Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part X-IX : Action Plan Activated, Darkness Domination!! -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

ณ ห้องขังชั้นใต้ดินของปราสาทดีวาที่เซราฟิมอนอยู่  เซราฟิมอนนั่งลงแล้วเริ่มส่งกระแสจิตเพื่อติดต่อกับปาตามอนอีกครั้ง  หลังจากที่ปาตามอนถูกจับตัวไปพร้อม ๆ กับพัลมอน   เขาพยายามติดต่ออยู่หลายต่อหลายหนแต่ดูเหมือนว่าปาตามอนไม่ได้ตอบอะไรกลับมาหาเขาเลย  “ปาตามอน...เธอได้ยินเราไหม...ปาตามอน ตอบหน่อย” เขาเริ่มรู้สึกเป็นกังวลแล้วหันไปมองประตูทางเข้าห้องขัง  ด้วยลางสังหรณ์ที่กำลังบอกเขาว่า...มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นอยู่ข้างบนนั้น...บางอย่างที่ดูน่าสะพรึงกลัวและเต็มไปด้วยความมืดอันแสนจะดุร้าย “ฮืม...ข้างบนนั้นมันเกิดอะไรขึ้นนะ...พวกปาตามอนจะเป็นอะไรมากหรือเปล่า”

 

*** ครึก ๆๆๆ แอ้ดดดด...ปึ้ง *** เสียงของประตูห้องขังได้เปิดออกอย่างช้า ๆ  ทำให้ทั้งเซราฟิมอนและคนอื่น ๆ ต่างมองดูผู้ที่กำลังเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง   ในตอนแรกนั้นแต่ละคนก็คิดว่าคงจะเป็นดิจิมอนชั่วร้ายที่ถูกสั่งให้มาเอาชีวิตของพวกเขา  แต่ว่าพอเซราฟิมอนลองมองดูให้ชัด ๆ เขากลับเห็นว่านั่นไม่ใช่ศัตรู  แต่เป็นปาตามอนที่บินเข้ามาต่างหาก

 

*** พับ ๆๆๆ ***

 

“หือ...นั่นปาตามอนนี่...ปาตามอน เธอปลอดภัยดีใช่ไหม” เซราฟิมอนเดินเข้าไปเกาะลูกกรงถามปาตามอนด้วยความสงสัยว่า  ปาตามอนหนีรอดจากศัตรูมาหาเขาได้อย่างไร...ตอนแรกเซราฟิมอนคิดว่า ปาตามอนคงโดนศัตรูทำร้ายหรือควบคุมจิตใจไปแล้ว  แต่ตอนนี้จากเท่าที่เขาเห็น  ปาตามอนยังคงดูปกติดีไม่มีวี่แววของการถูกทำร้ายหรือถูกพลังแห่งความมืดครอบงำเลยแม้แต่นิดเดียว “ปาตามอน...เป็นอะไรหรือเปล่า...ข้างบนนั้นเกิดอะไรขึ้น”

 

ปาตามอนนิ่งเงียบอยู่สักพักแล้วบินไปที่ตู้วงจรไฟฟ้า  หลังจากนั้นก็สับคันโยกลงเพื่อเปิดประตูปล่อยให้เซราฟิมอนกับดิจิมอนตนอื่นเป็นอิสระ  สร้างความดีใจให้กับทุกคนเป็นอย่างมาก

 

*** แอ้ดดด...แก๊งง *** “เย้ พวกเราเป็นอิสระแล้ว...เฮ้!!”

 

เซราฟิมอนค่อย ๆ ก้าวเท้าเดินออกมาแล้วพยักหน้าขอบใจปาตามอนที่ช่วยเขา   ดูเหมือนว่าจากนี้ไปจะเป็นหน้าที่ของเซราฟิมอนแล้ว  ที่จะพาทุกคนออกไปจากปราสาทแห่งนี้  ด้วยพลังอันศักดิ์ของร่างสุดยอดที่เขามีอยู่ในตัว  “ขอบใจมากนะ ปาตามอน...ต่อไปนี้ เธอปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเราเอง...”

 

ปาตามอนพยักหน้าบินไปที่ทางออกแล้วหันมาพูดกับทุกคน  “พวกเรา ตามฉันมานะ...เดี๋ยวฉันจะนำทางให้เอง...” หลังจากที่เขาพูดจบ  เขาก็บินนำออกไป

 

เซราฟิมอนได้ยินเช่นนั้นก็หันไปให้สัญญาณกับทุกคนแล้วก็เดินตามปาตามอนออกไป  ซึ่งทุกอย่างดูเหมือนว่าจะราบเรียบและปลอดภัยจนน่าผิดปกติ  ไม่มียามเฝ้าตรงทางออก ไม่มีสัญญาณเตือนภัยว่ามีผู้บุกรุก ซึ่งเหล่านั้นมันทำให้เซราฟิมอนรู้สึกสงสัยจนขบคิดไม่ได้เหมือนกัน “ปาตามอน ระวังด้วยนะ...ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เดี๋ยวเราจะช่วยเปิดทางให้เอง” เซราฟิมอนพูดกับปาตามอน  ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็เดินจับกลุ่มตามหลังกันมาอย่างระมัดระวัง

 

ปาตามอนบินไปแล้วหันมาตอบกับเซราฟิมอนไปอย่างไม่ได้คิดอะไร “ครับ ไม่ต้องห่วงนะครับทุกคน...เดี๋ยวผมจะพาทุกคนออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัยแน่นอน” เขาพูดเสร็จแล้วหันกลับไปมองทางเดินเพื่อดูลาดเลาต่อ

 

 

************** ณ ห้องบัลลังค์ทองที่อยู่ชั้นบนสุดของปราสาทดีวา *************

 

“อึก...อึก แก...แก” สถานการณ์ของการุรุมอนในตอนนี้เริ่มเข้าสู่ขั้นอันตราย  เมื่อเขารู้สึกว่าเขากำลังถูกห้อมล้อมด้วยความมืดที่แผ่ออกมาจากดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้น  เขาเดินถอยห่างออกแล้วพยายามควบคุมพลังที่อยู่ในตัวของเขาไม่ให้มันระเบิดออกมา  เพื่อให้เขายังมีสติที่จะได้รับรู้ความจริงและความลับต่าง ๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวของเขา  “อึก...นี่น่ะหรือ...ผู้กุมกุญแจแห่งความมืด” เขาพูดแล้วมองตาขวางไปยังดิจิมอนตนนั้น “เก่งจริงก็ปรากฏตัวออกมาให้ชัด ๆ สิ!!”

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้นนิ่งเงียบแล้วหันไปมองดูพลังแห่งความมืดของตัวเองด้วยความรู้สึกอะไรบางอย่าง  ซึ่งความรู้สึกนั้นเพียงแค่ชั่วครู่เดียว...มันก็สามารถทำให้การุรุมอนเข้าไปสัมผัสถึงจิตใจของดิจิมอนตนนั้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ  *** วิ้งงงง *** “ห๊ะ!!...ความรู้สึกนี้มัน” เขาสะดุ้งตกใจเมื่อเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอะไรบางอย่าง  ที่มันมีหลากหลายและปะปนกันอยู่ภายในจิตใจของผู้กุมกุญแจแห่งความมืดตนนั้น...ความโศกเศร้า...ความน้อยใจ...ความโกรธแค้น...มันทั้งรุนแรงและน่ากลัวมากจนไม่มีใครกล้าเข้าไปรับรู้ไม่เว้นแม้แต่แบล็คการุรุมอนที่เป็นลูกน้องของเขาเอง

 

*** ฟู่ ๆๆๆ *** “ข้าน่ะ...ยังไม่พร้อมที่จะปรากฏตัวให้เจ้าได้เห็น...” เขาหันกลับมามองการุรุมอนแล้วพูดต่อ “ตราบใดที่เจ้ายังไม่พร้อม...ข้าเองก็ยังไม่พร้อมเช่นกัน...”

 

“แกพูดอะไร...ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย” การุรุมอนตอบแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือเพื่อป้องกันการโจมตีที่อาจจะเกิดขึ้น...ความมืดที่เพิ่งแผ่ขยายออกมามันยังกระจายอยู่ในห้องนี้  เพราะฉะนั้นเขาจึงต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากที่สุด “แกต้องการอะไร แกพูดมาดีกว่า...อยากสู้ก็เข้ามา...อยากเจรจาก็พูด”

 

“งั้นก็ได้...” ดิจิมอนตนนั้นตอบด้วยเสียงที่เรียบง่ายแล้วเริ่มบอกสิ่งที่เขาต้องการออกมา “ข้าอยากให้เจ้า...มาอยู่กับข้า การุรุมอน...เจ้ามีพลังของสหายข้าอยู่...เพราะฉะนั้น ข้าต้องการพลังของสหายข้าคืน...”

 

การุรุมอนรู้สึกประหลาดใจกับคำพูดของฝ่ายตรงข้ามแล้วเดินถอยห่างออกไปอีก  ซึ่งในขณะที่เขาก้าวถอย  ดิจิมอนตนนั้นก็ก้าวต่อเข้ามาเพื่อที่จะสนทนากับเขา  “เฮอะ!!...นั่นคือสิ่งที่แกต้องการนักใช่ไหม...งั้นฉันก็ตอบเลยว่า ไม่มีทาง!!”

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้นยืนนิ่ง  ไม่แสดงความรู้สึกโกรธกับคำตอบที่เขาได้รับมาแต่อย่างใด...เขานิ่งเงียบและมองการุรุมอนด้วยสีหน้าที่เย็นชา  พร้อมกับแววตาที่ฉายแสงสีแดงออกมาเป็นระยะ ๆ *** วิ้ง...วิ้ง *** “ข้ารู้ว่าเจ้าจะต้องตอบแบบนี้ การุรุมอน...แต่ขอให้ข้าได้อธิบายอะไรสักหน่อยจะได้ไหม...” เขาหันหลังเดินกลับไปที่บัลลังค์สีทอง  แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งพักผ่อนอยู่บนนั้นเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มอธิบาย

 

“หลายร้อยปีมาแล้ว ก่อนที่พวกดิจิมอนอย่างเจ้าจะเกิดขึ้นมา....ข้ากับสหายของข้า มีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องดินแดนตะวันตกแห่งนี้ ตามคำบัญชาของเทพเจ้าที่พวกเราได้สูญเสียไป...พลังที่พวกเราต้องใช้ คือ พลังแห่งแสงสว่าง และพลังแห่งความมืดร่วมกัน...ไม่มีทางที่จะใช้พลังใดพลังหนึ่งแต่เพียงลำพังได้ เจ้าคงรู้...” เขามองออกไปที่หน้าต่างข้าง ๆ บัลลังค์แล้วพูดต่อ “เวลาผ่านไปอีกหลายต่อหลายปี...ข้ากับสหายของข้าก็ยังคงเฝ้าดูแลและปกป้องดินแดนแห่งนี้มาตลอด จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง...” เขาพูดเสร็จแล้วหันมามองการุรุมอน “...วันที่ข้ากับสหายของข้าต้องมาแยกจากกัน...”

 

“วันที่แกกับเพื่อนของแกต้องแยกจากกันยังนั้นรึ...” การุรุมอนเอ่ยออกมาด้วยความสงสัย  เพราะเขาไม่คิดว่าดิจิมอนตนนี้จะมีความรู้สึกของการมีเพื่อนอยู่ด้วย  “งั้นฉันก็ขอเดาว่า แกก็คงกำลังรอการกลับมาของเพื่อนแกอยู่น่ะสินะ...เพื่อนของแกที่อาศัยอยู่ในร่างของฉันร่างนี้ใช่ไหม”

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำพยักหน้าแล้วหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินการุรุมอนเดาออกมาถูก “ฮึ ๆๆ ถูกต้องแล้ว การุรุมอน...ในร่างของเจ้ามีจิตวิญญาณของสหายข้า...ถ้าข้าต้องการให้เขากลับมา เจ้าจะต้องอยู่กับข้า...ที่นี้เข้าใจเหตุผลของข้าหรือยัง”

 

การุรุมอนยืนคิดกับคำอธิบายของผู้กุมกุญแจแห่งความมืดแล้วก็นิ่งเงียบไป...เขารู้สึกว่า...บางอย่างที่ฝ่ายตรงข้ามนั้นพูดออกมา  มันมีหลายจุดที่ทำให้เขาสับสน...เขาคิดว่า ดิจิมอนตนนี้คงเป็นดิจิมอนที่ชั่วร้าย ไม่น่าไว้ไจ...แต่เหตุไฉนมันกลับมีเพื่อน  และยังมีความรู้สึกที่อยากจะให้เพื่อนกลับมาอยู่กับมันอีก...นี่มันความรู้สึกของดิจิมอนที่ดีชัด ๆ...แต่ว่า...แต่ว่ายังไง มันก็เป็นดิจิมอนแห่งความมืด  ซึ่งตรงจุดนี้ก็ยังคงยืนยันให้เขาคิดปฏิเสธข้อเสนอของฝ่ายตรงข้ามอยู่   “เอาล่ะ ฉันเข้าใจในสิ่งที่แกพูด...แต่ว่ายังไงก็ตาม แกคือ ดิจิมอนที่ชั่วร้าย...ฉันไม่มีทางที่จะไปอยู่กับแกหรือให้ความร่วมมืออะไรกับแกได้หรอก”

 

“หน็อยแน่แก...ปากดีนัก!!” แบล็คการุรุมอนรู้สึกโมโหแล้วทำท่าจะเดินออกไปโจมตี  แต่ผู้กุมกุญแจแห่งความมืดได้ห้ามเอาไว้ “อย่า แบล็คการุรุมอน...เรื่องนี้ข้าขอเป็นคนจัดการเอง...”

 

“นะ...นายท่าน” แบล็คการุรุมอนมองนายของเขาด้วยความรู้สึกแปลกใจ  ซึ่งดูเหมือนว่านายของเขามีท่าทีที่จะขอเป็นฝ่ายออกแรงเองในครั้งนี้...เขารู้สึกอึ้งเล็กน้อย  เพราะว่าแต่ไหนแต่ไรมา  มันจะมีอยู่เพียงสองหรือสามครั้งเท่านั้น  ที่เขาจะได้เห็นผู้กุมกุญแจแห่งความมืดต่อสู้  และแต่ละครั้งที่สู้นั้น  ผลที่ออกมาก็คือ...ไม่เคยมีใครรอดจากการต่อสู้ได้เลย...พลังแห่งความแค้นที่ผู้กุมกุญแจแห่งความมืดนั้นมี  มันทำให้แม้แต่ดิจิมอนแห่งความมืดพวกเดียวกันยังต้องผวาและหวาดกลัวกันไปตาม ๆ กัน  “แกแย่แน่ การุรุมอน...นายของข้าตัดสินใจออกโรงเองแบบนี้ แกไม่มีทางสู้ได้แน่”

 

พอการุรุมอนได้ยินคำขู่เช่นนั้น  เขาก็รีบย่อตัวลงแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้โดยทันที  ซึ่งในตอนนี้เขาสามารถบอกกับตัวเองได้ว่า  ฝ่ายตรงข้ามตัดสินใจใช้กำลังกับเขาแล้ว   ดังนั้นถ้าเขายังยืนยันที่จะปฏิเสธต่อ...เขาก็จะต้องยืนกรานปฏิเสธอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะมีสักฝ่ายตายกันไปข้างนึงแน่ ๆ  “ฮื่ม บ้าจริง...ดูท่าว่าจะไม่ดีซะแล้ว...”

 

***************************

 

“แฮ่ก ๆๆๆ...” เสียงหอบของกาโอกามอนดังขึ้นทุกฝีก้าว  ในขณะที่เขากำลังวิ่งขึ้นบันไดไปยังชั้นสามของปราสาท  เขาหยุดลงตรงทางเดินแล้วหันไปหันมาเพื่อที่จะหาทางไปต่อ  โดยมีจุดหมายนั่นก็คือ  ชั้นบนสุดที่ที่เขาคาดว่าการุรุมอนน่าจะถูกขังอยู่บนนั้น  “ทางนี้ล่ะกัน...” เขาพูดกับตัวเองแล้วก็รีบวิ่งต่อไป  โดยในระหว่างนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีอุปสรรคไปซะหมด...

 

*** แว้ป ๆๆ เปรี้ยง...เปรี้ยง *** “ฮึ้บ!!...” แสงเลเซอร์จากรูปปั้นการ์กอยได้ถูกยิงออกมาใส่กาโอกามอน ทำให้เขาต้องรีบกระโดดหลบออกไปอย่างรวดเร็ว  *** ตูม ***

 

“Spiral Blow!!” *** ฟู่ ๆๆ เปรี้ยง..แคร้ง!! *** “เฮ้อ...น่ารำคาญจริง ๆ” เขาถอนหายใจดูซากรูปปั้นที่ตกลงมาแล้วก็วิ่งต่อไป  ซึ่งในระหว่างนั้นมันก็ยังคงมีรูปปั้นตัวอื่น ๆ ออกมายิงโจมตีเขาอีก  ทำให้การฝ่าด่านออกไปนั้นต้องใช้ความระมัดระวังอยู่พอสมควร

 

*** แว้ป ๆๆ เปรี้ยง...เปรี้ยง ***

 

“Spiral Blow!!” *** ฟู่ ๆๆ!! ***

“Spiral Blow!!” *** ฟู่ ๆๆ เปรี้ยง!! ***

“Spiral Blow!!” *** ฟู่ ๆๆ เปรี้ยง..แคร้ง!! ***

 

************** กลับลงมาที่ชั้นสองของปราสาท  ที่ที่กิลมอนกับพัลมอนต่อสู้กัน *************

 

“Poison Ivy!!” *** ฟับ ๆๆๆ!! ***

 

“Firer Ball!!” *** ฟู่มมม...ตูม!! ***

 

“เชอะ บ้าจริง...” พัลมอนเธอโมโหแล้วดึงเถาวัลย์กลับมา  “เธอขัดขวางฉันไม่ได้ตลอดไปหรอก กิลมอน!!” เธอพูดออกมาแล้วเริ่มเปลี่ยนแผนการโจมตี   โดยคราวนี้เธอหันไปเหวี่ยงเถาวัลย์รัดเก้าอี้  รัดโต๊ะที่อยู่ในห้องแล้วเขวี้ยงมันมาใส่กิลมอนอย่างไม่ยั้งมือ  “เอานี่ไปกิน!!...ย๊าาา” *** ควับบบ เฟี้ยววว...เฟี้ยวววว ***

 

“เหวออ...เฮ้ย!!” *** ตูม ตูม *** กิลมอนถึงกับตาเหลือกเมื่อเขาเห็นพัลมอนโยนสิ่งของเหล่านั้นออกมาใส่เขา  ซึ่งเขาเองก็ตกใจจนหลบแทบไม่ทัน  “เฮ้ย พัลมอน...นี่เธอจะบ้าหรือไงเนี่ย...เฮ้ย” *** ตูม...ตูม...ตูม *** กิลมอนพูดยังไม่ทันจบเขาก็ต้องหลบของที่ลอยละล่องมาใส่เขาอีก  ซึ่งยิ่งหลบมาก  พัลมอนก็เขวี้ยงของมาใส่เขามากขึ้นอย่างสนุกสนาน

 

*** ฟับ...ฟับ...ฟับ *** “ฮึ ๆๆๆ ฉันบอกแล้วว่า เธอขัดขวางฉันไม่ได้ตลอดหรอก กิลมอน...ตายซะเถอะ!!” พัลมอนหันควับไปรัดเถาวัลย์ทั้งสองข้างเข้ากับเปียโน  แล้วทันใดนั้นเธอก็เหวี่ยงมันออกไปหากิลมอนอย่างแรง  “นี่...แน่ะ!!” *** เฟี้ยววว ***

 

“เฮ้ย นี่มันอะไรกันนักกันหนา...ฉันชักจะโมโหแล้วนะ!!” กิลมอนลุกขึ้นกำหมัดด้วยความหงุดหงิด  แล้ววิ่งออกไปพร้อมกับกรงเล็บที่ลุกเป็นไฟ  “Rock!!...Breaker!!” *** ฟับ!! เปรี้ยงงงงง!! ครึก ๆๆๆ *** เสียงของโต๊ะเปียโนทั้งโต๊ะที่ลอยมาถูกกรงเล็บของกิลมอนกระแทกเข้าจนแตกกระจายกลางอากาศ   กิลมอนชักแน่ใจแล้วว่า  ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป  เรื่องคงไม่จบแน่  เพราะฉะนั้นเขาจึงขอไม่ออมมือกับพัลมอนอีกแล้ว “ย๊าาาา” เขาตะโกนออกมาแล้ววิ่งสวนเข้าไปฟาดพัลมอนด้วยท่อนแขน  ทำให้พัลมอนเสียท่าโดนกระแตกที่ลำตัวจนกระเด็นออกไป

 

*** ผัวะ!! *** “อ้ายยยย!!” *** ตูม *** ร่างของพัลมอนกระเด็นไปชนกับเสาแล้วตกลงมานอนกองอยู่กับพื้น  แต่ว่านั่นก็ยังไม่มากพอที่จะล้มเธอได้  “อึก...หน็อย ฉันประมาทไปหน่อยเดียวนี่เอาใหญ่เลยนะ...” พัลมอนเธอไม่ยอมแล้วลุกขึ้นมาทำท่าที่จะเหวี่ยงเถาวัลย์มาใส่กิลมอนอีก  แต่คราวนี้กิลมอนจับทางเธอออกแล้ว  เขาจึงรีบพ่นลูกไฟออกไปใส่พัลมอนอย่างรวดเร็ว

 

“Firer Ball!!” *** ฟู่มมมม **

 

“อะห๊ะ!!” *** ตูม *** “ว้ายยย” *** ตุบ ๆๆ ครืดดดด...กึก *** สุดท้ายพัลมอนเธอก็เสียท่าเข้าจริง ๆ เมื่อเธอโดนลูกไฟของกิลมอนกระแทกเข้าที่ลำตัว  ทำให้ร่างของเธอได้กระเด็นถอยออกไปอีกครั้ง  จนในที่สุดเธอก็หมดสติลงยอมแพ้ต่อพลังของกิลมอน

 

“พัลมอน!!...” กิลมอนอุทานแล้วรีบวิ่งไปหาพัลมอนด้วยความเป็นห่วง  เขาพยายามรั้งมือไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้แล้ว  แต่ถ้าเขาไม่ใช้วิธีนี้  เขาก็คงต้องสู้กับพัลมอนจนตายกันไปข้างหนึ่งแน่  “เอาล่ะ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม...เดี๋ยวฉันจะพาเธอกลับเกาะไฟล์เอง พัลมอน...” เขาพูดแล้วหันหลังค่อย ๆ แบกพัลมอนขึ้นมา  ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็มุ่งหน้าตามกาโอกามอนไปอย่างรวดเร็ว “แฮ่ก ๆๆ...กาโอกามอน การุรุมอน...อย่าเพิ่งเป็นอะไรกันไปนะ...ฉันกำลังจะไปหาพวกนายเดี๋ยวนี้ล่ะ”

  

************ ถัดลงไปที่ชั้นใต้ดินที่ปาตามอนกับเซราฟิมอนอยู่ *************

 

“ฮืมม...ปาตามอน” เซราฟิมอนหยุดเดินแล้วเรียกถามปาตามอน

 

“ครับ...มีอะไรหรือครับ” ปาตามอนหันมาตอบด้วยแววตาที่ใส่ซี่อ

 

“เธอแน่ใจนะว่าทางที่เราจะไป มันจะเป็นทางออกน่ะ...ทำไมเรารู้สึกว่า ยิ่งเดินมันก็ยิ่งมืดลึกเข้าไปยังไงก็ไม่รู้” เซราฟิมอนพูดด้วยความสงสัย  เพราะเขาสังเกตเห็นว่า  ทางเดินที่พวกเขากำลังเดินไป  มันมืดลงเรื่อย ๆ เหมือนกับไม่ใช่ทางที่จะพาออกไปข้างนอก  ความรู้สึกบางอย่างมันบอกเขาว่าสถานการณ์ดูไม่น่าไว้วางใจ  อีกทั้งตอนนี้เขาไม่สามารถใช้พลังวิเศษอะไรได้นอกจากโจมตีและส่งกระแสจิตเท่านั้น   พลังของปราสาทแห่งนี้  เป็นพลังชนิดแรกที่เขาไม่สามารถใช้พลังอันศักดิ์สิทธ์กระทำการใด ๆ ได้เลยในตอนนี้...พลังของมันเป็นพลังที่ร้ายกาจและมีอายุมากกว่าเขาซะอีก

 

“ฮืม ไม่มีอะไรหรอกครับ เซราฟิมอน...ผมกำลังพาพวกเราออกไปตามทางลัดน่ะ...แถวนี้ไม่มีการเฝ้ายาม ผมเห็นว่ามันปลอดภัยดี เลยมาทางนี้ดีกว่า...”

 

เซราฟิมอนกอดอกก้มหน้าคิดแล้วจึงค่อยพยักหน้าตอบกับปาตามอน “อืม...เข้าใจล่ะ ปาตามอน...งั้นเชิญนำทางเราต่อเลยล่ะกัน”

 

ปาตามอนพยักหน้าแล้วบินนำทางทุกคนต่อ  ซึ่งยิ่งผ่านทางเดินไปเรื่อย ๆ บรรยากาศก็ยิ่งน่ากลัวจนดิจิมอนคนอื่น ๆ แทบจะไม่อยากตามมาด้วยเลย  ทางเดินที่มืดสลัวมีแค่โคมเทียนติดอยู่ตามเสา  ห้องต่าง ๆ โดยเฉพาะห้องขังนักโทษที่อยู่ตามทางเดินก็มีมากมายนักในตอนนี้ “ใกล้จะถึงแล้วล่ะ” ปาตามอนพูดขึ้นเมื่อเขาก็มาหยุดอยู่ที่ประตูใหญ่บานหนึ่งที่สูงพอ ๆ กับร่างของเซราฟิมอน

 

“ปาตามอน...นี่มันคือ อะไร...” เซราฟิมอนถาม

 

ปาตามอนทำหน้าเฉย ๆ แล้วหันไปตอบ “ห้องที่จะพาพวกเรากลับบ้านยังไงล่ะครับ...ห้องนี้นะ มีประตูมิติอยู่..ซึ่งถ้าใช้พลังของร่างสุดยอดอย่างเซราฟิมอนได้นะ พวกเราจะกลับถึงบ้านกันโดยไม่ต้องเดินเท้าให้เหนื่อยเลยล่ะ”

 

“ประตูมิติ...ประตูมิติอย่างนั้นหรอ” เซราฟิมอนยืนคิดเล็กน้อยแล้วหันไปพูดกับปาตามอน “แล้วเธอรู้ได้อย่างไรล่ะว่าในห้องนี้มีประตูมิติ...เธอเคยเห็นมันมาก่อนหรอ”

 

ปาตามอนออกอาการพิรุธเล็กน้อยแล้วเริ่มมีเหงื่อออก  ทำให้เซราฟิมอนเริ่มรู้สึกสงสัยกับกิริยาท่าทางของปาตามอน “ปาตามอน...เธอเป็นอะไรหรือเปล่า”

 

“โอ้ ออ...อ๋อ ผมไม่เป็นไรหรอกครับ เซราฟิมอน...ผมก็แค่ยังรู้สึกระแวง กลัวว่าจะมีพวกยามต่าง ๆ มาเห็นน่ะครับ” ปาตามอนอ้างเพื่อกลบเกลื่อนบางสิ่งบางอย่างที่เขาซ่อนไว้อยู่ในจิตใจ  โดยเขาก็ทำท่าเหมือนเร่งรัดให้ทุกคนทั้งหมดเข้าไปในห้องนี้อีกด้วย  “เอาล่ะ พวกเรารีบเข้าไปกันเหอะ...อยู่กันเยอะ ๆ นาน ๆ แบบนี้ เดี๋ยวจะถูกาสังเกตเอาได้ง่าย ๆ นะ”

 

สุดท้ายพวกเซราฟิมอนก็ไม่มีทางเลือก  จึงปล่อยให้ปาตามอนเป็นคนเปิดประตูแล้วพาพวกเขาเข้าไป   เพราะยังไงซะ  พวกเขาก็เห็นว่าปาตามอนเป็นเพื่อนของพวกเขา  จึงไม่มีอะไรมากที่ต้องกังวล *** แอ้ดดด ปึ้ง!! ***

 

***************************

 

“เอาล่ะ การุรุมอน...” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำ  ผู้กุมกุญแจแห่งความมืดได้หันกลับเข้ามาพูดคุยกับการุรุมอนอีกครั้ง  ซึ่งคราวนี้เขาจะใช้ความอดทนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  เพื่อไม่ให้เขาคิดที่จะใช้แผนอื่นที่แย่กว่านี้มาบีบบังคับการุรุมอน  “ฮืม ข้าจะขอพูดกับเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายนะ...ข้าน่ะ...ต้องการตัวเจ้ามาก...ถ้าเจ้ามีเพื่อนสนิทที่สุดสักคน...แล้ววันหนึ่งเจ้าก็ได้กลับมาพบกับเขาอีก...เจ้าคิดว่า มันผิดด้วยหรือที่ข้าจะขอให้เพื่อนคนนั้นกลับมาอยู่กับข้า...”

 

“เอ่อ...คือ...คือว่า...”การุรุมอนรู้สึกลังเลที่จะตอบ  ถึงแม้ว่าคำถามที่โดนถามมานั้นมันจะง่ายซะเหลือเกิน...เป็นใครก็อยากให้เพื่อนสนิทกลับมาอยู่กับเราทั้งนั้นแหละ

 

“ฮึ เห็นไหมล่ะ...เจ้าเองก็เห็นด้วยกับข้า...แล้วทำไมต้องปฏิเสธข้าด้วย” ผู้กุมกุญแจแห่งความมืดได้ทีเลยพูดชักชวนอีก “มาเถอะ การุรุมอน...มาอยู่ร่วมกับข้า แล้วพวกเราสองคนก็จะได้กลับมาครอบครองดินแดนแห่งตะวันตกนี้ด้วยกัน”

 

การุรุมอนมองดูฝ่ายตรงข้ามอยู่สักพักแล้วคิดย้อนหลังไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  โดยก่อนหน้านั้นก็คือ ความชั่วร้ายของดิจิมอนเหล่านี้ที่มาจับตัวทุกคนบนเกาะไฟล์ไปรวมทั้งเซราฟิมอน  ซึ่งจากตรงนี้ทำให้เขาได้โอกาสถามกลับไปหาผู้กุมกุญแจแห่งความมืด “เดี๋ยวก่อนนะ...ฉันนึกอะไรบางอย่างได้” เขาพูดแล้วรวบรวมความกล้าเดินก้าวเท้ากลับเข้าไปด้วยสีหน้าที่จริงจัง

 

“...ก่อนที่พวกแกจะมายื่นข้อเสนอเหล่านี้ให้กับฉัน...ฉันอยากจะให้พวกแกตอบคำถามของฉันมาก่อนดีกว่า”  เขายืนนิ่งสักพักแล้วทันใดนั้นก็เอ่ยเสียงแข็งออกมา  “เพื่อน ๆ ของฉันอยู่ที่ไหน!!” เขาใส่อารมณ์แล้วก็ถามต่ออีก  “ถ้าแกเป็นผู้กุมกุญแจแห่งความมืดที่ดีจริง ๆ...แล้วทำไมพวกแกถึงต้องมาจับเพื่อน ๆ ของฉันที่อยู่บนเกาะไฟล์ด้วย...และก็เซราฟิมอน...เซราฟิมอนของพวกเราอยู่ที่ไหน!!”

 

“กึก กรอด...แกนี่มันชักจะมากไปแล้วนะ!!...กล้าพูดจาแบบนี้ต่อหน้านายของข้าเชียวรึ!!” แบล็คการุรุมอนแยกเขี้ยวขู่แล้วทำท่าทำทางที่อยากจะเข้าไปจัดการกับการุรุมอนซะเหลือเกิน  แต่ว่านายของเขายังคงส่งสายตามาห้ามเขาเอาไว้  เขาจึงรู้สึกอึดอัดแล้วหันหน้าไปมองทางอื่นอย่างไม่สบอารมณ์  “ชิ...เอาเถอะ ถามนายของข้าเอาเองก็แล้วกัน...”

 

ผู้กุมกุญแจแห่งความมืดถอนหายใจแล้วส่ายหน้า  เมื่อเขาเห็นการุรุมอนพยายามหาเรื่องอื่นมาแย้งกับข้อเสนอของเขา  “ฮืม พวกเพื่อน ๆ ของเจ้าอย่างนั้นรึ...ฮึ งั้นก็ดูซะให้พอใจ...”

 

*** แว้ป ๆๆๆ ฟู่ *** ทันใดนั้นภาพของพวกเพื่อนการุรุมอนก็ปรากฏขึ้นมาเป็นกระจกเงาอยู่ตรงหน้าของการุรุมอน  ภาพของกาโอกามอนที่กำลังวิ่งขึ้นบันไดมาบนนี้  ภาพของกิลมอนที่กำลังแบกพัลมอนตามมา  และภาพของปาตามอนกับเซราฟิมอนที่อยู่ในห้องกว้าง ๆ ห้องหนึ่งในปราสาท...ภาพทั้งสามภาพนี้ล้วนแล้วแต่แสดงออกถึงความหวาดวิตก  และความวุ่นวายของแต่ละคนที่พยายามจะหนีรอดออกไปด้วยความหวัง

 

“อะ...อะไรกันเนี่ย...นี่แกคิดจะทำอะไรกับพวกเขา” การุรุมอนตะโกนถามพร้อมกับแยกเขี้ยวขู่  เมื่อเขาเห็นภาพความลำบากของเพื่อนแต่ละคนปรากฏขึ้นอยู่ในกระจกเงาเหล่านั้น  ซึ่งภาพดังกล่าวมันก็ทำให้ความลังเลที่จะยอมไปเป็นพวกเดียวกับผู้กุมกุญแจแห่งความมืดเริ่มจางลงอย่างรวดเร็ว  “หนอยแน่ แก...”  เขาตัดสินใจแล้วว่าจะต้องช่วยทุกคนกลับออกไปให้ได้  และถ้าทำได้มากกว่านั้น  เขาก็อยากที่จะจัดการกับดิจิมอนสองตนที่อยู่ตรงหน้านี้ไปด้วยซะอีกต่างหาก  “ฮื่อ แก...พวกแกทำกับเพื่อนฉันอย่างนี้ แล้วยังจะมีหน้ามาชวนฉันให้ไปเป็นพวกของแกอีก...ถ้าฉันยอมไปง่าย ๆ ก็บ้าแล้ว!!”

 

“ฮึ...งั้นก็ช่วยไม่ได้...” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเริ่มรู้สึกไม่พอใจ  แล้วปล่อยพลังแห่งความมืดออกมารอบ ๆ ตัวอีกครั้ง ***แว้ปป ๆๆ ฟู่มมม ๆๆๆ *** “ในเมื่อเจ้ายืนกรานที่จะปฏิเสธ...ข้าก็คงจะต้องใช้กำลังกับเจ้าซะแล้วล่ะ!!” เขาแยกเขี้ยวขู่แล้วจ้องเขม็งมายังการุรุมอน  เตรียมพร้อมที่จะจู่โจม

 

การุรุมอนกัดฟันแล้วแยกเขี้ยวขู่ตอบเช่นเดียวกัน “ฮื่ออ ย่อมได้อยู่แล้ว...ฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน ว่าถ้าฉันใช้พลังของผู้กุมกุญแห่งแสงสว่างกับแก...แกจะสู้ฉันได้ไหม!!”

 

“ฮึ ๆๆ ฮ่า ๆๆๆ...นี่เจ้าคิดว่า เจ้าจะใช้พลังของสหายข้ามาจัดการกับข้าอย่างงั้นเรอะ...” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำสะแหยะยิ้มแล้วมองดูถูกการุรุมอนด้วยสายตาที่เย็นชา “ฮึ ๆๆ มันยังเร็วไป การุรุมอน...เจ้าน่ะ ยังเติบโตได้ไม่เต็มที่...เจ้าไม่มีทางที่จะเรียกใช้พลังนั้นได้เองหรอก!!” *** ฟู่มม ๆๆๆ ครืน ๆๆๆ ***

 

การุรุมอนก้าวถอยห่างเล็กน้อยเป็นการหยั่งเชิง  เมื่อเขาเห็นไอแห่งความมืดเริ่มขยายตัวออกมาเป็นวงกว้างปกคลุมไปทั่วห้อง  ราวกับว่าตอนนี้เหมือนเขากำลังยืนอยู่ในห้วงมิติแห่งยามราตรี “ฮึ คิดจะสร้างความได้เปรียบให้กับตัวเองยังนั้นเรอะ!!” เขาพูดแล้วหันไปหันมารอบ ๆ ตัวด้วยความระมัดระวัง  เพราะเขาไม่รู้ว่าดิจิมอนตนนั้นจะใช้วิธีการโจมตีแบบไหนกับเขา

 

“แฮ่ก ๆๆๆ...ฮึบ” *** ฟับ *** “Spiral Blow!!” *** ซู่ม ๆๆๆๆ ครืน ๆๆๆ ***

 

ทันใดนั้นเอง  กาโอกามอนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับไม้ตายที่พ่นออกมาจากทางประตูที่อยู่ด้านหลัง  สายลมแห่งความร้อนได้ถูกเป่าให้ไปชนกับไอแห่งความมืดจนมันได้แตกสลายและกระจายออกไปอย่างรวดเร็ว  การุรุมอนจึงกลับมามองเห็นทุกอย่างที่อยู่รอบ ๆ ได้อีกครั้ง

 

“อึก อะ...กา กาโอกามอน!!” การุรุมอนอุทานด้วยความประหลาดใจ  เมื่อเขาเห็นเพื่อนของเขาสามารถขึ้นมาช่วยเขาถึงชั้นบนนี้ได้โดยที่ไม่เป็นอะไร  “กาโอกามอน...นายรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่”

 

กาโอกามอนเดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ การุรุมอนแล้วหันไปยักไหล่ “ก็...ไม่รู้สิ...ฉันลองเดาเอา แล้วมันก็ดันถูกซะด้วย...ฮึ ๆๆ โชคดีของฉันจริง ๆ” เขาตอบเสร็จแล้วก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้กับดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเหมือนกับการุรุมอน “ฮึ เนี่ยน่ะหรอ...ดิจิมอนที่เป็นคนคอยสั่งให้แบล็คการุรุมอนมาปั่นหัวนายอยู่บ่อย ๆ...แน่จริงก็แสดงตัวออกมาเซ่!!”

 

“สามหาว!!” แบล็คการุรุมอนตะคอกใส่  แล้วทันใดนั้นก็พุ่งเข้ามาผลักกาโอกามอนจนกระเด็นออกไปชนกำแพงอย่างรวดเร็ว *** ฟึ่บ พลั่ก *** “อะ อ๊าาา” *** ตูมมมม ***

 

“ห๊ะ!! กาโอกามอน!!” การุรุมอนหันควับแล้วเห็นกาโอกามอนกระเด็นออกไปอย่างแรง  ซึ่งมันก็เกิดขึ้นเร็วมากจนเขาสังเกตแทบไม่ทัน  “อึก หน็อยแน่แก...แบล็คการุรุมอน”

 

************ ณ ห้องห้องหนึ่งที่ปาตามอนกับพวกเซราฟิมอนอยู่ *************

 

*** แอ้ดดด ปึ้ง *** เสียงของประตูได้ปิดลงหลังจากที่พวกเซราฟิมอนตามปาตามอนเข้ามาในห้อง  พวกเขาทั้งหมดมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น  เพราะห้องนี้มันกว้างใหญ่มากเหมือนลานประลองอะไรสักอย่าง  มีที่นั่งของผู้ชมอยู่รอบ ๆ เป็นวงกลม  และตรงลานที่พวกเขายืนอยู่ก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า

 

“หืม...ไหนล่ะ ปาตามอน...ประตูมิติที่เธอว่า” เซราฟิมอนถามแล้วหันไปหันมาเพื่อหาประตู

 

“ฮึ ๆๆ...ฮึ ๆๆๆ” เสียงหัวเราะของปาตามอนทำให้เซราฟิมอนเริ่มรู้สึกสงสัย  ปาตามอนหันกลับมาสะแหยะยิ้มแล้วทันใดนั้นก็เกิดอะไรบางอย่างขึ้น  *** ฟับ ปึ้งงงงง *** เสียงของแผ่นเหล็กหนาได้หล่นลงมาล็อกประตูห้องนี้เอาไว้  เป็นสัญญาณบอกว่าพวกเซราฟิมอนได้หลงเข้ามาติดกับซะแล้ว

 

“อะ...อะไรกัน...นี่เธอจะทำอะไรน่ะ ปาตามอน” เซราฟิมอนถามด้วยความตกใจ  ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็หันไปหันมาพยายามป้องกันตัวเองจากสิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับพวกเขา

 

ปาตามอนบินเข้ามาหาเซราฟิมอนแล้วเริ่มอธิบายจุดประสงค์ของเขา “ผมน่ะหรอจะทำอะไร...ก็จะพาพวกเราไปเกาะไฟล์กันยังไงล่ะครับ เซราฟิมอน” เขาพูดแล้วเริ่มทำตาขวางใส่ “แต่ว่าที่พวกเราไปนี่น่ะ...เราจะไม่ได้ไปเพื่อกลับบ้าน...เพราะว่าพวกเราจะไป...เพื่อบุกต่างหาก ฮ่า ๆๆๆ!!”

 

“อะไรนะ...เพื่อบุก...เธอหมายความว่ายังไง” เซราฟิมอนมีอาการวิตกกับคำพูดของปาตามอน  และแล้วทันใดนั้นบรรยากาศรอบห้องก็เปลี่ยนไป *** แว้ป ๆๆ ฟู่ *** เสียงของพลังแห่งความมืดได้เริ่มคลืบคลานออกมาจากมุมต่าง ๆ   มันเลื้อยไปเลื้อยมาเหมือนกับงูที่พยายามจะตวัดรัดทุกสิ่งทุกอย่างที่มันจับได้  และสิ่งที่พวกมันต้องการจะจับก็คือ...เซราฟิมอนและดิจิมอนทุกตนที่อยู่ในห้องนี้...

 

“เฮ้ยย อะไรกันเนี่ย...ออกไปนะ ออกไป!!” เสียงของเมรามอนตนหนึ่งได้ตะโกนออกมา  แล้วปล่อยไม้ตายใส่พลังแห่งความมืดนั้นจนมันแตกสลายออกไปห่าง ๆ  แต่ผลที่เกิดขึ้นก็คือ  พลังแห่งความมืดนั้นมันกลับมารวมตัวกันใหม่แล้วพุ่งเข้ามารัดร่างของเมรามอนอย่างรวดเร็ว *** ฟับ ๆๆ ควับ ๆๆๆ *** “อึก!!...อั๊ก!! ปล่อยฉันนะ...ปล่อยยย!!”

 

“ฮึ ๆๆ จงดูไว้เป็นตัวอย่างนะ ว่าพวกท่านจะกลายเป็นอะไร” ปาตามอนสะแหยะยิ้มพูด  แล้วบอกให้พวกเซราฟิมอนได้หันไปดูสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเมรามอนตัวนั้น

 

*** ฟึบ ๆๆ...ซู่มมมม *** “อะ...อาา...อาาา” เมรามอนเริ่มตราปรือแล้วอ่อนระทวยลงไปกับการกอดรัดของพลังแห่งความมืด  สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยนไปจากความรู้สึกอึดอัด  กลายเป็นความรู้สึกที่สบายอย่างบอกไม่ถูก  “อา...อืม ทำไม...ทำไมถึงรู้สึกสบายแบบนี้...พลังนี่มัน...อืมม” เมรามอนหลับตายิ้มแล้วเริ่มรับฟังเสียงของอะไรบางอย่างที่ดังออกมาจากพลังแห่งความมืดนั้น...มันกำลังบอกเขาว่า “ความมืดไม่ใช่ศัตรูของเจ้า...ความมืดก็เป็นเพื่อนที่ช่วยให้เจ้าพ้นทุกข์ได้...” เมรามอนค่อย ๆ พยักหน้าแล้วยิ้มตอบ “อืม...ใช่...ความมืด...ไม่ใช่ศัตรูของฉัน...ความมืดกำลังให้ความอบอุ่นแก่ฉัน...ความอบอุ่นที่ฉันไม่เคยมีมาก่อน”

 

เซราฟิมอนกับคนอื่น ๆ เริ่มถอยห่างออกมา  ซึ่งในระหว่างนั้นพวกเขาก็ต้องระวังไม่ให้ความมืดที่อยู่ตามมุมอื่น ๆ มาจับตัวของพวกเขาไปในเวลาเดียวกัน  “ปาตามอน...เมรามอนเขาเป็นอะไรไป...นี่เธอทำอะไรกับเขา”

 

ปาตามอนทำท่าไม่ใส่ใจอะไรมากแล้วหัวเราะเล็กน้อย “ฮึ ๆๆๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ...เมรามอนน่ะ...เขาทำตัวของเขาเองต่างหาก...ความมืดนั้นน่ะ กำลังรักษาบาดแผลที่อยู่ในใจของเขาอยู่...บาดแผลที่เกิดมาจากความเหงาและความโดดเดี่ยวของเขา...ความมืดกำลังจะทำให้เขาเข้าใจถึงสัจธรรมที่แท้จริง...”

 

“นี่เธอพูดอะไรของเธอน่ะ...อะไรคือบาดแผลที่อยู่ในใจ” เซราฟิมอนเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยและสับสน  เขาหันไปมองเมรามอนอีกทีแล้วก็เห็นพลังแห่งความมืดนั้นได้ปล่อยเมรามอนออกมาโดยไม่มีร่องรอยของการถูกทำร้ายแต่อย่างใด  “อืมม...” เมรามอนกลับมายืนใหม่แล้วมองพวกเซราฟิมอนด้วยสีหน้าที่เป็นปกติ  โดยไม่มีสัญญาณบอกว่าถูกควบคุมจิตใจเลยแม้แต่นิดเดียว  “ท่านเซราฟิมอน...ความมืดพวกนี้ไม่ได้ตั้งใจจะทำร้ายเราเลยนะครับ...ผมสัมผัสมันแล้ว ผมรู้สึกว่าพวกมันต้องการที่จะช่วยเรา...” เมรามอนพูดออกมาด้วยสีหน้าเหม่อลอยเล็กน้อยคล้ายกับคนที่กำลังมีความสุข  “อา...ความมืดพวกนี้...มันทำให้ผมไม่รู้สึกโดดเดี่ยว...มันพูดกับผม...ให้กำลังใจแก่ผม...ผมเลือกแล้วครับ...ผมจะอยู่ฝ่ายความมืด...จะต่อสู้ร่วมกับความมืด!!”

 

หลังจากที่เมรามอนพูดแบบนั้นออกมา  ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างก็ตกตะลึงกันเป็นอย่างมาก...อยู่ดี ๆ เมรามอนก็หันไปอยู่กับฝ่ายศัตรู  และที่น่าตกใจก็คือ...เมรามอนตัดสินใจที่จะอยู่ฝ่ายนั้นเอง...ไม่มีพลังอันใดมาสะกดจิดให้เขาพูดแบบนั้นอีกด้วย...“นี่พวกเรา...นี่มันเกิดอะไรขึ้น...ฉันยังไม่อยากตายนะ...ฉันยังไม่อยากตาย!!” ดิจิมอนบางตนเริ่มออกอาการหวาดวิตกจนควบคุมตนเองไม่ได้  ทำให้แต่ละคนเริ่มแตกตื่นหนีกระจัดกระจายออกไป   บางคนก็พยายามปล่อยไม้ตายแล้ววิ่ง  บางคนก็พยายามบินให้สูง ๆ เพื่อออกห่างจากการตวัดรัด  แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร...พวกเขาก็ไม่สามารถหนีรอดไปจากห้องนี้ได้  และสุดท้ายเพียงแค่ไม่กี่นาที...ดิจิมอนแต่ละตนก็เริ่มกลายไปเป็นพวกของฝ่ายความมืดทีละคน ๆ

 

“อึก...ไม่จริง...ที่เรา....ติดกับแล้วหรือเนี่ย...ฮึบ!!” *** ซู่มมม ***  เซราฟิมอนบินหลบการจับของความมืดขึ้นไปอยู่ในอากาศ  แล้วมองพวกเพื่อน ๆ เขาทั้งหลายด้วยความเศร้าใจ  “โธ่เอ้ย ทุกคน...เราไม่น่าพาทุกคนมาติดกับที่นี่เลย”

 

*** ฟับ ๆๆๆ *** “อ๊ะ...แย่แล้ว!!” เซราฟิมอนไม่ทันสังเกตความมืดที่เลื้อยขึ้นมาจากด้านหลัง  แล้วทันใดนั้นเอง *** วืด ๆๆๆ ฟึ่บ หมับ!! *** “.........”

 

***************************

 

“กาโอกามอน!!” การุรุมอนหันไปเรียกกาโอกามอนอีกครั้ง  เมื่อเขาเห็นกาโอกามอนทรุดลงไปนอนหมอบกับพื้น  พลังของแบล็คการุรุมอนเมื่อสักครู่นี้  มันรุนแรงมากจนเขาสามารถเห็นรอยแตกที่เกิดขึ้นอยู่บนผนังข้างหลังกาโอกามอนได้  “นี่มันพลังอะไรกัน...”

 

“อึก...อะ อา” กาโอกามอนกัดฟันแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นมายืนขาสั่นด้วยความรู้สึกเจ็บ...พลังของแบล็คการุรุมอนที่เขาโดนนั้น...มันรุนแรงมากจนทำให้ร่างกายของเขามีรอยแผลบอบช้ำไปหมด   “โอย เจ็บชะมัด...” เขาอึกอักก้มมองดูรอยฟกช้ำที่อยู่ตามตัวของเขาเล็กน้อย  แต่ว่ายังไม่ทันไร  แบล็คการุรุมอนก็พุ่งกลับมาดันเขาไปชนกับกำแพงอีก  *** วูบบบ *** “เฮ้ย!!”  *** ปึก!! *** “นี่แกทำอะ!!...อึก!!” ทันใดนั้นเอง...เขาก็ต้องสะอึกเมื่อเขาเห็นแบล็คการุรุมอนเอากรงเล็บข้างหนึ่งมาจี้ขู่ไว้ที่คอของเขาอีกด้วย  เขาจึงขยับไปไหนไม่ได้เลยคราวนี้  

 

“กาโอกามอน!!...นี่แก อย่ายุ่งกับเขานะ” การุรุมอนตะโกนใส่พร้อมกับแยกเขี้ยวขู่  แต่ว่าเขาก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่านี้  เมื่อเขาเห็นแบล็คการุรุมอนแกล้งกดกรงเล็บลงไปที่คอของกาโอกามอนแล้วหันมาสะแหยะยิ้มเหมือนเป็นการขมขู่

 

“ฮื่อ ลองกล้าหือดูสิ การุรุมอน...แล้วแกจะได้เห็นเพื่อนของแกคอขาดแน่!!”

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำหัวเราะแล้วเดิมเข้ามาหาการุรุมอนใกล้กว่าเดิม  สถานการณ์ในตอนนี้เรียกได้ว่าเหนือกว่าคำว่าได้เปรียบ  ทั้งความมืดที่ลอยไปมาอยู่ในห้อง  ทั้งตัวประกันที่ทาสรับใช้ของเขาได้จับตัวไว้  เขาจึงมีสิทธิที่จะเรียกร้องให้การุรุมอนยอมตกลงกับข้อเสนอของเขาได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมเสียอีก  “ฮึ ๆๆ...โชคร้ายหน่อยนะ การุรุมอน” เขาทำท่ายักไหล่เหมือนไม่สนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วพูดต่อ “โดยส่วนตัวแล้ว ข้าไม่ค่อยชอบวิธีนี้สักเท่าไหร่หรอกนะ...แต่จะให้ทำยังไงได้ ในเมื่อสหายของเจ้ารนหาที่เอง”

 

การุรุมอนหันกลับมากัดฟันแยกเขี้ยวใส่ “ฮื่อ คิดจะขู่ฉันงั้นเรอะ”

 

“ไม่...ไม่ใช่...ข้าแค่คิดที่จะเก็บมันเอาไว้เป็นตัวเลือกสำรอง เผื่อว่าเจ้ายังคิดที่จะปฏิเสธอีก ก็เท่านั้น” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตอบแล้วจ้องมองการุรุมอน “คราวนี้เจ้ายังคงตอบแบบเดิมอยู่อีกไหม...ถ้าเปลี่ยนใจ ก็รีบบอกมาซะตอนนี้จะดีกว่านะ...ไม่เช่นนั้นทาสของข้าอาจจะทนไม่ไหวแล้วขัดคำสั่งข้าก็ได้ ฮึ ๆๆๆ...”

 

“อึก การุรุมอน...อย่าไปฟังมันพูดนะ...ไม่ต้องสนใจฉันหรอก” กาโอกามอนตะโกนบอกโดยไม่กลัวอะไร  ถึงแม้ว่ามันจะมีผลทำให้เขาโดนแบล็คการุรุมอนหันมาฟาดหน้าเขาด้วยหางก็ตาม

 

“หุบปากนะแก!!” *** ผัวะ *** “โอ๊ย”

 

“เฮ้ย อย่านะ...ขืนแกทำร้ายเขาอีก ฉันไม่มีทางยอมไปกับพวกแกแน่”

 

ดิจิมอนสุนัขป่าส่ายหน้าแล้วถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย “เฮ้อ...นี่เจ้ายังไม่รู้สถานการณ์ของตัวเองเองอีกหรือ...ดูซะก่อนว่าตอนนี้ใครได้เปรียบ ใครเสียเปรียบ...” เขาพูดเสร็จก็หันไปมองกาโอกามอน “สงสัย...ถ้าไม่เห็นโลงศพ คงไม่หลั่งน้ำตาใช่ไหม...งั้นข้าก็จะสงเคราะห์ให้!!” หลังจากนั้นเขาก็ให้สัญญาณกับแบล็คการุรุมอน  ซึ่งพอแบล็คการุรุมอนเห็น  เขาก็ง้างกรงเล็บข้างนั้นออกแล้วเตรียมพร้อมที่จะตะวัดมันลงมาปาดคอหอยของกาโอกามอน

 

 

“อึก!! แย่แล้ว!!”

 

“กาโอกามอน!!”

 

*** ฟู่ ๆๆๆ เปรี้ยง *** “อะ เฮ้ย...อะไรกันเนี่ย!!” ทันใดนั้นเอง  ลูกไฟลูกหนึ่งก็ถูกยิงเข้ามาโดนข้อเท้าของแบล็คการุรุมอน  ทำให้เขาต้องตกใจกระโดดออกมาห่าง ๆ แล้วปล่อยกาโอกามอนไป  “ฮื่ออ...ใคร” เขาหันไปมองที่ประตูแล้วก็เห็นกิลมอนที่กำลังแบกพัลมอนอยู่บนหลัง

 

“กะ...กิลมอน” ทั้งการุรุมอนและกาโอกามอนต่างก็อุทานขึ้นพร้อมกัน  เมื่อเขาเห็นกิลมอนปรากฏตัวขึ้น  โดยพวกเขาไม่คิดว่ากิลมอนจะมาไกลได้ถึงเพียงนี้โดยลำพัง  อีกทั้งยังพาพัลมอนมาหาพวกเขาอีกต่างหาก

 

“การุรุมอน กาโอกามอน...ไม่เป็นไรใช่ไหม” กิลมอนวิ่งเข้าไปช่วยเหลือกาโอกามอนเป็นอันดับแรก  แล้วค่อย ๆ วางพัลมอนลงพิงกับกำแพง   เขาหันไปหาฝ่ายศัตรูแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้ทันที  “พวกแกนี่มันเป็นใครกันแน่...ทำไมถึงต้องมาคอยหาเรื่องการุรุมอนด้วย”  เขาตะโกนใส่แบล็คการุรุมอนแล้วหันไปจ้องตาเขม็งใส่ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำ   เขายังไม่รู้หรอกว่าดิจิมอนตนนั้นคือตัวอะไร  แต่ที่เห็นอย่างแน่ชัดแล้วก็คือว่า  ดิจิมอนพวกนั้นเป็นพวกชั่วร้ายที่เขาจะไม่ยอมปล่อยให้มันมาทำร้ายเพื่อน ๆ ของเขาได้เด็ดขาด  “ฮึ่ม พวกแกนี่มันน่าโมโหนัก...ขอสั่งสอนสักหน่อยเถอะ!!” กิลมอนกำหมัดเดินออกไปข้างหน้า  แล้วหลับตาลงเพื่อเตรียมพร้อมที่จะเรียกพลังที่อยู่ในร่างของเขาออกมาให้ฝ่ายตรงข้ามได้ประจักษ์เห็น *** แว้ป ๆๆๆๆ *** “ฮื่ออออ...ย๊าาาาาา” *** ครืน ๆๆๆๆๆ ***

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำมองดูพลังที่กำลังปรากฏขึ้นบนร่างของกิลมอนอย่างนิ่งเฉยแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย  “ฮึ ๆๆๆ....คิดว่าทำแบบนั้นแล้ว เจ้าจะชนะข้าได้ยังนั้นรึ...ฮึ ๆๆๆ ในเมื่ออยากลอง...ข้าก็จะสนองให้”

 

---------------------------------> Guilmon Shinka!! <----------------------------------

---------------------- *** แว้ปป ๆๆๆ ชู่ม...แว้ป ๆๆๆ ฟู่...แว้ป ๆๆๆ ซู่ม *** --------------------------

--------------------------------> Growlmon!! <----------------------------------- 

 

“ฮื่ออออ...” เสียงขู่ของดิจิมอนไดโนเสาร์สีแดงตัวใหญ่ที่สูงเกือบถึงเพดานห้องดังออกมา  หลังจากที่แสงสว่างแห่งการเปลี่ยนร่างได้ดับลง   “ฮื่อออ  ฉันจะเป่าพวกแกให้หมดเลยคอยดู!!” กราวมอนพูดออกมาด้วยความโมโห  แล้วเริ่มสร้างพลังแห่งความมืดเก็บกักเอาไว้ในปากจนเริ่มมีควันพวยพุ่งออกมาตามร่องปากและรูจมูกของเขา

 

“ฮึ ๆๆๆ...เดี๋ยวก็รู้ว่าใคร...จะเป่าใครกันแน่!!” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตอบออกมาด้วยสีหน้ามั่นใจว่าจะไม่แพ้แก่ดิจิมอนที่ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาตนนี้  เพราะว่าถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่การุรุมอนแล้ว...ดิจิมอนที่เหลือก็เป็นแค่สิ่งที่ไม่มีค่าอะไรสำหรับเขา  แล้วยิ่งมีการมาท้าเขาแบบนี้ด้วยแล้ว  มันก็ยิ่งทำให้เขาอยากทำลายมันขึ้นมาใหญ่  “ฮึ่มมม...ฮื่ออออ” *** ฟู่ ๆๆๆ...ฟู่มมมมม *** เขาเริ่มเรียกใช้พลังแห่งความมืดของเขาออกมา  ซึ่งมันก็เริ่มแปรเปลี่ยนออกไปเป็นเปลวเพลิงสีดำที่ลุกท่วมอยู่ทั่วร่างของเขา

 

กิลมอนไม่รอช้า  เขาอ้าปากแล้วพ่นไฟอันร้อนระอุออกไปทันที “Exhaust Flame!!” *** ฟู่ ๆๆๆๆ ***

 

“ฮึ ๆๆๆ” *** ฟู่ ๆๆๆ ครืน ๆๆๆ *** ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำจ้องมองกลุ่มเปลวเพลิงที่กำลังพุ่งมาหาเขา  แล้วทันใดนั้นเองเขาก็หลับตาปลุกพลังความมืดให้ลุกโชนขึ้น  จนกระทั่งพลังของกราวมอนได้พุ่งเข้ามากระแทกกับพลังนั้นโดยไม่มีการตอบโต้อะไร *** เปรี้ยง!! ครืนนนนน ***

 

“ให้มันได้อย่างนี้สิ!! โดนเข้าไปเต็ม ๆ เลย” กราวมอนทำท่าสะใจกับผลงาน  แต่ว่าเพียงไม่กี่นาทีเขาก็ต้องอึ้งกับบางสิ่งบางอย่างที่เกิดขึ้นกับไม้ตายของเขา  *** วูบ ๆๆๆ ครึก ๆๆ ครืน ๆๆๆ *** “อะ...อะไรน่ะ”

 

“หา...เกิด เกิดอะไรขึ้นน่ะ” การุรุมองเองก็พลอยอึ้งไปด้วยเหมือนกัน  เพราะว่าสิ่งที่เขาเห็นก็คือ  เปลวเพลิงของกราวมอนกำลังถูกเพลิงแห่งความมืดดูดเข้าไปเป็นพลังของดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้น...ไม่มีการขยับเขยื้อน...ไม่มีทีท่าว่าจะหลบ...ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของการถูกเผาเลยแม้แต่น้อย...การโจมตีของกราวมอนไร้ผลอย่างสิ้นเชิง...

 

“ฮึ ๆๆ เป็นยังไงล่ะพวกเจ้า...ข้าบอกแล้วว่ามันใช้ไม่ได้ผลหรอก...”

 

“อึก ฮึ่มมม...หนอย”

 

  “เอาล่ะ...ข้าขอเอาคืนบ้างนะ” ดิจิมอนสุนัขป่าเริ่มฉายแววตาแห่งความชั่วร้าย  พร้อมกับสะแหยะยิ้มตั้งท่าที่จะตอบโต้กราวมอน  ซึ่งในจังหวะนั้นเอง  การุรุมอนก็สัมผัสได้ถึงความน่ากลัวที่แฝงอยู่ภายในจิตใจของดิจิมอนตนนั้น...ความน่ากลัวที่เขาไม่เคยรู้สึกมาก่อน  มันเริ่มส่งผ่านออกมาจากดวงตาสีแดงเลือดคู่นั้น  จนกระทั่งเขาเองก็ยังเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาเหมือนกัน

 

*** วิ้งงง *** “อึก พลังนี่มัน!!” ทันใดนั้น...สัญชาติญาณของการุรุมอนก็ได้แปลความรู้สึกที่น่ากลัวดังกล่าวออกมาว่า...กราวมอนจะต้องตาย...ถ้าดิจิมอนสุนัขป่าตนนั้นปล่อยพลังแห่งความมืดออกมา  “ห๊ะ! หรือว่า!!”  *** ครึก ๆๆ...ฟับ!! ***  และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง  การุรุมอนก็อุทานขึ้นพร้อมกับตัดสินใจวิ่งเข้าไปหาดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้นด้วยความเร็วสูง  โดยหวังว่าเขาคงจะสกัดการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้ทัน...  *** ตุบ ๆๆๆๆ ***  “ฮื่ออออ...”

 

  “ฮึ ๆๆๆ !!” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำหัวเราะ  แล้วจับตาดูความเคลื่อนไหวของการุรุมอนที่พุ่งเข้ามา  *** วิ้ง ๆ ควับ...ฉาดดดด!! ***  แล้วทันใดนั้นเขาก็ฟาดพลังอะไรบางอย่างออกไปข้างหน้า  ซึ่งจังหวะนั้นก็เป็นจังหวะที่การุรุมอนวิ่งสวนเข้ามาฟาดกรงเล็บใส่เขาพอดีด้วยเช่นกัน

 

*** ฉัวะ!! ฉัวะ!! ***

 

“เออะ...อะ...อะ...”

 

“ฮึ ๆๆๆ” เขาหัวเราะแล้วหันไปหาการุรุมอนที่อยู่ข้างหลัง  เพื่อรอดูผลที่เกิดขึ้นจากการเผชิญหน้ากันเมื่อสักครู่นี้

 

“อึก...อึก” การุรุมอนยืนนิ่งตาค้างด้วยความรู้สึกอึ้ง...และแล้วทันใดนั้นเอง  ก็มีบางสิ่งเกิดขึ้นที่ข้างลำตัวของเขา  *** ฉัวะ!!...พรวดด ฟู่ ๆๆๆๆ *** “อะ...อะ...ฮึกกก อึก”

 

“กา...การุรุมอน!!”

 

ทั้งกาโอกามอนและกิลมอนต่างก็ตะโกนออกมาด้วยความรู้สึกแทบช็อค  เมื่อเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับการุรุมอนนั้นคือ  รอยแผลที่ถูกฟันพร้อมกับเศษดาต้าข้อมูลที่พุ่งกระฉูดออกมาเป็นของเหลวสีแดงคล้ายกับเลือด...การุรุมอนในตอนนี้เหมือนกับถูกสะกดจนไม่สามารถตอบสนองต่อสิ่งใด ๆ ได้  แม้แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวของเขาเอง  “อึก...อึก...เฮือก” *** ตุบ...ครึก ***  และแล้วในที่สุด...การุรุมอนก็ไม่สามารถทนต่อความเจ็บปวดที่อยู่ตรงนั้นได้  เขาจึงทรุดตัวลงไปนอนจมกองดาต้าของตัวเองที่ไหลอยู่เต็มพื้น  

 

“การุรุมอน...การุรุมอน!!”  

 

“........” การุรุมอนนอนนิ่งตาค้างไม่ตอบกาโอกามอนเลยแม้แต่น้อย...การุรุมอน...การุรุมอน...ถูกเล่นงานเข้าซะแล้ว 

To be continued

Back to Part X-VIII    Go to Part XX

Free Web Hosting