Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part XX-I : The best memory, The best way to help everyone  -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

ณ เกาะไฟล์ ที่ตั้งอยู่ในดินแดนแห่งทิศตะวันออก...สถานที่แห่งนั้น  หลังจากเกิดเหตุการณ์การขับไล่ดิจิมอนที่ชั่วร้ายออกไป  ดิจิมอนต่าง ๆ ที่รอดชีวิตก็เริ่มหันมาซ่อมแซมบ้านเรือน  รวมทั้งอาคารต่าง ๆ ที่อยู่ในเมืองจนกลับมาใช้การได้เหมือนปกติ  ด้วยการควบคุมดูแลของแองเจวูมอนและคนอื่น ๆ ที่การุรุมอนได้ฝากฝังเอาไว้  ซึ่งพวกเขาทั้งหมดก็ตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันทำงานจนกระทั่งทุกอย่างทำเสร็จไปได้มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว

 

“ฮืมม ป่านนี้ พวกการุรุมอนจะเป็นยังไงกันบ้างนะ” แองเจวูมอนนั่งคิดอยู่บนหลังคาสำนักงานของเซราฟิมอนที่เพิ่งซ่อมใหม่  และสักพักเธอก็ได้ยินพวกอากุมอนวิ่งเข้ามาเรียกเธอให้กลับลงมาฟังอะไรบางอย่าง

 

“แองเจวูมอน...ลงมาทางนี้เถอะ” อากุมอนโบกมือเรียก

 

“หือ มีอะไรหรือ อากุมอน”

 

“พวกกาโอกามอน กับ เซราฟิมอน กลับมากันแล้ว!!...เรารีบไปดูกันเถอะ”

 

“ห๊ะ...เซราฟิมอนกลับมาแล้ว...เป็นความจริงหรือนี่” เธอพูดด้วยความดีใจและรีบกระโดดลงไปหา  โดยบอกให้อากุมอนนำทางไปอย่างรวดเร็ว “อยู่ที่ไหนกันล่ะ...พาฉันไปหน่อย”

 

“ทางนี้เลย”

 

อากุมอนรีบพาแองเจวูมอนไปตรงจุดที่ประตูมิติได้เปิดออก  และตรงนั้นเองก็มีเซราฟิมอน  กาโอกามอน  และกิลมอนที่แบกพัลมอนอยู่บนหลังได้กระโดดออกมา  ท่ามกลางพวกเพื่อน ๆ ของเขาที่เข้ามาห้อมล้อมรอต้อนรับกันอย่างเหนียวแน่น

 

*** แว้ป ๆๆๆ...ฟึ่บ...ฟึ่บ...ฟึ่บ *** “...ฮึ้บ...” “...ชึ้บ...” “...อา...”

 

“ฮ้าา กาโอกามอน...เซราฟิมอน...กิลมอน...พัลมอน!!” ทุกคนต่างเอ่ยขึ้นพร้อม ๆ กันด้วยความดีใจที่เห็นสมาชิกของพวกเขาได้ทะยอยกันกลับมาอย่างปลอดภัย  โดยต่างคนต่างก็วิ่งเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกิลมอน กับ กาโอกามอนอย่างมีความสุข  ในขณะที่เซราฟิมอนนั้นก็เดินไปหาแองเจวูมอนเพื่อรับการทำความเคารพจากเธอ

 

“ยินดีต้อนรับกลับค่ะ เซราฟิมอน”

 

“อืม...เราได้ยินเรื่องของพวกเธอจากกาโอกามอนแล้วล่ะ  ต้องขอบคุณมากเลยนะที่ช่วยดูแลเกาะไฟล์ให้ ในระหว่างที่เราไม่อยู่”

 

“ไม่เป็นไรมิได้ค่ะ...เกาะไฟล์ก็เป็นบ้านของพวกเรา  พวกเราก็มีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องเช่นเดียวกัน”

 

เซราฟิมอนพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าไปในสำนักงานของตัวเอง  เพื่อพบปะกับไนท์มอนและดิจิมอนชาวเมืองทั้งหลายที่รอกันอยู่อย่างใจจดใจจ่อ  ส่วนพวกอากุมอนไม่ได้สนใจตรงจุดนั้นมากนัก  เพราะตอนนี้เพื่อน ๆ ของพวกเขาสำคัญกว่า...

 

“กิลมอน...แล้ว การุรุมอนล่ะ...การุรุมอนเขาอยู่ไหน” อากุมอนเอ่ยถาม

 

“เอ่อ คือ...การุรุมอน เขา...” กิลมอนถึงกับพูดไม่ได้ตอบไม่ถูกเมื่อเจอคำถามนี้  เขาจึงหันไปมองกาโอกามอนเผื่อว่าเพื่อนเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง  แต่ดูเหมือนว่ากาโอกามอนจะนิ่งเงียบแล้วก้มหน้าลงไม่พูดอะไร  เขาเลยพูดกลับออกไปโดยไม่ทันคิด “เอ่อ เอ่อ...การุรุมอน เขา...เขามีปัญหานิดหน่อยน่ะ...พอทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว  เขาก็จะตามมาเองนะ”  เขาไม่มีทางเลือกที่ต้องพูดโกหกออกไปก่อน  เพราะยังไงซะ  เขาก็ไม่อยากให้เพื่อน ๆ ของเขารู้สึกเป็นกังวลกันไปหมด

 

“อ้อ งั้นหรอ...แล้วนี่พัลมอน...พัลมอนเขาเป็นอะไรไปน่ะ” อากุมอนพยักหน้าแล้วถามต่อ

 

กิลมอนค่อย ๆ อุ้มพัลมอนลงมานั่งพิงกับหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งแล้วหันมาตอบด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล  “พัลมอนเขา...ถูกศัตรูหลอกใช้ให้มาสู้กับฉัน...ฉันไม่มีทางเลือก เลยต้องทำให้เขาสลบน่ะ...แต่ว่า” เขาพูดแล้วหันไปมองพัลมอนอีกตรั้ง  “สงสัยฉันจะทำกับเขาแรงไปหน่อย...เลยสลบไม่ฟื้นเลย”

 

โกมามอนได้ยินเช่นนั้นจึงรีบเดินเข้ามาดูอาการ “ไหน ๆ ขอฉันดูหน่อยนะ” เขาเอามือข้างหนึ่งแตะตรงหน้าผากของพัลมอนแล้วพยักหน้า  เหมือนกับว่าเขาสามารถบอกอาการป่วยของเพื่อนได้ “อืม...ดูเหมือนว่าจะมีใข้สูงอ่ะนะ...นายคงไม่ได้พ่นไฟใส่ดิจิมอนธาตุไม้อย่างเธอเข้านะ กิลมอน”

 

“อะ เอ๋อ” กิลมอนสะดุ้งแล้วนึกย้อนกลับไป “เอ่อ...ก็...ก็มีนิดหน่อยอ่ะ โกมามอน...แต่จะให้ฉันทำยังไงได้เล่า”

 

โกมามอนถอนหายใจแล้วส่ายหน้า “เฮ้อ...นายน่าจะดีใจนะ ที่พัลมอนไม่สลายร่างไปเพราะโดนไฟเผาตายอ่ะ...ยังไงซะ พวกเรามาช่วยฉันพาพัลมอนไปโรงพยาบาลก่อนซิ”

 

พวกอากุมอนได้ยินเช่นนั้นก็รีบเข้ามาพยุงพัลมอนแล้วพากันไปส่งที่โรงพยาบาลในเมือง  เหลือแต่กิลมอนกับกาโอกามอนที่ยืนอยู่ตรงนั้น

 

“อืม นี่กาโอกามอน...”

 

“หือ...” กาโอกามอนหันมามองกิลมอน

 

“ต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น...นายพอจะเดาออกไหม”

 

กาโอกามอนส่ายหน้าแล้วก้มหน้าลง “อืม ฉันเองไม่รู้หรอก กิลมอน...” เขาพูดแล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย “เฮ้อ...แต่ที่แน่ ๆ นะ...ฉันรู้สึกว่า เรื่องราวต่าง ๆ มันจะยังไม่จบลงง่าย ๆ น่ะสิ...และก็กลัวว่า อีกไม่นาน...มันอาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นอีก...ซึ่งคราวนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ ซะด้วย”

 

กิลมอนทำหน้าตาสงสัยแล้วเกาหัวตัวเอง “เห...เรื่องที่ใหญ่กว่านี้อีกหรอ...”

 

************** ณ ปราสาทของผู้กุมกุญแจแห่งความมืด **************

 

“ทำลายเกาะไฟล์...นี่ถึงขนาดต้องทำลายกันเลยหรือเนี่ย” การุรุมอนพูดออกมาด้วยความตกใจ  เมื่อสิ่งที่เขาได้ยินนั้น  มันทำให้เขานึกถึงสภาพบ้านเกิดของตัวเองที่รกร้างและกำลังจะถูกทำให้อันตธานหายสาบสูญไป  “อึก...ไม่ได้นะ...ยังไง นายก็ทำลายเกาะไฟล์ไม่ได้นะ...นั่นมันหมายถึง  เกาะทั้งเกาะ...บ้านเมืองเป็นร้อย...ชาวเมืองเป็นพัน...สถานที่ต่าง ๆ ที่พวกเราได้สร้างขึ้นมา...ทั้งหมดนั่น จะต้องหายไปอย่างนั้นหรือ!!”

 

ดิจิมอนสุนัขป่ายืนนิ่งอยู่สักพักแล้วถามการุรุมอนต่อ “แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร...ดินแดนของข้าต้องถูกทำลายมาอย่างต่อเนื่อง  ก็เพราะเกาะไฟล์ของเจ้า...จะให้ข้าละเว้นเอาไว้อย่างนั้นรึ...”

 

“มันก็...มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก...” การุรุมอนก้มหน้าลงแล้วตอบออกมาด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจ

 

“งั้นข้าจะเสนออะไรบางอย่างให้กับเจ้า...บางทีเจ้าอาจจะตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้นก็ได้” ดิจิมอนสุนัขป่าเดินเข้ามาหาการุรุมอนในระยะกระชั้นชิด  ซึ่งพลังแห่งความมืดที่ยังคงลอยไปลอยมา  ทำให้การุรุมอนอดระแวงไม่ได้  แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่ในช่วงเวลาที่เจรจากันอยู่ก็ตาม “ขะ...ข้อเสนอเรอะ...ข้อเสนออะไรของนาย”

 

ดิจิมอนสุนัขป่ามองหน้าการุรุมอนและก็เริ่มพูดออกมา “...เจ้า...ก็มาร่วมมือกับข้าสิ...มาเป็นคนคอยแนะนำว่า ข้าควรจะดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้เดือดร้อนบ้านเมืองของเจ้า...เจ้าจะเอาไหมล่ะ...”

 

การุรุมอนรู้สึกตกใจกับข้อเสนอของดิจิมอนตัวนั้นแล้วได้กระเถิบห่างออกมาด้วยความไม่ไว้วางใจ  “ร่วมมือ...กับนายนั่นนะหรือ...คือ...เอ่อ” การุรุมอนเริ่มคิดพิจารณากับข้อเสนอดังกล่าว  โดยคราวนี้มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปจากที่เขาได้คาดเดาเอาไว้  จากเดิมที่เขาเคยคิดว่า  เขาคงจะถูกหลอกใช้ให้ไปเป็นพวกเดียวกันกับดิจิมอนตนนั้น  เพื่อทำลายล้างโลก หรือครอบครองโลก...มันกลับกลายเป็นว่า  เขากำลังถูกชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มกับดิจิมอนตนนั้น  เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาระหว่างดินแดนแห่งทิศตะวันตกกับดินแดนแห่งทิศตะวันออก...เกาะไฟล์ที่เป็นบ้านเกิดของเขาและเพื่อน ๆ ของเขานั่นเอง...มันมีอะไรหลายอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขา  จนเขาเริ่มรู้สึกสับสนและไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลยในตอนนี้...ถ้าเขาไปร่วมมือกับดิจิมอนสุนัขป่าสีดำ...อะไรจะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น...และถ้าพวกเพื่อน ๆ ของเขารู้  พวกเขาจะว่ายังไงกัน

 

“เอ่อ...อืม ฮึ่ม โธ่เอ้ย...ฉันยังให้คำตอบอะไรกับนายไม่ได้หรอก...ขอเวลาฉันหน่อยได้ไหม”  การุรุมอนเอาเท้าหน้ากุมขมับแล้วส่ายหน้าไปมาด้วยความรู้สึกมึนงง

 

“อืม...เอาอย่างนั้นก็ได้...” ดิจิมอนสุนัขป่าพยักหน้าแล้วหันหลับกลับออกไปที่ประตูทางเดิน  “ถ้าเจ้าได้คำตอบเมื่อใด...มาหาข้าได้ทุกเมื่อนะ” เขาพูดแล้วหันกลับมามองหน้าการุรุมอนด้วยสายตาที่เย็นชา “...หวังว่าเจ้าคงจะฉลาดพอ...ที่จะรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำนะ...การุรุมอน...” *** แอ้ดดดด ปึ้ง!! ***

 

***************************

 

หลังจากที่พวกอากุมอนส่งพัลมอนเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล  เซราฟิมอนจึงได้มีประกาศขอให้ชาวเมืองดิจิมอนทุกคนเข้ามารวมตัวกันที่ห้องประชุมในสำนักงาน  เพื่ออธิบายเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น  รวมทั้งเรื่องราวการปรากฏตัวของดิจิมอนปริศนาที่พวกเขาได้ไปเจอมา  โดยในระหว่างที่เขาเล่าเรื่องไปนั้น  เขาก็สังเกตเห็นสีหน้าของดิจิมอนแต่ละคนเริ่มออกอาการวิตกกังวลกันเป็นอย่างมาก

 

“เอ่อ เซราฟิมอนครับ” โกมามอนปีนขึ้นมาเกาะหัวอากุมอนแล้วยกมือขึ้นถามด้วยความรู้สึกสงสัยในอะไรบางอย่าง

 

เซราฟิมอนหันมามองโกมามอนแล้วพยักหน้า “มีอะไรหรือ โกมามอน”

 

“คือว่า ผมมีเรื่องสงสัยอ่ะครับ...คือว่าตอนนี้ การุรุมอน ปาตามอน  และเพื่อนบางคนของเรายังไม่ได้กลับมากันเลย...เซราฟิมอนคิดว่า พวกเขาจะกลับมากันได้ไหมครับ...แล้วก็เราจะมีวิธีที่เดินทางไปช่วยพวกเขาได้หรือเปล่า”

 

ด้วยคำถามของโกมามอน  ทำให้เซราฟิมอนหันไปมองกาโอกามอนกับกิลมอนที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง  โดยเขาเห็นทั้งสองพยักหน้าให้สัญญาณอะไรบางอย่าง  เขาก็เข้าใจและเริ่มพูดตอบออกมา  “อืม คือตอนนี้ ทั้งปาตามอนและคนอื่นที่ยังติดอยู่ในปราสาทดีวา...การุรุมอนเขาขออาสา และรับปากที่จะช่วยพามาให้เอง...ดังนั้นพวกเราไม่ต้องกังวลไปกันนะ”

 

เซราฟิมอนเขาไม่อยากเชื่อว่าเขากำลังพูดโกหก...แต่เพื่อไม่ให้เหล่าดิจิมอนทั้งหลายแตกตื่นขวัญผวา  เขาจึงจำเป็นที่ต้องพูดแบบนั้นออกไป  “ส่วนสถานการณ์ตอนนี้  เราก็ต้องขอบอกว่า...ยังคงไม่สงบดีนัก  จึงขอให้พวกเราทุกคนคอยสอดส่องดูแลสถานที่ต่าง ๆ เอาไว้...ถ้าพวกเราพบเห็นสิ่งผิดปกติอันใด  ขอให้รีบมาบอกเราได้โดยทันที...เพราะมีความเป็นไปได้ว่า พวกศัตรูอาจจะหวนกลับมารุกรานบ้านเมืองของพวกเราได้อีกครั้ง...”

 

หลังจากที่เซราฟิมอนได้ประกาศเตือนเสร็จ  เขาก็เห็นว่าแต่ละคนพยักหน้าและยอมปฏิบัติตามอย่างโดยดี  ซึ่งอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวกันออกมาให้เห็น  เพราะพวกเขาต่างก็คิดว่า  ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  เกาะไฟล์ก็คือ  บ้านของพวกเขา  ถ้าพวกเขาไม่ต่อสู้  พวกเขาก็จะไม่มีบ้านอยู่อย่างแน่นอน

 

“เอาล่ะ ทั้งหมดก็มีแต่เพียงเท่านี้...ขอให้ทุกคนระวังตัวเอาไว้ให้มาก ๆ ด้วยล่ะ” เซราฟิมอนกล่าวปิดประชุมแล้วปล่อยให้ดิจิมอนตนอื่น ๆ ได้สนทนากันตามอัธยาศัย  โดยส่วนตัวของเขาเลือกที่จะมาหากาโอกามอน กับ กิลมอน  เพื่อขอเวลาปรึกษาอะไรบางอย่างเป็นการส่วนตัว

 

“กาโอกามอน กิลมอน...พบเราที่ห้องทำงานหน่อยนะ”

 

กาโอกามอน กับ กิลมอน พยักหน้าตอบแล้วเดินตามเข้าไปในห้องของเซราฟิมอน  โดยต่างคนก็พอจะทราบว่าเซราฟิมอนอยากจะหารือกับพวกเขาเรื่องอะไรกัน

 

“เรื่องของการุรุมอนใช่ไหมครับ...” กาโอกามอนเริ่มพูดหลังจากที่ประตูห้องได้ปิดลง

 

“อืม...ใช่” เซราฟิมอนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ของเขาแล้วเท้าคางด้วยความกลุ้มใจ “ตอนนี้เพื่อน ๆ ของพวกเรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการุรุมอน...เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้ เราจะต้องหาทางช่วยพาเขากลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด...รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่เปลี่ยนใจไปอยู่ฝ่ายศัตรูเหล่านั้นด้วย”

 

กิลมอนกอดอกคิดแล้วเริ่มแสดงความคิดเห็นออกมา “ปัญหาคือว่า พวกเราจะกลับไปได้ยังไงล่ะครับ...และอีกอย่าง จะช่วยพวกเขาออกมาได้ยังไงอีกด้วย...แค่สองปัญหานี้แหละที่ผมยังคิดหาทางแก้ไม่ออก” เขาพูดแล้วถามเซราฟิมอนเพิ่มเติม   “ผมเองไม่เข้าใจน่ะครับ  ว่าทำไมพวกเราบางคนถึงได้ย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้าม...ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้สึกแปลกใจกับการกระทำของเขาเลยนะ...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็ยังมีสติ  แถมยังสามารถตอบโต้ศัตรูได้เหมือนพวกเราซะด้วยซ้ำ”

 

เซราฟิมอนถอนหายใจแล้วตอบ  “เรื่องนั้นน่ะ...มันซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเห็นได้จากภายนอกน่ะสิ กิลมอน”

 

“เรื่องที่ซับซ้อนอย่างนั้นหรือ...” กาโอกามอนพูดกับตัวเองแล้วหันไปมองทางหน้าต่าง “เรื่องที่ซับซ้อน...เกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น...”

 

***************************

 

“เอ่อ...มีใครอยู่แถวนี้ไหม” การุรุมอนตะโกนออกไปข้างนอกห้องของเขา  ซึ่งไม่นานนั้นเองก็มีดิจิมอนกระต่ายสีเทาตนหนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วก้มหน้าลงเพื่อทำความเคารพเขา

 

“ผม กาซิมอน...ยินดีรับใช้ ท่านชิโรคารุครับ”

 

การุรุมอนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย  เพราะเขาไม่คิดว่าสถานที่แห่งนี้จะมีการบริการที่ดีให้กับเขา  ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งจะต่อสู้กับเจ้าของสถานที่แห่งนี้ไปจนได้รับบาดเจ็บ   แต่ว่าอย่างไรก็ตาม  ถ้าเขาดีมาเราก็ควรที่จะดีตอบ  การุรุมอนลองคิดในแง่บวกว่า  ยังไงซะ...สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ก็ยังคงไม่มีแรงพอที่จะสู้กับใครได้อยู่ดี  “เอ่อ...ฉันอยากจะออกไปเดินเล่น...นายช่วย...ไปกับฉันหน่อยได้ไหม”

 

กาซิมอนคำนับแล้วตอบด้วยความยินดี  “ยินดีรับใช้ครับ ท่านซิโรคารุ”

 

หลังจากนั้นการุรุมอนและกาซิมอนต่างก็พากันออกไปที่ทางเดินของปราสาท  โดยกาซิมอนขอทำหน้าที่เป็นผู้นำทางให้การุรุมอนได้เดินชมความสวยงามของห้องต่าง ๆ ที่อยู่ในชั้นบนนี้

 

“อืม...กาซิมอน”

 

“ครับ ท่านชิโรคารุ”

 

การุรุมอนหยุดเดินลงตรงหน้าต่างบานใหญ่แล้วเริ่มถาม “นายพอจะรู้เรื่องของฉัน...เอ่อ หมายถึง อดีตของฉันกับเจ้านายของนายบ้างไหม”

 

กาซิมอนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตอบ “พอทราบครับ...แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะครับ  เพราะว่า ผมไม่ใช่ดิจิมอนที่เกิดมาในยุคนั้น...ผมเองก็ถูกนายท่านชุบชีวิตขึ้นมาเหมือนกัน...ดังนั้นความจำบางส่วนของนายท่าน ก็ถูกก็อปปี้มายังความจำของผม ตอนที่ผมฟักออกมาจากดิจิทามะด้วยครับ”

 

“ชุบชีวิตหรอ...หมายความว่ายังไง”

 

กาซิมอนมองไปที่หน้าต่างแล้วเริ่มอธิบาย  “เมื่อสิบปีก่อน ผมถูกพวกอันธพาลรุมทำร้ายจนผมได้สลายตัวไป...ในตอนนั้นเอง นายท่านก็ได้เก็บดิจิทามะของผมเอาไว้  แล้วใช้พลังของท่านเองมาทำให้ผมเกิดใหม่ได้อีกครั้งน่ะครับ...”

 

“อย่างนั้นเองหรอ...” การุรุมอนพยักหน้าแล้วคิดในใจ “ตกลงว่า เจ้าหมอนั่นมันเป็นคนดีหรือยังไงกันแน่นะ...”

 

หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็เดินสนทนาต่อไปเรื่อย ๆ  เป็นการผ่อนคลาย  ซึ่งการุรุมอนก็พยายามตะล่อม ๆ ถามกาซิมอนเพื่อให้ได้ข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจของเขา

 

“แล้ว...เรื่องของชิโรคารุล่ะ...เขาเป็นดิจิมอนแบบไหนหรอ”

 

 “อืมม ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจมากนักนะครับเพราะภาพมันลาง ๆ...แต่ก็พอปะติดปะต่อเรื่องได้...” กาซิมอนเดินไปแล้วก็เริ่มนึกถึงความจำต่าง ๆ ที่ดิจิมอนสุนัขป่าถ่ายทอดมายังเขา  “เอ่อ...ชิโรคารุที่ผมเห็น...เป็นสุนัขป่าสีขาว...ไม่แน่ใจว่าเขาเป็นดิจิมอน...หรืออะไรกันแน่...”

 

“ไม่แน่ใจว่าเป็นดิจิมอน...หมายความว่า เขาไม่ใช่ดิจิมอนหรือ” การุรุมอนรู้สึกแปลกใจแล้วถามต่อ

 

“เอ่อ...” กาซิมอนส่ายหน้าแล้วนึกต่ออีก “มันเหมือนกับว่า...เขาคือ...สิ่งมีชีวิตบางอย่าง...ที่โลกของเราไปก็อปปี้มาจากโลกอื่น...โลกที่พวกเราไม่เคยรู้จักครับ”

 

“โลกที่พวกเราไม่เคยรู้จัก...หมายถึงโลกมนุษย์หรือเปล่า”

 

“อืม ไม่ใช่...ผมคิดว่ามันไม่ใช่นะครับ” กาซิมอนส่ายหน้าอีกครั้งแล้วก้มหน้าลงด้วยสีหน้าที่จริงจัง “ความรู้สึกของผมมันบอกว่า...ทั้งท่านชิโรคารุ และ นายท่านของผม...มาจากมิติอื่นที่โลกดิจิมอนได้ไปขอก็อปปี้ข้อมูลพวกเขามา...”

 

“หือ...มิติอื่นที่ไม่ใช่โลกมนุษย์...และไม่ใช่โลกดิจิมอน...” การุรุมอนรู้สึกว่าปริศนามันเพิ่มขึ้นมาให้เขาได้สงสัยอีกแล้ว  และดูท่าว่าจะลึกลับซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้แต่ก่อนซะด้วย  “อืม...เอ เดี๋ยวก่อนนะ...รู้สึกว่า ฉันจะเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนครั้งหนึ่งเหมือนกัน...” การุรุมอนนึกถึงอะไรบางอย่างและเริ่มอธิบายมันออกมาตามการคาดเดาของเขา  “อืม...ใช่แล้วล่ะ...ฉันเคยได้ยินมาว่า โลกดิจิมอนในยุดที่เพิ่งเกิดใหม่  ยังไม่มีดาต้าเบสของสิ่งมีชีวิตที่เป็นตัวเป็นตนที่เหมาะสมกับโลกดิจิมอน...ระบบหลักของมันจึงจำเป็นที่จะต้องหารูปแบบสิ่งมีชีวิตจากโลกอื่น...มาจำลองให้เป็นดิจิมอนที่สามารถอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ได้” การุรุมอนพยายามเชื่อมเรื่องเหล่านี้กับข้อมูลต่าง ๆ ที่เขาได้ไปพบมาตอนที่เขาอยู่เกาะไฟล์  โดยส่วนใหญ่เรื่องดังกล่าวมันมักจะถูกระบุไว้เป็นประวัติศาสตร์ที่ซากโบราณสถานของเคนเทอรุมอน

 

กาซิมอนยืนฟังการุรุมอนอธิบายจนเขาเองเริ่มรู้สึกประหลาดใจกับข้อเท็จจริงเหล่านั้น  “จริงหรอครับเนี่ย...ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมก็ไม่เคยได้ยินที่มาของโลกดิจิมอนมาก่อนเลย...ถ้ายังนั้น ก็แปลว่า...นายท่านของผม กับ ท่านชิโรคารุ...ก็คือ สิ่งที่โลกดิจิตอลได้เลือกมาเป็นรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ดิจิมอน สินะครับ...”

 

“ใช่...มีความเป็นไปได้มากเลยล่ะ...เพราะว่า พวกเขาทั้งสองเป็นสิ่งที่เกิดมาตั้งแต่สมัยยุคแรกเริ่ม...ดังนั้น พวกเขาคือ ร่างที่ถูกก็อปปี้มาเพื่อให้เป็นรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าดิจิมอน...”

 

“ถ้ายังงั้นก็แสดงว่า ร่างจริง ๆ ของพวกเขาอยู่ที่โลกอื่นทั้งคู่เลยน่ะสิครับ...ส่วนที่พวกเราเห็น ๆ อยู่ก็คือ ข้อมูลโครงร่างที่โลกดิจิมอนไปก็อปปี้มาใช้เฉย ๆ เท่านั้นเอง...”

 

การุรุมอนพยักหน้าเมื่อเรื่องราวเริ่มกระจ่างชัดขึ้น  “ใช่แล้วล่ะ...ต้องใช่แน่ ๆ”

 

บทสนทนาของทั้งคู่ไม่ใช่แค่ว่าพวกเขาจะรู้กันเพียงสองคนเท่านั้น  ในเมื่อทั้งภาพและเสียงต่าง ๆ ก็ไปปรากฏอยู่ในกระจกเงาที่ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำกำลังยืนดูอยู่ด้วย  “อืม ฮึ ๆๆ...ข้าขอยอมรับเจ้าเลยนะ การุรุมอน...เจ้านี่มันฉลาดจริง ๆ...”

 

***************************

 

ในขณะที่กาโอกามอนและกิลมอนกำลังหารือร่วมกันกับเซราฟิมอนอยู่นั้น  อยู่ดี ๆ ท้องของกิลมอนก็ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่มีการบอกกล่าว  ทำให้คนอื่น ๆ ต่างก็หันไปมองตามเสียงกันหมดเลย  *** โครกกก ครากกก โครกก ครากกก *** “อ๋า เอ่อคือ...ขอโทษนะครับทุกคน...เอ่อ คือ ว่า ตั้งแต่กลับมา ผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย...เอาไว้กินอะไรให้อิ่มท้องก่อน แล้วค่อยคิดกันได้มะอ่ะครับ”  กิลมอนรู้สึกว่าท้องของตัวเองทำเขาขายหน้ามาก ๆ จนเขาหน้าแดงไปหมด  เขาจึงพูดออกมาและเกาหัวเล็กน้อยด้วยความอาย

 

กาโอกามอนเห็นดังนั้น  เขาก็หัวเราะเล็กหน้าแล้วส่ายหน้าให้กับกิลมอน “ฮึ ๆๆ กิลมอน...นายนี่มันจริง ๆ นะ...แต่ก็เอาเถอะ พวกเราเองก็ยังไม่ได้กินอะไรมาเลยจริง ๆ นี่นะ...” *** โครก ครากกก ** “ชะอุ๋ย!!” คราวนี้ของกาโอกามอนร้องบ้าง  ทำให้เขาอายไม่แพ้กันเลย

 

เซราฟิมอนเองเห็นแล้วก็หัวเราะตาม  เขาเลยตัดสินใจพักการหารือเอาไว้ก่อน  “ฮึ ๆๆ เธอเองก็ด้วยล่ะสิ กาโอกามอน...งั้นเราพักการประชุมเอาไว้ก่อนล่ะกัน...บางทีพอเรากินอะไรให้มันอิ่ม ๆ เราอาจจะคิดอะไรออกได้บ้างก็ได้”

 

“เอ่อ ขอบคุณนะครับ” กิลมอนหัวเราะ แฮะ ๆ แล้วทำความเคารพขออนุญาติออกจากห้องไปพร้อมกับกาโอกามอน

 

*** แอ้ดดด ปึ้ง ***

 

หลังจากนั้นกาโอกามอนกับกิลมอนก็แวะกันไปหาพวกอากุมอนและคนอื่น ๆ เพื่อทานอาหารร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย  โดยต่างคนต่างก็สนทนากันไปตามประสาเพื่อน ๆ ที่คิดถึงกันแทบแย่  จนเวลาผ่านไปบางคนก็เริ่มอิ่มแล้ว  จึงได้ขอตัวออกไปทำธุระส่วนตัวทีละคน ๆ

 

“งั้น ฉันขอกลับไปดูบ้านของฉันหน่อยนะ...จากมาซะนาน ป่านนี้รกถึงไหนแล้วก็ไม่รู้” กิลมอนบอกกับทุกคนแล้วโบกไม้โบกมือลากลับไปยังถ้ำในป่าของเขา  ส่วนกาโอกามอนเองก็๋นึกถึงบ้านของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน

 

“เอ่อ งั้นฉันก็ขอตัวด้วยเหมือนกันนะ...ฉันอยากจะไปดูบ้านของการุรุมอนซะหน่อย”

 

ก่อนที่กาโอกามอนจะเดินออกไปจากกลุ่มเพื่อนไป   เทลมอนที่กลับร่างมาจากแองเจวูมอนแล้ว  ได้เดินเข้ามาถามกับเขาถึงเรื่องการุรุมอนเล็กน้อย  โดยสีหน้าของเธอออกจะดูวิตกอยู่เหมือนกัน  “เอ่อ เดี๋ยวก่อน กาโอกามอน...”

 

“หือ”

 

“การุรุมอนเขา...จะต้องกลับมาได้ใช่ไหม”

 

กาโอกามอนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ  แต่เขาก็ยิ้มแล้วพยักหน้าเพื่อให้เทลมอนได้สบายใจ  “อะ อื้ม...ต้องกลับมาได้สิ เทลมอน...อย่าวิตกไปเลยนะ” พอเขาพูดจบเขาก็เดินออกจากเมืองไป

 

เทลมอนยืนคิดอยู่ตรงนั้นสักพักจนเธอก็ตัดสินใจกลับบ้านของเธอเอง   โดยเธอได้อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่อยู่บนเนินทุ่งห่างออกมาจากป่าเขตบ้านการุรุมอนอยู่พอสมควร 

 

*** แอ้ดดดด ***  เทลมอนเปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไปเปิดหน้าต่าง  เพื่อให้แสงสว่างยามบ่ายได้ส่องเข้ามาในบ้านของเธอ  หลังจากนั้นเธอก็เดินเข้าไปพักอยู่ในห้องนอน  ซึ่งลักษณะของมันนั้นก็ไม่ต่างจากห้องนอนของคนอื่น ๆ...มีเตียง  มีโต๊ะเครื่องแป้งให้เธอได้หวีขนตามประสาดิจิมอนแมวที่รักสวยรักงาม  มีลิ้นชักโต๊ะที่เก็บอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน  โดยเทลมอนลองเดินไปเปิดดู  เธอก็เห็น...ดอกกุหลาบสีแดงที่ถูกใส่หลอดแก้วเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี  จนดอกกุหลาบดอกนั้นไม่มีเหี่ยวเฉาเลยแม้แต่น้อย

 

“อืม...” เทลมอนเธอมองดูดอกกุหลาบดอกนั้นและหยิบขึ้นมาดู  โดยจิตใจของเธอก็นึกย้อนไปถึงวันหนึ่ง...วันที่เธอได้ดอกกุหลาบนี้มาจากใครบางคน...

 

************* ในอดีตเมื่อปีที่แล้ว  ณ วันหนึ่งที่โลกมนุษย์เขาเรียกกันว่า วันวาเลนไทน์ **************

 

ในตอนเย็นของวันนั้น  เทลมอนเธอกำลังนั่งมองดูพระอาทิตย์ตกอยู่ที่หน้าบ้านของเธอ  ด้วยบรรยากาศที่เย็นสบายและเงียบสงบ  “ฮื้มมม...เย็นสบายดีจังเลย”

 

*** แซ่ก...แซ่ก ๆๆ *** เสียงของดิจิมอนตนหนึ่งได้เดินผ่านทุ่งหญ้าสีทองเข้ามาหาเธอ  พร้อมกับของสิ่งหนึ่งที่เขาคาบไว้อยู่ในปาก  โดยเขาได้แอบเอามันวางลงไว้ข้างหลังเพื่อไม่ให้เทลมอนเห็๋นในตอนแรก

 

“เอ่อ...อะฮื้ม...เทลมอน สวัสดียามเย็น”

 

เทลมอนหันไปมองดิจิมอนตนนั้นแล้วก็ยิ้มให้กับเขา  “อ้า สวัสดี การุรุมอน...มาหาฉัน มีธุระอะไรหรือเปล่า”

 

การุรุมอนก้มหน้าเกาหัวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกลังเลอะไรบางอย่างแล้วเริ่มพูดสนทนากับเธอ “เอ่อ คือ ๆ ว่า...วันนี้อ่ะนะ...ฉันอ่านเจอข้อความบางอย่างในห้องสมุด...เขาว่ากันว่า วันนี้คือ...เอ่อ วัน...วันวาเลนไทน์ของโลกมนุษย์อ่ะนะ”

 

“ วัน...วาเลนไทน์ หรอ...” เทลมอนเธอเอียงหัวมองการุรุมอนด้วยความสงสัย  โดยแสงอาทิตย์ตกก็ส่องผ่านมาโดนตัวเธอกับการุรุมอนที่อยู่ตรงนั้น...ในตอนแรก  เธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่าวันวาเลนไทน์คือวันอะไร  เธอจึงได้แต่นั่งมองการุรุมอนแล้วถามต่อ  “วันวาเลนไทน์ คือ วันอะไรหรอ การุรุมอน”

 

การุรุมอนรู้สึกว่าตัวเองจะไม่เก่งในเรื่องแบบี้สักเท่าไหร่นัก  เขาจึงได้แต่พยายามสื่อความหมายของวันนั้นได้ด้วยการกระทำมากกว่าการพูดเพื่อให้เทลมอนได้เข้าใจ  “ก็...วันวาเลนไทน์...ฉันอ่านเจอมาว่า เป็นวันที่พวกมนุษย์...เขาจะให้ของ เอ่อ...อะไรบางอย่างแบบนี้ให้แก่กันน่ะ...”  การุรุมอนเริ่มหน้าแดงแล้วหันไปคาบหลอดแก้วหลอดหนึ่ง  ซึ่งในนั้นมีดอกกุหลาบสีแดงสดได้ถูกเก็บเอาไว้   เขาเดินเข้าไปหาเทลมอนแล้วก็วางหลอดแก้วลงตรงก้อนหินที่เธอนั่งอยู่ด้วยความระมัดระวัง

 

“อื้อ...เอ่อ นี่คือ...” เทลมอนมองดูของสิ่งนั้นด้วยความประหลาดใจแล้วหยิบมันขึ้นมาดูสะท้อนแสงกับแสงอาทิตย์  โดยในตอนนั้น  เธอก็เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างที่มันดู...วูปวาบ...ใจก็เต้นตุบตับ ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกจนเธอก็หน้าแดงเช่นกัน  “เอ่อ...ขอบคุณ...ขอบคุณค่ะ...”

 

การุรุมอนไม่รู้จะพูดอะไรดี  เขาก็เลยพยักหน้าเล็กน้อยแล้วทำฟอร์มให้ดูเหมือนปกติ  “เอ่อ ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร...คือ ฉันเห็นว่า มันเป็นวันที่เขาให้ของสิ่งนี้กัน...ฉันก็เลยอยากจะเอามาให้เธอบ้างอ่ะนะ” เขาเริ่มพูดโบ้ยไปนั่นไปนี้ด้วยความสับสนว่านี่เขาเป็นอะไรไปกันแน่...เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าที่ทำแบบนี้นี่มันสื่อความหมายว่าอะไร...เพราะว่าที่เขาเอาดอกกุหลาบมาให้กับเทลมอนนั้น  เขาตั้งใจทำเพราะเขาแค่อยากจะให้เทลมอนเฉย ๆ  ไม่ได้คิดอะไรอื่นนอกเหนือไปจากนั้น...แต่ว่า ช่วงตอนที่เขาจะให้นี่แหละ...มันทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาจนเกิดอาการเขินอายอย่างที่เห็น

 

ส่วนเทลมอนเองเธอก็รู้สึกคล้าย ๆ กันกับเขาผู้นั้น...โดยเธอก็คิดว่า แค่มีคนเอาของมาให้  มันก็น่าจะเป็นเรื่องปกติทั่วไปเหมือนที่คนอื่น ๆ เอาของกินมาให้  เอาหนังสือมาให้  หรือเอาขนมมาให้นี่นะ...แล้วทำไม พอการุรุมอนเอาดอกกุหลาบมาให้เธอ...เธอกับรู้สึกว่ามันดู...เป็นพิเศษ ๆ ยังไงก็บอกไม่ถูก  “เอ่อ เอ่อม...ยังนั้นหรอ...ก็เอ่อ...ขอบคุณล่ะกันค่ะ...มันดู...สวยมากเลย”

 

“.......” แล้วทั้งคู่ก็ต่างนิ่งเงียบมองหน้ากันไปอยู่สักพัก  ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านและแสงอาทิตย์ที่ใกล้จะดับลงเข้าสู่ยามกลางคืน “......”

 

“เอ่อ...มืดแล้ว...ฉัน...เอ่อ กลับบ้านก่อนนะ...” การุรุมอนคิดว่าเขาหมดธุระที่จะทำแล้ว  เขาจึงกล่าวลาแล้วทำท่าจะหันหลังกลับบ้าน  แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น...เทลมอนกลับเรียกเขาให้หยุด  “เอ่อ เดี๋ยวก่อน การุรุมอน”

 

“หือ” เขาหันหน้ามาเล็กน้อยโดยไม่สบตากับเทลมอนด้วยความเขินอาย

 

เทลมอนลุกขึ้นในจังหวะที่พระอาทิตย์ตกลงจนมืดพอดิบพอดี  ซึ่งเธอก็เอามือไขว้หลังแล้วทำท่ายุกยิก ๆ เล็กน้อย “อยู่...อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิ...ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เอาของนี้มาให้กับฉันแล้วกันนะ”

 

“อะ หา...คือ คือว่า...มันจะดีหรอ...”

 

เทลมอนเธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมามองการุรุมอนแล้วตอบ  “อือ ไม่เป็นไรหรอก...วันนี้ฉันได้ของกินมาเยอะ...อยู่ทานด้วยกันกับฉันเถอะนะ”

 

“เอ่อ...งั้นก็..ก็ได้ เทลมอน”

 

หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินเข้ากระท่อมไปเพื่อทานอาหารร่วมกัน  โดยในคืนนั้นก็เป็นคืนที่วิเศษมาก...พระจันทร์ก็ส่องสว่าง  ดวงดาวก็ขึ้นอยู่เต็มฟ้าไปหมดเลย...

 

************* กลับมาปัจจุบัน **************

 

“อือ...การุรุมอน...” เทลมอนมองดอกไม้ดอกนั้นอยู่สักพักแล้วค่อยเก็บมันกลับเข้าที่เดิม  ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็กระโดดขึ้นเตียงแล้วก็นอนหลับตาลงงีบอย่างสงบ...

 

************* ณ บ้านของการุรุมอน **************

 

*** แอ้ดดดด ***  กาโอกามอนดันประตูเปิดห้องนอนของการุรุมอนออกมา  แล้วเดินเข้าไปดูสิ่งต่าง ๆ ที่การุรุมอนได้จัดวางเอาไว้...เตียงนอนยาวที่รอให้เจ้าของขึ้นมาหลับพักผ่อน...โต๊ะเตี้ย ๆ ยาว ๆ ที่เอาไว้ให้การุรุมอนได้นอนอ่านหนังสือยามว่าง...เตาผิงไฟที่เก็บเอาไว้ใช้ยามหน้าหนาว...สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เริ่มมีฝุ่นเกาะเล็กน้อย  ทำให้กาโอกามอนจึงเริ่มลงมือทำความสะอาด  ปัดกวาดเช็ดถูให้แทนการุรุมอน  โดยในระหว่างที่เขาทำไป  เขาก็นึกถึงช่วงเวลาตอนหนึ่งที่เขาเป็นกาโอมอน  และเริ่มเข้ามาพักอยู่ในบ้านของการุรุมอนหลังนี้

 

************* ในอดีตเมื่อหลายปีก่อน  ตอนที่หน้าหนาวเริ่มเข้าสู่เกาะไฟล์  **************

 

“ฮัด...ฮัด...ฮัดเช้ยย!!” เสียงของกาโอมอนจามขึ้นมาในห้องนอนของการุรุมอน  ในขณะที่เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในผ้าห่มขนสัตว์ข้าง ๆ เตาผิงของการุรุมอน   สภาพอากาศของเกาะไฟล์ในตอนนั้น  แทบจะบอกได้ว่าหนาวมากที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้  ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ดิจิมอนที่มีขนหนา ๆ อย่างกาโอมอนรู้สึกได้อย่างชัดเจน

 

“ไงล่ะ กาโอมอน...” การุรุมอนเปิดประตูออกมา  แล้วก้มลงไปคาบชามอะไรบางอย่างเดินเข้ามาหากาโอมอนเพื่อวางมันลงให้กาโอมอนได้ทาน  “เอ้านี่ ยาแก้หวัด...ทานซะจะได้หาย”

 

กาโอมอนมองดูของเหลวที่อยู่ในชามเป็นน้ำสีเขียว ๆ  ซึ่งพอเขาได้กลิ่นปุ๊บ  เขาก็แทบจะไม่อยากกินขึ้นมาอย่างทันใด  “หืออ กลิ่นยาหรอเนี่ย...ทำไมมันเหม็นจังเลยอ่ะ พี่การุรุมอน” เขาพูดแล้วทำหน้าเอียน ๆ กับการุรุมอน

 

“ก็เพราะมันเป็นยาน่ะสิ กาโอมอน” การุรุมอนตอบแล้วเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ กาโอมอน  “บอกแล้วไม่เชื่อ ว่าอย่าเล่นน้ำในทะเลสาบตอนกลางวัน...ที่นี้เป็นยังไงล่ะ เป็นหวัดขึ้นมาจนได้”

 

กาโอมอนหันไปมองการุรุมอนแล้วทำหน้าทำตางอน ๆ ใส่ “ก็... แหม ใครจะไปรู้ล่ะครับ...ก็ปกติ มันไม่เห็นจะเป็นอะไรสักหน่อยนิ”

 

การุรุมอนถอนหายใจแล้วส่ายหน้า “เฮ้อ เอาล่ะ ๆ...ยังไงซะ เราก็ต้องกินยา...กินได้แล้ว กาโอมอน”

 

กาโอมอนทำเฉยเมยแล้วหันไปมองทางอื่น  “ฮึ...ไม่เอา...ผมไม่ทาน”

 

“เอาเหอะน่า กาโอมอน...” การุรุมอนรู้สึกว่ากาโอมอนเริ่มออกอาการเป็นเด็กดื้อ  เขาจึงหันหน้าไปดุน ๆ ให้กาโอมอนก้มลงไปหยิบชามยาขึ้นมากิน 

 

“เอ้อม...เอ้อม พี่ครับ...ผมไม่อยากกิน..มันเหม็น อยากจะอ้วก”

 

“กินเข้าไปเหอะน่ะ...ถ้าไม่กินแล้วจะหายหวัดได้ยังไง” การุรุมอนดุน ๆ ดัน ๆ กาโอมอนมากขึ้น  จนคราวนี้เขาเริ่มพูดดุเล็กน้อย  “จะต้องให้บอกสักกี่ครั้ง  เราถึงจะยอมกินน่ะหะ”

 

************* กลับมา ณ ปัจจุบัน  *************

 

“ ฮืม...เราจะทำยังไงดีนะ ถึงจะพาเขากลับมาได้”  กาโอกามอนถอนหายใจแล้วทำความสะอาดบ้านของการุรุมอนต่อจนเสร็จสิ้น  หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไปนั่งอยู่ที่ริมทะเลสาบ  ท่ามกลางแสงแดดยามเย็น  เมื่อพระอาทิตย์เริ่มที่จะตกลงสู่หุบเขา 

 

“สวัสดี กาโอกามอน...เป็นยังไงบ้าง” เสียงของอากุมอนเรียก  ทำให้กาโอกามอนหันหน้าไปยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบ “อื้ม ก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะ...จากบ้านมาซะตั้งนาน ฉันเองก็คิดถึงแทบแย่เหมือนกันนะเนี่ย”

 

อากุมอนพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกร่วมกับกาโอกามอน  โดยที่เขามาวันนี้เพราะว่าเขามีจุดประสงค์อะไรบางอย่างที่อยากจะให้กาโอกามอนช่วยเขา  “ฉันมีเรื่องอะไรบางอย่างอยากจะถามนายน่ะ กาโอกามอน”

 

“ หือ เรื่องอะไรล่ะ อากุมอน...” กาโอกามอนถามแล้วหันไปมองที่ทะเลสาบ  เพื่อพักสายตาและผ่อนคลายสมองของเขา

 

อากุมอนได้ยินเช่นนั้นจึงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเริ่มถามกาโอกามอน  “ฮื้มมม เอาล่ะ...ฉันรู้นะว่า ที่นายพูดกับทุกคนเมื่อตอนกลางวันนั้นน่ะ...นายพูดโกหกเพื่อหลอกให้คนอื่น ๆ สบายใจใช่ไหมล่ะ”

 

กาโอกามอนเหลือบตามองอากุมอนแล้วก็คิดว่า  คงจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ได้ยาก  ถ้าอากุมอนมั่นใจมาถามเขาแบบนี้  เขาก็ไม่มีทางเลือกที่จะตัดสินใจบอกความจริงให้อากุมอนได้รู้  “...ใช่แล้วล่ะ...ฉันโกหกทุกคน...นายจะช่วยปิดเรื่องนี้เอาไว้ เพื่อให้ทุกคนสบายใจได้ไหมล่ะ”

 

อากุมอนพยักหน้าเข้าใจและยอมรับที่จะปฏิบัติตาม  “ได้สิ...แต่ว่า ฉันขอรู้เรื่องราวอะไรเพิ่มเติมหน่อยได้ไหมล่ะ...ตกลงว่า  มันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของพวกเรากันแน่...”

 

“งั้นฉันก็จะเล่าให้นายฟัง...อย่าลืมทำตามที่รับปากไว้ด้วยก็แล้วกัน”

 

อากุมอนพยักหน้าตอบแล้วเริ่มนั่งฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปราสาทดีวา  อะไรคือผู้กุมกุญแจแห่งความมืด  อะไรคือจุดประสงค์ของดิจิมอนเหล่านั้น  อะไรคือสาเหตุที่เพื่อนบางคนเขายังกลับมาไม่ได้  ซึ่งพอหลังที่กาโอกามอนเล่าจบ  อากุมอนก็ถึงกับตกตะลึงนั่งนิ่งไปสักพัก  “นะ นี่มัน...มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ กาโอกามอน...”

 

“อืม ฉันเองก็รู้หรอกน่ะ อากุมอน...ตอนนี้ทั้งฉัน กิลมอน และเซราฟิมอน กำลังหาทางที่จะกลับไปช่วยการุรุมอนอยู่...ไม่มีทางหรอกที่ฉันจะปล่อยให้มันได้ตัวเขาไปง่าย ๆ แน่”

 

อากุมอนนั่งเท้าคางแล้วคิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง  จนกระทั่งเขาก็เริ่มพูดกับกาโอกามอนอีกครั้ง  “งั้นฉันขอร่วมวงด้วยได้ไหม...พอได้ยินแบบนี้แล้ว ฉันเองก็คงจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้เหมือนกัน”

 

กาโอกามอนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับคำขอของอากุมอน  เขาจึงหันไปอธิบายให้อากุมอนได้ตัดสินใจอีกครั้ง  “อากุมอน...นายก็น่าจะรู้นะว่า เรื่องใหญ่แบบนี้ มันอันตรายมาก...อาจจะอันตรายกว่าทุกครั้งที่นายไปเจอมาด้วยซ้ำ...นายแน่ใจหรอ...”

 

“อือ...ฉันแน่ใจ” อากุมอนพยักหน้าโดยไม่ลังเลเลยแม่แต่น้อย  ทำให้กาโอกามอนก็ไม่มีทางเลือกที่จะห้ามอากุมอนเอาไว้ได้เช่นกัน  เขาจึงตอบตกลงโดยไม่มีข้อโต้แย้ง 

 

“อืม ถ้านายตัดสินใจแบบนั้น...ก็แล้วแต่นายละกัน”

 

“ขอบใจมากเลยนะ...อย่างน้อยฉันก็สบายขึ้นมาบ้างล่ะ ที่มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อช่วยทุกคน”

 

กาโอกามอนพยักหน้าตอบแล้วยิ้มให้กับอากุมอน “ถ้ายังนั้นพวกเรากลับเข้าไปในเมืองกันเถอะ...ไปหากิลมอนและเซราฟิมอนเพื่อวางแผนร่วมกันดีกว่านะ”  เขาพูดแล้วเดินไปล็อคบ้านของการุรุมอนให้เรียบร้อย  หลังจากนั้นก็มุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวเมืองพร้อมกับอากุมอน  ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ หมดลงและเข้าสู่ยามกลางคืนที่เงียบสงัด

 

 

************* ณ ปราสาทดีวา บริเวณทางเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดของหอคอย  *************

 

*** ตึก...ตึก...*** เสียงย่ำเท้าของการุรุมอนค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดไปอย่างช้า ๆ  ด้วยสายตาที่มองขึ้นไปยังชั้นบนสุด...สถานที่ที่เป็นห้องนอนของผู้กุมกุญแจแห่งความมืดนั่นเอง...*** ตึก...ตึก *** เขาเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ...จนกระทั่งเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าทางเดินยาว  และประตูที่เป็นจุดหมายพาเข้าไปยังห้องนอนของดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้น

 

“ฮืม...” *** ตึก...ตึก...ตึก *** การุรุมอนหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเริ่มเดินต่อเข้าไป  โดยในขณะที่เขาก้าวเท้าแต่ละก้าวนั้น  เขาก็คิดถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเริ่มจนมาถึง ณ ช่วงเวลานี้...ช่วงเวลาที่เขากำลังจะเปิดประตูเข้าไปให้คำตอบกับดิจิมอนสุนัขป่าผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...ผู้นำทัพแห่งกองกำลังสีดำ...ผู้เป็นหนึ่งในเทพเจ้าแห่งทิศตะวันตก...

 

*** แอ้ดดดด ปึ้งงง ***

 

“ฮึ...ในที่สุด เจ้าก็มา...” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเอ่ยปากทักทายการุรุมอนด้วยความเป็นมิตร  ในขณะที่เขากำลังยืนดูบรรยากาศภายนอกหน้าต่างในห้องนอนของเขา

 

*** ตึก...ตึก *** การุรุมอนเดินเข้ามาในห้องนอน  และได้ไปยืนหยุดอยู่ตรงหน้าของดิจิมอนสุนัขป่าตนนั้น...สิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้...คือเรื่องใหญ่ที่สุดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวของเขาเอง  และชะตากรรมของเพื่อน ๆ ทุกคนที่อาศัยอยู่บนเกาะไฟล์แห่งนั้น...

 

  “เจ้าคงจะ...ตัดสินใจได้แล้วใช่ไหม การุรุมอน...” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำถามการุรุมอน

 

“อืม ใช่...” การุรุมอนมองตาดิจิมอนตนนั้นอยู่ไปสักพัก...และในที่สุด...เขาก็พยักหน้าลงอย่างช้า ๆ เป็นการให้คำตอบที่เขาแน่ใจ  และไม่คิดที่จะปฏิเสธอะไรได้อีกต่อไปแล้ว

 

“ฮึ ๆๆ งั้นรึ...ฮึ ๆๆๆ ฮ่า ๆๆๆ...ยินดีต้อนรับเข้าสู่กองทัพของข้า...การุรุมอน”

 

To be continued

Back to Part XX    Go to Part XX-II

Free Web Hosting