Digimon Adventure Special Edition
----- Part XX : A plan of Darkness key holder -----
Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก
ฮึ ๆๆ...ในที่สุดก็เรียบร้อย... เสียงหัวเราะของดิจิมอนสุนัขป่าผู้กุมกุญแจแห่งความมืดดังออกมาอย่างพึงพอใจ ในเมื่อตอนนี้แผนการของเขาไม่มีใครสามารถมาหยุดยั้งได้อีกแล้ว...อุปสรรคต่าง ๆ ที่ขัดขวางเขากำลังจะหมดไป พร้อมกับตัวของการุรุมอนที่นอนสลบอยู่บนกองดาต้าตรงนั้น
การุรุมอน!! กาโอกามอนตะโกนออกมาด้วยความเป็นห่วงและทำท่าที่จะวิ่งเข้าไปดู แต่ว่าดิจิมอนสุนัขป่าตนนั้นได้รีบสร้างพลังแห่งความมืดขึ้นมาครอบพื้นตรงที่เขาและกิลมอนยืนอยู่พอดี จึงทำให้พวกเขาไปไหนไม่ได้เลย
ฮึ่มมม *** ฟู่ ๆๆๆ ฟู่มมม ***
อ๊ะ...อะไรน่ะ
แย่แล้ว กาโอกามอน...พวกเราถูกขัง
ฮึ ๆๆ อย่าขยับเชียวนะพวกแก...ถ้าขืนพวกแกกล้าขยับล่ะก็ นายของข้าจะขยี้พวกแกให้แหลกเลยคอยดู แบล็คการุรุมอนพูดเตือนกาโอกามอนกับกิลมอนเอาไว้ เพราะว่าความมืดที่กำลังกักขังพวกเขานั้น มันเหมือนโดมขนาดเล็กที่มีอะไรบางอย่างไหลเวียนแฝงอยู่ภายใน คล้ายกับสายลมแห่งความมืดก็ไม่น่าใช่ หรือเป็นอาวุธอะไรบางอย่างก็ไม่มีใครรู้...
นี่แก...คิดจะทำอะไรกับการุรุมอนน่ะ!! กาโอกามอนตะโกนออกไป เมื่อเขาเห็นดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเดินเข้ามาลากการุรุมอนให้เข้าไปอยู่ฝั่งเดียวกับเขา โดยตอนนั้นการุรุมอนเองก็ยังไม่ได้สติ อันเนื่องมาจากว่าร่างกายของเขาได้สูญเสียดาต้าออกไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ฝ่ายศัตรูจึงแน่ใจได้เลยว่าจะไม่มีปาฏิหาริย์อะไรเกิดขึ้นอีกแล้ว
ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำค่อย ๆ ลากการุรุมอนไปพักไว้ที่ฐานบัลลังค์ทอง และหลังจากนั้นเขาก็เอาเท้าข้างหนึ่งลูบไปลูบมาตรงรอยแผลที่เขาเพิ่งจะทำร้ายการุรุมอนไป ฮืม...เจ้าไม่น่าบังคับข้าเลย ชิโรคารุ...ถ้าเจ้ายอมข้าดี ๆ ข้าก็คงไม่ตัดสินใจทำแบบนี้กับเจ้าหรอก
หือ...ชิโร...คารุ กาโอกามอนได้ยินดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเรียกชื่อใครบางคนออกมา แต่ว่าสายตาของดิจิมอนตนนั้นกลับมองไปที่ร่างของการุรุมอนด้วยความเวทนาสงสารอย่างบอกไม่ถูก ทำให้เขาเริ่มรู้สึกสงสัยและประหลาดใจกับสิ่งที่ดิจิมอนฝ่ายตรงข้ามนั้นทำ ชิโรคารุ...นี่แก!!...ชิโรคารุ เขาเป็นใคร...แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการุรุมอน
ฮึ ๆๆ ลองใช้ความฉลาดของเจ้าเดาเอาสิ ดิจิมอนสุนัขป่าหันมามองกาโอกามอนด้วยสายตาที่เย็นชา ซึ่งทันใดนั้นเอง กาโอกามอนก็นึกออก *** วิ้งงงง *** อึก...หรือว่า... เขาอุทานขึ้นแล้วมองไปที่ร่างของการุรุมอน หรือว่า...นั่นคือ...ชื่อของดิจิมอนสุนัขป่าสีขาว...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...ผู้ที่อาศัยอยู่ในร่างของการุรุมอนน่ะห๊ะ!!
เอ๋...หมายความว่ายังไงน่ะ กาโอกามอน กิลมอนเองก็ตกใจเช่นกัน เพราะว่าเขาก็ยังไม่รู้เรื่องความลึกลับและที่มาของเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจนเลย
แบล็คการุรุมอนเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่า ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างมีชื่อว่า ชิโรคารุ เขาจึงหันไปถามกับเจ้านายของเขาด้วยความสงสัย นายครับ...นั่นน่ะหรือ ชื่อสหายของเจ้านาย...ชิโรคารุ ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...
ดิจิมอนสุนัขป่าพยักหน้าแล้วตอบให้ทาสรับใช้ของเขาได้หายข้องใจ ใช่แล้ว แบล็คการุรุมอน...ชิโรคารุ...เขาคือ สหายของข้า...สหายของข้าที่ข้ารอคอยการกลับมาที่จะปกป้องดินแดนแห่งนี้ด้วยกัน...
ด้วยคำอธิบายสั้น ๆ ของดิจิมอนตนนั้น ทำให้เหตุการณ์ในห้องบัลลังค์เงียบลงไปอย่างเห็นได้ชัด...ข้อเท็จจริงใหม่ได้ถูกเปิดเผยขึ้นพร้อม ๆ กับความตกตะลึงของทั้งสองฝ่าย...ชิโรคารุ...ดิจิมอนสุนัขป่าสีขาว...ร่างของการุรุมอน...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...
กาโอกามอน...นี่ตกลงว่า ในร่างของการุรุมอน...มีดิจิมอนที่ชื่อว่า ชิโรคารุ อยู่ใช่ไหม... กิลมอนก้มหน้าคิดแล้วรู้สึกไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง ชิโรคารุ เหรอ...เอ...เขาเป็นดิจิมอนชนิดไหนน่ะ...ฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย...
ไม่ต้องสงสัยหรอก กิลมอน...ไม่เคยมีใครได้ยินมาก่อนแน่นอน... กาโอกามอนหันมาตอบด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด เพราะว่านั่นน่ะคือ...เทพเจ้าแห่งทิศตะวันตก...
กิลมอนไม่รู้ที่จะพูดอะไรต่อ เขาจึงทำได้แค่มองการุรุมอนด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่เขาเพิ่งได้ยิน เอ่อม...นี่ฉัน...ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ...ไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ
ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำรู้สึกว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังตกใจ เขาจึงได้โอกาสขอจบเรื่องนี้ซะที่นี่เลยจะดีกว่า ฮึ ๆๆ เอาล่ะ...ไหน ๆ ข้าก็ได้ตัวการุรุมอนมาแล้ว...พวกเจ้าก็ไม่มีประโยชน์ที่จะอยู่ต่อไปอีก!! *** ฟู่ ๆๆๆ ครึก ๆๆ ครืน ๆๆๆ *** ด้วยความโกรธของเขา ทำให้พลังแห่งความมืดที่กักขังพวกกาโอกามอนอยู่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมันก็เริ่มหมุนวนและพัดตัวเองไปรอบ ๆ จนกลายเป็นพายุลูกใหญ่ ที่เตรียมพร้อมโหมกระหน่ำใส่พวกกาโอกามอนอย่างรุนแรง
*** ครืน ๆๆๆๆ ฟู่ ๆๆๆ ***
โอ้ย อะ...อะไรกันเนี่ย กิลมอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเขาเห็นสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวของเขามีแต่พายุพัด ซึ่งกาโอกามอนเองก็หันไปหันมาด้วยความรู้สึกตกใจไม่แพ้กัน
พายุ!!...แย่ล่ะสิ...มันตั้งใจจะโจมตีเราด้วยพายุ!! กาโอกามอนพูดขึ้นแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือ เราต้องรีบฝ่าวงล้อมออกไปให้ได้นะ กิลมอน...ขืนอยู่ตรงกลางวงแบบนี้ต่อไป มีหวังเราเสร็จแน่...
กิลมอนพยักหน้าเข้าใจและเตรียมพร้อมรับฟังคำแนะนำของกาโอกามอน เอาล่ะ กาโอกามอน...เราจะฝ่าวงพายุนี้ออกไปทางไหน บอกมาได้เลย เขาพูดเสร็จแล้วก็กางเล็บออกเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้
โอเค ตรงนี้ กาโอกามอนชี้ไปข้างหน้าเป็นการบอกจุด แล้วโจมตีออกไปโดยทันที
Spiral Blow!! *** ซู่ม ๆๆๆๆ ***
*** เปรี้ยงงง...ฟุบ *** เฮ้ย อะไรน่ะ!! กาโอกามอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อเขาเห็นพลังแห่งความมืดนั้น ได้พัดทำลายท่าไม้ตายของเขาจนแตกสลายราวกับเส้นด้ายที่ถูกใบมีดหมุนตัด
Rock Breaker!! *** ฟึบ...ฟุบ!! *** อ๊ะ!!...อะไรเนี่ย ฝ่ายกิลมอนเองก็ต้องตกใจเช่นกัน เพราะว่ากรงเล็บของเขาที่เพิ่งฟาดลงไปใส่เป้าหมายนั้น กลับไม่ถูกอะไรเลยราวกับว่าเขาโบกมันไปในอากาศ นี่มันหมายความว่ายังไงเนี่ย!!...ทำไมไม้ตายของพวกเรา ทำอะไรมันไม่ได้เลยล่ะ กาโอกามอน
ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำหัวเราะและแยกเขี้ยวออกมาด้วยความยิ้มย่องพึงพอใจ ฮึ่ม...จงออกไปให้พ้นหู พ้นตาของข้าเดี๋ยวนี้!! เขาเพ่งกระแสจิตไปที่พายุแห่งความมืดที่กำลังหมุน และแล้วทันใดนั้นเขาก็บังคับมันให้ปั่นเข้าไปหาพวกกาโอกามอนอย่างรวดเร็ว *** ฟู่ ๆๆๆ ครืน ๆๆๆ ***
หวา ๆๆ แย่แล้ว
กิลมอน ถอยไป!!
*** แว้ปป ๆๆๆๆ *** Seven!!...Heaven!! *** เฟี้ยวววว...ตูมมมม ***
ห๊ะ อะไรน่ะ
หือ...
ก่อนที่พายุแห่งความมืดจะพัดเข้ามาทำร้ายพวกกาโอกามอนนั้น พลังแห่งแสงสีทองของดิจิมอนตนหนึ่งก็ได้พุ่งเข้ามากระแทกสกัดเอาไว้ ทำให้พายุดังกล่าวได้สลายตัวไปต่อหน้าต่อตาทุกคน *** ฟู่ ๆๆๆ วิ้ววว วิ้วววว *** ทุกคนไม่เป็นอะไรใช่ไหม
เสียงนี้มัน... กาโอกามอนเอ่ยขึ้นแล้วรีบหันไปมองทางด้านหลัง ตรงจุดที่ใครบางคนได้ปล่อยพลังออกมาช่วยพวกเขาไว้ นั่นไง...ใช่จริง ๆ ด้วย...เซราฟิมอน!! เขาอุทานขึ้นด้วยความดีใจ เมื่อในที่สุดพวกเขาก็ได้พบกับบุคคลที่กำลังตามหาอยู่จนได้
เซราฟิมอนงั้นหรอ กิลมอนอุทานแล้วหันไปมองตามกาโอกามอน ซึ่งเขาเองก็รู้สึกดีใจมากเช่นเดียวกัน หา...จริงด้วย...ใช่ เซราฟิมอนจริง ๆ ด้วย...ในที่สุดพวกเราก็ตามหาจนเจอ
เซราฟิมอนรีบบินผ่านประตูเข้ามา แล้วกางแขนปกป้องพวกกาโอกามอนเอาไว้ไม่ให้ฝ่ายศัตรูคิดที่จะจู่โจมอีก พวกเธอปลอดภัยกันดีใช่ไหม...โชคดีจริง ๆ ที่อย่างน้อยเราก็ยังเหลือพวกเธอ...
ยังเหลือพวกเรา...หมายความว่ายังไงน่ะ เซราฟิมอน กาโอกามอนรู้สึกสงสัยกับคำพูดของเซราฟิมอน แต่ดูเหมือนว่าเวลานี้คงจะไม่ใช่เวลาที่จะมาฟังคำอธิบาย...
ฮึ ๆๆ ท่านเก่งมากเลยนะ เซราฟิมอน...ท่านถูกหลอกให้ไปตกอยู่ในดงหญ้าแห่งความมืดแท้ ๆ...แต่ท่านก็ยังหนีรอดออกมาได้...ฮืม ไม่เสียแรงเลยที่มีศักดิ์เป็นดิจิมอนเทพของเกาะไฟล์... ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำพูดด้วยสีหน้าที่เฉยเมย ราวกับว่าเขาคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นเอาไว้อยู่แล้ว...ยังไงซะ เซราฟิมอนก็เป็นร่างสุดยอด...เพราะฉะนั้นมันก็ไม่แปลกที่เซราฟิมอนจะรอดออกมาได้...
ท่านทำไมถึงร้ายกาจแบบนี้...ท่านเป็นเทพที่มีอำนาจสูงสุด แต่ทำไมถึงต้องทำร้ายดิจิมอนตนอื่น ๆ ด้วยล่ะ...พวกเขาเองก็เป็นแค่ประชาชนสามัญธรรมดาเท่านั้นเองนะ เซราฟิมอนพูดตัดพ้อใส่ผู้กุมกุญแจแห่งความมืด โดยในใจของเขาก็ไม่ได้คิดที่อยากจะต่อสู้กับดิจิมอนตนนั้นเลยจริง ๆ...อย่างไรก็ตามฝ่ายโน้นก็เป็นเทพ...เทพแห่งทิศตะวันตกผู้ที่เคยปกป้องดินแดนและดูแลเหล่าดิจิมอนทุกผู้ทุกตนมาก่อน...
ดิจิมอนสุนัขป่าสะแหยะยิ้มแล้วชี้หน้าเซราฟิมอนด้วยความดูถูก เฮอะ!!...มันไม่ใช่กงการอะไรของท่าน...ท่านรอดมาได้ก็ถือว่าดีเท่าไรแล้ว...หรือว่าอยากจะให้ข้าจัดการกับท่านด้วยมือของข้าเอง!! *** ฟู่ ๆๆๆๆ ครืน ๆๆๆ *** เขาเพ่งอำนาจจิตไปที่พลังแห่งความมืดแล้วเริ่มใช้มันกับพวกกาโอกามอนอีกครั้ง โดยคราวนี้เขาเรียกมันออกมาเป็นทอร์นาโดขนาดใหญ่สีดำหมุนขึ้นมาอยู่ตรงกลางห้อง ทำให้ข้าวของต่าง ๆ เริ่มถูกพัดปลิวกระจัดกระจายไปทั่ว
โอ้ย มันเอาอีกแล้ว กาโอกามอน... กิลมอนพูดออกมาด้วยความรู้สึกรำคาญแล้วทำท่าที่จะตอบโต้อีกครั้ง ส่วนกาโอกามอนก็กำลังยืนคิดหาทางที่จะจัดการกับเวทย์มนต์ของดิจิมอนฝ่ายตรงข้ามนั้นให้ได้ ท่าทางมันอยากจะให้เราไปห่าง ๆ การุรุมอนมากเลยนะเนี่ย...อย่างนี้เราจะช่วยเขาได้ยังไงกัน เขาบ่นแล้วก้าวเท้าถอยหลังออกไป เมื่อเขาเห็นว่าทอร์นาโดนั้นหมุนเข้ามาใกล้พวกเขามากขึ้น
ฮืมม... เซราฟิมอนเห็นทอร์นาโดลูกนั้นกำลังพัดเข้ามาหาเขา เขาจึงเริ่มเรียกพลังแห่งแสงสีทองมารวมกันอยู่ตรงหน้าเขาอีกครั้ง เขาใช้เวลาในการรวบรวมสมาธิอยู่สักพักก่อนที่จะปล่อยพลังออกไปอย่างเต็มแรง Seven Heaven!! *** เฟี้ยวววว ***
*** เปรี้ยงงง...ฟู่ม ๆๆๆ *** พลังของเซราฟิมอนกระแทกเข้ากับกลางลำตัวของทอร์นาโด แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผลอะไรมากนัก เพราะว่าหลังจากที่ทอร์นาโดแตกออก มันก็กลับมารวมตัวกันใหม่ แถมยังหมุนเร็วขึ้นและแรงขึ้นมาหาพวกเขาทั้งหมดอีกด้วย *** ครืน ๆๆๆๆๆ ครืนนนนน ***
หยา ๆๆๆ แย่แล้ว เซราฟิมอน...มันหมุนมาหาเราแรงกว่าเก่าอีก กิลมอนอุทานด้วยความตกใจแล้วถอยห่างออกมาจากจุดนั้นโดยอัตโนมัติ
เราสู้ไม่ไหวแน่...คงต้องหนีกันก่อนแล้วล่ะ เซราฟิมอนตัดสินใจบอกให้พวกกาโอกามอนถอยหนี แต่ดูเหมือนว่ากาโอกามอนจะไม่เห็นด้วย เพราะการุรุมอนยังคงสลบอยู่อีกฟากหนึ่งของพวกเขา ไม่ได้นะ เซราฟิมอน...แล้วการุรุมอนล่ะ...เขายังอยู่กับพวกมันอยู่เลย
เซราฟิมอนมองดูสถานการณ์แล้วรู้สึกว่า โอกาสที่พวกเขาจะเข้าไปถึงตัวการุรุมอนได้นั้นมันมีน้อยมาก เพราะมันไม่ใช่แค่จะต้องฝ่าพายุที่โหมกระหน่ำใส่พวกเขาเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องเข้าสู้กับดิจิมอนทั้งสองตนนั้นอีกด้วย ฮืม กาโอกามอน...ตอนนี้เราไม่มีทางที่จะเข้าถึงตัวการุรุมอนได้เลยนะ...เธอดูสิ พายุมันโหมกระหน่ำขนาดนี้...ถ้าเราฝ่าเข้าไป มีหวังได้ตายกันหมดก่อนแน่... เขาบอกเหตุผลให้กาโอกามอนฟังแล้วเริ่มถอยหลังตามกิลมอน
อึก...แต่...แต่ เซราฟิมอน
*** ครืน ๆๆๆ ซู่ม ๆๆๆๆ ***
ไม่มีเวลาแล้ว...รีบถอยออกมาเร็ว กาโอกามอน เซราฟิมอนตะโกนบอก เมื่อเขาเห็นทอร์นาโดลูกนั้นมันหมุนเข้ามาเร็วขึ้น ๆ จนข้าวของเริ่มปลิวมาใส่พวกเขา...เขาไม่มีเวลาที่จะช่วยการุรุมอนได้อีกแล้วในตอนนี้...ทางเดียวคือต้องหนีกลับออกไปยังทางเดิมที่พวกเขาเข้ามา... ไปทางนั้น พวกเรา!! เขาพูดกับทุกคนแล้วชี้นำทางให้วิ่งออกไปทางประตูที่พวกเขาเพิ่งเข้ามา
ฉันเองก็เห็นด้วยกับเซราฟิมอนนะ...รีบหนีกันก่อนเถอะ กาโอกามอน กิลมอนรีบบอกแล้ววิ่งไปแบกพัลมอนกลับขึ้นมาบนหลัง เพื่อเตรียมพร้อมที่จะหนีออกไปจากห้องบัลลังค์แห่งนี้
กาโอกามอนรู้สึกกระวนกระวายที่เขาไม่สามารถช่วยอะไรการุรุมอนได้เลยในตอนนี้ เขาทำได้แต่มองการุรุมอนและแยกเขี้ยวใส่ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดตนด้วยความโมโห ซึ่งตัวเขาเองนั้นก็ได้บอกเอาไว้ในใจว่า สักวันเขาจะต้องกลับมาเอาตัวการุรุมอนคืนแน่ ๆ ฮื่ออ แก...ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ...แล้วฉันจะกลับมาเอาตัวการุรุมอนคืนให้ได้!!... เขาตะโกนใส่ดิจิมอนฝ่ายตรงข้ามแล้วก็วิ่งหนีตามเซราฟิมอนออกไปอย่างที่ช่วยไม่ได้ในที่สุด
ฮึ ๆๆๆ...หมดเสี้ยนหนามไปซะที ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดหัวเราะ แล้วหันไปพยักหน้ากับแบล็คการุรุมอนเหมือนเป็นการส่งสัญญาณให้ทำอะไรบางอย่าง เริ่มแผนขั้นต่อไปได้แล้ว แบล็คการุรุมอน
ครับนายท่าน... แบล็คการุรุมอนตอบรับแล้วก็วิ่งออกไปยังอีกทาง ซึ่งเป็นประตูลับที่จะพาขึ้นไปยังหอสูงของปราสาทดีวา
ดิจิมอนสุนัขป่าแห่งความมืดหันไปมองการุรุมอนแล้วย่อตัวลงไปเอาหน้าดุน ๆ เล็กน้อย เป็นสัญญาณบอกถึงความเป็นเพื่อนสนิท ที่พวกเขาเคยมีให้แก่กันในอดีต รอก่อนนะ ชิโรคารุ...อีกไม่นาน...อีกไม่นานแล้ว...
***************************
แฮ่ก ๆๆ มาทางนี้เร็ว พวกเรา กิลมอนจับพัลมอนเอาไว้บนหลังให้แน่น ๆ แล้ววิ่งนำทุกคนลงมายังชั้นล่าง ซึ่งเป็นชั้นที่พวกเขาเจอกับพัลมอนในตอนแรก และในชั้นนี้ยังมีห้องบางห้องที่พวกเขายังไม่ได้สำรวจอีกด้วย เอาล่ะ...ไปทางไหนกันดีล่ะ เซราฟิมอน
เซราฟิมอนเดินออกไปยืนอยู่ตรงทางแยกแล้วพยายามใช้พลังจิตของเขาส่งออกไปเพื่อค้นหาทางออก ท่ามกลางพลังแห่งความมืดที่แข็งแกร่งกว่าคอยมารบกวนการทำงานของเขาอยู่เป็นระยะ ๆ อืม....อืม... เขานิ่งด้วยความสงบอยู่ไปสักพัก และหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้คำตอบออกมา อืม...เราว่าไปทางนี้กันเถอะ...ถึงพลังของเราจะไม่สามารถระบุทางออกได้อย่างชัดเจน...แต่เราก็รู้สึกว่าน่าจะเป็นทางนี้นะ...
กิลมอนได้ยินเช่นนั้นแล้วพยักหน้าด้วยความเข้าใจ ไม่เป็นไรหรอก เซราฟิมอน...ยังไงซะ ตอนนี้เราต้องรีบหาทางหนีให้ได้ก่อน เพราะถ้าพวกศัตรูตามมาเจอเราเข้า เราเองก็จะแย่เหมือนกัน... เขาพูดแล้วหันไปมองกาโอกามอน เมื่อเขารู้สึกว่ากาโอกามอนนั้นมีสีหน้าที่ไม่สบายใจเอาซะเลย เอ่อ กาโอกามอน...นายไม่เป็นไรนะ
กาโอกามอนก้มหน้าลงแล้วถอนหายใจตอบกิลมอน ฮืมมม...ฉันไม่เป็นไรหรอก กิลมอน...ฉันแค่...รู้สึกไม่ดียังไงก็ไม่รู้ที่ทิ้งการุรุมอนแล้วหนีออกมา...มันน่าสมเพชตัวเองจริง ๆ เล้ย!!
เซราฟิมอนเข้าใจความรู้สึกของกาโอกามอนดี แต่ว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ต้องคิดถึงความเป็นไปได้ก่อน เพราะเขาสังหรณ์ว่ามีอะไรบางอย่างที่แย่กว่านี้กำลังจะเกิดขึ้น ถ้าเขาไม่รีบพาดิจิมอนที่เหลือรอดกลับไปแจ้งข่าวให้คนอื่น ๆ รู้ กาโอกามอน...เราเข้าใจนะ ว่าเธอรู้สึกแย่...พวกเราเองก็รู้สึกแย่เหมือนกัน เขาหันไปมองทางหน้าต่างเพื่อดูพลังแห่งความมืดที่ไหลวนเวียนไปมาอยู่รอบ ๆ ปราสาทแห่งนี้แล้วพูดต่อ แต่ว่าก่อนที่เธอจะทำอะไรลงไป...เราอยากให้เธอคิดก่อนว่า มันมีโอกาสแค่ไหนที่เราจะช่วยการุรุมอนออกมาได้...ถ้าเรายังไม่มีโอกาส เราก็อย่าเพิ่งฝืนให้ตัวเองเจ็บตัว...เราต้องมีสติ เข้าใจไหม...
ฮืมม... กาโอกามอนถอนหายใจอีกครั้งแล้วพยักหน้ายอมเข้าใจในเหตุผลของเซราฟิมอน โดยหลังจากที่เขาเข้าใจแล้ว เขาก็เดินตามเซราฟิมอนและกิลมอนต่อไปอย่างระมัดระวัง
***************************
กลับมาที่หอคอยของปราสาทที่แบล็คการุรุมอนได้วิ่งขึ้นมา ดูเหมือนว่าดิจิมอนสุนัขป่าผู้กุมกุญแจแห่งความมืดได้จัดเตรียมอะไรบางอย่างพร้อมไว้ให้เขาได้ปฏิบัติงานแล้ว ด้วยประตูมิติที่กำลังเปิดรอเขาอยู่ด้านหน้าของเตียง ฮืมม... เขาหลับตาหายใจเข้าลึก ๆ เป็นการผ่อนคลายเล็กน้อย ซึ่งหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ตัดสินใจกระโดดเข้าไปเพื่อเดินทางไปสู่สถานที่เเห่งหนึ่งที่ไม่เคยมีใครไปมาก่อน *** แว้ป ๆๆๆ ซู่มม ***
*** วู้ป ๆๆๆ ซู่มมม *** ฮึบ...หือ เมื่อประตูมิติอีกแห่งหนึ่งได้เปิดออก แบล็คการุรุมอนก็กระโดดลงมาที่พื้นของสถานที่แห่งหนึ่ง...มันมีลักษณะเหมือนเป็นถ้ำขนาดใหญ่ที่ไม่มีทางเข้า ทำให้บรรยากาศรอบตัวจึงมีแต่ความมืดที่ไร้แสงจากดวงอาทิตย์ ฮืม... *** วิ้ง ๆๆๆ *** แต่...มันก็ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งจะตกอยู่ในความมืดไปซะหมด เพราะว่ามีบางสิ่งบางอย่างได้ส่องแสงสีขาวออกมาจากใจกลางของห้อง...มันมีลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ ขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นมาจากพลังแห่งแสงสว่างได้มารวมตัวกัน ทำให้จุดนั้นกลายเป็นจุดเดียวที่ให้ความสว่างแก่แบล็คการุรุมอน ผู้ที่กำลังเดินเข้าไปหามันอย่างช้า ๆ...
ฮึ ๆๆ เอาล่ะ... แบล็คการุรุมอนพูดกับตัวเองแล้วค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปหาแสงสว่าง โดยสิ่งที่เกิดขึ้นตามมานั้นก็คือ ก้อนแสงสว่างได้ปล่อยพลังบางส่วนออกมาห่อหุ้มร่างของแบล็คการุรุมอนเอาไว้ ซึ่งนั่นก็ทำให้ดิจิมอนที่มีธาตุความมืดอย่างเขาต้องรู้สึกเจ็บปวดอยู่พอสมควร อึก...อืออ... แบล็คการุรุมอนกัดฟันและพยายามยืนอยู่นิ่ง ๆ เพื่อให้พลังแห่งแสงสว่างเริ่มทำการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจของเขา ราวกับว่าแบล็คการุรุมอนกำลังต้องการอะไรบางอย่างจากแสงสว่างนั่น จึงทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองเพื่อแลกมันมา...
อึก...ข้า...ในนามของผู้รับใช้เทพแห่งทิศตะวันตก... เขาหลับตาแน่นแล้วเริ่มพูดอะไรออกมาเหมือนกับเป็นการปฏิญาณตนต่อหน้าพลังแห่งแสงสว่างนั้น ข้า...ข้าขอ...สวามิภักดิ์...ต่อพลังแห่งแสงสว่าง...ด้วยความอดทน...อึก ความเจ็บปวด...ขอให้พลังแห่งแสงสว่าง...โปรดเห็นแก่ความภักดีของข้า...และได้โปรด...มอบพลังแห่งแสงสว่าง ให้กับข้าด้วยเถิด...
*** แว้ป ๆๆๆ ฟู่ ๆๆๆ *** ทันใดนั้น...พลังแห่งแสงสว่างก็ได้ตอบรับคำปฏิญาณของแบล็คการุรุมอน โดยมันเริ่มแบ่งก้อนพลังเล็ก ๆ ก้อนหนึ่งออกมา ซึ่งพอแบล็คการุรุมอนเห็น เขาก็ค่อย ๆ หลับตาลงแล้วปล่อยให้พลังก้อนเล็ก ๆ ก้อนนั้นได้ลอยเข้าไปในร่างของเขาอย่างช้า ๆ ช้า ๆ *** แว้ป ๆๆๆ...แว้ป ๆๆๆ ฟู่....*** อึก...อืมมม... จนสุดท้ายพลังแห่งแสงสว่างก็ได้ฝังเข้าไปในร่างแห่งความมืดของเขาหมดทั้งก้อน...
อึก...กึก...อะ อาาา แบล็คการุรุมอนใช้เวลาในการปรับตัวของเขาอยู่สักพัก แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความสบายใจ เมื่องานของเขาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีอย่างไม่มีปัญหา และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่จะนำพลังแห่งแสงสว่างกลับไปได้ซะที ฮึ ๆๆ เอาล่ะ...เพื่อนายท่าน เขาสะแหยะยิ้มหัวเราะออกมาแล้วเริ่มเดินหันหลังกลับเข้าประตูมิติไป...
***************************
แฮ่ก ๆๆ...หวา ทางตันอ่ะ!! กิลมอนตะลึงงังเมื่อเขาวิ่งนำทุกคนมาจนถึงห้องหนึ่งที่มีแต่กำแพง ทั้ง ๆ ที่เซราฟิมอนก็เป็นคนชี้ทางให้เขาเองด้วยซ้ำ...มันจะต้องมีอะไรบางอย่างผิดปกติแน่ ๆ เซราฟิมอน ไหงทำไมถึงเป็นอย่างนี้ล่ะ...ทางนี้เป็นทางที่บอกให้พวกเรามานี่ครับ...
กาโอกามอนเดินเข้าไปดูตรงกำแพงแล้วเริ่มคิด หรือว่า...มันจะเป็นทางลวง... เขาพูดแล้วหันไปมองดูรอบ ๆ ตัวด้วยความระมัดระวัง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีอะไร
เอ...แปลกมาก...เรารู้สึกได้จริง ๆ นะว่า ทางนี้คือทางออก... เซราฟิมอนรู้สึกสงสัยแล้วพยายามนึกว่ามีตรงไหนผิดพลาดหรือเปล่า ซึ่งในระหว่างนั้นเองก็มีบางอย่างค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตรงกำแพงนั้น
*** ครืด ๆๆ แว้ป ๆๆๆ...วู้ป ๆๆๆ ***
อ๊ะ พวกเราดูนั่นสิ... กิลมอนอุทานแล้วชี้ไปยังตรงจุดนั้น เพื่อให้คนอื่น ๆ หันกลับมาดู
หืม...ประตูมิติ กาโอกามอนพูดแล้วเดินถอยห่างออกมาเล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เขาถูกดูดเข้าไปโดยที่ไม่รู้ตัว
ใช่แล้ว...ประตูมิติจริง ๆ ด้วย... เซราฟิมอนพยักหน้ารู้สึกโล่งใจ เพราะอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้พากาโอกามอนกับกิลมอนหลงทาง และถึงแม้ว่าประตูมิติจะปรากฏออกมาจากไหน ปรากฏออกมาได้อย่างไร ตอนนี้เขาไม่สนใจแล้ว...สิ่งเดียวที่เขาต้องการต่อจากนี้คือ พาทุกคนหนีผ่านประตูมิติกลับไปยังเกาะไฟล์ให้ได้ เอาล่ะ พวกเราอย่าเสียเวลาเลย...รีบไปกันเถอะ
กาโอกามอนรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง จึงรีบถามเซราฟิมอนก่อนเพื่อความแน่ใจ เดี๋ยวก่อน เซราฟิมอน...แล้วพวกเราจะรู้ได้ยังล่ะ ว่าประตูนี้จะพาเรากลับไปยังเกาะไฟล์จริง ๆ
อืม งั้นเดี๋ยวเราจะสำรวจให้ก่อนล่ะกัน เซราฟิมอนเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าประตูมิติ แล้วค่อย ๆ แหย่มือข้างหนึ่งผ่านวงแหวนที่หมุนไปมาอย่างน่าฉงนนั้นเข้าไป โดยในจังหวะเดียวกันนั้น เขาก็เริ่มใช้พลังที่มีอยู่ในตัวเพื่อสำรวจสิ่งที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูมิติบานนี้ ซึ่งมันก็ได้ปรากฏออกมาเป็นภาพนิมิตในหัวของเขา...ภาพของเกาะไฟล์และภูเขามุเก็นเมาท์เทนต์ที่ค่อย ๆ ปรากฏออกมาจนเขาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน อืมมม...เป็นเกาะไฟล์แน่นอน กาโอกามอน...ไม่ต้องห่วง
กิลมอนได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจมากจนเขาอยากจะกระโดดเข้าประตูไปในวินาทีนั้นเลยจริง ๆ จริงหรอ...งั้นก็ดีเลย...พวกเรารีบไปกันเถอะ...ฉันคิดถึงบ้านจะแย่อยู่แล้ว
กาโอกามอนถอนหายใจแล้วหันกลับไปมองยังทางเดินที่เขาเข้ามา โดยในใจของเขาก็นึกเป็นห่วงการุรุมอนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก การุรุมอน...
เซราฟิมอนสังเกตุเห็นว่ากาโอกามอนมีอาการกังวลอีกครั้ง เขาจึงหันไปพูดปลอบเพื่อให้กาโอกามอนรู้สึกดีขึ้น อืม กาโอกามอน...ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก...พวกมันไม่ทำอะไรการุรุมอนแน่ ๆ เขาหันไปมองตรงทางเดินที่เขาเข้ามาแล้วพูดต่อ อย่าลืมสิว่าตอนนี้ การุรุมอนมีพลังแห่งเทพอยู่ในตัว...เขาไม่มีทางเป็นอะไรไปได้ง่าย ๆ หรอก
อืม แต่ยังไงซะ มันก็น่าเป็นห่วงอยู่ดี...
กิลมอนเห็นว่ากาโอกามอนยังคงวิตกอยู่ เขาเลยเดินเข้าไปคุยบ้าง กาโอกามอน...ฉันเข้าใจนะว่านายเป็นห่วงการุรุมอน...พวกเราเองก็เป็นห่วงเหมือนกัน เขาพูดแล้วลูบหลังเพื่อนของเขาเล็กน้อย แต่ว่าตอนนี้ เรายังช่วยอะไรเขาไม่ได้อย่างที่บอกนั่นแหละ...เพราะฉะนั้นน่ะ เราควรที่จะกลับไปวางแผนกันก่อน...พอได้วิธีที่จะช่วยการุรุมอนได้แล้ว เราค่อยกลับมาก็ยังไม่สายนะ...
คำพูดของกิลมอนก็มีเหตุผลพอ ๆ กับเซราฟิมอน ซึ่งมันก็ทำให้กาโอกามอนทำใจได้ในที่สุด เอาล่ะ...เอางั้นก็ได้
เซราฟิมอนพยักหน้าแล้วเปิดทางให้พวกกิลมอนได้ไปก่อน โดยเขาจะคอยดูความเรียบร้อยเอาไว้ให้ เผื่อว่าจะมีใครโผล่ออกมาจู่โจม พวกเธอรีบเข้าไปกันก่อน เดี๋ยวเราจะตามไป
โอเค...เอาล่ะ แล้วเจอกันนะทุกคน กิลมอนจับพัลมอนบนหลังเอาไว้แน่น ๆ แล้วทันใดนั้นก็กระโดดเข้าไปในห้วงมิติอย่างรวดเร็ว *** ฟึ่บ...แว้ป ๆๆๆ ***
เอาล่ะ ฉันล่ะนะ...ฮึ้บ... *** แว้ป ๆๆ ฟู่ ***
เซราฟิมอนพอเห็นว่าทุกคนผ่านประตูไปกันได้หมดแล้ว เขาก็รีบกระโดดตามเข้าไปแบบกระชั้นชิด เอาล่ะ ฮึ้บ *** แว้ป ๆๆ ฟู่ ๆๆๆ...วิ้ง *** หลังจากที่เซราฟิมอนได้หายเข้าไปในห้วงมิติ ประตูบานนั้นก็เริ่มปิดลงไปโดยอัตโนมัติ ราวกับว่ามีคนสั่งมันยังไงยังนั้น
ฮึ ๆๆ...ไปกันซะทีนะ พวกเจ้า...แต่อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวพวกเราก็จะได้พบกันอีก...ฮึ ๆๆ ฮ่า ๆๆ
***************************
*** แว้ปปปป *** อึก...อือ... แสงสว่างจากเปลวเทียนดวงหนึ่งได้ส่องเข้ามากระทบกับใบหน้าของการุรุมอน ทำให้เขาค่อย ๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาจากเตียงนอนที่อยู่ในห้องห้องหนึ่งของปราสาทดีวา อืม ที่นี่...อุ๊ก!! อึก เขาพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่ง แต่เขาก็ต้องสะอึกอุทานด้วยความรู้สึกเจ็บแล้วเอนตัวกลับลงไปนอนอีกครั้ง รอยแผลที่ข้างลำตัวของเขาเริ่มที่จะปิดสนิทดี แต่ว่ามันก็ยังคงเผยให้เห็นเป็นรอยบาดแดง ๆ ที่พาดยาวไปตามข้างลำตัวของเขา
ที่นี่...มันคือที่ไหนกัน การุรุมอนพูดกับตัวเองด้วยเสียงที่อ่อนแรงเหมือนกับคนที่ยังเหนื่อย ๆ อยู่ ซึ่งก็แน่นอนว่า คงต้องใช้เวลาอีกหลายวัน กว่าข้อมูลของเขาจะกลับมาฟื้นตัวใหม่ได้อีกครั้ง
ฮืม เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง...
หืม... การุรุมอนหันไปมองทางประตูแล้วก็ได้เห็นดิจิมอนสุนัขป่าสีดำกำลังเดินเข้ามา พร้อมกับพลังแห่งความมืดที่ยังคงปกคลุมร่างของเขาอยู่ แก...นี่แกทำอะไรกับฉัน
ดิจิมอนสุนัขป่าถอนหายใจเล็กน้อยแล้วจึงค่อยพูด เฮ้อ นี่พวกเราจะพูดกันดี ๆ ไม่ได้เลยรึ...ข้าน่ะ อุตส่าห์ช่วยเจ้า...ยอมให้ทาสรับใช้ของข้า อดทนเข้าไปขอพลังแห่งแสงสว่าง เพื่อที่จะเอามารักษาเจ้าจนเจ้าฟื้นได้แล้วแท้ ๆ...นี่เจ้าไม่คิดที่จะเห็นความดีของข้าบ้างเลยรึ...
การุรุมอนหันไปมองดูรอยแผลของตัวเองแล้วก็รู้สึกว่าดิจิมอนสุนัขป่าพูดถูก...จริงด้วยสินะ...ถ้าพวกเขาลองคุยกันแบบใช้เหตุผลดู พวกเขาก็อาจจะสามารถยุติความรุนแรงและเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นอยู่นี้ได้ก็เป็นได้ อ่า...นี่แก...เป็นคนรักษาฉันเองรึ... เขากัดฟันทนเจ็บแล้วขยับตัวเล็กน้อย เพื่อให้ตัวเองได้หันมามองดิจิมอนสุนัขป่าได้ถนัดขึ้น อึก...โอ๊ย แต่ว่าคนที่ทำฉันคือแกเอง...เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ถือว่าเป็นบุญคุณหรอกนะ...
ฮึ ข้าก็ไม่ได้หวังว่าจะให้เจ้ามาตอบแทนบุญคุณของข้าอยู่แล้ว...และก็อีกอย่าง...ถึงแม้ว่าข้าจะไม่รักษาเจ้า เดี๋ยวพลังของผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างจะช่วยรักษาเจ้าให้ฟื้นตัวเอง...
งั้นเหตุผลที่แกมาช่วยฉันคืออะไรล่ะ...
ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำหัวเราะเล็กน้อยแล้วเดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ เตียงของการุรุมอน ฮึ ๆๆ ข้าน่ะ...อยากจะทำความเข้าใจอะไรบางอย่างกับเจ้าหน่อย...บางอย่างที่เจ้ายังไม่รู้ มันกำลังทำให้เจ้าเข้าใจข้าผิดเป็นอย่างมาก...เพราะฉะนั้นถึงเวลาที่ข้าจะต้องอธิบายให้เจ้าฟังซะที...
การุรุมอนรู้สึกสงสัยในคำพูดของดิจิมอนตนนั้น ประกอบกับความจริงที่ว่า ยังมีเรื่องอีกหลายเรื่องที่เขายังไม่รู้และเข้าใจนัก โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่างในร่างของเขา ฮืม...ก็ได้ ฉันจะยอมฟังแกอธิบายสักครั้งหนึ่งก็ได้ เขาถอนหายใจแล้วเอนตัวลงไปพักหลังบนหมอนใบใหญ่ พร้อมที่จะรับฟังคำอธิบาย เอาล่ะ...นายมีเรื่องอะไรที่อยากจะให้ฉันเข้าใจล่ะ...ไหนลองบอกมาสิ
ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำพยักหน้าแล้วเริ่มอธิบายให้การุรุมอนฟัง การุรุมอน...เจ้ารู้ไหมว่า การที่เราจะเป็นผู้ปกป้องชาวเมืองที่ดีได้...เราจะต้องทำอย่างไร...
การุรุมอนคิดเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ ตอบ ก็ต้องมีความเข้มแข็ง และต่อสู้อย่างกล้าหาญเวลาที่มีภัยมาถึงเมือง...มีความสังเกตและหมั่นคอยระวังภัยให้กับชาวเมืองไม่ว่าจะเป็นยามสงบ...
ถูกต้อง...และเจ้ารู้ไหมว่า...กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วที่ข้ากับสหายของข้า...ต้องเหน็ดเหนื่อยและอดทนเพื่อปกป้องดิจิมอนทั้งหลายในดินแดนตะวันตกแห่งนี้...
การุรุมอนส่ายหน้า เรื่องนั้น...ฉันไม่รู้
ดิจิมอนสุนัขป่าก้มหน้าลงแล้วตอบออกมาด้วยความรู้สึกเศร้าเล็กน้อย หลายครั้งมากจนพวกเรานับไม่ได้เลย....ทุกครั้งที่มีดิจิมอนชั่วร้ายบุกเข้ามา...ข้า และ ชิโรคารุ...จะต้องเป็นผู้นำทัพออกศึกเข้าต่อกรกับดิจิมอนเหล่านั้น...พวกเรารู้สึกเหนื่อยใจ และอยากจะหาวิธีที่ทำให้บ้านเมืองของเราสงบสุขสักที...ดังนั้นเราจึงเริ่มทำการสำรวจว่า ที่มาของดิจิมอนชั่วร้ายพวกนี้ มันมาจากที่ไหน... เขาเดินไปที่หน้าต่างข้างเตียงแล้วนิ่งเงียบไปอยู่สักพักจนการุรุมอนรู้สึกแปลกใจจนต้องเอ่ยปากถามเอง
แล้วนายเจอไหมล่ะ ว่าที่นั่นคือที่ไหน...
ดิจิมอนสุนัขป่าหันมามองการุรุมอนแล้วพยักหน้าตอบ เจอสิ...แล้วมันคือที่ไหน เจ้ารู้ไหม... เขาเดินเข้ามาหาการุรุมอนอีกแล้วก็พูดต่อ มันก็คือ ดินแดนแห่งตะวันออก...
ดินแดน...แห่งตะวันออกอย่างนั้นเหรอ...
ใช่...และพวกเรายังรู้ว่า จุดกำเนิดของดิจิมอนชั่วร้ายพวกนั้นมันอยู่ที่ไหนของดินแดนตะวันออกอีกด้วย...
งั้นหรอ...แล้วมันคือที่ไหนล่ะ...
มันคือ...เกาะไฟล์ของเจ้านั่นแหละ!!
หา...ไม่จริงน่ะ!! การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจ เพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าบ้านเกิดของเขาคือต้นกำเนิดของดิจิมอนชั่วร้าย นายอย่ามาโกหกฉัน...เรื่องนั้นน่ะ...ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก...
ดิจิมอนสุนัขป่าส่ายหน้าแล้วถามการุรุมอนเพื่อให้การุรุมอนได้คิด ฮืม...แล้วเจ้าคิดว่า เจ้าอยู่บนโลกนี้มานานเท่าไหร่แล้วล่ะ...นานเป็นร้อย ๆ ปีเหมือนข้ารึไม่...นานพอที่เจ้าจะเห็นความเปลี่ยนแปลงของเกาะไฟล์มาก่อนหน้านั้นรึเปล่า...
การุรุมอนสะอึกคิดแล้วก็ก้มหน้าลง อึก เอ่อ...ไม่อ่ะ...
ฮึ ๆๆ ใช่ไหมล่ะ...และก็อีกอย่าง เจ้าเคยได้ยินคำพูดเหล่านี้ไหม...การเกิดโลกของดิจิมอน ทุกอย่างเริ่มขึ้นมาจากเกาะ...และเกาะก็จะเริ่มสร้างท้องทะเลกับแผ่นดินผืนใหญ่ตามมา...
การุรุมอนขยับตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วรู้สึกว่าตัวเองคุ้น ๆ กับประโยคเหล่านั้นจากที่ไหนมาก่อน...เขาจำได้ว่า เขาเคยเห็นมันถูกจารึกไว้ที่สถานที่แห่งหนึ่งบนเกาะไฟล์...คลับคล้ายคลับคลาว่า เป็นโบราณสถานที่อดีตมีเคนทอรุมอนคอยดูแลนั่นเอง อืม ใช่...มันคือคำจารึกที่อยู่ในโบราณสถานของเกาะไฟล์...
ถูกต้อง...และจากคำบอกเล่าเหล่านั้น เจ้ารู้ไหมว่า...ไม่ใช่แค่เพียงผืนดินและผืนน้ำเท่านั้นที่เกิดมาจากเกาะ...แต่นั่นมันหมายรวมถึงชีวิตของดิจิมอนทุกผู้ทุกตนด้วย...
การุรุมอนมองดิจิมอนแห่งความมืดตนนั้นโดยที่ไม่พูดอะไร โดยเขากำลังคิดว่า ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้นกำลังจะสื่อถึงอะไรบางอย่าง โดยเรื่องที่เขาเล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของเกาะไฟล์บ้านเกิดของเขาอยู่ด้วย ฉันก็พอรู้ว่าที่เกาะไฟล์มีเมืองแห่งการเริ่มต้นอยู่...ดิจิมอนทุกตนไม่ว่าจะเป็นดิจิมอนที่ดีหรือไม่ดี ย่อมเกิดมาจากที่นั่นทั้งนั้น... เขาพูดอธิบายและเริ่มแสดงความคิดเห็น แต่ฉันไม่คิดว่า เมืองแห่งการเริ่มต้นจะเป็นที่ที่สร้างดิจิมอนชั่วร้ายขนาดถึงปล่อยให้พวกมันไปบุกที่ดินแดนแห่งตะวันตกได้หรอกนะ...เมืองแห่งการเริ่มต้น เป็นสถานที่ที่ให้กำเนิดพวกดิจิมอนเฉย ๆ...ดังนั้นถ้าดิจิมอนตนใดเติบโตขึ้นและกลายเป็นดิจิมอนชั่วร้าย มันก็มาจากสาเหตุอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเมืองแห่งการเริ่มต้นเลย...
ดิจิมอนสุนัขป่าหัวเราะแล้วเดินขึ้นไปนั่งอยู่บนโซฟายาวที่อยู่อีกฟากหนึ่งของเตียง ฮึ ๆๆ เรื่องนั้นน่ะข้ารู้...แต่สิ่งที่ข้ากำลังจะบอก มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับเมืองแห่งการเริ่มต้นของเจ้าสักหน่อย...
เห...หมายความว่ายังไง
จริงอยู่ที่เมืองแห่งการเริ่มต้นคือ สถานที่เกิด...แต่เจ้ารู้ไหมว่า สถานที่ใดคือที่ที่ให้การเลี้ยงดู และให้การเติบโตแก่ดิจิมอนชั่วร้ายเหล่านั้น... เขาหลับตาลงแล้วเริ่มใช้พลังของเขาสร้างภาพจำลองของเกาะไฟล์ออกมาให้การุรุมอนได้เห็น *** แว้ป ๆๆๆ ฟึ่บ *** นี่คือเกาะไฟล์ และเจ้าลองดูนี่... เขาพูดแล้วชี้ไปที่เมืองแห่งการเริ่มต้นที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับภูเขามุเก็นเมาท์เทนต์ นี่คือเมืองแห่งการเริ่มต้น...และนี่คือ ภูเขามุเก็นเมาท์เทนต์....เจ้าลองมองดูสิ...มองดูให้ชัด ๆ
การุรุมอนขยับหน้าเข้าไปมองดูตรงจุดที่ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำชี้ โดยเขาก็ได้เห็นพลังอะไรบางอย่างเริ่มปรากฏขึ้นมีลักษณะเป็นก้อนกลม ๆ สีดำ ที่หมุนวนไปมาอยู่ในส่วนลึกที่สุดของภูเขา ห๊ะ...นั่นมันพลังอะไรกันน่ะ เขามองภาพต่อไปแล้วก็ได้เห็นดิจิมอนทารกตัวหนึ่ง ที่ออกมาจากป่าและกำลังคลานเข้าไปใกล้ ๆ กับตีนเขาลูกนั้น และทันใดนั้นเองก็มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นจนเขาต้องตกใจ *** แว้ป ๆๆๆ ครึก ๆๆ ฟู่ *** อะ...อะไรกันน่ะ...มะ...ไม่น่าเชื่อ
การุรุมอนอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อเขาเห็นดิจิมอนทารกที่ไร้เดียงสาตัวนั้น จู่ ๆ ก็ได้เปลี่ยนร่างกลายเป็นเดวิมอนที่ชั่วร้ายแล้วได้บินออกทะเลไป นี่มัน...หมายความว่ายังไงน่ะ เขาถามดิจิมอนสุนัขป่าด้วยรู้สึกไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เห็น เพราะตั้งแต่เกิดมา เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าดิจิมอนที่ชั่วร้ายจะได้รับพลังมาจากสิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวเขานี่เอง...มันก็คือ ภูเขามุเก็นเมาท์เทนต์...
ที่นี้เจ้าพอจะเข้าใจหรือยัง การุรุมอน...เกาะไฟล์คือจุดกำเนิดของทุก ๆ สิ่ง...และนั่นก็รวมถึงพลังแห่งความดีและความชั่วด้วย...พลังแห่งความดีก็จะมาจากจิตใต้สำนึกของดิจิมอนที่เกิดขึ้นมาอย่างบริสุทธิ์...ส่วนพลังแห่งความชั่วนั้น...มันจะเลือกดิจิมอนที่มีความเหมาะสมต่อการเจริญเติบโต...และเมื่อใดก็ตามที่ดิจิมอนตนนั้นได้เข้าไปใกล้ภูเขามุเกนเม็าท์เทนต์...เขาก็จะได้รับพลังแห่งความชั่วร้าย และก็กลายเป็นดิจิมอนแห่งความมืดในที่สุด...
อึก...มะ...ไม่น่าเชื่อ...พลังแห่งความชั่วร้ายที่แท้จริง อยู่ที่ภูเขามุเก็นเมาท์เทนต์นี่เองหรือเนี่ย การุรุมอนพูดออกมาด้วยความรู้สึกตกใจจนเขาทำอะไรไม่ถูกเลยหลังจากนั้น
และก็...หลังจากที่พวกเรารู้ถึงต้นกำเนิดของพลังแห่งความมืด...พวกเราก็พยายามวางแผนที่จะดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาเหล่านี้...แต่ว่ายังไม่ทันไร พวกเราก็ต้องมาพบกับปัญหาการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในดินแดนของเราเข้าซะก่อน...ซึ่งหลังจากที่ทุกอย่างจบลง...พวกเราก็ได้ใช้พลังออกไปจนหมดและก็ได้สูญสลายไป ไม่ได้ทันแก้ไขปัญหานี้...
การต่อสู้ของพวกนายที่ถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ใช่ไหม...
ใช่แล้ว... ดิจิมอนสุนัขป่าตอบแล้วก็ก้มหน้าถอนหายใจอีกครั้ง เฮ้อ...เจ้ารู้ไหมว่าก่อนหน้านั้นนะ ข้าก็เป็นดิจิมอนธรรมดา ๆ เหมือนกับเจ้านี่ละ...แต่ที่ข้าต้องกลายมาเป็นดิจิมอนแห่งความมืดนี้...เป็นเพราะว่าข้า...คือผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...เป็นผู้นำทัพที่ต้องใช้พลังแห่งความมืดร่วมกับแสงสว่าง เอาชนะเหล่าปีศาจที่มารุกรานดินแดนของเรา
อืม...งั้น ก็หมายความว่า...นายคือผู้ถูกเลือกให้สามารถใช้พลังแห่งความมืดได้ อย่างนั้นใช่ไหม การุรุมอนเอ่ยปากถามเมื่อเขาเริ่มรู้สึกสนใจกับเรื่องราวที่ดิจิมอนสุนัขป่าตนนี้เล่ามากขึ้น ๆ มันทำให้เขาได้รู้ในสิ่งที่เขายังไม่เคยรู้มาก่อน ทั้งในอดีตเมื่อหลายร้อยปีมาแล้ว กับปัจจุบันที่มีแนวโน้มกำลังจะกลับไปเป็นเหมือนเหตุการณ์ในอดีต...
ใช่...และข้าเดาไม่ผิด...เจ้าคงคิดว่าข้า เป็นดิจิมอนที่เลวเหมือนกับดิจิมอนตัวอื่น ๆ...แต่ว่าไม่ใช่....ข้าไม่ได้เลวเพราะถูกเลี้ยงมาด้วยพลังแห่งความมืด...ในอดีตก่อนที่ข้าจะเสียพลังไปนั้น...ข้าก็เป็นแค่ดิจิมอนที่สามารถใช้พลังแห่งความมืดได้เพียงอย่างเดียว...และนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าข้าน่ะจะถูกพลังแห่งความมืดครอบงำ...จงรู้เอาไว้ซะ
การุรุมอนสังเกตเห็นว่าดิจิมอนสุนัขป่าแสดงความไม่พอใจอะไรบางอย่างออกมาเล็กน้อย ซึ่งเขาก็พอจะเดาออกว่ามันเกิดมาจากอะไร ในตอนนั้นนาย...คงจะรู้สึกแย่มากเลยล่ะสินะ ถ้าชาวเมืองมองเห็นว่านายเป็นคนที่ไม่ดี...ทั้ง ๆ ที่นายก็อุตส่าห์มุ่งมั่นที่จะปกป้องพวกเขา...
*** ผัวะ!! เคร้ง ๆๆๆ *** เสียงของภาชนะถ้วยชามต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่บนโต๊ะใกล้ ๆ กับโซฟา ถูกดิจิมอนสุนัขป่าฟาดจนหล่นลงมากระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้น...คำพูดของการุรุมอนนั้น มันเหมือนกับคมหอกคมดาบที่แทงเข้าไปข้างในจิตใจของเขาจนทนไม่ได้ที่จะต้องระบายออกมาด้วยการกระทำ ฮึ...ใช่!!...พวกชาวบ้าน!!...ไม่เคยเห็นว่าข้าจะเป็นคนดีเลยสักนิด...พวกมัน...เอาแต่มองคนจากเปลือกนอกเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแหละ...มันบ้าจริง ๆ เลย!!
...เอ่อ...ฉันเข้าใจความรู้สึกของนายนะ... การุรุมอนเริ่มรู้สึกเห็นอกเห็นใจดิจิมอนสุนัขป่าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก แต่ว่าเขาก็ยังสงสัยกับสิ่งที่ดิจิมอนตนนี้ได้ทำกับเขาและเพื่อน ๆ ของเขาอยู่ แต่ว่า ทำไมนายถึงต้องทำขนาดนี้ด้วยล่ะ...แค่ถูกคนรังเกียจ นายถึงกับต้องทำร้ายทุกคนเลยรึ...
ดิจิมอนสุนัขป่าเงยหน้ามองการุรุมอนแล้วตอบ ทำร้าย...เจ้าคิดว่า ข้ากำลังที่จะทำร้ายดิจิมอนตนอื่น ๆ อย่างนั้นรึ...คิดว่า ข้าน่ะกำลังวางแผนที่จะทำลายโลก หรือว่ายึดครองโลกอย่างนั้นรึ... เขาถามแล้วส่ายหน้าด้วยความรู้สึกผิดหวัง เฮ้อ...เจ้าเองก็มองข้าไม่ต่างกับคนอื่น ๆ มองเลยสักนิด...แค่เห็นว่า ข้าเป็นดิจิมอนแห่งความมืด...พาคนอื่น ๆ มาขังไว้ในปราสาท...ทำร้ายเจ้า และ รักษาเจ้าให้อาการดีขึ้นถึงขนาดนี้...เจ้าก็สรุปเอาในใจเลยว่า ข้าคือ ดิจิมอนที่ชั่วร้าย...เฮอะ น่าผิดหวังซะจริง ๆ...
หือ...หมายความว่ายังไงน่ะ
เอาล่ะ...งั้นข้าจะอธิบายให้เจ้าได้เข้าใจซะที....ฟังข้าให้ชัด ๆ นะ การุรุมอน ดิจิมอนสุนัขป่ามองออกไปที่หน้าต่างแล้วหันกลับมามองการุรุมอนอีกครั้ง ที่ข้าต้องจับดิจิมอนเกาะไฟล์ทุกตัวมาไว้ที่ดินแดนแห่งตะวันตกนั้น ก็เป็นเพราะว่า...ข้าต้องการพาพวกเขาให้มาอยู่ที่ดินแดนตะวันตกไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว...และถ้ามีความจำเป็นที่ต้องใช้กำลังบังคับ ข้าก็ต้องทำเพื่อความปลอดภัยของพวกเขาและชาวบ้านในแถบตะวันตก...
การุรุมอนได้ยินคำอธิบายเหล่านั้นแล้วรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก...นี่มันหมายความยังไงกัน...ตั้งแต่แรกเริ่มที่เพื่อน ๆ ของเขาถูกจับตัวมา...การต่อสู้ที่พวกเขาพยายามกันมาแทบตาย เพื่อช่วยเหลือเพื่อนของพวกเขานี้...กลับกลายเป็นว่า...นี่เขา เข้าใจเรื่องทุกอย่างผิดหมดเลยอย่างนั้นหรือเนี่ย นี่มันอะไรกัน...นายพูดอะไรของนาย ฉันไม่เข้าใจ... เขาโวยวายเล็กน้อยแล้วขยับตัวทำท่าที่จะลงมาจากเตียง แต่ว่าความเจ็บปวดที่มาจากรอยแผลของเขาทำให้เขาต้องสะดุ้งแล้วขยับลงไปนอนหมอบอีกครั้ง อึก อะ...นายกำลังจะบอกว่า...ทั้งหมดที่นายทำ คือ...ต้องการช่วยทุกคนให้มาอยู่ในที่ปลอดภัยอย่างนั้นรึ...
ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำพยักหน้าแล้วตอบ ใช่...
แล้วอะไรที่นายว่า ไม่ปลอดภัย... การุรุมอนถามด้วยความสงสัยและพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เขาเพิ่งจะรู้ และก็ทำไม นายถึงต้องเข้ามาช่วยพวกเราด้วย...นายคือ เทพแห่งดินแดนตะวันตก...ทำไมถึงต้องมาช่วยดิจิมอนที่อยู่ในดินแดนแห่งตะวันออกล่ะ...
ดิจิมอนสุนัขป่าหลับตานิ่งเงียบอยู่สักพักแล้วเริ่มบอกสาเหตุที่แท้จริงออกมา ก็เพราะว่า ข้า...ผู้นำทัพแห่งกองกำลังสีดำ...ได้ตัดสินใจร่วมกับดิจิมอนทั้งหมดในดินแดนแห่งตะวันตกแล้ว...พวกเรา...จะยกทัพมาบุกที่เกาะไฟล์ และทำลายมันซะให้สิ้นซาก...
หา....อะ...อะไรนะ!!
To be continued