ายบุกบ้าง  โดยเขาได้ใช้ทักษะขั้นสูงวิ่งหายไปกับสายลม  เหลือเพียงเงาที่เคลื่อนวับไปวับมาอยู่รอบ ๆ ตัวของแบล็คการุรุมอน *** ฟับ...ฟับ...ฟับ ๆๆ ***

 

“ฮึ ๆๆ...” แบล็คการุรุมอนยืนหัวเราะมองดูการเคลื่อนไหวของการุรุมอนอย่างนิ่งเฉย  ราวกับว่าเขามองเห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วนั้นได้ออกอย่างทะลุปรุโปร่ง  “เฮอะ...มีปัญญาแค่นี้เองเร๊อะ!!”  เขาพูดด้วยความสมเพชพร้อมกับยกเท้าหน้าทั้งสองขึ้น  แล้วทันใดนั้นเขาก็กระแทกมันลงมาที่พื้นอย่างแรง  ก่อให้เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วปราสาท “ย๊าาา” *** ปึ้งง...ครึก ๆๆ ตูม!! ***

 

“อะ...อะไรเนี่ย” การเคลื่อนไหวของการุรุมอนหยุดชะงักเข้ากับแรงสั่นสะเทือน  ทำให้เขาเสียจังหวะโดนแบล็คการุรุมอนวิ่งเข้าไปชนอย่างเต็มแรง  *** ปึก!!...*** “โอ๊ย” *** ตุบ ***

 

“การุรุมอน” กาโอกามอนอุทานแล้วทำท่าจะวิ่งออกไปเหมือนกิลมอน  แต่เขาก็นึกได้ว่ารูปปั้นการ์กอยพวกนั้นยังทำงานอยู่  เขาจึงสะอึกหยุดแล้วถอยออกมา “ปัดโธ่เอ้ย!!...จะทำยังไงดีเนี่ย”

 

การุรุมอนเสียหลักล้มลงไปแต่ก็มีแรงลุกขึ้นมายืนใหม่  เพราะการโจมตีที่เขาเพิ่งโดนไปเมื่อสักครู่นี้เป็นแค่แรงชนธรรมดา ๆ เท่านั้น  เขามองไปที่เป้าหมายแล้วรู้สึกว่าแบล็คการุรุมอนต้องมีแผนการอะไรบางอย่างอยู่ในใจแน่ ๆ “ฮึ...แค่นี้น่ะ...มันล้มฉันไม่ได้หรอก...ย๊าาา” เขาแยกเขี้ยวแล้ววิ่งออกไปอีกครั้ง

 

“ดี...เข้ามาเลย!!” แบล็คการุรุมอนตอบแล้วกระโจนเข้าไปฟาดฟันกับการุรุมอนอีกครั้ง

 

การต่อสู้ของทั้งสองเริ่มดุเดือดและรุนแรงมากขึ้น  เมื่อทั้งสองเริ่มยืนสองขาแล้วใช้กรงเล็บฟาดฟันกันอย่างรวดเร็วราวกับดาบ  “ย๊าา!!” “ย๊าา!!” *** ฟับ ๆๆ...ฟับ ฟุบฟับ ๆๆ...ครึก ๆ ฟับ ตุบ ตุบ ๆๆ ฟุบฟับ ๆๆ *** แบล็คการุรุมอนฟาดซ้าย  การุรุมอนหลบฟาดขวา  แบล็คการุรุมอนต่อมาด้วยหาง  การุรุมอนหันข้างเอาหนามบนบ่ารับแทน  *** เปรี้ยงง ตูม!! ***

 

“โห อะไรกันเนี่ย...ดุเดือดชะมัดเลย” กิลมอนมองตาค้างพูดออกมาด้วยความอึ้ง  เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นการุรุมอนปล่อยความสามารถออกมาใช้ในสนามรบ  ซึ่งเขาก็ไม่นึกเลยว่าการุรุมอนจะความเร็วและการตอบโต้ที่รุนแรงได้ถึงเพียงนี้

 

“นั่นสิ กิลมอน...แต่ฉันว่า ตอนนี้เรามาช่วยกันคิดหาวิธีที่จะเข้าไปช่วยการุรุมอนกันดีกว่า” กาโอกามอนหันไปบอกกิลมอนแล้วเขยิบถอยออกมาจากรัศมีการยิงของรูปปั้นนั้น  เพื่อมองหาทางที่จะเข้าไปช่วยเพื่อนของเขา “ฮืม...มันน่าจะมีทางที่เข้าไปหาการุรุมอนได้สิ...ทางไหนดี ๆๆ”

 

*** วูปปป เปรี้ยงง!! *** “โอ๊วะ!!...อึก ฮึ่มมม!!” การุรุมอนเสียจังหวะโดนหลังเท้าของฝ่ายตรงข้ามจนกระเด็นออกไป  แต่เขาก็ยังมีแรงวิ่งเข้าไปสู้ใหม่  “ฮึ่มมม ฉันชักจะโมโหแล้วนะ แก!!”

 

แบล็คการุรุมอนได้ยินเช่นนั้นก็สะแหยะยิ้ม “ฮึ ๆๆ ดีนี่...โมโหเข้าไปเยอะ ๆ เลย...ยิ่งแกโมโห...ฉันก็ยิ่งสนุกมากขึ้น” เขากระโดดหลบออกทางด้านข้างแล้วสวนชนเข้ามาด้วยหนามแหลมที่อยู่บนบ่า “นี่แน่ะ!!” *** เปรี้ยงง **

 

“อะ อ๊าาา....” *** ตุบ...ครึก ๆๆๆ ***

 

ร่างของการุรุมอนกระเด็นออกไปครูดกับพื้นจนฝุ่นตลบ  ทำให้เขาเริ่มมีบาดแผลและรอยถลอกเกิดขึ้นตามตัว “อึก...ฮื่อ...แฮ้ก แฮ่ก แฮ่ก...” เขาพยุงตัวลุกขึ้นมาหอบแล้วมองไปที่แบล็คการุรุมอนด้วยความโมโห   สิ่งที่แบล็คการุรุมอนทำกับเขานั้น  มันเหมือนกับการยั่วโทสะของเขาเอาซะมาก ๆ...มากซะจนใจของเขาเริ่มขุ่นมัวด้วยความโกรธแค้นแล้วเริ่มปล่อยพลังที่แฝงอยู่ออกมาโดยไม่รู้ตัว *** แว้ป ๆๆ...ครึก ๆๆ...ฟู่ ๆๆ ***  “ฮื่อ...ฮื่ออออ”

 

“หือ...นั่นมัน” กาโอกามอนอุทานขึ้นเมื่อเขาเห็นร่างของการุรุมอนมีพลังบางอย่างถูกปล่อยออกมาเป็นไอออร่าสีฟ้าสว่าง  เหมือนควันไฟที่กำลังคุกกรุ่นเตรียมพร้อมที่จะระเบิดออกมา  “หรือว่า...” กาโอกามอนมองไปที่สีหน้าของการุรุมอนแล้วก็ต้องตกใจ  เพราะเขายังจำเหตุการณ์ในตอนนั้นได้...เหตุการณ์ตอนที่การุรุมอนอาละวาดเพราะพลังลึกลับที่แฝงอยู่ในตัว...เจ้าแบล็คการุรุมอนมันกำลังจะทำให้การุรุมอนเป็นแบบนั้นอีกแล้ว “แย่ล่ะสิ การุรุมอน..ใจเย็นไว้...ควบคุมสติของนายหน่อย!!” เขาตะโกนออกไปเพื่อเตือนสติเพื่อนของเขา  ในขณะที่เขาเองก็พยายามหาทางเข้าไปช่วยอยู่เหมือนกัน

 

“กาโอกามอน เกิดอะไรขึ้น!!...การุรุมอนเขาเป็นอะไร!!” กิลมอนหันไปถามกาโอกามอนด้วยความตื่นตระหนก  หลังจากที่เขาได้ยินกาโอกามอนพูดเช่นนั้น   ซึ่งพอเขาหันไปมองดูการุรุมอนอีกที  เขาก็เริ่มเห็นพลังบางอย่างนั้นเหมือนกัน “หา!! นั่นมัน...อะไรน่ะ”

 

การุรุมอนยืนก้มหน้าลงด้วยความสงบนิ่ง  เมื่อเขาเริ่มเปิดใจยอมรับพลังหรืออะไรบางอย่างที่เป็นปริศนานั้นเข้ามาควบคุมร่างของเขาอีกครั้ง  ซึ่งเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที  เขาก็เงยหน้าขึ้นด้วยแววตาสีฟ้าที่ส่องสว่างออกมาด้วยพลังชนิดใหม่  ***แว้ป ๆๆ ฟู่ ๆๆๆ *** “ฮื่อ...ฮื่ออ...ฮื่อ”

 

“โอ้ นั่นไง...มันกำลังจะออกมาแล้ว...พลังที่ถูกซ่อนอยู่ในตัวของแก มันกำลังจะตื่นขึ้นแล้ว” แบล็คการุรุมอนพูดด้วยความพึงพอใจ  เมื่อเขาเห็นว่าการุรุมอนกำลังจะเข้าสู่โหมดทร๊านต์  โหมดที่เจ้าของร่างกายยอมให้พลังบางอย่างที่ถูกซ่อนอยู่ในใจ  ออกมาควบคุมร่างของเจ้าของนั้นทั้งหมด   ผลของมันคือเจ้าของร่างนั้นจะมีพลังที่เพิ่มขึ้น  มีความไวมากขึ้น  และแน่นอน...ความร้ายกาจก็จะมีมากขึ้นด้วย   เปรียบได้กับเวลาที่คนเราโกรธจัดมาก ๆ คนคนนั้นอาจจะทำอะไรบางอย่างที่คนทั่วไปคาดไม่ถึงได้ก็ได้   แต่สำหรับการุรุมอนแล้วมันมีบางส่วนที่แตกต่างจากกรณีเหล่านั้น  ซึ่งนั่นก็คือ  พลังที่ถูกปล่อยออกมานั้น  มันไม่ใช่พลังของการุรุมอน...แต่มันเป็นพลังของคนอื่นที่ถูกฝากไว้อยู่ในร่างของการุรุมอนต่างหาก...การุรุมอนเปรียบเสมือนผู้ที่ควบคุมพลังเหล่านั้นเอาไว้ให้ถูกปล่อยออกมาเมื่อยามจำเป็น...แต่ว่าแบล็คการุรุมอนกำลังจะใช้ความโมโหโกรธาของการุรุมอนนี้  เป็นเครื่องมือที่จะทำให้การควบคุมพลังของการุรุมอนนั้นอ่อนแอลง  ซึ่งผลที่จะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้นก็คือ...ความบ้าคลั่ง

 

“ฮื่อออ...ฮื่ออ ย๊าาาาาา” *** ครืน ๆๆๆๆๆ *** เสียงคำรามของการุรุมอนดังมากจนปราสาททั้งหลังสั่นสะเทือน  สันชาติญาณดิบของเขาเริ่มถูกปลุก  เมื่อเขาแยกเขี้ยวแล้ววิ่งพุ่งเข้าไปหาแบล็คการุรุมอนด้วยความเร็วสูง *** ฟับ ฟับ...ฟับ ***

 

“ฮึ ๆๆ มาเลย” แบล็คการุรุมอนตั้งท่ารับแล้วทันใดนั้นเขาก็เห็นการุรุมอนปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลันตรงหน้า  ทำให้เขาไม่รอช้าที่จะสวนกรงเล็บฟาดเข้าไปที่ลำตัวของเป้าหมาย  “เสร็จล่ะ!!” *** ฟุบ *** “อะ ห๊ะ!! อะไรน่ะ” เขาอุทานขึ้นเมื่อการุรุมอนที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้าได้หายวับไปกับตาก่อนที่เขาจะโจมตี  ซึ่งผลจากความผิดพลาดครั้งนี้  ทำให้เขาถูกการุรุมอนพุ่งเข้ามาชนจากด้านหลังอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว *** ฟุบ...เปรี้ยงงง!! *** “อะ อ๊าาา...” *** ตุบ ครืด ๆๆๆ ***

 

“โหย การุรุมอน...เก่งชะมัดเลย” กิลมอนมองดูแล้วอึ้งมากกว่าเดิมอีก  เพราะการุรุมอนดูรวดเร็วขึ้นและร้ายกาจมากขึ้นอย่างน่าตกใจ

 

“อย่ามัวแต่สนใจ กิลมอน...รีบมาช่วยฉันตรงนี้ก่อน!!” กาโอกามอนตะโกนเรียกแล้วเดินเข้าไปหลบอยู่ที่มุมเสาด้านขวามุมหนึ่ง  ซึ่งตรงจุดนี้จะเป็นจุดที่รูปปั้นการ์กอยมองไม่เห็นเขา  จึงไม่สามารถยิงเลเซอร์ออกมาได้

 

กิลมอนเห็นดังนั้นก็วิ่งเข้าไปหลบด้วยเช่นกัน  “ไหน นายจะให้ฉันช่วยอะไร”

 

“นายลองดูนี่” กาโอกามอนหันไปคาบแจกันจากชั้นวางแถว ๆ นั้นมา  แล้วโยนมันไปทางด้านหน้าแบบเฉียงซ้าย  ซึ่งทันทีที่แจกันใบนั้นได้ลอยออกไป  เจ้ารูปปั้นการ์กอยที่อยู่ตามเสาก็ยิงเลเซอร์ออกมาใส่มันอย่างแม่นยำ *** เปรี้ยง!!...เพล้ง!! ***

 

“หือ...รูปปั้นพวกนั้น...มันยิงแจกันแตกพร้อมกันเลย...” กิลมอนพูดตามที่เขาเห็นแล้วหันมาถามต่อ  เพราะเขายังไม่ค่อยเข้าใจ “แล้วมัน...หมายความว่ายังไงหรอ”

 

กาโอกามอนมองไปที่รูปปั้นเหล่านั้นแล้วเริ่มอธิบาย “ฟังนะ กิลมอน...รูปปั้นเหล่านั้น มันจะจับตาดูทุกสิ่งที่ล้ำเขตเข้าไปไม่ว่าจะเป็นดิจิมอนหรือสิ่งของ...ถ้าเราเบนความสนใจมันโดยใช้เป้าหลอก ๆ ได้...เราก็จะมีโอกาสโจมตีสวนออกไปในจังหวะที่มันยิงแสงเลเซอร์ออกมา...”

 

กิลมอนได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าเข้าใจขึ้นมาทันที  “อ้า...จริงด้วยสินะ...ถ้ายังนั้น ถ้าเราใครคนใดคนหนึ่งออกไปเป็นตัวล่อให้รูปปั้นพวกนั้นมันยิงใส่....ใครอีกคนก็จะสามารถหาช่องทางโจมตีรูปปั้นเหล่านั้นได้ใช่ไหมล่ะ”

 

“ใช่แล้ว...” กาโอกามอนพยักหน้า

 

“โอเคเลย กาโอกามอน...งั้นฉันจะเป็นตัวล่อให้นะ เพราะฉันตัวเล็กหลบหลีกง่ายกว่านาย...นายก็คอยยิงไม้ตายออกไปทำลายพวกมันทีละตัวล่ะกัน”

 

กาโอกามอนตกลงยอมรับคำแนะนำแล้วเริ่มวางแผนร่วมกับกิลมอนว่าใครจะเล็งตัวไหน  ไปทางไหน  ซึ่งในขณะที่พวกเขาวางแผนกันนั้น  การุรุมอนก็ยังคงต่อสู้ฟาดฟันกับแบล็คการุรุมอนอย่างดุเดือดไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

 

“ย๊า!!”

“ฮึก...ฮึ่ท...ย๊า!!”

 

*** ผัวะ ๆๆ...ผัวะ...ฉับ ฉั๊วะ…ฉั๊วะ ๆๆ !! ***

 

กิลมอนชะเง้อหน้าออกไปมองดูรูปปั้นแล้วพยักหน้าให้สัญญาณกับกาโอกามอน  เป็นการบอกว่าเขาพร้อมที่จะเป็นตัวล่อให้แล้ว “เอาล่ะนะ...ฮึบ!!” เขากระโจนออกไปเข้าเขตรัศมีการยิง  ทำให้รูปปั้นการ์กอยเหล่านั้นเริ่มตื่นขึ้นแล้วยิงแสงเลเซอร์ออกมาจากทั่วทุกสารทิศอย่างพร้อมเพรียงกัน *** แว้ป แว้ป...เปรี้ยง ๆๆๆ *** “ฮึบ!!” กิลมอนได้จังหวะหันไปมองแสงพวกนั้น  แล้วก็กระโดดตีลังกาเป็นล้อเกวียนออกไปทางด้านหน้า  ทำให้แสงเลเซอร์พวกนั้นพลาดเป้าไปโดนพื้นแทน  *** ตูม ๆๆๆ ***

 

ในจังหวะนั้นเอง  กาโอกามอนก็กระโจนออกมาจากมุมเสาแล้วปล่อยไม้ตายใส่รูปปั้นตัวหนึ่งทันที “Spiral Blow!!” *** ฟู่ ๆๆๆ...เปรี้ยง ตูม ***

 

กิลมอนกระโดดหลบไปด้านหลังเสามุมตรงข้ามกาโอกามอนแล้วพยักหน้าดีใจ  “ฮ้า ได้ผลแฮะ กาโอกามอน...เล่นมันต่อเลยดีไหม”

 

“เอาเลย กิลมอน...เดี๋ยวฉันจะเป่าพวกมันให้กระจุยเอง” กาโอกามอนตอบแล้วมองไปยังเป้าหมายอีกครั้ง  ซึ่งตอนนี้รูปปั้นการ์กอยที่อยู่ตรงหน้าได้พังไปตัวหนึ่งแล้ว  แต่ก็ยังเหลืออีกตั้งสามสี่ตัวที่อยู่ตามมุมเสา  เขาจึงตั้งสมาธิใหม่เพื่อที่จะโจมตีเป้าหมายต่อไป

 

กิลมอนได้ยินกาโอกามอนตอบเช่นนั้น  เขาจึงวิ่งออกไปเป็นตัวล่อใหม่อีกรอบ  ซึ่งผลที่ได้ออกมาก็เหมือนเดิม  คือ  รูปปั้นทั้งหมดต่างพากันยิงออกมาใส่เขาคนเดียว  ซึ่งเขาก็รอจังหวะจนพวกมันยิงมาถึงระยะประชิด  เขาก็ตีลังกาหลบออกไปอีก  ทำให้พวกมันพลาดแถมยังโดนการโอกามอนเก็บเพิ่มเข้าไปอีกด้วย

 

“Spiral Blow!!” *** ฟู่ ๆๆๆ...เปรี้ยง ตูม ***

“Spiral Blow!!” *** ฟู่ ๆๆๆ...เปรี้ยง ตูม ***

“Spiral Blow!!” *** ฟู่ ๆๆๆ...เปรี้ยง ตูม ***

 

*** ครึก ๆๆ พล็อก!! *** สุดท้ายรูปปั้นการ์กอยก็ถูกไม้ตายของกาโอกามอนทำลายไปจนหมดเกลี้ยง  เหลือแต่ซาก ที่ตกลงมาสู่พื้นเป็นเศษอิฐแตก ๆ รอบห้อง

 

“อ้า เยี่ยม”

“สำเร็จ!!”

 

กาโอกามอนและกิลมอนยิ้มดีใจเมื่อแผนของเขาสำเร็จลงด้วยดี  ทำให้พวกเขามีโอกาสที่จะเข้าไปช่วยการุรุมอนได้แล้ว “การุรุมอน...พวกเรามาช่วยแล้ว!!”

 

“หือ...พวกมันสามารถเข้ามาได้แล้วหรือนี่...ฮึ ๆๆ เก่งใช่เล่นเลยนะ...” แบล็คการุรุมอนหันไปชำเลืองมองพวกกาโอกามอนแล้วหัวเราะอย่างมีเลศนัย...ดูเหมือนว่าเขายังมีแผนการอื่นอีกหนึ่งแผน  ซึ่งทันใดนั้นเขาก็ตัดสินใจใช้มันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “ฮื่อออ...ย๊ากกกก!!” *** แว้ปปปป...ฟู่ ๆๆๆๆ ***

 

“อะ...อะไรน่ะ กาโอกามอน” กิลมอนหยุดชะงักเมื่อเห็นบางสิ่งบางอย่างคล้ายกับเงาวงกลมกำลังแผ่ขยายออกมาจากพื้นที่แบล็คการุรุมอนกับการุรุมอนยืนอยู่  ซึ่งพอกาโอกามอนสังเกตเห็น  เขาก็อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ “แย่ล่ะสิ...นั่นมัน...ช่องว่างต่างมิติ!!”

 

“ช่องว่างต่างมิติ...หมายความว่ายังไง” กิลมอนถามด้วยความสงสัย

 

กาโอกามอนไม่มีเวลาพอที่จะให้คำตอบกับกิลมอนเมื่อเขารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น  เขาจึงรีบวิ่งออกไปหาการุรุมอนอย่างรวดเร็ว  โดยหวังว่าเขาคงจะเข้าไปหาเพื่อนของเขาคนนั้นได้ทัน “การุรุมอน!! ออกมา...ออกมาเร็วเข้า”

 

“ฮื่อออ...ฮึ่ม...ฮื่อ” การุรุมอนส่งเสียงขู่แล้วแยกเขี้ยวใส่แบล็คการุรุมอนอย่างไม่สนใจใคร  ทำให้ความพยายามของกาโอกามอนยากขึ้นเข้าไปอีก

 

“การุรุมอน...ตื่นซะทีสิ...ตื่นแล้วออกมาจากตรงนั้น!!” กาโอกามอนตะโกนอีกครั้งแล้วรีบวิ่งเข้าไปเร็วขึ้น ๆ จนเขาใกล้จะถึงพื้นเงาดำที่การุรุมอนยืนอยู่แล้ว  แต่ว่า...

 

“ฮึ ๆๆ ไม่มีวันซะล่ะ กาโอกามอน” *** แว้ป ๆๆๆ ซู่มมม ***  ทันใดนั้นเองแบล็คการุรุมอนก็ได้ร่ายเวทย์มนต์เปิดประตูมิติขึ้นมาบนพื้นที่สีดำ ๆ นั้น  ซึ่งทันทีที่ประตูเปิดออก  มันก็ได้ดูดเขาและการุรุมอนเข้าไปยังห้วงมิติเวลาอย่างรวดเร็ว  เป็นผลให้กาโอกามอนที่กำลังจะเข้าไปถึงตัวการุรุมอนนั้น  พลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย 

 

“เฮ้ย บ้าจริง!!...การุรุมอน!!”

 

*** ซู่มมม...ฟู่ ๆๆ *** และแล้วทั้งการุรุมอนและแบล็คการุรุมอนได้หายไป

 

“อา...กา...กาโอกามอน...” กิลมอนมองตาค้างแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อนของเขาที่ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น  “กาโอกามอน...การุรุมอน...การุรุมอนเขาหายไปไหนแล้วน่ะ...เขาหายไปไหน...เขาหายไปไหน!!”

 

“เราไปไม่ทันแล้วกิลมอน...การุรุมอนเขา...เขาถูกพาไปที่อื่นแล้ว” กาโอกามอนก้มหน้าตอบอย่างเศร้า ๆ

 

“ไปที่อื่น...ไปที่ไหนเล่า” กิลมอนออกอาการกระวนกระวายเมื่อเขาเริ่มรู้สึกกลัวกับสิ่งที่เขาเห็น

 

กาโอกามอนส่ายหน้าแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง “ไม่รู้สิ...มันเป็นช่องว่างต่างมิติ...พวกเขาจะไปโผล่ที่ไหนก็ได้...”

 

“โอย...อย่างนี้ต้องแย่แน่ ๆ เลย...โธ่เอ้ย!! การุรุมอน”

 

***** ณ ห้วงมิติเวลาที่รายล้อมไปด้วยจักรวาลและอวกาศ *****

 

*** แว้ป ๆๆๆ *** “อึก...อือ” การุรุมอนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ เพื่อมองดูสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว   มันเป็นอวกาศ...จักรวาลและอวกาศที่เวิ้งว้างและเงียบเหงา  ไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับลอยไปลอยมาอยู่ทั่วทุกทิศทาง “อืม...ที่นี่มัน...ที่ไหนเนี่ย...” เขาพูดกับตัวเองด้วยสีหน้าที่เหนื่อยหอบและอ่อนแรง  หลังจากที่พลังปริศนานั้นได้หมดฤิทธิ์  เขารู้สึกเหนื่อยมากเหมือนเพิ่งถูกอะไรบางอย่างดูดพลังของเขาออกไปยังไงยังนั้น

 

“ฮึ ๆๆ ไง การุรุมอน...” เสียงเรียกของแบล็คการุรุมอน  ทำให้การุรุมอนเงยหน้าขึ้นมองดูคู่ต่อสู้ของเขาอีกครั้ง   เขาเห็นแบล็คการุรุมอนกำลังยืนอยู่ตรงหน้า  มองดูสภาพของเขาอย่างนิ่งเฉยราวกับว่ายังไม่อยากต่อสู้อะไรกับเขาในตอนนี้

 

“แก...แกคิดจะทำอะไรกันแน่...”

 

“ใจเย็นไว้น่า การุรุมอน...ตอนนี้ไม่มีใครมารบกวนพวกเราสองคนได้อีกแล้ว...” แบล็คการุรุมอนพูดแล้วเดินเข้ามาประชิดตัวกับการุรุมอนด้วยสีหน้าที่จริงจัง  “ฉันมีเรื่องที่อยากจะคุยกับนาย...เรื่องสำคัญที่ฉันจะต้องคุยกับนายให้ได้”

 

การุรุมอนชำเลืองมองแล้วเริ่มเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย “เรื่องสำคัญ...อย่างนั้นหรอ...”

 

***** กลับมาที่ปราสาทดีวา *****

 

*** ตุบ ๆๆๆ *** หลังจากที่การุรุมอนได้หายตัวไป  ทั้งกาโอกามอนและกิลมอนจึงตัดสินใจวิ่งออกตามหาตามห้องต่าง ๆ ในปราสาท  โดยพวกเขาคิดว่าแบล็คการุรุมอนคงไม่พาเพื่อนของเขาออกไปไหนได้  เพราะที่นี่คือปราสาทของพวกมันอยู่แล้ว...การุรุมอนต้องอยู่ที่ไหนสักแห่งหนึ่งในปราสาทดีวาแน่นอน

 

“กิลมอน ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง” กาโอกามอนตะโกนถามจากอีกฟากหนึ่งของทางเดินในปราสาท  หลังจากที่เขาตรวจห้องพักต่าง ๆ ที่อยู่ตรงจุดนั้นเสร็จ

 

กิลมอนได้ยินเสียงเรียก  เขาก็วิ่งออกมาจากห้องที่อยู่อีกฟากหนึ่งแล้วตอบ “แฮ่ก แฮ่ก...ไม่...ไม่เจอเลย กาโอกามอน”

 

กาโอกามอนถอนหายใจแล้วมองดูห้องอื่น ๆ ที่เหลือตามทางเดินด้วยความเหนื่อยใจ   เขารู้สึกว่าการที่จะตามหาใครสักคนในปราสาทแห่งนี้มันไม่ง่ายเลย  เพราะว่าห้องต่าง ๆ ในแต่ละชั้นนั้นมันมีเยอะมากจนค้นแทบไม่ไหว  นี่ขนาดพวกเขายังอยู่แค่ชั้นแรกเท่านั้น  พวกเขาก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว  และอีกอย่างมันไม่ใช่แค่มีเยอะเท่านั้น  แต่ละห้องมันยังมีขนาดใหญ่อีกต่างหาก  กว่าจะค้นทั่วก็ใช้เวลานานอยู่พอสมควรเลย

 

“โฮ้ยยย!!...นี่มันปราสาทบ้าอะไรกันเนี่ย...ใหญ่โตชะมัดเลย เฮ้ยยย” เสียงของกิลมอนตะโกนดังมาแต่ไกล  ทำให้กาโอกามอนถอนหายใจอีกแล้วเดินเข้าไปหา

 

“เฮ้อ ใจเย็น ๆ ก่อน กิลมอน...ฉันว่าพวกเราควรจะวางแผนอะไรใหม่สักหน่อยแล้วล่ะ...”

 

“แผนงั้นหรอ...แผนอะไร” กิลมอนถามแล้วหันลงไปนั่งพิงกำแพงเพื่อพักเหนื่อยเล็กน้อย

 

กาโอกามอนมองไปรอบ ๆ ทางเดินแล้วเริ่มนึกถึงสภาพของปราสาท  เขานึกภาพของมันจากภายนอกเข้ามาถึงภายในแล้วคาดเดาตำแหน่งว่า  ห้องของพวกศัตรูมันน่าจะอยู่ตรงไหนบ้าง...ถ้าห้องมันเยอะขนาดนี้  เวลาจะตามหาคนก็ควรจะหาจากห้องที่สำคัญ ๆ ก่อนเป็นอันดับแรก “อืมม...ฉันพอจะนึกอะไรออกแล้วล่ะ กิลมอน...”

 

“หือ...อะไรหรอ...”

 

“ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม  ต่อให้มันจะมีขนาดใหญ่โตแค่ไหน หรือจะมีห้องมากเท่าใด...สุดท้ายมันจะต้องมีห้องห้องหนึ่งที่เป็นห้องสำคัญที่สุดเพียงห้องเดียวเท่านั้น...”

 

“ห้องที่สำคัญที่สุด...ห้องที่สำคัญที่สุดของปราสาทแห่งนี้...” กิลมอนคิดแล้วทันใดนั้นเขาก็นึกออกตามกาโอกามอน “หรือว่า!!...”

 

กาโอกามอนพยักหน้าตอบ “ใช่แล้ว...ห้องนอนของเจ้าของปราสาทแห่งนี้ยังไงล่ะ!!” เขาหันไปมองทางเดินที่อยู่ตรงหน้า  ซึ่งตรงนั้นมีบันไดที่จะพาขึ้นไปยังชั้นสอง  “มันจะต้องอยู่ชั้นบนสุดแน่ ๆ...ไปกันเถอะ กิลมอน”

 

“โอเคเลย กาโอกามอน”

 

***** ณ ห้วงมิติเวลาที่การุรุมอนกับแบล็คการุรุมอนอยู่ *****

 

“อยากจะพูดอะไรก็พูดมาสิ” การุรุมอนพูดแล้วยืนจ้องมองแบล็คการุรุมอนอย่างระมัดระวัง  อย่างน้อยเขาก็ยังวางใจไม่ได้ว่าแบล็คการุรุมอนมีอะไรจะมาตลบหลังเขาอีกรึเปล่า  เพราะฉะนั้นระวังเอาไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย

 

แบล็คการุรุมอนสะแหยะยิ้มแล้วเดินออกมาห่าง ๆ การุรุมอนเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับฝ่ายตรงข้ามเล็กน้อย  เขานั่งลงแล้วเริ่มบอกสิ่งที่เขาต้องการให้การุรุมอนได้ฟัง “จากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง...การุรุมอน...แกคงเริ่มรู้สึกแล้วสินะว่า ในตัวของแกมีพลังอะไรบางอย่างแฝงอยู่ใช่ไหม...”

 

การุรุมอนสะอึกเล็กน้อยกับคำถามของแบล็คการุรุมอน  เพราะคำถามเหล่านั้นเป็นคำถามที่เขาเองก็อยากรู้และคิดเท่าไรก็คิดหาคำตอบไม่ได้สักที...ไม่แน่ว่าแบล็คการุรุมอนอาจจะไม่ได้มีจุดประสงค์ร้ายอย่างที่เขาคิดไว้ในตอนแรกก็ได้  เขาจึงก้มหน้าตอบแล้วพูดออกมาตามความรู้สึกของเขา  “ใช่ ฉันรู้สึกแล้ว...พลังเหล่านี้ มันคืออะไรกันแน่...ทำไม...ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลก ๆ เวลาที่พลังเหล่านี้มันถูกปลดปล่อยออกมา...”

 

แบล็คการุรุมอนหัวเราะเล็กน้อยแล้วเริ่มอธิบายให้การุรุมอนได้ฟัง “ฮึ ๆๆ แกอยากรู้ไหมล่ะ...งั้นฉันก็จะบอกแกให้ก็ได้” เขาลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหาการุรุมอนอีก “พลังเหล่านั้น...มันคือพลังของดิจิมอนตนหนึ่ง...ดิจิมอนผู้ที่เคยปกครองและดูแลดินแดนในซีกตะวันตกทั้งหมดนี้มาก่อนเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว...”

 

“อะไรนะ...” การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจแล้วมองแบล็คการุรุมอนด้วยความสงสัย “ดิจิมอน...ผู้ที่เคยปกครองดินแดนตะวันตก...ดินแดนแห่งนี้น่ะหรือ” เขาถามแล้วก็เริ่มนึกถึงข้อความที่ถูกจารึกไว้ในปิรามิดที่เขาได้ไปเจอมา  ข้อความที่กล่าวถึงประวัติและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดในดินแดนตะวันตกทั้งหมดแห่งนี้  “ดิจิมอนที่นายพูดถึง...ก็คือดิจิมอนสุนัขป่าสีขาวกับสีดำ ที่เคยต่อสู้ขับไล่ปีศาจเมื่อหลายร้อยปีก่อนใช่ไหม”

 

“ใช่แล้ว...ดิจิมอนสุนัขป่าทั้งสองตนนั้น คือ ผู้ที่มีพลังแห่งเทพที่ปกครองดินแดนแห่งนี้...ดินแดนแห่งทิศตะวันตกทั้งหมด...พวกเขาทั้งสองนั้น...คือผู้กล้าที่ต่อสู้ร่วมกันเพื่อขับไล่ปีศาจ และปิดผนึกมันด้วยพลังของพวกเขาเอง” แบล็คการุรุมอนตอบแล้วเดินออกไปมองดูจักรวาลที่เวิ้งว้างอยู่รอบ ๆ ตัวสักพักก่อนที่จะพูดต่อ “...แต่ว่า...หลังจากที่ทุกอย่างจบลง...พวกเขาทั้งสองก็ได้อุทิศตัวเอง...กลายเป็นข้อมูลแห่งวิญญาณที่กระจัดกระจายออกไปปกคลุมพื้นที่ในดินแดนแห่งนี้...”

 

การุรุมอนฟังคำอธิบายจากแบล็คการุรุมอนแล้วพยักหน้าเข้าใจ  แต่ว่ามันก็ยังมีบางจุดที่เขารู้สึกสงสัย  เขาจึงถามต่อ “แล้ว...พวกเขาทั้งสองมีความเกี่ยวข้องอะไรกับฉันด้วยล่ะ...”

 

แบล็คการุรุมอนหันกลับมามองการุรุมอนด้วยสายตาที่เย็นชาแล้วตอบว่า “นั่นมันเพราะว่า...ในร่างกายของแกน่ะ...มีข้อมูลแห่งเทพสุนัขป่าสีขาว...หนึ่งในผู้กล้านั้นอยู่ยังไงล่ะ”

 

“อะ...อะไรนะ!!”

 

***** กลับมาที่พวกกาโอกามอนกับกิลมอน *****

 

“แฮ่ก ๆๆๆ...ชั้นสองแล้ว กาโอกามอน...เห็นอะไรบ้างไหม” กิลมอนพูดแบบเหนื่อย ๆ เมื่อเขาวิ่งตามกาโอกามอนขึ้นมาจนถึงชั้นสองของปราสาท 

 

“เดี๋ยวนะ...” กาโอกามอนตอบแล้วหันไปหันมาเพื่อที่จะหาทางไปต่อ  เพราะว่าบันไดที่เขาขึ้นมานี้มันไม่ได้เชื่อมต่อไปยังชั้นสาม  เขาเริ่มคิดว่าบันไดของปราสาทแห่งนี้คงไม่ได้มีเพียงแค่บันไดเดียว...มันจะต้องมีบันไดวนที่ทอดยาวขึ้นไปถึงชั้นบนสุดอยู่ที่ใดที่หนึ่งแน่ ๆ  “ทางนี้ล่ะกัน” เขาสุ่มทางเอาแล้ววิ่งนำกิลมอนไป

 

ทั้งสองวิ่งผ่านทางเดินไปจนมาหยุดที่ห้องรับรองขนาดใหญ่ห้องหนึ่ง  ซึ่งในนั้นมีทางแยกที่จะพาพวกเขาไปต่ออีกสามสี่ทาง  และจากตรงนี้นี่เอง  มันทำให้การตัดสินใจของกาโอกามอนยากขึ้นมากกว่าเก่า 

 

“เจอกับทางแยกอีกแล้ว...ไปทางไหนดี กาโอกามอน” กิลมอนบ่นแล้ววิ่งตามเข้ามา  โดยเขารู้สึกว่าเขาใกล้จะหมดความอดทนกับปราสาทแห่งนี้เต็มที   เขาบ่นในใจ...ไอ้ปราสาทบ้านี่...มันจะพาฉันหลงไปถึงไหน!!...

 

*** ปึ้ง *** “ห๊ะ” *** ปึ้ง ๆๆๆๆ *** ทันใดนั้นประตูเหล็กตามทางแยกต่าง ๆ ก็ปิดลงอย่างรวดเร็ว  ทำให้กาโอกามอนกับกิลมอนตั้งท่าพร้อมสู้ทันที

 

“โอย...แจ็คพ็อตอีกแล้ว กาโอกามอน”

 

“ฉันรู้แล้วน่า...นายนี่ช่วยหยุดบ่นได้ไหม” กาโอกามอนเริ่มพูดด้วยความรำคาญ  เพราะเสียงบ่นของกิลมอนนี่แหละ  เป็นตัวที่ทำให้เขาเสียสมาธิ   เขามองไปรอบ ๆ ตัวเพื่อหาสิ่งผิดปกติ  แต่ไม่พบอะไรนอกจากความเงียบ...เงียบมาก ๆ จนทำให้เขาเริ่มรู้สึกระแวง   ประตูเหล็กคงไม่ปิดลงมาเองได้หรอก  ถ้าไม่มีใครเห็นพวกเขาเข้ามาในนี้แล้วปิดมันลง  “กิลมอน...นายลองมองรอบ ๆ ให้หน่อยสิ...นายเห็นอะไรผิดปกติบ้างไหม” เขาหันไปกระซิบบอกกิลมอน

 

กิลมอนลองมองไปรอบ ๆ อย่างช้า ๆ  แล้วรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก   บรรยากาศที่มืด ๆ สลัว ๆ ภายในปราสาทนี่ก็หน้ากลัวพออยู่แล้ว...นี่มาอยู่ห้องนี้นี่  มันยังกลับเพิ่มความเงียบ  ความวังเวงให้มันน่ากลัวเพิ่มขึ้นเข้าไปอีก “อึก...อือ...” เขากลืนน้ำลายเอื้อกแล้วพยายามลบความกลัวต่าง ๆ ออก  เมื่อเขาเริ่มมองเข้าไปในมุมมืดตามจุดต่าง ๆ เพื่อดูว่ามีอะไรซ่อนอยู่รึเปล่า  “หืม...หืมม...” เขาตั้งสติแล้วพยายามมองไป...มองไป...มองไป...แล้วก็เจอ...

 

*** วิ้ง *** “หือ...ว้ากกกก ว้ากกกก!!” ด้วยประกายแสงสว่างสีแดงที่ส่องออกมาจากมุมมืดมุมหนึ่งที่ริมหน้าต่าง  ทำให้กิลมอนตกใจร้องแหกปากลั่น  แล้วดันหลังไปชนกับกาโอกามอนจนกาโอกามอนต้องพลอยสะดุ้งตกใจตามเข้าไปอีก

 

“เฮ้ย อะไร...อะไร...อะไร!!” กาโอกามอนหันไปถามกิลมอนด้วยเสียงที่หนัก ๆ ถี่ ๆ เหมือนกับคนที่กำลังตกใจ  แล้วมองไปที่จุดนั้น “ไหนเล่า กิลมอน...นายเห็นอะไร....พูดสิ พูด!!”

 

“นะ ๆๆๆ นั่นอ่ะ กาโอกามอน” กิลมอนพูดเสียงสั่นแล้วชี้นิ้วไปที่มุมหน้าต่างตรงนั้น  สักพักแสงก็ส่องประกายออกมาอีก *** วิ้งง *** “ว้ากกก ผี...ผีหลอกกกก”

 

“เฮ้ย เดี๋ยว...ใจเย็นก่อนกิลมอน” กาโอกามอนพูดเพื่อหยุดความกระวนกระวายของเพื่อนเขา  แล้วลองเดินออกไปที่ริมหน้าต่างอย่างช้า ๆ  “หืม” เขามองเข้าไปใกล้ ๆ แล้วทันใดนั้นเขาก็รีบกระโจนตะปบสิ่งนั้นออกมา  ซึ่งมันก็ได้กระเด็นตกลงมาแล้วกลิ้งไปหากิลมอน *** ผัวะ!! ตุบ คลุก ๆๆๆ กึก ***

 

“หือ” กิลมอนเห็นแล้วก้มลงไปหยิบของสิ่งนั้นขึ้นมา  ซึ่งพอเขาเห็นมันชัด ๆ เขาก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที  เพราะว่ามันเป็นแค่ส่วนหัวของรูปปั้นนก  และแสงที่ส่องประกายออกมาทำให้เขาตกใจเมื่อสักครู่นี้  มันเป็นแค่แสงสะท้อนที่ส่องมาจากพลอยสีแดงที่ฝังอยู่ในตาของมันเท่านั้นเอง “เฮ้อ...นึกว่าอะไร...ที่แท้ก็แค่รูปปั้น”

 

กาโอกามอนเดินกลับมามองหน้ากิลมอนด้วยสายตาที่แปลก ๆ แล้วพูดออกมาว่า “...ตัวโตยังกับอะไร แต่แหกปากร้องยังกับดิจิมอนทารก...”

 

กิลมอนสะอึกหน้าแตกแล้วหันไปเถียง “ก็ทำไมล่ะ...คนมันตกใจนี่...นายเองก็ตกใจด้วยไม่ใช่หรอ อย่ามาทำฟอร์ม”

 

กาโอกามอนสะอึกแล้วยื่นหน้าเข้าไปเถียงกลับ  “ใครตกใจ...พูดให้มันดี ๆ นะ!! กิลมอน...”

 

ในระหว่างที่ทั้งสองเถียงใส่กันอยู่นั้น  มันก็มีบางสิ่งบางอย่างคล้ายกับเถาวัลย์พิษได้ถูกเหวี่ยงออกมารัดแขนขาของพวกเขาอย่างรวดเร็ว  *** วืด ๆๆ พับ ๆๆ...พับ ๆๆๆ ***

 

“หา อะ..อะไรเนี่ย!!” กิลมอนสะดุ้งเฮือกแล้วเสียหลักล้มลงไป

 

“ถะ...เถาวัลย์พิษ” กาโอกามอนอุทานตัวสั่นแข็งทื่อราวกับว่าร่างกายของเขาโดนยาชาจากเถาวัลย์นั้นซึมเข้าไป  “ขยับ...ขยับไม่ได้เลย”

 

“ฮึ ๆๆๆ” เสียงของดิจิมอนผู้ที่ปล่อยเถาวัลย์ได้ปรากฏตัวออกมาจากมุมหนึ่งของห้อง  ซึ่งทันทีที่พวกกาโอกามอนเห็น  พวกเขาก็ต้องอุทานด้วยความตกใจ “ห๊ะ...พัล...พัลมอน!!”

 

“สวัสดี กาโอกามอน...กิลมอน” พัลมอนกล่าวทักแล้วบีบรัดพวกกาโอกามอนด้วยเถาวัลย์มากขึ้น  ทำให้ทั้งสองคนนั้นแทบจะขยับตัวหนีไปไหนไม่ได้เลย  

 

“พัลมอน...นี่เธอทำอะไรน่ะ...ปล่อยพวกเราเดี๋ยวนี้นะ” พวกกาโอกามอนคิดว่าที่พัลมอนทำแบบนี้  อาจจะเป็นเพราะว่าเธอกำลังถูกควบคุมจิตใจอยู่เหมือนคนอื่น ๆ  แต่พอพวกเขาสังเกตดูพัลมอนอีกที  พวกเขาก็ต้องรู้สึกแปลกใจ  เพราะว่าพัลมอนเธอก็ยังคงมีรูปร่างหน้าตาปกติเหมือนยังที่เคยเป็น  แววตาก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหรือแสดงออกถึงความมืดที่ปกคลุมอยู่เลย

 

“ฉันปล่อยพวกเธอไม่ได้หรอก กาโอกามอน...พวกเธอคือ ผู้บุกรุก” พัลมอนตอบแล้วสะแหยะยิ้ม

 

“พัลมอน เธอพูดอะไรของเธอ...เรามาที่นี่ก็เพื่อจะมาช่วยพวกเธอนะ...ปล่อยพวกเราสิ แล้วพวกเราจะได้กลับเกาะไฟล์ด้วยกัน” กิลมอนพูดแล้วพยายามบิดตัวไปมาเมื่อเขาเริ่มรู้สึกอึดอัด

 

“ฉันไม่คิดที่จะกลับไปอีกแล้วล่ะ กิลมอน...” พัลมอนตอบด้วยเสียงนิ่ม ๆ แล้วยิ้มออกมา “ฉันอ่ะนะ...ตัดสินใจที่จะอยู่ที่นี่แล้วล่ะ”

 

“ห๊ะ...เธอว่ายังไงนะ” กาโอกามอนอุทานขึ้นด้วยความสงสัย  ไม่รู้ว่าพัลมอนเธอคิดอะไรของเธออยู่กันแน่ “เธอคิดยังไงถึงจะอยู่ที่นี่...ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเธอนะ...นี่เธอถูกศัตรูมันควบคุมจิตใจอยู่ใช่ไหมเนี่ย”

 

พัลมอนส่ายหน้าแล้วคลายแส้เถาวัลย์ออกมาจากพวกกาโอกามอน  คล้ายกับว่าเหมือนเธอจะปล่อยพวกเขา  แต่ว่าฤทธิ์จากยาชาของเธอก็ยังคงอยู่  ทำให้พวกกาโอกามอนยังคงขยับไปไหนไม่ได้อยู่อย่างนั้นต่อไป  “ฉันจะอธิบายให้ฟังก็ได้...การที่ฉันได้เข้ามาที่ปราสาทแห่งนี้...มันทำให้ฉันค้นพบสัจธรรมอะไรบางอย่าง...สัจธรรมของการอยู่ร่วมกับความมืด...ความไม่ยุติธรรมทั้งหลายที่ทำให้คนดีที่ถูกทำร้ายต้องหันมาพึ่งความมืด  เพื่อเรียกร้องสิทธิและความชอบธรรมของพวกเขากลับคืนมา...ความมืดนี่แหละ คือ สิ่งที่จะสามารถรักษา และเยียวยาความเจ็บปวดที่พวกเราได้รับ...ความมืด คือ เพื่อนที่แท้จริงของพวกเรา!!...”

 

***** ณ ห้วงมิติเวลาที่การุรุมอนอยู่กับแบล็คการุรุมอน *****

 

การุรุมอนยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง  หลังจากที่เขาได้ยินคำอธิบายที่ไขข้อสงสัยต่าง ๆ จากแบล็คการุรุมอน  คำตอบเหล่านั้นมันทำให้เขาเริ่มเข้าใจถึงสาเหตุของสิ่งที่เกิดขึ้น  และในทางกลับกัน  มันก็ทำให้เขาเริ่มรู้สึกหวาดกลัวกับพลังที่แฝงอยู่ในตัวของเขาอีกด้วย  มันเป็นพลังแห่งเทพ...เทพแห่งทิศตะวันตกผู้ที่สามารถขับไล่ปีศาจได้...มันเป็นพลังระดับสูงที่ดิจิมอนทั่วไปไม่สามารถที่จะมีได้  แต่เขากลับมีมันขึ้นอย่างที่ไม่รู้ตัว  “ฉันไม่เข้าใจ...ถ้านี่คือพลังแห่งเทพ...ทำไมมันถึงต้องมาอยู่ในตัวของฉันด้วยล่ะ” เขาพูดออกมาแล้วเริ่มก้มหน้ามองดูตัวเองอย่างครุ่นคิด “ฉันเป็นแค่ดิจิมอนสุนัขป่าธรรมดา ๆ...ไม่เห็นจะมีความเกี่ยวข้องอะไรกับพลังเหล่านี้เลย”

 

แบล็คการุรุมอนสะแหยะยิ้มเมื่อเขารู้สึกว่าคู่สนทนาของเขากำลังสับสน  เขาจึงเดินเข้าไปหาการุรุมอนแล้วเอียงหน้าเข้าไปให้คำตอบแบบชิด ๆ “ก็นั่นเป็นเพราะ...แกคือผู้ที่ถูกเลือกแล้วยังไงล่ะ การุรุมอน...วิญญาณของสุนัขสีขาวได้เลือกแกเป็นร่างของเขาเอาไว้แล้ว...แกกับเขาจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน เมื่อเวลานั้นมาถึง...”

 

“เวลานั้นมาถึง...เวลาอะไร” การุรุมอนเงยหน้าขึ้นมาถาม

 

“ฉันเองก็ไม่รู้หรอก การุรุมอน...เพราะนั่นเป็นสิ่งที่แกจะต้องหาคำตอบเอาเอง” แบล็คการุรุมอนพูดเสร็จแล้วก็เดินกลับออกไปยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามใหม่อีกครั้ง “เอาล่ะ...เรามาคุยต่อกันอีกเรื่องนึงเถอะนะ...”

 

“อีกเรื่องนึงหรอ...เรื่องอะไรล่ะ”

 

แบล็คการุรุมอนยืนนิ่งเงียบอยู่ไปสักพักแล้วเริ่มพูดออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ฉันอยากให้แก...มาร่วมมือกับฉัน”

 

“อะ...อะไรนะ...ร่วมมือ...ร่วมมือกับพวกนาย” การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความแปลกใจแล้วเริ่มเดินถอยห่างออกมาจากแบล็คการุรุมอน “นายเห็นว่าฉันโง่มากนักหรือไง แบล็คการุรุมอน...มันเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องไปร่วมมือกับนายด้วยห๊ะ!!”

 

“ฮึ ๆๆ ฮ่า ๆๆ ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกจะต้องพูดแบบนี้ การุรุมอน...แกคิดว่าฉันเองก็อยากได้จะแกมามากนักหรือยังไง...” แบล็คการุรุมอนสวนตอบแล้วหันไปเรียกประตูมิติบานหนึ่งออกมาจากด้านหลังของเขา “ตามฉันมาทางนี้สิ...แล้วแกก็จะได้ค้นพบกับคำตอบที่ว่า ทำไมฉันถึงต้องการให้แกมาร่วมมือกับฉัน...แม้ว่าฉันจะไม่ค่อยชอบแกมากสักเท่าไหร่ก็ตาม...” *** แว้ป ๆๆ ฟู่ *** หลังจากนั้นแบล็คการุรุมอนก็เดินผ่านประตูมิติเข้าไป

 

“อึก...” การุรุมอนยืนคิดแล้วเริ่มตัดสินใจกับคำพูดของแบล็คการุรุมอนด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด   คำพูดเชิญชวนเหล่านั้น  มันยากนักที่จะเขาจะไว้ใจได้  แต่อีกด้านหนึ่ง...เขาก็รู้สึกว่า...แบล็คการุรุมอนไม่ได้มีท่าทีที่จะหลอกเขาสักเท่าไหร่  เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้เห็นกิริยาอาการที่ไม่พอใจของแบล็คการุรุมอนก่อนที่จะหายเข้าไปในประตูมิติ...มันอาจจะเป็นไปได้ว่า  มีคนอื่นสั่งให้แบล็คการุรุมอนมาพูดเชิญเขาแบบนี้  โดยที่แบล็คการุรุมอนไม่ค่อยจะเต็มใจสักเท่าไหร่ก็เป็นได้   “ฮืม...เอาล่ะ เป็นไงก็เป็นกันสิ...” ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้  แล้วเริ่มเดินตามแบล็คการุรุมอนเข้าไปในประตูมิติอย่างช้า ๆ ***แว้ป ๆๆ ฟู่ ***

 

***** กลับมาที่เหตุการณ์ของพวกกาโอกามอนกับพัลมอน  *****

 

“พัลมอน เธอเลิกพูดไร้สาระซะทีจะได้ไหม!!” กิลมอนตะโกนใส่แล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล  พิษของพัลมอนยังคงอยู่ในตัวของเขา  แต่ว่ามันก็ค่อย ๆ จางลงไปบ้างแล้วหลังจากที่พัลมอนดึงเถาวัลย์กลับไป

 

“ไร้สาระงั้นหรอ...นี่ฉันจะต้องใช้กำลังกับพวกเธอก่อนใช่มะห๊ะ พวกเธอถึงจะเชื่อ...” พัลมอนสะบัดเถาวัลย์ออกมาเป็นแส้ แล้วทำท่าขู่เตรียมพร้อมโจมตี

 

กาโอกามอนรู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มตึงเครียด  เพราะพัลมอนมีท่าที่ว่าอยากจะสู้กับพวกเขาจริง ๆ  เขาไม่เข้าใจว่าทำไมพัลมอนถึงต้องทำแบบนี้  แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่อยากที่จะมาสู้กับพัลมอนอยู่ดี  เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง  “กิลมอน...นายช่วยอะไรฉันสักอย่างหน่อยสิ” เขาหันไปกระซิบกับกิลมอนเพื่อที่จะวางแผนการ

 

กิลมอนจ้องมองพัลมอนอย่างระมัดระวังแล้วเขยิบเข้าไปหากาโอกามอนเพื่อเงี่ยงหูฟัง  “จะให้ทำยังไง กาโอกามอน”

 

กาโอกามอนกลืนน้ำลายเอื้อกหนึ่งแล้วเริ่มอธิบายแผนให้กิลมอนฟัง “เท่าที่ฉันดูนะ...พัลมอนคงไม่ยอมปล่อยพวกเราไปแน่ ๆ...เพราะฉะนั้น ฉันจึงอยากให้นายถ่วงเวลาสู้กับเธอไปก่อน...ระหว่างนั้นฉันจะออกไปตามหาการุรุมอนแล้วหาทางจัดการกับเจ้าของปราสาทแห่งนี้ให้ได้...ถ้าฉันทำได้ พัลมอนก็อาจจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง...”

 

กิลมอนเข้าใจในเหตุผลของกาโอกามอน  เขาจึงพยักหน้าแล้วเดินออกไปตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้กับพัลมอน “เข้ามาเลยพัลมอน...ถ้าเธอคิดว่า เธอสู้ฉันได้...” กิลมอนพูดท้าเพื่อเรียกร้องความสนใจ  ซึ่งในขณะเดียวกันนั้น  กาโอกามอนก็วิ่งไปที่ประตูบานหนึ่งแล้วใช้ไม้ตายของเขาเพื่อพังมันออกไป

 

“Dash Double Claw!!” *** เปรี้ยงง ***

 

“คิดจะหนีงั้นเรอะ!!...” พัลมอนหันไปเห็นกาโอกามอนพยายามพังประตูออกไป  เธอจึงทำท่าที่จะเหวี่ยงเถาวัลย์ไปจับไว้  แต่ว่า...

 

“Firer Ball!!” *** ฟู่มมม ***

 

“ชิ!!...” *** ฟับ...เปรี้ยงง *** พัลมอนตกใจเบี่ยงหนีแล้วสะบัดแส้ตีลูกไฟของกิลมอนจนแตกกระจาย  ซึ่งจังหวะนั้นกาโอกามอนก็ใช้ไม้ตายโจมตีใส่ประตูเข้าไปอีก...ใส่เข้าไปอีก...ใส่เข้าไปอีก...

 

“Dash Double Claw!!” *** เปรี้ยงง ***

 

“หน็อย...อย่าหนีนะ” พัลมอนเธอทำท่าที่จะวิ่งเข้าไปอีก  แต่คราวนี้กิลมอนเข้ากระโจนตะลุมบอลกับเธอเลย

 

“ย้ากกก” ***พลั่กก ตุบ...คลุก ๆๆๆ *** “นี่กิลมอน ปล่อยฉันสิ...บอกให้ปล่อย”

 

“กาโอกามอน ตอนนี้แหละ...ไปเลย ๆ” กิลมอนตะโกนบอกแล้วหันไปจับตัวพัลมอนเอาไว้เป็นการถ่วงเวลาเพื่อช่วยกาโอกามอน

 

“Dash Double Claw!!” *** เปรี้ยงง ***

“Dash Double Claw!!” *** เปรี้ยงง...ครึก ๆๆ...***

“Dash Double Claw!!” *** เปรี้ยงง...แอ้ดดด ตูมมม *** ในที่สุดประตูเหล็กก็หงายหลังพังลงไปทั้งบาน  ทำให้กาโอกามอนสามารถหนีออกไปได้ในที่สุด

 

***************************

 

*** แว้ป ๆๆๆ...ฟู่ *** เสียงของประตูมิติได้ปิดลง  หลังจากที่การุรุมอนเดินตามแบล็คการุรุมอนออกมา   เขามองไปรอบ ๆ แล้วรู้สึกว่า  เขากลับมาอยู่ในปราสาทดีวาอีกครั้ง  แต่ว่าคราวนี้ดูเหมือนเขาจะขึ้นมาอยู่ชั้นบนสุดที่เป็นห้องโถงกว้าง  ราวกับห้องรับรองของพระราชา...ทุกอย่างดูเหลืองอร่ามไปหมดจนการุรุมอนคิดว่าเขาอยู่ในห้องทองคำยังไงยังนั้น  มีโคมเทียนอันหรูหราห้อยอยู่บนเพดาน  ที่ส่องแสงให้ความสว่างแก่ห้องที่สวยงามห้องนี้  “อืมมม...หือ...” การุรุมอนมองไปรอบ ๆ แล้วไปสะดุดสายตากับสิ่งสิ่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ไกลออกไปจากตัวเขาข้างหน้า...มันคือบัลลังค์ทองสีเหลืองอร่ามที่ดูสวยงามสะอาดสะอ้าน  และสูงใหญ่  ประดับประดาไปด้วยอัญมณีหลากสีสรร  เขาเดินเข้าไปใกล้ ๆ เพื่อสำรวจดูมันแล้วก็รู้สึกถึงความคุ้นเคยอะไรบางอย่างกับบัลลังค์นี้

 

“รู้สึกคุ้นเคยใช่ไหมล่ะ การุรุมอน” แบล็คการุรุมอนยืนอยู่ข้าง ๆ แล้วหันหน้าเข้าไปถาม  เขาไม่รู้สึกแปลกใจหรอกที่การุรุมอนจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้  เพราะเจ้านายของเขาได้บอกกับเขาล่วงหน้าเอาไว้แล้ว  สิ่งเดียวที่เขาทำได้ในตอนนี้ก็คือ...การรอ...

 

*** ตุบ...ตุบ *** เสียงก้าวเท้าเดินของใครบางคนได้ดังเข้ามาจากด้านหลังของห้อง  พร้อมกับเงาดำที่ปกคลุมบังร่างร่างนั้นจนมืดสนิท  ซึ่งพอการุรุมอนได้ยินเสียงดังกล่าว  เขาก็รีบหันไปมองอย่างรวดเร็ว  “หือ...ใครกันน่ะ”

 

*** ตุบ...ตุบ *** “.... มาแล้วหรอ....”

 

“หือ...” *** วิ้งงง *** “อึก!!” ทันทีที่การุรุมอนได้ยินเสียงของดิจิมอนตนนั้นพูดออกมา  เขาก็รู้สึกว่าจิตใจของเขาเริ่มมีอะไรบางอย่างมากระตุ้นทำให้เขาเดือดพล่าน...อะไรบางอย่างที่เหมือนกับว่ามันกำลังจะตื่นขึ้นมาจนเขาต้องสะอึก  ความรู้สึกแปลก ๆ ที่เขาไม่สามารถอธิบายได้  เริ่มเข้ามามีผลกระทบต่อจิตใจของเขาที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน “ฮื่อออ...ฮื่อออออ” เสียงขู่กรรโชกของเขาเริ่มดังออกมาพร้อมกับเขี้ยวแหลมคมที่ค่อย ๆ โผล่ออกมาจากริมฝีปากของเขา   เขารู้สึกร้อน...ร้อนไปหมดทั่วทั้งร่างราวกับว่าพลังอะไรบางอย่างมันกำลังลุกโชนออกมาเหมือนไฟลุก...

 

*** ฟู่ ๆๆๆๆ *** “ฮื่ออออ...ฮื่อออออ...แก...แกกกกกก”

 

“ฮึ ๆๆ ดูเหมือนว่าเจ้าจะยังเติบโตได้ไม่เต็มที่เลยนะ การุรุมอน...” ดิจิมอนในเงาดำพูดแล้วก้าวเท้าทั้งสี่เข้ามาหาการุรุมอนใกล้มากขึ้น  ซึ่งยิ่งใกล้มากเท่าไหร่  การุรุมอนก็ยิ่งมีอาการตอบสนองที่ดุร้ายมากขึ้น...

 

“อึก...แก...แกเป็น...อึก...ใครกันแน่” การุรุมอนพยายามรวบรวมสติเพื่อควบคุมตัวเองให้ทรงตัวเอาไว้  แต่ว่านั่นมันก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาควบคุมพลังที่กำลังลุกโชนออกมานี้ได้มากสักเท่าไรนัก “ฮื่อออ....ฮื่ออออ”

 

ดิจิมอนตนนั้นมองดูอาการของการุรุมอนแล้วหัวเราะออกมาอย่างพึงพอใจ   “ฮึ ๆๆ...ฮึ ๆๆๆ...ข้าน่ะหรอ...ข้าก็คือ” เขาสะแหยะยิ้มแล้วเริ่มปล่อยพลังแห่งความมืดให้ลุกโชนออกมา  เป็นไอออร่าสีดำที่ร้อนจัดอยู่รอบ ๆ ตัว  ทำให้บรรยากาศของห้องเริ่มมืดสลัว  ด้วยแสงเทียนที่หรี่ลงตามความมืดที่มีมากขึ้น

 

*** ซู่มมม ฟู่ ๆๆๆ *** “ข้าคือ ผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำผู้พิทักษ์ดินแดนแห่งทิศตะวันตก!!...”

 

To be continued

Back to Part X-VII    Go to Part X-IX

Free Web Hosting