Digimon Adventure Special Edition
----- Part XX-I : The best memory, The best way to help everyone -----
Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก
ณ เกาะไฟล์ ที่ตั้งอยู่ในดินแดนแห่งทิศตะวันออก...สถานที่แห่งนั้น หลังจากเกิดเหตุการณ์การขับไล่ดิจิมอนที่ชั่วร้ายออกไป ดิจิมอนต่าง ๆ ที่รอดชีวิตก็เริ่มหันมาซ่อมแซมบ้านเรือน รวมทั้งอาคารต่าง ๆ ที่อยู่ในเมืองจนกลับมาใช้การได้เหมือนปกติ ด้วยการควบคุมดูแลของแองเจวูมอนและคนอื่น ๆ ที่การุรุมอนได้ฝากฝังเอาไว้ ซึ่งพวกเขาทั้งหมดก็ตั้งหน้าตั้งตาช่วยกันทำงานจนกระทั่งทุกอย่างทำเสร็จไปได้มากกว่าครึ่งหนึ่งแล้ว
ฮืมม ป่านนี้ พวกการุรุมอนจะเป็นยังไงกันบ้างนะ แองเจวูมอนนั่งคิดอยู่บนหลังคาสำนักงานของเซราฟิมอนที่เพิ่งซ่อมใหม่ และสักพักเธอก็ได้ยินพวกอากุมอนวิ่งเข้ามาเรียกเธอให้กลับลงมาฟังอะไรบางอย่าง
แองเจวูมอน...ลงมาทางนี้เถอะ อากุมอนโบกมือเรียก
หือ มีอะไรหรือ อากุมอน
พวกกาโอกามอน กับ เซราฟิมอน กลับมากันแล้ว!!...เรารีบไปดูกันเถอะ
ห๊ะ...เซราฟิมอนกลับมาแล้ว...เป็นความจริงหรือนี่ เธอพูดด้วยความดีใจและรีบกระโดดลงไปหา โดยบอกให้อากุมอนนำทางไปอย่างรวดเร็ว อยู่ที่ไหนกันล่ะ...พาฉันไปหน่อย
ทางนี้เลย
อากุมอนรีบพาแองเจวูมอนไปตรงจุดที่ประตูมิติได้เปิดออก และตรงนั้นเองก็มีเซราฟิมอน กาโอกามอน และกิลมอนที่แบกพัลมอนอยู่บนหลังได้กระโดดออกมา ท่ามกลางพวกเพื่อน ๆ ของเขาที่เข้ามาห้อมล้อมรอต้อนรับกันอย่างเหนียวแน่น
*** แว้ป ๆๆๆ...ฟึ่บ...ฟึ่บ...ฟึ่บ *** ...ฮึ้บ... ...ชึ้บ... ...อา...
ฮ้าา กาโอกามอน...เซราฟิมอน...กิลมอน...พัลมอน!! ทุกคนต่างเอ่ยขึ้นพร้อม ๆ กันด้วยความดีใจที่เห็นสมาชิกของพวกเขาได้ทะยอยกันกลับมาอย่างปลอดภัย โดยต่างคนต่างก็วิ่งเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกิลมอน กับ กาโอกามอนอย่างมีความสุข ในขณะที่เซราฟิมอนนั้นก็เดินไปหาแองเจวูมอนเพื่อรับการทำความเคารพจากเธอ
ยินดีต้อนรับกลับค่ะ เซราฟิมอน
อืม...เราได้ยินเรื่องของพวกเธอจากกาโอกามอนแล้วล่ะ ต้องขอบคุณมากเลยนะที่ช่วยดูแลเกาะไฟล์ให้ ในระหว่างที่เราไม่อยู่
ไม่เป็นไรมิได้ค่ะ...เกาะไฟล์ก็เป็นบ้านของพวกเรา พวกเราก็มีหน้าที่ที่จะต้องปกป้องเช่นเดียวกัน
เซราฟิมอนพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าไปในสำนักงานของตัวเอง เพื่อพบปะกับไนท์มอนและดิจิมอนชาวเมืองทั้งหลายที่รอกันอยู่อย่างใจจดใจจ่อ ส่วนพวกอากุมอนไม่ได้สนใจตรงจุดนั้นมากนัก เพราะตอนนี้เพื่อน ๆ ของพวกเขาสำคัญกว่า...
กิลมอน...แล้ว การุรุมอนล่ะ...การุรุมอนเขาอยู่ไหน อากุมอนเอ่ยถาม
เอ่อ คือ...การุรุมอน เขา... กิลมอนถึงกับพูดไม่ได้ตอบไม่ถูกเมื่อเจอคำถามนี้ เขาจึงหันไปมองกาโอกามอนเผื่อว่าเพื่อนเขาจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่ดูเหมือนว่ากาโอกามอนจะนิ่งเงียบแล้วก้มหน้าลงไม่พูดอะไร เขาเลยพูดกลับออกไปโดยไม่ทันคิด เอ่อ เอ่อ...การุรุมอน เขา...เขามีปัญหานิดหน่อยน่ะ...พอทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็จะตามมาเองนะ เขาไม่มีทางเลือกที่ต้องพูดโกหกออกไปก่อน เพราะยังไงซะ เขาก็ไม่อยากให้เพื่อน ๆ ของเขารู้สึกเป็นกังวลกันไปหมด
อ้อ งั้นหรอ...แล้วนี่พัลมอน...พัลมอนเขาเป็นอะไรไปน่ะ อากุมอนพยักหน้าแล้วถามต่อ
กิลมอนค่อย ๆ อุ้มพัลมอนลงมานั่งพิงกับหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งแล้วหันมาตอบด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล พัลมอนเขา...ถูกศัตรูหลอกใช้ให้มาสู้กับฉัน...ฉันไม่มีทางเลือก เลยต้องทำให้เขาสลบน่ะ...แต่ว่า เขาพูดแล้วหันไปมองพัลมอนอีกตรั้ง สงสัยฉันจะทำกับเขาแรงไปหน่อย...เลยสลบไม่ฟื้นเลย
โกมามอนได้ยินเช่นนั้นจึงรีบเดินเข้ามาดูอาการ ไหน ๆ ขอฉันดูหน่อยนะ เขาเอามือข้างหนึ่งแตะตรงหน้าผากของพัลมอนแล้วพยักหน้า เหมือนกับว่าเขาสามารถบอกอาการป่วยของเพื่อนได้ อืม...ดูเหมือนว่าจะมีใข้สูงอ่ะนะ...นายคงไม่ได้พ่นไฟใส่ดิจิมอนธาตุไม้อย่างเธอเข้านะ กิลมอน
อะ เอ๋อ กิลมอนสะดุ้งแล้วนึกย้อนกลับไป เอ่อ...ก็...ก็มีนิดหน่อยอ่ะ โกมามอน...แต่จะให้ฉันทำยังไงได้เล่า
โกมามอนถอนหายใจแล้วส่ายหน้า เฮ้อ...นายน่าจะดีใจนะ ที่พัลมอนไม่สลายร่างไปเพราะโดนไฟเผาตายอ่ะ...ยังไงซะ พวกเรามาช่วยฉันพาพัลมอนไปโรงพยาบาลก่อนซิ
พวกอากุมอนได้ยินเช่นนั้นก็รีบเข้ามาพยุงพัลมอนแล้วพากันไปส่งที่โรงพยาบาลในเมือง เหลือแต่กิลมอนกับกาโอกามอนที่ยืนอยู่ตรงนั้น
อืม นี่กาโอกามอน...
หือ... กาโอกามอนหันมามองกิลมอน
ต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรขึ้น...นายพอจะเดาออกไหม
กาโอกามอนส่ายหน้าแล้วก้มหน้าลง อืม ฉันเองไม่รู้หรอก กิลมอน... เขาพูดแล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เฮ้อ...แต่ที่แน่ ๆ นะ...ฉันรู้สึกว่า เรื่องราวต่าง ๆ มันจะยังไม่จบลงง่าย ๆ น่ะสิ...และก็กลัวว่า อีกไม่นาน...มันอาจจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นอีก...ซึ่งคราวนี้มันอาจจะเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก ๆ ซะด้วย
กิลมอนทำหน้าตาสงสัยแล้วเกาหัวตัวเอง เห...เรื่องที่ใหญ่กว่านี้อีกหรอ...
************** ณ ปราสาทของผู้กุมกุญแจแห่งความมืด **************
ทำลายเกาะไฟล์...นี่ถึงขนาดต้องทำลายกันเลยหรือเนี่ย การุรุมอนพูดออกมาด้วยความตกใจ เมื่อสิ่งที่เขาได้ยินนั้น มันทำให้เขานึกถึงสภาพบ้านเกิดของตัวเองที่รกร้างและกำลังจะถูกทำให้อันตธานหายสาบสูญไป อึก...ไม่ได้นะ...ยังไง นายก็ทำลายเกาะไฟล์ไม่ได้นะ...นั่นมันหมายถึง เกาะทั้งเกาะ...บ้านเมืองเป็นร้อย...ชาวเมืองเป็นพัน...สถานที่ต่าง ๆ ที่พวกเราได้สร้างขึ้นมา...ทั้งหมดนั่น จะต้องหายไปอย่างนั้นหรือ!!
ดิจิมอนสุนัขป่ายืนนิ่งอยู่สักพักแล้วถามการุรุมอนต่อ แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไร...ดินแดนของข้าต้องถูกทำลายมาอย่างต่อเนื่อง ก็เพราะเกาะไฟล์ของเจ้า...จะให้ข้าละเว้นเอาไว้อย่างนั้นรึ...
มันก็...มันก็ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก... การุรุมอนก้มหน้าลงแล้วตอบออกมาด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจ
งั้นข้าจะเสนออะไรบางอย่างให้กับเจ้า...บางทีเจ้าอาจจะตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้นก็ได้ ดิจิมอนสุนัขป่าเดินเข้ามาหาการุรุมอนในระยะกระชั้นชิด ซึ่งพลังแห่งความมืดที่ยังคงลอยไปลอยมา ทำให้การุรุมอนอดระแวงไม่ได้ แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่ในช่วงเวลาที่เจรจากันอยู่ก็ตาม ขะ...ข้อเสนอเรอะ...ข้อเสนออะไรของนาย
ดิจิมอนสุนัขป่ามองหน้าการุรุมอนและก็เริ่มพูดออกมา ...เจ้า...ก็มาร่วมมือกับข้าสิ...มาเป็นคนคอยแนะนำว่า ข้าควรจะดำเนินการอย่างไร เพื่อไม่ให้เดือดร้อนบ้านเมืองของเจ้า...เจ้าจะเอาไหมล่ะ...
การุรุมอนรู้สึกตกใจกับข้อเสนอของดิจิมอนตัวนั้นแล้วได้กระเถิบห่างออกมาด้วยความไม่ไว้วางใจ ร่วมมือ...กับนายนั่นนะหรือ...คือ...เอ่อ การุรุมอนเริ่มคิดพิจารณากับข้อเสนอดังกล่าว โดยคราวนี้มีอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปจากที่เขาได้คาดเดาเอาไว้ จากเดิมที่เขาเคยคิดว่า เขาคงจะถูกหลอกใช้ให้ไปเป็นพวกเดียวกันกับดิจิมอนตนนั้น เพื่อทำลายล้างโลก หรือครอบครองโลก...มันกลับกลายเป็นว่า เขากำลังถูกชักชวนให้เข้าร่วมกลุ่มกับดิจิมอนตนนั้น เพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหาระหว่างดินแดนแห่งทิศตะวันตกกับดินแดนแห่งทิศตะวันออก...เกาะไฟล์ที่เป็นบ้านเกิดของเขาและเพื่อน ๆ ของเขานั่นเอง...มันมีอะไรหลายอย่างผุดขึ้นมาในหัวของเขา จนเขาเริ่มรู้สึกสับสนและไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้เลยในตอนนี้...ถ้าเขาไปร่วมมือกับดิจิมอนสุนัขป่าสีดำ...อะไรจะเกิดขึ้นตามมาหลังจากนั้น...และถ้าพวกเพื่อน ๆ ของเขารู้ พวกเขาจะว่ายังไงกัน
เอ่อ...อืม ฮึ่ม โธ่เอ้ย...ฉันยังให้คำตอบอะไรกับนายไม่ได้หรอก...ขอเวลาฉันหน่อยได้ไหม การุรุมอนเอาเท้าหน้ากุมขมับแล้วส่ายหน้าไปมาด้วยความรู้สึกมึนงง
อืม...เอาอย่างนั้นก็ได้... ดิจิมอนสุนัขป่าพยักหน้าแล้วหันหลับกลับออกไปที่ประตูทางเดิน ถ้าเจ้าได้คำตอบเมื่อใด...มาหาข้าได้ทุกเมื่อนะ เขาพูดแล้วหันกลับมามองหน้าการุรุมอนด้วยสายตาที่เย็นชา ...หวังว่าเจ้าคงจะฉลาดพอ...ที่จะรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ควรหรือไม่ควรทำนะ...การุรุมอน... *** แอ้ดดดด ปึ้ง!! ***
***************************
หลังจากที่พวกอากุมอนส่งพัลมอนเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล เซราฟิมอนจึงได้มีประกาศขอให้ชาวเมืองดิจิมอนทุกคนเข้ามารวมตัวกันที่ห้องประชุมในสำนักงาน เพื่ออธิบายเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น รวมทั้งเรื่องราวการปรากฏตัวของดิจิมอนปริศนาที่พวกเขาได้ไปเจอมา โดยในระหว่างที่เขาเล่าเรื่องไปนั้น เขาก็สังเกตเห็นสีหน้าของดิจิมอนแต่ละคนเริ่มออกอาการวิตกกังวลกันเป็นอย่างมาก
เอ่อ เซราฟิมอนครับ โกมามอนปีนขึ้นมาเกาะหัวอากุมอนแล้วยกมือขึ้นถามด้วยความรู้สึกสงสัยในอะไรบางอย่าง
เซราฟิมอนหันมามองโกมามอนแล้วพยักหน้า มีอะไรหรือ โกมามอน
คือว่า ผมมีเรื่องสงสัยอ่ะครับ...คือว่าตอนนี้ การุรุมอน ปาตามอน และเพื่อนบางคนของเรายังไม่ได้กลับมากันเลย...เซราฟิมอนคิดว่า พวกเขาจะกลับมากันได้ไหมครับ...แล้วก็เราจะมีวิธีที่เดินทางไปช่วยพวกเขาได้หรือเปล่า
ด้วยคำถามของโกมามอน ทำให้เซราฟิมอนหันไปมองกาโอกามอนกับกิลมอนที่ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง โดยเขาเห็นทั้งสองพยักหน้าให้สัญญาณอะไรบางอย่าง เขาก็เข้าใจและเริ่มพูดตอบออกมา อืม คือตอนนี้ ทั้งปาตามอนและคนอื่นที่ยังติดอยู่ในปราสาทดีวา...การุรุมอนเขาขออาสา และรับปากที่จะช่วยพามาให้เอง...ดังนั้นพวกเราไม่ต้องกังวลไปกันนะ
เซราฟิมอนเขาไม่อยากเชื่อว่าเขากำลังพูดโกหก...แต่เพื่อไม่ให้เหล่าดิจิมอนทั้งหลายแตกตื่นขวัญผวา เขาจึงจำเป็นที่ต้องพูดแบบนั้นออกไป ส่วนสถานการณ์ตอนนี้ เราก็ต้องขอบอกว่า...ยังคงไม่สงบดีนัก จึงขอให้พวกเราทุกคนคอยสอดส่องดูแลสถานที่ต่าง ๆ เอาไว้...ถ้าพวกเราพบเห็นสิ่งผิดปกติอันใด ขอให้รีบมาบอกเราได้โดยทันที...เพราะมีความเป็นไปได้ว่า พวกศัตรูอาจจะหวนกลับมารุกรานบ้านเมืองของพวกเราได้อีกครั้ง...
หลังจากที่เซราฟิมอนได้ประกาศเตือนเสร็จ เขาก็เห็นว่าแต่ละคนพยักหน้าและยอมปฏิบัติตามอย่างโดยดี ซึ่งอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้แสดงความหวาดกลัวกันออกมาให้เห็น เพราะพวกเขาต่างก็คิดว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เกาะไฟล์ก็คือ บ้านของพวกเขา ถ้าพวกเขาไม่ต่อสู้ พวกเขาก็จะไม่มีบ้านอยู่อย่างแน่นอน
เอาล่ะ ทั้งหมดก็มีแต่เพียงเท่านี้...ขอให้ทุกคนระวังตัวเอาไว้ให้มาก ๆ ด้วยล่ะ เซราฟิมอนกล่าวปิดประชุมแล้วปล่อยให้ดิจิมอนตนอื่น ๆ ได้สนทนากันตามอัธยาศัย โดยส่วนตัวของเขาเลือกที่จะมาหากาโอกามอน กับ กิลมอน เพื่อขอเวลาปรึกษาอะไรบางอย่างเป็นการส่วนตัว
กาโอกามอน กิลมอน...พบเราที่ห้องทำงานหน่อยนะ
กาโอกามอน กับ กิลมอน พยักหน้าตอบแล้วเดินตามเข้าไปในห้องของเซราฟิมอน โดยต่างคนก็พอจะทราบว่าเซราฟิมอนอยากจะหารือกับพวกเขาเรื่องอะไรกัน
เรื่องของการุรุมอนใช่ไหมครับ... กาโอกามอนเริ่มพูดหลังจากที่ประตูห้องได้ปิดลง
อืม...ใช่ เซราฟิมอนเดินไปนั่งที่เก้าอี้ของเขาแล้วเท้าคางด้วยความกลุ้มใจ ตอนนี้เพื่อน ๆ ของพวกเรายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับการุรุมอน...เพราะฉะนั้นในระหว่างนี้ เราจะต้องหาทางช่วยพาเขากลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด...รวมทั้งคนอื่น ๆ ที่เปลี่ยนใจไปอยู่ฝ่ายศัตรูเหล่านั้นด้วย
กิลมอนกอดอกคิดแล้วเริ่มแสดงความคิดเห็นออกมา ปัญหาคือว่า พวกเราจะกลับไปได้ยังไงล่ะครับ...และอีกอย่าง จะช่วยพวกเขาออกมาได้ยังไงอีกด้วย...แค่สองปัญหานี้แหละที่ผมยังคิดหาทางแก้ไม่ออก เขาพูดแล้วถามเซราฟิมอนเพิ่มเติม ผมเองไม่เข้าใจน่ะครับ ว่าทำไมพวกเราบางคนถึงได้ย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้าม...ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้สึกแปลกใจกับการกระทำของเขาเลยนะ...ทั้ง ๆ ที่พวกเขาก็ยังมีสติ แถมยังสามารถตอบโต้ศัตรูได้เหมือนพวกเราซะด้วยซ้ำ
เซราฟิมอนถอนหายใจแล้วตอบ เรื่องนั้นน่ะ...มันซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเห็นได้จากภายนอกน่ะสิ กิลมอน
เรื่องที่ซับซ้อนอย่างนั้นหรือ... กาโอกามอนพูดกับตัวเองแล้วหันไปมองทางหน้าต่าง เรื่องที่ซับซ้อน...เกินกว่าที่ตาเราจะมองเห็น...
***************************
เอ่อ...มีใครอยู่แถวนี้ไหม การุรุมอนตะโกนออกไปข้างนอกห้องของเขา ซึ่งไม่นานนั้นเองก็มีดิจิมอนกระต่ายสีเทาตนหนึ่งเดินเข้ามาหาแล้วก้มหน้าลงเพื่อทำความเคารพเขา
ผม กาซิมอน...ยินดีรับใช้ ท่านชิโรคารุครับ
การุรุมอนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เพราะเขาไม่คิดว่าสถานที่แห่งนี้จะมีการบริการที่ดีให้กับเขา ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งจะต่อสู้กับเจ้าของสถานที่แห่งนี้ไปจนได้รับบาดเจ็บ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้าเขาดีมาเราก็ควรที่จะดีตอบ การุรุมอนลองคิดในแง่บวกว่า ยังไงซะ...สภาพร่างกายของเขาในตอนนี้ก็ยังคงไม่มีแรงพอที่จะสู้กับใครได้อยู่ดี เอ่อ...ฉันอยากจะออกไปเดินเล่น...นายช่วย...ไปกับฉันหน่อยได้ไหม
กาซิมอนคำนับแล้วตอบด้วยความยินดี ยินดีรับใช้ครับ ท่านซิโรคารุ
หลังจากนั้นการุรุมอนและกาซิมอนต่างก็พากันออกไปที่ทางเดินของปราสาท โดยกาซิมอนขอทำหน้าที่เป็นผู้นำทางให้การุรุมอนได้เดินชมความสวยงามของห้องต่าง ๆ ที่อยู่ในชั้นบนนี้
อืม...กาซิมอน
ครับ ท่านชิโรคารุ
การุรุมอนหยุดเดินลงตรงหน้าต่างบานใหญ่แล้วเริ่มถาม นายพอจะรู้เรื่องของฉัน...เอ่อ หมายถึง อดีตของฉันกับเจ้านายของนายบ้างไหม
กาซิมอนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตอบ พอทราบครับ...แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกนะครับ เพราะว่า ผมไม่ใช่ดิจิมอนที่เกิดมาในยุคนั้น...ผมเองก็ถูกนายท่านชุบชีวิตขึ้นมาเหมือนกัน...ดังนั้นความจำบางส่วนของนายท่าน ก็ถูกก็อปปี้มายังความจำของผม ตอนที่ผมฟักออกมาจากดิจิทามะด้วยครับ
ชุบชีวิตหรอ...หมายความว่ายังไง
กาซิมอนมองไปที่หน้าต่างแล้วเริ่มอธิบาย เมื่อสิบปีก่อน ผมถูกพวกอันธพาลรุมทำร้ายจนผมได้สลายตัวไป...ในตอนนั้นเอง นายท่านก็ได้เก็บดิจิทามะของผมเอาไว้ แล้วใช้พลังของท่านเองมาทำให้ผมเกิดใหม่ได้อีกครั้งน่ะครับ...
อย่างนั้นเองหรอ... การุรุมอนพยักหน้าแล้วคิดในใจ ตกลงว่า เจ้าหมอนั่นมันเป็นคนดีหรือยังไงกันแน่นะ...
หลังจากนั้นพวกเขาทั้งสองก็เดินสนทนาต่อไปเรื่อย ๆ เป็นการผ่อนคลาย ซึ่งการุรุมอนก็พยายามตะล่อม ๆ ถามกาซิมอนเพื่อให้ได้ข้อมูลมาประกอบการตัดสินใจของเขา
แล้ว...เรื่องของชิโรคารุล่ะ...เขาเป็นดิจิมอนแบบไหนหรอ
อืมม ผมเองก็ไม่ค่อยเข้าใจมากนักนะครับเพราะภาพมันลาง ๆ...แต่ก็พอปะติดปะต่อเรื่องได้... กาซิมอนเดินไปแล้วก็เริ่มนึกถึงความจำต่าง ๆ ที่ดิจิมอนสุนัขป่าถ่ายทอดมายังเขา เอ่อ...ชิโรคารุที่ผมเห็น...เป็นสุนัขป่าสีขาว...ไม่แน่ใจว่าเขาเป็นดิจิมอน...หรืออะไรกันแน่...
ไม่แน่ใจว่าเป็นดิจิมอน...หมายความว่า เขาไม่ใช่ดิจิมอนหรือ การุรุมอนรู้สึกแปลกใจแล้วถามต่อ
เอ่อ... กาซิมอนส่ายหน้าแล้วนึกต่ออีก มันเหมือนกับว่า...เขาคือ...สิ่งมีชีวิตบางอย่าง...ที่โลกของเราไปก็อปปี้มาจากโลกอื่น...โลกที่พวกเราไม่เคยรู้จักครับ
โลกที่พวกเราไม่เคยรู้จัก...หมายถึงโลกมนุษย์หรือเปล่า
อืม ไม่ใช่...ผมคิดว่ามันไม่ใช่นะครับ กาซิมอนส่ายหน้าอีกครั้งแล้วก้มหน้าลงด้วยสีหน้าที่จริงจัง ความรู้สึกของผมมันบอกว่า...ทั้งท่านชิโรคารุ และ นายท่านของผม...มาจากมิติอื่นที่โลกดิจิมอนได้ไปขอก็อปปี้ข้อมูลพวกเขามา...
หือ...มิติอื่นที่ไม่ใช่โลกมนุษย์...และไม่ใช่โลกดิจิมอน... การุรุมอนรู้สึกว่าปริศนามันเพิ่มขึ้นมาให้เขาได้สงสัยอีกแล้ว และดูท่าว่าจะลึกลับซับซ้อนกว่าที่เขาคิดไว้แต่ก่อนซะด้วย อืม...เอ เดี๋ยวก่อนนะ...รู้สึกว่า ฉันจะเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อนครั้งหนึ่งเหมือนกัน... การุรุมอนนึกถึงอะไรบางอย่างและเริ่มอธิบายมันออกมาตามการคาดเดาของเขา อืม...ใช่แล้วล่ะ...ฉันเคยได้ยินมาว่า โลกดิจิมอนในยุดที่เพิ่งเกิดใหม่ ยังไม่มีดาต้าเบสของสิ่งมีชีวิตที่เป็นตัวเป็นตนที่เหมาะสมกับโลกดิจิมอน...ระบบหลักของมันจึงจำเป็นที่จะต้องหารูปแบบสิ่งมีชีวิตจากโลกอื่น...มาจำลองให้เป็นดิจิมอนที่สามารถอาศัยอยู่บนโลกใบนี้ได้ การุรุมอนพยายามเชื่อมเรื่องเหล่านี้กับข้อมูลต่าง ๆ ที่เขาได้ไปพบมาตอนที่เขาอยู่เกาะไฟล์ โดยส่วนใหญ่เรื่องดังกล่าวมันมักจะถูกระบุไว้เป็นประวัติศาสตร์ที่ซากโบราณสถานของเคนเทอรุมอน
กาซิมอนยืนฟังการุรุมอนอธิบายจนเขาเองเริ่มรู้สึกประหลาดใจกับข้อเท็จจริงเหล่านั้น จริงหรอครับเนี่ย...ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมก็ไม่เคยได้ยินที่มาของโลกดิจิมอนมาก่อนเลย...ถ้ายังนั้น ก็แปลว่า...นายท่านของผม กับ ท่านชิโรคารุ...ก็คือ สิ่งที่โลกดิจิตอลได้เลือกมาเป็นรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า ดิจิมอน สินะครับ...
ใช่...มีความเป็นไปได้มากเลยล่ะ...เพราะว่า พวกเขาทั้งสองเป็นสิ่งที่เกิดมาตั้งแต่สมัยยุคแรกเริ่ม...ดังนั้น พวกเขาคือ ร่างที่ถูกก็อปปี้มาเพื่อให้เป็นรูปแบบของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าดิจิมอน...
ถ้ายังงั้นก็แสดงว่า ร่างจริง ๆ ของพวกเขาอยู่ที่โลกอื่นทั้งคู่เลยน่ะสิครับ...ส่วนที่พวกเราเห็น ๆ อยู่ก็คือ ข้อมูลโครงร่างที่โลกดิจิมอนไปก็อปปี้มาใช้เฉย ๆ เท่านั้นเอง...
การุรุมอนพยักหน้าเมื่อเรื่องราวเริ่มกระจ่างชัดขึ้น ใช่แล้วล่ะ...ต้องใช่แน่ ๆ
บทสนทนาของทั้งคู่ไม่ใช่แค่ว่าพวกเขาจะรู้กันเพียงสองคนเท่านั้น ในเมื่อทั้งภาพและเสียงต่าง ๆ ก็ไปปรากฏอยู่ในกระจกเงาที่ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำกำลังยืนดูอยู่ด้วย อืม ฮึ ๆๆ...ข้าขอยอมรับเจ้าเลยนะ การุรุมอน...เจ้านี่มันฉลาดจริง ๆ...
***************************
ในขณะที่กาโอกามอนและกิลมอนกำลังหารือร่วมกันกับเซราฟิมอนอยู่นั้น อยู่ดี ๆ ท้องของกิลมอนก็ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่มีการบอกกล่าว ทำให้คนอื่น ๆ ต่างก็หันไปมองตามเสียงกันหมดเลย *** โครกกก ครากกก โครกก ครากกก *** อ๋า เอ่อคือ...ขอโทษนะครับทุกคน...เอ่อ คือ ว่า ตั้งแต่กลับมา ผมยังไม่ได้ทานอะไรเลย...เอาไว้กินอะไรให้อิ่มท้องก่อน แล้วค่อยคิดกันได้มะอ่ะครับ กิลมอนรู้สึกว่าท้องของตัวเองทำเขาขายหน้ามาก ๆ จนเขาหน้าแดงไปหมด เขาจึงพูดออกมาและเกาหัวเล็กน้อยด้วยความอาย
กาโอกามอนเห็นดังนั้น เขาก็หัวเราะเล็กหน้าแล้วส่ายหน้าให้กับกิลมอน ฮึ ๆๆ กิลมอน...นายนี่มันจริง ๆ นะ...แต่ก็เอาเถอะ พวกเราเองก็ยังไม่ได้กินอะไรมาเลยจริง ๆ นี่นะ... *** โครก ครากกก ** ชะอุ๋ย!! คราวนี้ของกาโอกามอนร้องบ้าง ทำให้เขาอายไม่แพ้กันเลย
เซราฟิมอนเองเห็นแล้วก็หัวเราะตาม เขาเลยตัดสินใจพักการหารือเอาไว้ก่อน ฮึ ๆๆ เธอเองก็ด้วยล่ะสิ กาโอกามอน...งั้นเราพักการประชุมเอาไว้ก่อนล่ะกัน...บางทีพอเรากินอะไรให้มันอิ่ม ๆ เราอาจจะคิดอะไรออกได้บ้างก็ได้
เอ่อ ขอบคุณนะครับ กิลมอนหัวเราะ แฮะ ๆ แล้วทำความเคารพขออนุญาติออกจากห้องไปพร้อมกับกาโอกามอน
*** แอ้ดดด ปึ้ง ***
หลังจากนั้นกาโอกามอนกับกิลมอนก็แวะกันไปหาพวกอากุมอนและคนอื่น ๆ เพื่อทานอาหารร่วมกันอย่างเอร็ดอร่อย โดยต่างคนต่างก็สนทนากันไปตามประสาเพื่อน ๆ ที่คิดถึงกันแทบแย่ จนเวลาผ่านไปบางคนก็เริ่มอิ่มแล้ว จึงได้ขอตัวออกไปทำธุระส่วนตัวทีละคน ๆ
งั้น ฉันขอกลับไปดูบ้านของฉันหน่อยนะ...จากมาซะนาน ป่านนี้รกถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ กิลมอนบอกกับทุกคนแล้วโบกไม้โบกมือลากลับไปยังถ้ำในป่าของเขา ส่วนกาโอกามอนเองก็๋นึกถึงบ้านของตัวเองขึ้นมาเช่นกัน
เอ่อ งั้นฉันก็ขอตัวด้วยเหมือนกันนะ...ฉันอยากจะไปดูบ้านของการุรุมอนซะหน่อย
ก่อนที่กาโอกามอนจะเดินออกไปจากกลุ่มเพื่อนไป เทลมอนที่กลับร่างมาจากแองเจวูมอนแล้ว ได้เดินเข้ามาถามกับเขาถึงเรื่องการุรุมอนเล็กน้อย โดยสีหน้าของเธอออกจะดูวิตกอยู่เหมือนกัน เอ่อ เดี๋ยวก่อน กาโอกามอน...
หือ
การุรุมอนเขา...จะต้องกลับมาได้ใช่ไหม
กาโอกามอนรู้สึกอึดอัดเล็กน้อยก่อนที่จะตอบ แต่เขาก็ยิ้มแล้วพยักหน้าเพื่อให้เทลมอนได้สบายใจ อะ อื้ม...ต้องกลับมาได้สิ เทลมอน...อย่าวิตกไปเลยนะ พอเขาพูดจบเขาก็เดินออกจากเมืองไป
เทลมอนยืนคิดอยู่ตรงนั้นสักพักจนเธอก็ตัดสินใจกลับบ้านของเธอเอง โดยเธอได้อาศัยอยู่ในกระท่อมเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่อยู่บนเนินทุ่งห่างออกมาจากป่าเขตบ้านการุรุมอนอยู่พอสมควร
*** แอ้ดดดด *** เทลมอนเปิดประตูบ้านแล้วเดินเข้าไปเปิดหน้าต่าง เพื่อให้แสงสว่างยามบ่ายได้ส่องเข้ามาในบ้านของเธอ หลังจากนั้นเธอก็เดินเข้าไปพักอยู่ในห้องนอน ซึ่งลักษณะของมันนั้นก็ไม่ต่างจากห้องนอนของคนอื่น ๆ...มีเตียง มีโต๊ะเครื่องแป้งให้เธอได้หวีขนตามประสาดิจิมอนแมวที่รักสวยรักงาม มีลิ้นชักโต๊ะที่เก็บอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน โดยเทลมอนลองเดินไปเปิดดู เธอก็เห็น...ดอกกุหลาบสีแดงที่ถูกใส่หลอดแก้วเก็บเอาไว้เป็นอย่างดี จนดอกกุหลาบดอกนั้นไม่มีเหี่ยวเฉาเลยแม้แต่น้อย
อืม... เทลมอนเธอมองดูดอกกุหลาบดอกนั้นและหยิบขึ้นมาดู โดยจิตใจของเธอก็นึกย้อนไปถึงวันหนึ่ง...วันที่เธอได้ดอกกุหลาบนี้มาจากใครบางคน...
************* ในอดีตเมื่อปีที่แล้ว ณ วันหนึ่งที่โลกมนุษย์เขาเรียกกันว่า วันวาเลนไทน์ **************
ในตอนเย็นของวันนั้น เทลมอนเธอกำลังนั่งมองดูพระอาทิตย์ตกอยู่ที่หน้าบ้านของเธอ ด้วยบรรยากาศที่เย็นสบายและเงียบสงบ ฮื้มมม...เย็นสบายดีจังเลย
*** แซ่ก...แซ่ก ๆๆ *** เสียงของดิจิมอนตนหนึ่งได้เดินผ่านทุ่งหญ้าสีทองเข้ามาหาเธอ พร้อมกับของสิ่งหนึ่งที่เขาคาบไว้อยู่ในปาก โดยเขาได้แอบเอามันวางลงไว้ข้างหลังเพื่อไม่ให้เทลมอนเห็๋นในตอนแรก
เอ่อ...อะฮื้ม...เทลมอน สวัสดียามเย็น
เทลมอนหันไปมองดิจิมอนตนนั้นแล้วก็ยิ้มให้กับเขา อ้า สวัสดี การุรุมอน...มาหาฉัน มีธุระอะไรหรือเปล่า
การุรุมอนก้มหน้าเกาหัวเล็กน้อยด้วยความรู้สึกลังเลอะไรบางอย่างแล้วเริ่มพูดสนทนากับเธอ เอ่อ คือ ๆ ว่า...วันนี้อ่ะนะ...ฉันอ่านเจอข้อความบางอย่างในห้องสมุด...เขาว่ากันว่า วันนี้คือ...เอ่อ วัน...วันวาเลนไทน์ของโลกมนุษย์อ่ะนะ
วัน...วาเลนไทน์ หรอ... เทลมอนเธอเอียงหัวมองการุรุมอนด้วยความสงสัย โดยแสงอาทิตย์ตกก็ส่องผ่านมาโดนตัวเธอกับการุรุมอนที่อยู่ตรงนั้น...ในตอนแรก เธอเองก็ยังไม่เข้าใจว่าวันวาเลนไทน์คือวันอะไร เธอจึงได้แต่นั่งมองการุรุมอนแล้วถามต่อ วันวาเลนไทน์ คือ วันอะไรหรอ การุรุมอน
การุรุมอนรู้สึกว่าตัวเองจะไม่เก่งในเรื่องแบบี้สักเท่าไหร่นัก เขาจึงได้แต่พยายามสื่อความหมายของวันนั้นได้ด้วยการกระทำมากกว่าการพูดเพื่อให้เทลมอนได้เข้าใจ ก็...วันวาเลนไทน์...ฉันอ่านเจอมาว่า เป็นวันที่พวกมนุษย์...เขาจะให้ของ เอ่อ...อะไรบางอย่างแบบนี้ให้แก่กันน่ะ... การุรุมอนเริ่มหน้าแดงแล้วหันไปคาบหลอดแก้วหลอดหนึ่ง ซึ่งในนั้นมีดอกกุหลาบสีแดงสดได้ถูกเก็บเอาไว้ เขาเดินเข้าไปหาเทลมอนแล้วก็วางหลอดแก้วลงตรงก้อนหินที่เธอนั่งอยู่ด้วยความระมัดระวัง
อื้อ...เอ่อ นี่คือ... เทลมอนมองดูของสิ่งนั้นด้วยความประหลาดใจแล้วหยิบมันขึ้นมาดูสะท้อนแสงกับแสงอาทิตย์ โดยในตอนนั้น เธอก็เริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างที่มันดู...วูปวาบ...ใจก็เต้นตุบตับ ๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกจนเธอก็หน้าแดงเช่นกัน เอ่อ...ขอบคุณ...ขอบคุณค่ะ...
การุรุมอนไม่รู้จะพูดอะไรดี เขาก็เลยพยักหน้าเล็กน้อยแล้วทำฟอร์มให้ดูเหมือนปกติ เอ่อ ไม่เป็นไร...ไม่เป็นไร...คือ ฉันเห็นว่า มันเป็นวันที่เขาให้ของสิ่งนี้กัน...ฉันก็เลยอยากจะเอามาให้เธอบ้างอ่ะนะ เขาเริ่มพูดโบ้ยไปนั่นไปนี้ด้วยความสับสนว่านี่เขาเป็นอะไรไปกันแน่...เขาเองก็ไม่รู้หรอกว่าที่ทำแบบนี้นี่มันสื่อความหมายว่าอะไร...เพราะว่าที่เขาเอาดอกกุหลาบมาให้กับเทลมอนนั้น เขาตั้งใจทำเพราะเขาแค่อยากจะให้เทลมอนเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรอื่นนอกเหนือไปจากนั้น...แต่ว่า ช่วงตอนที่เขาจะให้นี่แหละ...มันทำให้เขารู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาจนเกิดอาการเขินอายอย่างที่เห็น
ส่วนเทลมอนเองเธอก็รู้สึกคล้าย ๆ กันกับเขาผู้นั้น...โดยเธอก็คิดว่า แค่มีคนเอาของมาให้ มันก็น่าจะเป็นเรื่องปกติทั่วไปเหมือนที่คนอื่น ๆ เอาของกินมาให้ เอาหนังสือมาให้ หรือเอาขนมมาให้นี่นะ...แล้วทำไม พอการุรุมอนเอาดอกกุหลาบมาให้เธอ...เธอกับรู้สึกว่ามันดู...เป็นพิเศษ ๆ ยังไงก็บอกไม่ถูก เอ่อ เอ่อม...ยังนั้นหรอ...ก็เอ่อ...ขอบคุณล่ะกันค่ะ...มันดู...สวยมากเลย
....... แล้วทั้งคู่ก็ต่างนิ่งเงียบมองหน้ากันไปอยู่สักพัก ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่านและแสงอาทิตย์ที่ใกล้จะดับลงเข้าสู่ยามกลางคืน ......
เอ่อ...มืดแล้ว...ฉัน...เอ่อ กลับบ้านก่อนนะ... การุรุมอนคิดว่าเขาหมดธุระที่จะทำแล้ว เขาจึงกล่าวลาแล้วทำท่าจะหันหลังกลับบ้าน แต่ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น...เทลมอนกลับเรียกเขาให้หยุด เอ่อ เดี๋ยวก่อน การุรุมอน
หือ เขาหันหน้ามาเล็กน้อยโดยไม่สบตากับเทลมอนด้วยความเขินอาย
เทลมอนลุกขึ้นในจังหวะที่พระอาทิตย์ตกลงจนมืดพอดิบพอดี ซึ่งเธอก็เอามือไขว้หลังแล้วทำท่ายุกยิก ๆ เล็กน้อย อยู่...อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนสิ...ถือว่าเป็นการตอบแทนที่เอาของนี้มาให้กับฉันแล้วกันนะ
อะ หา...คือ คือว่า...มันจะดีหรอ...
เทลมอนเธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมามองการุรุมอนแล้วตอบ อือ ไม่เป็นไรหรอก...วันนี้ฉันได้ของกินมาเยอะ...อยู่ทานด้วยกันกับฉันเถอะนะ
เอ่อ...งั้นก็..ก็ได้ เทลมอน
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็เดินเข้ากระท่อมไปเพื่อทานอาหารร่วมกัน โดยในคืนนั้นก็เป็นคืนที่วิเศษมาก...พระจันทร์ก็ส่องสว่าง ดวงดาวก็ขึ้นอยู่เต็มฟ้าไปหมดเลย...
************* กลับมาปัจจุบัน **************
อือ...การุรุมอน... เทลมอนมองดอกไม้ดอกนั้นอยู่สักพักแล้วค่อยเก็บมันกลับเข้าที่เดิม ซึ่งหลังจากนั้นเธอก็กระโดดขึ้นเตียงแล้วก็นอนหลับตาลงงีบอย่างสงบ...
************* ณ บ้านของการุรุมอน **************
*** แอ้ดดดด *** กาโอกามอนดันประตูเปิดห้องนอนของการุรุมอนออกมา แล้วเดินเข้าไปดูสิ่งต่าง ๆ ที่การุรุมอนได้จัดวางเอาไว้...เตียงนอนยาวที่รอให้เจ้าของขึ้นมาหลับพักผ่อน...โต๊ะเตี้ย ๆ ยาว ๆ ที่เอาไว้ให้การุรุมอนได้นอนอ่านหนังสือยามว่าง...เตาผิงไฟที่เก็บเอาไว้ใช้ยามหน้าหนาว...สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เริ่มมีฝุ่นเกาะเล็กน้อย ทำให้กาโอกามอนจึงเริ่มลงมือทำความสะอาด ปัดกวาดเช็ดถูให้แทนการุรุมอน โดยในระหว่างที่เขาทำไป เขาก็นึกถึงช่วงเวลาตอนหนึ่งที่เขาเป็นกาโอมอน และเริ่มเข้ามาพักอยู่ในบ้านของการุรุมอนหลังนี้
************* ในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่หน้าหนาวเริ่มเข้าสู่เกาะไฟล์ **************
ฮัด...ฮัด...ฮัดเช้ยย!! เสียงของกาโอมอนจามขึ้นมาในห้องนอนของการุรุมอน ในขณะที่เขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ในผ้าห่มขนสัตว์ข้าง ๆ เตาผิงของการุรุมอน สภาพอากาศของเกาะไฟล์ในตอนนั้น แทบจะบอกได้ว่าหนาวมากที่สุดในรอบปีเลยก็ว่าได้ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้ดิจิมอนที่มีขนหนา ๆ อย่างกาโอมอนรู้สึกได้อย่างชัดเจน
ไงล่ะ กาโอมอน... การุรุมอนเปิดประตูออกมา แล้วก้มลงไปคาบชามอะไรบางอย่างเดินเข้ามาหากาโอมอนเพื่อวางมันลงให้กาโอมอนได้ทาน เอ้านี่ ยาแก้หวัด...ทานซะจะได้หาย
กาโอมอนมองดูของเหลวที่อยู่ในชามเป็นน้ำสีเขียว ๆ ซึ่งพอเขาได้กลิ่นปุ๊บ เขาก็แทบจะไม่อยากกินขึ้นมาอย่างทันใด หืออ กลิ่นยาหรอเนี่ย...ทำไมมันเหม็นจังเลยอ่ะ พี่การุรุมอน เขาพูดแล้วทำหน้าเอียน ๆ กับการุรุมอน
ก็เพราะมันเป็นยาน่ะสิ กาโอมอน การุรุมอนตอบแล้วเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ กาโอมอน บอกแล้วไม่เชื่อ ว่าอย่าเล่นน้ำในทะเลสาบตอนกลางวัน...ที่นี้เป็นยังไงล่ะ เป็นหวัดขึ้นมาจนได้
กาโอมอนหันไปมองการุรุมอนแล้วทำหน้าทำตางอน ๆ ใส่ ก็... แหม ใครจะไปรู้ล่ะครับ...ก็ปกติ มันไม่เห็นจะเป็นอะไรสักหน่อยนิ
การุรุมอนถอนหายใจแล้วส่ายหน้า เฮ้อ เอาล่ะ ๆ...ยังไงซะ เราก็ต้องกินยา...กินได้แล้ว กาโอมอน
กาโอมอนทำเฉยเมยแล้วหันไปมองทางอื่น ฮึ...ไม่เอา...ผมไม่ทาน
เอาเหอะน่า กาโอมอน... การุรุมอนรู้สึกว่ากาโอมอนเริ่มออกอาการเป็นเด็กดื้อ เขาจึงหันหน้าไปดุน ๆ ให้กาโอมอนก้มลงไปหยิบชามยาขึ้นมากิน
เอ้อม...เอ้อม พี่ครับ...ผมไม่อยากกิน..มันเหม็น อยากจะอ้วก
กินเข้าไปเหอะน่ะ...ถ้าไม่กินแล้วจะหายหวัดได้ยังไง การุรุมอนดุน ๆ ดัน ๆ กาโอมอนมากขึ้น จนคราวนี้เขาเริ่มพูดดุเล็กน้อย จะต้องให้บอกสักกี่ครั้ง เราถึงจะยอมกินน่ะหะ
************* กลับมา ณ ปัจจุบัน *************
ฮืม...เราจะทำยังไงดีนะ ถึงจะพาเขากลับมาได้ กาโอกามอนถอนหายใจแล้วทำความสะอาดบ้านของการุรุมอนต่อจนเสร็จสิ้น หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไปนั่งอยู่ที่ริมทะเลสาบ ท่ามกลางแสงแดดยามเย็น เมื่อพระอาทิตย์เริ่มที่จะตกลงสู่หุบเขา
สวัสดี กาโอกามอน...เป็นยังไงบ้าง เสียงของอากุมอนเรียก ทำให้กาโอกามอนหันหน้าไปยิ้มเล็กน้อยแล้วตอบ อื้ม ก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะ...จากบ้านมาซะตั้งนาน ฉันเองก็คิดถึงแทบแย่เหมือนกันนะเนี่ย
อากุมอนพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปนั่งดูพระอาทิตย์ตกร่วมกับกาโอกามอน โดยที่เขามาวันนี้เพราะว่าเขามีจุดประสงค์อะไรบางอย่างที่อยากจะให้กาโอกามอนช่วยเขา ฉันมีเรื่องอะไรบางอย่างอยากจะถามนายน่ะ กาโอกามอน
หือ เรื่องอะไรล่ะ อากุมอน... กาโอกามอนถามแล้วหันไปมองที่ทะเลสาบ เพื่อพักสายตาและผ่อนคลายสมองของเขา
อากุมอนได้ยินเช่นนั้นจึงหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเริ่มถามกาโอกามอน ฮื้มมม เอาล่ะ...ฉันรู้นะว่า ที่นายพูดกับทุกคนเมื่อตอนกลางวันนั้นน่ะ...นายพูดโกหกเพื่อหลอกให้คนอื่น ๆ สบายใจใช่ไหมล่ะ
กาโอกามอนเหลือบตามองอากุมอนแล้วก็คิดว่า คงจะปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ได้ยาก ถ้าอากุมอนมั่นใจมาถามเขาแบบนี้ เขาก็ไม่มีทางเลือกที่จะตัดสินใจบอกความจริงให้อากุมอนได้รู้ ...ใช่แล้วล่ะ...ฉันโกหกทุกคน...นายจะช่วยปิดเรื่องนี้เอาไว้ เพื่อให้ทุกคนสบายใจได้ไหมล่ะ
อากุมอนพยักหน้าเข้าใจและยอมรับที่จะปฏิบัติตาม ได้สิ...แต่ว่า ฉันขอรู้เรื่องราวอะไรเพิ่มเติมหน่อยได้ไหมล่ะ...ตกลงว่า มันเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนของพวกเรากันแน่...
งั้นฉันก็จะเล่าให้นายฟัง...อย่าลืมทำตามที่รับปากไว้ด้วยก็แล้วกัน
อากุมอนพยักหน้าตอบแล้วเริ่มนั่งฟังเรื่องราวที่เกิดขึ้นในปราสาทดีวา อะไรคือผู้กุมกุญแจแห่งความมืด อะไรคือจุดประสงค์ของดิจิมอนเหล่านั้น อะไรคือสาเหตุที่เพื่อนบางคนเขายังกลับมาไม่ได้ ซึ่งพอหลังที่กาโอกามอนเล่าจบ อากุมอนก็ถึงกับตกตะลึงนั่งนิ่งไปสักพัก นะ นี่มัน...มันไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ กาโอกามอน...
อืม ฉันเองก็รู้หรอกน่ะ อากุมอน...ตอนนี้ทั้งฉัน กิลมอน และเซราฟิมอน กำลังหาทางที่จะกลับไปช่วยการุรุมอนอยู่...ไม่มีทางหรอกที่ฉันจะปล่อยให้มันได้ตัวเขาไปง่าย ๆ แน่
อากุมอนนั่งเท้าคางแล้วคิดตัดสินใจอะไรบางอย่าง จนกระทั่งเขาก็เริ่มพูดกับกาโอกามอนอีกครั้ง งั้นฉันขอร่วมวงด้วยได้ไหม...พอได้ยินแบบนี้แล้ว ฉันเองก็คงจะอยู่เฉย ๆ ไม่ได้เหมือนกัน
กาโอกามอนรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับคำขอของอากุมอน เขาจึงหันไปอธิบายให้อากุมอนได้ตัดสินใจอีกครั้ง อากุมอน...นายก็น่าจะรู้นะว่า เรื่องใหญ่แบบนี้ มันอันตรายมาก...อาจจะอันตรายกว่าทุกครั้งที่นายไปเจอมาด้วยซ้ำ...นายแน่ใจหรอ...
อือ...ฉันแน่ใจ อากุมอนพยักหน้าโดยไม่ลังเลเลยแม่แต่น้อย ทำให้กาโอกามอนก็ไม่มีทางเลือกที่จะห้ามอากุมอนเอาไว้ได้เช่นกัน เขาจึงตอบตกลงโดยไม่มีข้อโต้แย้ง
อืม ถ้านายตัดสินใจแบบนั้น...ก็แล้วแต่นายละกัน
ขอบใจมากเลยนะ...อย่างน้อยฉันก็สบายขึ้นมาบ้างล่ะ ที่มีโอกาสได้ทำอะไรเพื่อช่วยทุกคน
กาโอกามอนพยักหน้าตอบแล้วยิ้มให้กับอากุมอน ถ้ายังนั้นพวกเรากลับเข้าไปในเมืองกันเถอะ...ไปหากิลมอนและเซราฟิมอนเพื่อวางแผนร่วมกันดีกว่านะ เขาพูดแล้วเดินไปล็อคบ้านของการุรุมอนให้เรียบร้อย หลังจากนั้นก็มุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวเมืองพร้อมกับอากุมอน ท่ามกลางแสงอาทิตย์ที่ค่อย ๆ หมดลงและเข้าสู่ยามกลางคืนที่เงียบสงัด
************* ณ ปราสาทดีวา บริเวณทางเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดของหอคอย *************
*** ตึก...ตึก...*** เสียงย่ำเท้าของการุรุมอนค่อย ๆ ก้าวขึ้นบันไดไปอย่างช้า ๆ ด้วยสายตาที่มองขึ้นไปยังชั้นบนสุด...สถานที่ที่เป็นห้องนอนของผู้กุมกุญแจแห่งความมืดนั่นเอง...*** ตึก...ตึก *** เขาเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ...จนกระทั่งเขาก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าทางเดินยาว และประตูที่เป็นจุดหมายพาเข้าไปยังห้องนอนของดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้น
ฮืม... *** ตึก...ตึก...ตึก *** การุรุมอนหายใจเข้าลึก ๆ แล้วเริ่มเดินต่อเข้าไป โดยในขณะที่เขาก้าวเท้าแต่ละก้าวนั้น เขาก็คิดถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกเริ่มจนมาถึง ณ ช่วงเวลานี้...ช่วงเวลาที่เขากำลังจะเปิดประตูเข้าไปให้คำตอบกับดิจิมอนสุนัขป่าผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...ผู้นำทัพแห่งกองกำลังสีดำ...ผู้เป็นหนึ่งในเทพเจ้าแห่งทิศตะวันตก...
*** แอ้ดดดด ปึ้งงง ***
ฮึ...ในที่สุด เจ้าก็มา... ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเอ่ยปากทักทายการุรุมอนด้วยความเป็นมิตร ในขณะที่เขากำลังยืนดูบรรยากาศภายนอกหน้าต่างในห้องนอนของเขา
*** ตึก...ตึก *** การุรุมอนเดินเข้ามาในห้องนอน และได้ไปยืนหยุดอยู่ตรงหน้าของดิจิมอนสุนัขป่าตนนั้น...สิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้...คือเรื่องใหญ่ที่สุดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวของเขาเอง และชะตากรรมของเพื่อน ๆ ทุกคนที่อาศัยอยู่บนเกาะไฟล์แห่งนั้น...
เจ้าคงจะ...ตัดสินใจได้แล้วใช่ไหม การุรุมอน... ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำถามการุรุมอน
อืม ใช่... การุรุมอนมองตาดิจิมอนตนนั้นอยู่ไปสักพัก...และในที่สุด...เขาก็พยักหน้าลงอย่างช้า ๆ เป็นการให้คำตอบที่เขาแน่ใจ และไม่คิดที่จะปฏิเสธอะไรได้อีกต่อไปแล้ว
ฮึ ๆๆ งั้นรึ...ฮึ ๆๆๆ ฮ่า ๆๆๆ...ยินดีต้อนรับเข้าสู่กองทัพของข้า...การุรุมอน
To be continued