Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part II : The Beginning of Darkness -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

หลังจากเหตุการณ์ที่การุรุมอนต่อสู้กับ Blackgarurumon  ในป่า  ทำให้เพื่อนๆ ในกลุ่มหลายคนรีบกลับมารวมตัวที่สำนักงานของเซราฟิมอนอีกครั้ง 

 

“ อืม...การุรุมอน...สีดำอย่างนั้นหรอ...นั่นอาจจะเป็นพลังแห่งความมืดที่ฟอร์มตัวขึ้นมาใหม่...มันอาจจะมีร่างอื่นๆ อีกก็ได้”  เซราฟิมอนลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่การุรุมอนและคนอื่นๆ ยืนอยู่ข้างหลัง

 

“หมายความว่าอาจจะมีร่างมืดของอากุมอน...ปิโยมอน...และคนอื่นๆ อีกใช่ไหม....” การุรุมอนเอ่ยถามในขณะที่เขาเดินเข้าไปมองดูวิวนอกหน้าต่างข้างๆ เซราฟิมอน

 

“ใช่....เพราะฉะนั้นผมขอให้ทุกคนระมัดระวังให้มากขึ้นก็แล้วกัน....อย่าลืมนะว่าถ้าสู้ไม่ไหวให้รีบกลับเมืองโดยทันที”

 

การุรุมอนและเพื่อนๆได้เดินออกมาจากสำนักงานของเซราฟิมอนแล้วเริ่มปรึกษาหารือกันอีกครั้งที่สวนสาธารณะที่อยู่บริเวณชานเมือง แต่ว่าในระหว่างที่ทุกคนคุยกันอยู่นั้น การุรุมอนเหมือนจะเหม่อลอยคิดถึงอะไรบางอย่างอยู่จนกระทั่งเทลมอนสังเกตุเห็นแล้วได้สะกิดเรียก

“ การุรุมอน....การุรุมอน...”

“ อ๊ะ...หืม...มีอะไรรึ...”

“เป็นอะไรรึเปล่า”

“มะ...ไม่เป็นไร...ฉันไม่เป็นไร”

 

เทลมอนเธอเองก็ไม่ใช่แมวที่ไร้เดียงสามากนักฉะนั้น เธอจึงสามารถอ่านใจเพื่อนของเธอออกว่า การุรุมอนกำลังมีเรื่องกลุ้มใจอยู่ แต่เธอยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร

 

“ เอาล่ะ...เอาตามนี้ล่ะกันนะ...ถ้าเราพบที่อยู่ศัตรู ให้รีบกลับมาบอกเซราฟิมอนล่ะกัน ขืนกระโจนออกไปสู้ พวกมันต้องรู้ตัวแล้วหนีไปที่อื่นก่อนแน่เลย” อากุมอนเสนอขึ้นซึ่งทุกคนก็เห็นด้วย

“แล้วเรามีที่ที่น่าสงสัยที่เฉพาะเจาะจงไหมล่ะ” ปิโยมอนถามเพื่อนๆในกลุ่ม แล้วมองไปรอบๆตัว

 

“ Mugen Mountain…”

 

การุรุมอนหันมาตอบด้วยสันชาติญาณบางอย่าง ซึ่งคำตอบของเขาเป็นที่น่าสนใจของเพื่อนๆซะด้วย เพราะสถานที่ดังกล่าว เคยเป็นที่อยู่ของ  Devimon ดิจิมอนแห่งความมืดที่เคยต่อสู้กับเด็กที่ถูกเลือกมาก่อน

 

“ อืม...ใช่ ที่นั่น ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นสนามรบแห่งแรกระหว่างความมืด...และแสงสว่างด้วย...” เท็นโทมอนเอ่ยขึ้นแล้วมองไปที่ภูเขาดังกล่าว ซึ่งตอนนี้มันก็ดูเหมือนภูเขาสูงทั่วๆไป แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องสว่างลงมา ไม่มีควัน ไม่มีหมอกหรือสิ่งแปลกปลอมปกคลุมอยู่รอบๆ บริเวณภูเขานั่นเลย

 

“แล้ว...เอาไงดี....เราไปที่นั่นกันหมดเลยดีไหม...”พัลมอนเป็นฝ่ายถามบ้างหลังจากที่เธอเพลิดเพลินกับการอาบแสงแดดอยู่ให้กับดอกไม้บนศีรษะอยู่สักพัก

 

“ ไม่ได้หรอก....ถ้าเกิดศัตรูไปโผล่ที่บริเวณอื่นเข้า แล้วใครจะไปตรวจดูทันล่ะ จริงไหม...” โกมามอนเป็นฝ่ายพูดบ้าง ทำให้ทุกคนต่างก็ก้มหน้าคิดกันอีกครั้ง   การุรุมอนหันไปมองที่  Mugen mountain แล้วนั่งคิดอยู่สักพักก่อนที่เขาจะหันกลับมาออกความเห็นกับเพื่อนๆ อีกครั้ง

 

“  ฉันไปเอง  ถ้าที่นั่นเป็นรังของศัตรูจริง ฉันก็จะกลับมาถึงข้างล่างได้เร็วกว่าคนอื่นๆ...ไปกันเยอะอย่างนี้เดี๋ยวพวกมันจะรู้ตัวซะก่อน...”

 

“ งั้นฉันไปด้วยนะการุรุมอน  ส่วนคนอื่นๆ ก็ตรวจพื้นที่ตามปกติต่อไปล่ะกัน”  เทลมอนเดินมายืนอยู่ข้างๆ การุรุมอน แล้วมองไปที่ภูเขานั้น   เธอรู้สึกได้ว่า การรุมอนมีเหตุผลอะไรบางอย่างที่เอ่ยชื่อสถานที่แห่งนี้ แถมยังอาสาออกไปดูเพียงลำพังอีก    การุรุมอนนิ่งเงียบอยู่สักพักก่อนที่จะพยักหน้าตอบตกลงซึ่งเพื่อนคนอื่นๆ ก็เข้าใจแล้วเริ่มแยกตัวออกไปสำรวจกันอีกครั้ง

 

“เอาล่ะ...ไปกันเถอะเทลมอน...”

 

การุรุมอนเอ่ยสั้นๆ แล้วเริ่มออกเดินทางไปยัง Mugen mountain ที่อยู่ใจกลางของเกาะ  พวกเขาทั้งสองเริ่มเดินผ่านป่าลึกไปเรื่อยๆ   เวลาผ่านไป แสงอาทิตย์ยามบ่ายก็ค่อย ๆ จางลงเมื่อดวงอาทิตย์เริ่มเลื่อนลงมาจนเกือบถึงขอบของหุบเขา แสงสีส้มของบรรยากาศยามเย็นได้อาบไปทั่วพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นผืนป่า แม่น้ำลำธาร หรือแม้แต่ตัวของการุรุมอนเอง      

เขานั่งดูบรรยากาศที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไปรอบ ๆ ตัวของเขาในขณะที่เขาเองก็รอเพื่อนร่วมทางสาวสวยของเขา ล้างหน้าล้างตาและทานของว่างที่เพิ่งเก็บมาให้เสร็จสรรพก่อนที่ออกเดินทางต่อ   การุรุมอนยังคงสงสัยกับสิ่งที่การุรุมอนสีดำตัวนั้นพูดกับเขา  เขาพยายามโยงเรื่องและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าเข้าด้วยด้วยกัน แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่ไม่ได้ช่วยให้เขาเข้าใจมากนัก

 

“อืม...ถึงแล้วล่ะ....”

 

เทลมอนเอ่ยขึ้นแล้วเดินนำออกจากป่าไปหยุดอยู่ที่ตีนเขา  เธอมองไปรอบ ๆ เพื่อตรวจดูสิ่งต่าง ๆ จนเธอเห็นเส้นทางเล็ก ๆ ที่วนขึ้นไปเป็นเกลียวรอบภูเขา “ อ่า...นั่นไง ทางขึ้น”

 

“เอาล่ะ ไปกันเลยเทลมอน”

 

การุรุมอนเริ่มเดินนำทางขึ้นไปอย่างระมัดระวังโดยมีเทลมอนเดินประกบข้างอย่างติด ๆ ระหว่างที่ทั้งสองเริ่มขึ้นมาถึงตอนกลางของภูเขา เทลมอนเริ่มตระหนักแล้วว่าเส้นทางที่เธอกับการุรุมอนกำลังเดินอยู่นั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาให้ใครต่อใครเข้ามาเดินเล่นสักเท่าไรนัก เพราะมันมีแต่กรวดและหินแตก ๆ ตลอดทาง แถมยังทรุดตัวง่ายอีก เมื่อเท้าของเธอเผลอไปเหยียบขอบนอกของทางเดินเข้า

 

** แกร็กๆๆๆ...เปรี๊ย!!...**   “ ว้าย!!...”

 

เทลมอนกรี๊ดลั่นเมื่อพื้นที่เธอเหยียบได้แตกออกจนเกิดช่องว่างและทำให้เธอเกือบตกลงไปถ้าแผ่นหลังของเธอไม่ได้ถูกการุรุมอนงับไว้  

 

“ เอ่อ...ขอบคุณค่ะ...” เธอเอ่ยกับการุรุมอนด้วยความเขินอายเมื่อเธอคิดว่า อุตสาห์มาช่วยแต่กลับถูกเขาช่วยเสียเอง    เธอเห็นการุรุมอนยิ้มตอบในขณะที่เธอก็ยังคงห้อยต่องแต่งเหมือนลูกแมวน้อยบนปากของเขา

 

การุรุมอนเขยิบห่างออกมาจากรอยแตกแล้วค่อยวางเทลมอนลง “ ไม่เป็นไรหรอกเทลมอน ว่าแต่เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ” การุรุมอนมองไปรอบตัวเทลมอนก่อนที่เธอลุกจะขึ้นมาปักเศษหินออกตามแขนขา “ ไม่หรอก....แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ....”

 

แสงแดดยามเย็นเริ่มจางหาย ยามกลางคืนเริ่มปกคลุม ทำให้บริเวณรอบภูเขาค่อย ๆ มืดลงเรื่อย ๆ ทางเดินที่เห็นอยู่ก็เริ่มแคบลงและมองเห็นได้ยากกว่าเก่า   การุรุมอนมองขึ้นไปข้างบนแล้วรู้สึกว่ายังเหลืออีกตั้งครึ่งทางกว่าจะไปถึงยอด เขาจึงยืนคิดอยู่สักพักแล้วหันมาหาเทลมอน

“ เทลมอน...ฉันว่าเธอขึ้นมาบนหลังฉันดีกว่า...มืดอย่างนี้คงเดินได้ยากมากขึ้นแล้วล่ะ....”

“ จะดีหรอ....แล้วเธอจะทำยังไง...”

“เอาเหอะน่ะ ขึ้นมาก่อนและจับไว้แน่น ๆ...”

 

เทลมอนทำหน้างง ๆ แล้วกระโดดขึ้นมาบนหลังของการุรุมอน   เธอสังเกตเห็นเขาเริ่มตั้งสมาธิแล้วมองขึ้นไปยังทางเดินอีกชั้นที่อยู่ถัดขึ้นไป   เธอพอจะเดาออกแล้วว่าการุรุมอนคิดอะไรอยู่ดังนั้นเธอจึงรีบโน้มตัวกอดคอเขาไว้แน่น  “เอาล่ะไปล่ะนะ!!...”  การุรุมอนไม่รอช้าเมื่อเขาย่อตัวลงแล้วรีบกระโดดพุ่งขึ้นไปยังหินผาตามขอบภูเขา  ด้วยความเร็วและสายตาที่เฉียบคมของการุรุมอนทำให้เขาสามารถขึ้นมาถึงทางเดินอีกชั้นหนึ่งได้ในไม่กี่นาที  

 

“ โอ้ ว้าว!! ยอดเลย...” เทลมอนเอ่ยปากชมเพื่อนของเธอก่อนที่รีบโน้มตัวลงไปกอดการุรุมอนอีกครั้ง เมื่อเขาเริ่มกระโดดต่อขึ้นไปยังชั้นถัดไปเรื่อย ๆ และก็มาถึงทางเดินชั้นสุดท้ายในที่สุด   เทลมอนกระโดดลงมาจากหลังของการุรุมอนเมื่อเธอเห็นเขาเริ่มย่อตัวลงเพื่อนั่งพัก   เธอยิ้มแล้วหัวเราะคิกคักกับความสามารถที่ไม่น่าเชื่อของเขาอยู่สักครู่ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงบางอย่างดังเข้ามาที่หูของเธอ 

 

** ครืนนนน...ครืนนน **

“ การุรุมอน....ได้ยินอะไรไหม....”

 

การุรุมอนเดินเข้าไปหาเทลมอนแล้วมองตรงไปยังทางเดินข้างหน้า   ความมืดทำให้พวกเขาไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร แต่ว่าเสียงดังกล่าวก็เริ่มดังมากขึ้น มากขึ้น จนกระทั่งมันหยุดลง    ทั้งสองจึงค่อย ๆ ย่องไปดูซึ่งที่มาของเสียงนั้นมันดูเหมือนจะอยู่อีกฟากหนึ่งของทางเดินก่อนที่จะไปถึงยอดเขา   การุรุมอนและเทลมอนแอบชะโงกหน้าไปดูสิ่งนั้นอย่างเงียบ ๆ แล้วทั้งสองก็ต้องตกตะลึงเมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มดิจิมอนแห่งความมืดหลายตัวเดินออกมาจากถ้ำที่ดูเหมือนเพิ่งจะเปิดออกมาเมื่อครู่นี้

       

“ฮืม...กะแล้วเชียวว่าจะต้องเป็นที่นี่...” การุรุมอนพูดกับตัวเองแล้วหันหน้ากลับมาหลบข้างหลัง ส่วนเทลมอนก็ยังคงมองดิจิมอนเหล่านั้นอยู่  พวกเขาไม่ได้ดูแปลกประหลาดไปจากดิจิมอนทั่วไปเลย เพียงแต่ร่างกายของพวกเขามีสีดำและแววตาที่ผิดปกติเหมือนคนที่ไม่มีชีวิต   แต่ละตัวเดินไปยังขอบหน้าผาแล้วเริ่มมองสำรวจสถานที่ต่าง ๆ บนเกาะไฟล์สักพักหนึ่งพวกเขาก็เริ่มกระจายกลุ่มออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ตนเองเลือกไว้ ตัวที่บินได้ก็บินไป แต่ตัวที่บินไม่ได้ก็ต้องเดินผ่านทางที่การุรุมอนและเทลมอนยืนอยู่เพื่อลงจากภูเขา  

 

“ แย่แล้ว...การุรุมอน พวกมันจะ...” เทลมอนยังไม่ทันพูดจบ การุรุมอนก็คาบเธอไว้แล้วรีบกระโดดขึ้นไปยังชั้นบนสุด เธอเองก็ตกใจจนเธอเกือบจะโวยวายใส่เขาเพราะคราวนี้การุรุมอนไม่ได้บอกให้เธอเตรียมตัวซะตั้งแต่แรก “ เอ่อ ขอโทษที...ฉันเองก็รีบร้อนไปหน่อย...”  การุรุมอนขอโทษเธอแล้วรีบมองไปรอบ ๆ เมื่อเขาเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งบางอย่าง   สิ่งนั้นทำให้ภูเขาทั้งลูกเริ่มสั่นไหว  บริเวณที่ทั้งสองยืนอยู่เริ่มแตกออกกลายเป็นช่องว่าง การุรุมอนและเทลมอนต่างกระโดดออกไปคนละทิศละทางเมื่อมีวัตถุบางอย่างโผล่ขึ้นมาจากช่องว่างช่องนั้น  มันมีรูปร่างคล้ายกับปล่องไฟหรืออะไรสักอย่าง

 

“ การุรุมอน....นั่นมัน...อะไรน่ะ...” เทลมอนมองดูวัตถุประหลาดนั่นแล้วเดินเข้าไปสำรวจใกล้ ๆ “ อืม...ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน...”

 

** เปรี๊ย....เปรี๊ย เปรี๊ย...ครืนนนน!! ** รอยแตกของพื้นจากช่องว่างเริ่มมีมากขึ้นจนมันไล่มาถึงบริเวณที่การุรุมอนและเทลมอนยืนอยู่พอดี  และด้วยน้ำหนักของทั้งสองทำให้ความเปราะบางของพื้นไม่สามารถรองรับได้ จึงทำให้ทั้งการุรุมอนและเทลมอนตกลงไปในช่องว่างอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

“ อ๊า!!...แย่แล้ว!!..”

“ อ้ายยย การุรุมอน!!...”

** ตุบ!! **

 

การุรุมอนรู้สึกตัวแล้วรีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วมองไปรอบ ๆ เขารู้สึกว่าเขาและเทลมอนกำลังอยู่ในห้องห้องหนึ่งใต้ภูเขา ผนังรอบ ๆ เป็นหิน  ตรงกลางของพวกเขาก็ปรากฏแท่นของวัตถุปริศนาที่เชื่อมต่อไปยังปล่องที่อยู่ข้างบนยอดเขา การุรุมอนรีบปลุกเทลมอนจนเธอตื่นแล้วเดินมาสำรวจที่แท่นดังกล่าวด้วยความสงสัย ลักษณะของมันเหมือนเครื่องจักรที่ไม่มีส่วนประกอบอะไรมากนอกจากปุ่มแดง ๆ สองสามปุ่มและคันโยกใหญ่อีกหนึ่งอัน

 

“ โอย...การุรุมอน...ที่นี่มันที่ไหน และ...ไอ้นี่มันคืออะไรกันแน่...” เทลมอนเรียกเขาแล้วค่อย ๆ ลุกขึ้นดูแท่นดังกล่าว แต่ก่อนที่พวกเขาจะได้แตะต้องมัน   เสียงของใครคนหนึ่งดังมาจากทางเข้าของห้องห้องนี้  ทั้งสองรีบหันไปดูแล้วก็เริ่มเห็นร่างของดิจิมอนแห่งความมืดตัวหนึ่งเดินเข้ามา

 

“ ฮึๆๆๆ...สวัสดีเหล่าแขกผู้มีเกียรติของข้า...คงสงสัยซินะว่านั่นมันคืออะไร...”

“ หา แกคือ....”

“ เป็นไปไม่ได้...”

 

 การปรากฏตัวของมันทำให้การุรุมอนและเทลมอต้องนตกตะลึงอีกครั้งเมื่อดิจิมอนดังกล่าว คือ Devimon   “ อะไรกัน....เป็นไปไม่ได้...ในบันทึกบอกไว้ว่าแกถูกฆ่าตายโดยแองเจมอนของเด็กที่ถูกเลือกไปแล้วนี่ แล้วทำไมแกยังมีชีวิตอยู่อีก....”  การุรุมอนเอ่ยขึ้นแล้วค่อย ๆ เดินถอยหลังออกห่างโดยฝ่ายเทลมอนเองก็เริ่มตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้อยู่เช่นกัน

 

“ ฮ่าๆๆๆ...เป็นคำถามที่ดี...งั้นฉันขอพูดเองล่ะกันนะเพื่อน....”

 

เสียงของดิจิมอนอีกตัวหนึ่งเดินเข้ามาหาเดวิมอนแล้วปรากฏร่างให้เห็น   ลักษณะการแต่งตัวของมันก็บอกได้ว่าเป็นพวกเดียวกันกับเดวิมอนเพียงแต่มันดูดีกว่าและยังมีสมุนค้าวคาวบินไปมาโดยรอบอยู่ตลอดเวลา

 

“ Vandemon!!..” เทลมอนเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจกับสิ่งที่เธอเห็น  ทั้ง ๆ ที่เธอไม่เคยรู้จักหรือต่อสู้กับดิจิมอนตัวนี้มาก่อน แต่ว่ามันมีความรู้สึกบางอย่างที่สายเลือดของเธอคุ้นเคยกับดิจิมอนตัวนี้ยิ่งนัก

 

“ สวัสดีเทลมอน....ไม่ใช่สิ...ลูกหลานเผ่าพันธุ์ของเทลมอน....ไม่อยากเชื่อเลยนะว่าชะตาฉันเนี่ยจะถูกกับเผ่าพันธุ์ของเธอซะจริงๆ...”  แวนเดมอนหัวเราะฮึๆ แล้วจ้องเขม็งมาทางเทลมอนแล้วเดินเข้ามานั่งอยู่ตรงเก้าอี้หน้าเครื่องมือปริศนาอันนั้น “ ข้าขอแนะนำเครื่องมือปลดปล่อยพลังแห่งความมืด...ข้ากับเดวิมอนเพิ่งสร้างมันสำเร็จเป็นเครื่องแรกที่เกาะไฟล์แห่งนี้...ด้วยความช่วยเหลือของแอนโดรมอนและดิจิมอนเครื่องจักรอื่นๆ ที่ข้าควบคุมอยู่ ทำให้ข้าได้มันมาในระยะเวลาอันสั้นอย่างคาดไม่ถึง...”

 

“ เครื่องมือปลดปล่อยพลังแห่งความมืด....”

“ นี่แก...ไม่ได้หมายถึง โรงงานสร้างเครื่องจักรของเกาะไฟล์นะ....”

 

“ ใช่...ถูกต้องแล้ว ฮ่าๆๆๆ...”  เดวิมอนตอบคำถามของการุรุมอนแล้วเดินมาเข้ามาหาเขา ส่วนแวนเดมอนก็พุ่งเป้ามาทางเทลมอน ทำให้ทั้งสองต้องเดินถอยออกมาอีกจนเกือบจะประชิดกับกำแพงแล้ว

 

“ การุรุมอน...ทำไงดี...”

“ พวกเราไม่มีทางเลือก...คงต้องสู้แล้วล่ะ...”

 

“ ฮึๆๆๆ พวกแกไม่มีทางชนะเราสองคนได้หรอก...พวกแกไม่ใช่ดิจิมอนของเด็กที่ถูกเลือกฉะนั้นอย่างได้พยายามไปหน่อยเลย...” แวนเดมอนพูดดูถูกเทลมอนแล้วเดินใกล้เข้ามาอีก ส่วนเดวิมอนก็เริ่มกางเล็บออกแล้วเล็งมันมาทางการุรุมอน

“ ก็ลองดูซิ  Neko punch!!...”  ** เปรี้ยง!! **

“ Fox firer!! ”  ** ตูม!! **

 

การุรุมอนและเทลมอนปล่อยไม้ตายออกไปอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังของเป้าหมายเพื่อที่จะโจมตีอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าไม้ตายของพวกเขาไม่ระคายเคืองศัตรูแม้แต่น้อย

 

“ Death craw!!..”  ** ปึก!! **  “ โอ๊ย!!..”

“ Night red!!...”  ** ผัวะ!! **   “ อ้าย!!...”

 

ทั้งการุรุมอนและเทลมอนต่างก็กระเด็นไปคนละทิศละทางด้วยการโจมตีที่หนักหน่วงเพียงแค่ทีเดียว   เดวิมอนจับการุรุมอนแล้วโยนกลับมาทางเดิม ส่วนเทลมอนก็ถูกแวนเดมอนโยนมากระแทกกับกำแพงก่อนที่จะหมดสติร่วงลงมาอยู่ข้าง ๆ การุรุมอน “ เทลมอน...เทลมอน!!...” การุรุมอนหันกลับมาทางพวกเดมอนอีกครั้งแล้วตั้งท่าจะจู่โจมต่อ แต่ไม่ทันไรเดวิมอนก็ใช้กรงเล็บฟาดมาที่แผ่นหลังของเขาจนเขาล้มลงไปอีกครั้ง

 

** ปึก ๆๆ!! **  “ โอ๊ย!!...อ๊า!!...โอ๊ย!!...”

 

“ ก็บอกแล้วไงว่าอย่าพยายาม...ทำตัวเป็นผู้ชมที่ดีจะดีกว่านะ...” เดวิมอนพูดเยาะเย้ยแล้วมายืนตรงหน้าเครื่องปลดปล่อยพลังแห่งความมืดอีกครั้ง  มันเริ่มสั่นไหวและส่งเสียงดังก้องไปทั่วห้องเมื่อเดวิมอนใช้กรงเล็บกดปุ่มแดงทั้งหมดบนแท่นนั้น   แวนเดมอนเดินมาสมทบกับเดวิมอนโดยมือของเขาข้างหนึ่งจับคันโยกของเครื่องจักรนั้นแล้วรีบกดมันลงมาอย่างแรง   เสียงของเครื่องจักรดังมากขึ้นและสั่นมากขึ้นเมื่อบางสิ่งบางอย่างกำลังเคลื่อนออกไปยังส่วนที่เป็นปล่องไฟ  การุรุมอนมองขึ้นไปข้างบนแล้วเริ่มเห็นปล่องไฟดังกล่าวพ่นกลุ่มควันสีดำมืดออกมาราวกับว่ามันจะระเบิด  ควันดังกล่าวลอยขึ้นไปสูงขึ้น สูงขึ้นและทันใดนั้นมันแตกกระจายออกไปทั่วบริเวณของเกาะไฟล์เพียงไม่กี่เสี้ยววินาที   ทำให้ทั่วทั้งเกาะเริ่มมีสีเทาดำพอ ๆ กับความมืดในยามราตรี   การุรุมอนหันกลับมาทางเหล่าเดมอนที่กำลังหัวเราะด้วยความสะใจในผลงานก่อนที่หันกลับมาเฉลยคำตอบให้เขาฟัง

 

“ ฮ่าๆๆๆ...สำเร็จ สำเร็จ!!...”

“ นี่พวกแกทำอะไร....พวกแกทำอะไรน่ะ หา!!...”  การุรุมอนหันไปคำรามใส่เดวิมอนแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่โกรธสักเท่าไรนัก เมื่อมันเดินออกไปนอกถ้ำแล้วมองดูกลุ่มควันที่เพิ่งปล่อยกำลังปกคลุมตามสถานที่ต่าง ๆ ของเกาะไฟล์โดยเฉพาะบริเวณตัวเมืองที่ชาวบ้านอาศัยอยู่

“ ฮึๆๆๆ...ฉันก็แค่...ปล่อยพลังแห่งความมืดออกไปให้เหล่าดิจิมอนผู้ไร้เดียงสาได้ลิ้มรสกัน...พวกเขาจะสนุก พวกเขาจะรักความมืด การุรุมอน...อีกไม่ช้าพวกเขาก็จะยอมรับ...และกลายมาเป็นฝ่ายเดียวกับพวกข้า ฮ่าๆๆๆๆ....”

“ นี่แก!!...”

 

การุรุมอนแทบอยากเชื่อกับสิ่งที่เขาได้ยินในขณะที่ควันนั้นได้เริ่มเข้ามาปกคลุมทั่วบริเวณห้อง  เขาเดินถอยหลังจนไปติดกับกำแพงแล้วรีบโน้มตัวลงเพื่อที่จะไปคาบเทลมอน แต่ว่าทันใดนั้นเองร่างของแมวขาวก็เปลี่ยนเป็นสีดำ เธอลุกขึ้นแล้วหันมามองหน้าของการุรุมอนด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป  แววตานั้นมันเหมือนกับคนถูกสะกดจิตหรือไม่ก็กำลังตกอยู่ภายใต้อำนาจของบางสิ่งบางอย่าง  เธอยกมือขึ้นแล้วฟาดกรงเล็บลงมาที่การุรุมอนอย่างรวดเร็วจนเขาเกือบหลบไม่ทัน 

 

** ฟับ!! ฟับ!! **

“ อะไรน่ะเทลมอน....หยุดนะ!!...” การุรุมอนพยายามเตือนสติเทลมอนระหว่างที่เขาก็หลบการโจมตีของเธอไปมา

 

“ ฮ่าๆๆๆ...นั่นแหละๆ...เห็นไหม ขนาดเพื่อนของแกก็ยังมียอมรับความมืดนี้เลย....ตอนนี้เธอพร้อมและรักที่จะฆ่า...รักที่จะทำลายเพื่อความสนุกของเธอเองแล้ว...”แวนเดมอนหัวเราะอย่างมีความสุขแล้วเรียกเทลมอนให้เดินเข้ามาอยู่ฝ่ายมันซึ่งเธอเองก็ยิ้มตอบแล้วรีบวิ่งกระโดดขึ้นไปนั่งอยู่บนไหล่เหมือนกับสัตว์เลี้ยงที่ภักดีต่อเจ้านาย

 

“ ฮึๆๆๆ...ตอนนี้ก็เหลือแต่แกแล้ว การุรุมอน...มาสิ...มารับความมืด...มารู้สึกถึงมัน...มาสนุกกับมันสิ...แล้วแกก็จะรักและอยู่กับมันตลอดไป...” เสียงพูดเชิญชวนของเดวิมอนมันดูแผ่วเบาและก้องไปทั่วหัวของการุรุมอน เขาเริ่มทรุดลงไปหมอบอยู่กับพื้น ตัวของเขาเริ่มสั่น ใจของเขาก็เริ่มเต้นแรงเมื่อควันมืดเคลื่อนเข้ามาจนได้สัมผัสกับร่างกายของเขา  

 

“ อา...ไม่...ฉันจะ...อา...ฉัน...ฉัน....”

Back to Part I     Go to Part III

Free Web Hosting