Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part XX-II : Prepare for War…Garurumon is the enemy!!  -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

หลังจากที่กาโอกามอนและอากุมอนได้กลับเข้ามาในตัวเมือง  พวกเขาก็มุ่งหน้าไปที่สำนักงานของเซราฟิมอน  โดยที่นั่นก็มีกิลมอนกำลังยืนรออยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า

 

“ฮ้า มาแล้วหรอ กาโอกามอน...” กิลมอนหันไปโบกมือทักแล้วก็รู้สึกแปลกใจ  เมื่อเห็นอากุมอนตามกาโอกามอนเข้ามาด้วย  “อ๊ะ อากุมอน...แล้วนาย มาทำอะไรที่นี่ล่ะเนี่ย...”

 

กาโอกามอนเห็นว่ากิลมอนยังไม่รู้  เขาจึงหันไปบอกกิลมอนให้เข้าใจ  “อากุมอนเขารู้เรื่องหมดแล้วล่ะกิลมอน...เขาเลยอยากจะช่วยพวกเราด้วยเหมือนกัน”

 

“ใช่แล้ว กิลมอน...แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เพราะฉันจะไม่บอกใครให้ตื่นตระหนกเหมือนกัน” อากุมอนพูดแล้วเดินนำหน้าทุกคนเข้าไปในตัวอาคาร

 

“กาโอกามอน...” กิลมอนเรียกด้วยความรู้สึกไม่แน่ใจ

 

“หือ อะไรกิลมอน”

 

“มันจะดีหรอ แบบนี้...”

 

กาโอกามอนยักไหล่แล้วทำหน้าเฉย ๆ กับคำถามของกิลมอน  “มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา กิลมอน...ยังไงซะ หลายคนช่วยกัน  มันอาจจะพบทางออกได้ง่ายขึ้นก็ได้...”

 

กิลมอนกอดอกและพยักหน้าเล็กน้อย  โดยตอนแรกเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับกาโอกามอนสักเท่าไร  แต่ในเมื่ออากุมอนรู้เรื่องของพวกเขาแล้ว  มันก็คงจะห้ามอะไรไม่ได้แล้วล่ะ  “โอเค ไปกันเถอะ...เซราฟิมอนกำลังรอพวกเราอยู่”

 

กาโอกามอนพยักหน้าตอบแล้วเดินตามอากุมอนไปพร้อม ๆ กับกิลมอน  จนกระทั่งพวกเขาทั้งหมดก็มาถึงห้องทำงานของเซราฟิมอน

 

“พวกเรามากันแล้ว...อากุมอนก็ด้วยหรือ” เซราฟิมอนหันเก้าอี้ที่นั่งอยู่มาทักทายทุกคน  โดยเขาก็รู้สึกแปลกใจเช่นกันที่เห็นอากุมอนเข้ามาด้วย  อากุมอนเลยถือโอกาสตอนนั้นพูดกับเซราฟิมอนซะเลย

 

“ผมรู้เรื่องของการุรุมอนแล้วครับ...ผมอยากมีส่วนในการช่วยเหลือครั้งนี้ด้วย...ยังไงซะ การุรุมอนก็คือ คนที่ช่วยผมให้หนีรอดกลับมาได้พร้อม ๆ กับคนอื่น...คราวนี้ผมก็อยากจะช่วยเขาเป็นการตอบแทนเช่นกัน”

 

เซราฟิมอนฟังอากุมอนอธิบายแล้วก็พยักหน้ายอมรับ  “อืม...งั้นก็ได้” เขาพูดแล้วก็เดินไปที่โต๊ะยาวอีกตัวหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ ห้อง  โดยบนนั้นมีแผนที่ทางภูมิศาสตร์ของเกาะไฟล์และดินแดนแห่งทิศตะวันตกอยู่  ซึ่งระยะทางแบบหยาบ ๆ ระหว่างสองที่นั้นก็ดูไกลโพ้น  และมีมหาสมุทรอันกว้างใหญ่กั้นแบบไกลสุดลูกหูลูกตา  “พวกเราลองมาดูนี่กันหน่อย” เซราฟิมอนยืนมองดูแผนที่ดังกล่าวแล้วก็เรียกทุกคนให้เข้ามาดูเช่นกัน

 

“หืม...นี่มันแผนที่โลกนิ” กิลมอนเอ่ยขึ้นแล้วชี้ไปตรงจุดที่เป็นเกาะ “นี่คือเกาะไฟล์ใช่ไหมครับ...”

 

“และนั่นก็คือ ดินแดนแห่งตะวันตกที่พวกเราไปมาใช่ไหมครับ” อากุมอนเองก็เข้ามาดูแล้วชี้จุดเช่นกัน

 

เซราฟิมอนพยักหน้าและเริ่มอธิบายแผนการให้ทุกคนได้ฟังกัน  “จากเท่าที่พวกเราเห็น  ก็บอกได้ว่าดินแดนตะวันตกนั้นอยู่ห่างไกลจากเกาะไฟล์ของเรามาก...การที่เราจะเดินทางไปได้นั้น  ถ้าไม่ใช้ประตูมิติ  เราก็คงต้องนั่งเรือ  หรือไม่ก็บินไปเท่านั้น...”

 

กาโอกามอนเดินเข้ามาดูแผนที่อย่างละเอียดแล้วส่ายหน้าเล็กน้อย  “อืม ไม่มีทางทำได้หรอก เซราฟิมอน...ระยะทางไกลมากขนาดนี้ คงใช้เวลาหลายวัน...เราเองก็รับประกันความปลอดภัยของการุรุมอนไม่ได้ซะด้วย...”

 

“งั้นวิธีไหนที่จะเดินทางไปถึงที่นั่นแบบเร็ว ๆ ได้ล่ะ กาโอกามอน” กิลมอนถาม

 

“อืม...อืม” อากุมอนกอดอกคิดและมองดูเกาะไฟล์บนแผนที่อยู่สักพัก  ซึ่งตอนนั้นเองเขาก็นึกอะไรได้อย่างหนึ่ง  “เดี๋ยวก่อนนะ พวกเรา...” เขาชี้นิ้วลงไปที่จุดที่เป็นโรงงานผลิตเครื่องจักรของแอนโดรมอน “ฉันคิดว่า ตรงจุดนี้น่าจะเป็นทางออกของพวกเราได้นะ...”

 

เซราฟิมอนมองดูจุดที่อากุมอนชี้แล้วถาม  “โรงงานของแอนโดรมอน...ตรงนั้นมันมีอะไรหรือ อากุมอน”

 

อากุมอนมองดูแผนที่อยู่สักพักแล้วก็เริ่มอธิบาย  “ตรงนี้คือ แหล่งผลิตเครื่องจักร...อืม เป็นไปได้ไหมที่เราจะขอให้แอนโดรมอนกับพวกกาโดรมอนประดิษฐ์ยานพาหนะที่เดินทางเร็วให้แก่พวกเราน่ะ...”

 

“หือ ยานพาหนะหรอ...” กิลมอนคิดแล้วเท้าคางบนโต๊ะ “มันจะไหวเร๊ออากุมอน...”

 

“ก็น่าจะไหวนะ...เพราะโรงงานของแอนโดรมอน ใคร ๆ ก็รู้ว่าผลิตเครื่องจักรได้สารพัด  แถมยังสามารถทำให้เสร็จได้ภายในไม่กี่วันด้วย...”

 

กาโอกามอนรู้สึกแปลก ๆ กับความคิดของอากุมอนเล็กน้อย  แต่ว่ามันก็มีเค้าของความเป็นไปได้แฝงอยู่ “อืม...ถ้าพวกเราจะใช้วิธีนี้จริง ๆ...พวกเราก็ต้องไปปรึกษากับแอนโดรมอนกันก่อนแหละ...”

 

เซราฟิมอนยืนคิดแล้วก็รู้สึกเห็นด้วยกับความคิดของกาโอกามอน  “อือ ถ้ายังนั้น...พวกเธอลองไปถามแอนโดรมอนเขาดูก่อนล่ะกัน...ถ้าได้ผลยังไง เดี๋ยวเราจะประสานงาน ส่งเหล่าไนท์มอนออกไปช่วยด้วยนะ...”

 

“งั้นก็เอาตามนี้...ไปหาแอนโดรมอนกันก่อน แล้วค่อยกลับมาบอกเซราฟิมอนกันนะ พวกเรา” กิลมอนบอกกับทุกคนแล้วก็หันหลัง  ขออนุญาติเดินออกจากห้องของเซราฟิมอนไป

 

“โอเค...เดี๋ยวพวกเราจะกลับมารายงานให้ทราบนะครับ เซราฟิมอน” อากุมอนพยักหน้าตกลงกับเซราฟิมอนและก็ตามกิลมอนไปเช่นกัน  ส่วนกาโอกามอนเขาก็คิดอะไรบางอย่างอยู่สักพักจนเซราฟิมอนต้องเอ่ยปากถาม “เป็นอะไรหรือเปล่า กาโอกามอน”

 

“อือ...ไม่รู้สิครับ...ผมรู้สึกถึงลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง...” เขาพูดแล้วมองออกไปดูบรรยากาศตอนกลางคืนนอกหน้าต่างด้วยสีหน้าที่วิตกกังวล

 

“ลางสังหรณ์อย่างนั้นหรือ...มันบอกว่าเธอว่ายังไงล่ะ”

 

กาโอกามอนมีสีหน้าที่เคร่งเครียดมากขึ้นเมื่อเขาหันกลับมาตอบเซราฟิมอน  “มันคล้ายกับกำลังจะบอกผมว่า...ไม่มีความจำเป็นต้องเดินทางไปไหนน่ะสิครับ...”

 

“หือ ไม่จำเป็นอย่างนั้นหรอ...งั้นก็หมายความว่า พวกเขา...พวกเขาจะมาหาเราเองอย่างนั้นล่ะสิ”

 

“เรื่องนั้น...ผมเองก็ให้คำตอบอะไรไม่ได้หรอกครับ...ลางสังหรณ์...มันก็คือลางสังหรณ์...มันอาจจะเกิดขึ้น หรือ อาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้...” กาโอกามอนมองหน้าเซราฟิมอนด้วยความรู้สึกอย่างเดียวกัน...ความรู้สึกที่สัมผัสได้ถึงภัยอันตรายที่เกิดขึ้นจากลางสังหรณ์เหล่านั้น  เพราะถ้าเกิดว่ามันเป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ...นั่นก็แปลว่า อีกไม่นาน เกาะไฟล์ของพวกเขาก็จะต้องพบกับปัญหาครั้งใหญ่  ด้วยกองทัพของดิจิมอนแห่งความมืดที่กำลังเดินหน้าเข้ามายังสถานที่แห่งนี้...

 

************* ณ ปราสาทดีวา ในห้องโถงใหญ่ที่อยู่ชั้นล่างของตัวปราสาท  *************

 

“เอาล่ะพวกเรา...มารับฟังแผนการรบกันหน่อย” แบล็คการุรุมอนประกาศเรียกตัวดิจิมอนแม่ทัพศึก  ผู้ที่เป็นหน่วยย่อยของกองกำลังสีดำ  อันประกอบด้วยแม่ทัพคนที่หนึ่ง  คือเดวิมอนผู้ที่ควบคุมกองทัพเหล่าดิจิมอนแห่งความมืดทั้งหลาย  เช่น  เดวิมอน  เดวิดรามอน  ไอซ์เดวิมอน  ก็อบลินมอน  เป็นต้น   ต่อมาแม่ทัพคนที่สอง  คือไทแรนโนมอนผู้ที่ควบคุมกองทัพเหล่าดิจิมอนไดโนเสาร์และดิจิมอนสัตว์ป่าต่าง ๆ  เช่น  ไทแรนโนมอน  เกรย์มอน  โอกามอน  โมโนโครมอน  เป็นต้น   แม่ทัพคนที่สาม  คืออะควีรามอนที่ควบคุมกองทัพดิจิมอนสัตว์ปีกทั้งหลาย  เช่น  อะควีรามอน  เบิร์ดรามอน  ฟลายมอน  แอร์ดรามอน  เป็นต้น   และแม่ทัพคนสุดท้ายคือซีดรามอน  ผู้ที่ควบคุมเหล่ากองทัพดิจิมอนน้ำทั้งหมด  เช่น  ซีดรามอน  ฮังโยมอน  ด็อปลินมอน  และอโนมาโรคาริมอน...ทั้งสี่คนนี้คือผู้ที่จะออกรบและจะเป็นแนวหน้าของผู้กุมกุญแจแห่งความมืดด้วยความภักดี...

 

“แผนของเรามีดังต่อไปนี้...” แบล็คการุรุมอนพูดแล้วเริ่มแจกแจงงานให้กับแม่ทัพแต่ละคน  “เราจะบุกประชิดรอบด้านของเกาะไฟล์  โดยให้กองทัพของซีดรามอนเป็นผู้ควบคุมหลักในเรื่องของการเดินทัพทางน้ำ...หลังจากนั้น ให้ทัพอากาศของอะควีดรามอนเข้าควบคุมสถานการณ์เป็นทัพแรก  ก่อนที่กองทัพของเดวิมอนและไทแรนโนมอนจะตามเข้าไปสมทบ...ทุกอย่างต้องรวดเร็วและเฉียบขาด...เข้าใจไหม”

 

“เข้าใจแล้วครับ ท่านแบล็คการุรุมอน” แม่ทัพทั้งสี่เขานรับคำสั่งพร้อม ๆ กัน  แล้วก็หันไปมองตรงทางเข้า  เมื่อพวกเขาเห็นผู้กุมกุญแจแห่งความมืดได้เดินเข้ามาทักทาย

 

“ฮึ ๆๆ แผนการรบของเราไปถึงไหนแล้ว แบล็คการุรุมอน”

 

แบล็คการุรุมอนหันมาทำความเคารพนายของเขาแล้วตอบด้วยความสุภาพ “เรียบร้อยแล้วครับ...พร้อมที่จะเดินหน้าได้ทุกเมื่อ”

 

“ฮึ ๆๆ ดีมาก...” ดิจิมอนสุนัขป่าหัวเราะเล็กน้อยแล้วพยักหน้าให้กับทุกคน  “ข้าจะช่วยเปิดประตูมิติให้พวกเจ้าได้เดินทางผ่านเข้าไป...โดยข้าจะให้พวกเจ้าไปปรากฏอยู่ตรงจุดที่ไม่ห่างไปจากเกาะไฟล์มากนัก  เผื่อว่าพวกเจ้าจะได้มีเวลาเตรียมตัวบุกเข้าไปง่าย ๆ หน่อย”

 

“ขอบคุณครับนายท่าน...ข้ารับรองว่า แผนการของเราจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอนครับ”

 

“ดีมาก แบล็คการุรุมอน...” ดิจิมอนสุนัขป่าพยักหน้าและสะแหยะยิ้มด้วยความพึงพอใจ

 

“แล้วนายท่านมาที่นี่...มีอะไรให้ข้ารับใช้รึเปล่าครับ...”

 

“อืม ไม่หรอก...ที่ข้ามานี่ ก็อยากจะขอแนะนำที่ปรึกษาของพวกเจ้าซะหน่อย...ข้าขอแต่งตั้งให้เขาเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่พวกเจ้าจะต้องเชื่อฟังคำสั่งอย่างเคร่งครัด  ซึ่งรวมทั้งตัวเจ้าเองก็ด้วยนะ แบล็คการุรุมอน...”

 

“ ครับนายท่าน...ข้าจะทำตามที่ท่านสั่งครับ” แบล็คการุรุมอนพยักหน้ารับคำสั่ง

 

“ถ้าอย่างนั้น  ข้าก็ขอเชิญเขาเลยล่ะกัน” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำพูดแล้วหันไปเรียกบุคคลหนึ่งให้เข้ามา  “เข้ามาได้แล้ว...การุรุมอน”

 

*** ตึก...ตึก ***  การุรุมอนในสภาพร่างกายที่ดูดีขึ้นและแข็งแรงขึ้นจนเหมือนปกติ  ได้เดินเข้ามาพบปะกับแม่ทัพทั้งสี่  รวมทั้งแบล็คการุรุมอนที่มีสีหน้าวางเฉยและยอมรับกับการดำรงตำแหน่งใหม่ของการุรุมอน  ซึ่งนั่นก็เป็นเพราะว่า  คำสั่งของนายเขา  ก็คือคำสั่งที่เขาจะต้องยอมรับปฏิบัติตาม...และอีกอย่างตอนนี้ การุรุมอนก็คือพวกเดียวกับเขาแล้ว  แถมยังเป็นคนที่ยืนอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าเขาอีกด้วย

 

“ทุกคน นี่คือ การุรุมอน...ที่ปรึกษาของพวกเรา” แบล็คการุรุมอนขออนุญาติกล่าวแนะนำและเดินเข้าไปทำความเคารพให้ด้วยความสุภาพ  “พวกเราขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ...ท่านการุรุมอน...”

 

“อืม...ไม่ต้องมีพิธีรีตองกันมากก็ได้...ฉันขอแค่ให้พวกนายเชื่อฟังในสิ่งที่ฉันบอกก็พอล่ะกัน...” การุรุมอนพูดกับทุกคนด้วยความเป็นกันเอง  เพื่อสร้างมิตรใหม่ให้ง่ายต่อการปฏิบัติงานของเขา  ซึ่งเท่าที่เขาดูแล้วก็เห็นว่า  แต่ละคนก็ดูเชื่อฟังเขาดีและมีความประพฤติเรียบร้อย  สมกับเป็นสมาชิกในกลุ่มของกองกำลังแห่งทิศตะวันตกจริง ๆ

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเห็นดังนั้นแล้วก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาอะไร  เขาจึงปล่อยให้การุรุมอนพูดคุยทำความเข้าใจกับเพื่อนใหม่ไปตามอัธยาศัย  ส่วนตัวเขาเองนั้น  ยังมีแผนการอื่น ๆ ที่เขาจะต้องไปทำอีก  ซึ่งไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่า  แผนการเหล่านั้นมันคืออะไร

 

“เอาล่ะ...เรามาคุยถึงจุดประสงค์ของพวกเรากันก่อนดีกว่านะ” การุรุมอนพูดแล้วเดินไปที่โต๊ะวางแผนที่  ซึ่งเขายืนดูรายละเอียดอะไรต่อมิอะไรไปสักพักแล้วก็พูดต่อ “อย่างแรกที่ฉันต้องการก็คือ...”  เขาพันไปจ้องหน้าแม่ทัพเหล่านั้นด้วยสายตาที่จริงจัง  “ห้ามทำลาย เกาะทั้งเกาะ...และห้ามทำร้ายประชาชนที่อยู่บนเกาะนั้นโดยเด็ดขาด เข้าใจไหม!!”

 

“เข้าใจแล้วครับ”

 

แบล็คการุรุมอนพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปถามผู้บัญชาการของตนเล็กน้อยด้วยความสงสัย “ถ้ายังนั้น...การุรุมอนมีคำแนะนำอะไรรึไม่  ที่จะให้พวกเราสามารถยกทัพไปทำลายพลังแห่งความมืดได้”

 

การุรุมอนหันไปชี้จุดที่เป็นภูเขามุเก็นเมาเทนท์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วเริ่มสั่งการ  “เราจะโจมตีเพียงแค่จุดนี้จุดเดียวเท่านั้น...เพราะที่นี่ คือ ที่อยู่ของพลังแห่งความมืด...ทำลายมันเพียงอย่างเดียวเท่านั้นและห้ามให้ทหารออกไปอาละวาดทำลายเมืองโดยเด็ดขาด”

 

“แล้วถ้าชาวเมืองไม่ยอมเชื่อฟังพวกเราและยังต่อต้านพวกเรา...เราจะทำยังไงล่ะ การรุมอน” แบล็คการรุมอนถามต่อ

 

“เรื่องนั้นน่ะ...ฉันกับผู้กุมกุญแจแห่งความมืดจะจัดการกันเอง” การุรุมอนตอบแล้วหันมามองแบล็คการุรุมอนด้วยการตัดสินใจอะไรบางอย่างที่เขาคิดเอาไว้แล้วอยู่ในใจ...

 

************* เกาะไฟล์ในยามราตรี  ณ เกียร์ซาวันนา  *************

 

*** ฟิ้ววว ฟิ้ววว *** “บรื้อออ หนาวจังเลยแฮะพวกเรา...” กิลมอนพูดเสียงสั่นเมื่อลมเย็น ๆ ในเขตทะเลทรายพัดผ่านมาโดนร่างของเขา

 

อากุมอนเองก็เริ่มรู้สึกหนาวเหมือนกัน  โดยเขาก็กอดอกตัวเองเอาไว้แน่น ๆ เพื่อให้มือของเขาจะได้อุ่น ๆ ในขณะที่เขากำลังเดินผ่านทะเลทรายไปพร้อม ๆ กับทุกคน  “เง้อ...ฉันลืมไปเลยนะเนี่ย ว่าทะเลทรายตอนกลางคืนนี่มันหนาวพอ ๆ กับเมืองฝั่งน้ำแข็งเลยอ่ะ...รู้ยังงี้ มาตอนเช้าจะดีกว่า...”

 

“มาตอนเช้า  เราก็โดนแดดเผาตายน่ะสิ พวกนาย” กาโอกามอนขอพูดบ้าง  โดยสำหรับเขาแล้ว  อากาศหนาวแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก

 

“เฮ้อ แย่จริง ๆ เลย”

 

ทั้งสามคนเดินไปเรื่อย ๆ เรื่อย ผ่านพายุทะเลทรายที่พัดไปมาจนบางครั้งพวกเขาก็เกิดหลบกันแทบไม่ทัน  *** ครืน ๆๆๆ ฟู้ววว ๆๆๆ *** “โฮ้ยยยยย เมื่อไหร่จะถึงเนี่ย!!” อากุมอนเริ่มบ่น  เมื่อเขากับทุกคนพากันหนีพายุไปหลบอยู่ที่เนินหินแห้ง ๆ แถวนั้น  ซึ่งพอพายุเคลื่อนผ่านไป  พวกเขาแต่ละคนก็ถึงกับขอหยุดพักด้วยความเหนื่อยและอ่อนแรง 

 

“ฉันว่านะ เราควรจะหาที่พักกันก่อนดีกว่า...ขืนเดินทางต่อ มีหวังต้องโดนพายุทรายลูกใดลูกหนึ่งพัดตายแน่ ๆ” กิลมอนเสนอความเห็นเมื่อเขารู้สึกว่า  ทั้งหนาวและพายุเยอะแบบนี้  คงไปไม่ไหวแล้วล่ะ

 

กาโอกามอนเริ่มเห็นด้วยกับความคิดนี้  เพราะว่าอากาศหนาวไม่ร้ายกว่าโดนพายุพัดตาย  โดยเขาก็นึกได้ว่ามีสถานที่หนึ่งที่พวกเขาพอจะไปพักได้  “งั้นไปที่หมู่บ้านของ เปียวโยโกมอนกันดูมะ...ที่นั่นน่ะ ใกล้ที่สุดแล้ว”

 

“โอ้ยยย ที่ไหนก็ได้ก็เอาแล้วตอนนี้...ไปกันเถอะ ๆๆ” อากุมอนชักทนไม่ไหว  เลยรีบวิ่งฝ่าฝุ่นทรายออกไปตามด้วยกิลมอนกับกาโอกามอน  โดยพวกเขาทั้งหมดก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านของ เปียวโยโกมอนเพื่อพักผ่อน

 

**************************

 

“นิโด้...ยินดีต้อนรับสู่หมู่บ้านของเรา” เปียวโยโกมอนฝูงหนึ่งเอ่ยคำกล่าวต้อนรับกับพวกกาโอกามอนเมื่อพวกเขาได้เดินทางมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน  ซึ่งที่แห่งนั้นมีแต่กระท่อมหลังเล็ก ๆ ที่ยากนักจะพาตัวของพวกเขาเองเข้าไปพักได้  จึงทำให้เกิดปัญหากับพวกเขาขึ้นอีกครั้ง

 

“อ่ะ...เอายังไงล่ะทีนี้ กาโอกามอน...บ้านเล็กขนาดนี้ จะเข้าไปได้ยังไง” อากุมอนถามแล้วกอดอกมองไปรอบ ๆ

 

“เอ่อ นี่พวกเธอ...พอจะมีที่ที่ให้พวกเราเข้าไปพักได้บ้างไหม...เอาแบบว่า ขนาดของพวกเราทั้งสามคนเข้าไปได้อ่ะ” กาโอกามอนเอนตัวลงไปถามเปียวโยโกมอนตัวหนึ่ง  โดยโชคดีมากที่คำตอบที่เขาได้ยินก็คือ

 

“นิโด้...มีครับ นิโด้...ช่วงหลายวันมานี้ เราเจอนักท่องเที่ยวที่หลงเข้ามา...พวกเราก็เลยสร้างห้องใต้ดินเอาไว้ให้พวกเขาได้เข้าไปพักผ่อนกันครับ”

 

กิลมอนได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับดีใจยกใหญ่ “ฮ้าา ใต้ดินหรอ...ดี ๆๆ ฉันชอบบบ”

 

อากุมอนทำเชอะใส่เล็กน้อยเมื่อเห็นว่ากิลมอนได้ที่ที่ตัวเองชอบอยู่มากกว่าเขา  “เชอะ...ดีสำหรับนายน่ะสิ เจ้าจิ้งเหลน...”

 

กิลมอนหยุดกึกทันทีที่ได้ยินคำนั้น  ซึ่งทันใดนั้นเองเขาก็หันกลับไปว่าตอบอากุมอนเช่นกัน  “เอ้า อยู่ดี ๆ มาว่าฉันทำไมล่ะเนี่ยห๊ะ เจ้าจิ้งจก...”

 

“หนอยยย จิ้งเหลน ๆๆๆๆ”

 

“หนอยยย จิ้งจก ๆๆๆๆ”

 

กาโอกามอนเกาหัวด้วยความงงว่า  อยู่ดี ๆ แท้ ๆ ก็เริ่มทะเลาะกันซะแล้ว  เขาก็เลยต้องออกมาเป็นฝ่ายห้ามทั้งสองคนนั้นเอาไว้ซะเอง “เอ้อ เอาเหอะน่าพวกเรา...จะเหลน หรือ จะจก ก็ขอเชิญเข้าไปพักกันก่อนเถอะนะ...อย่าทะเลาะกัน ๆ”

 

“เชอะ...” ทั้งกิลมอนและอากุมอนต่างก็สะบัดหน้าใส่กันราวกับเด็ก  ทำให้กาโอกามอนต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วส่ายหน้า “เฮ้อออ อากาศมันหนาวเกินไปหรือยังไงกันนะ...ประสาทกันไปหมด”

 

“นิโด้ ๆ งั้นเชิญตามพวกเรามาได้เลยครับ”

 

เปียวโยโกมอนนำทางทุกคนไปยังทางเข้าห้องใต้ดิน  ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับบ่อน้ำบาดาลของหมู่บ้าน  โดยหลังจากที่เขาเปิดประตูออกมา  แสงจากโคมไฟตามบันไดลงก็สว่างขึ้นเพื่อให้พวกเขาได้เดินทางลงไป  จนกระทั่งพวกเขาก็มาถึงห้องโถงใหญ่ ๆ ที่มีเคาเตอร์เหมือนบาร์เล็ก ๆ กับเตียงนอนนิ่ม ๆ หลายเตียงตั้งอยู่ตรงนั้น

 

“อะโห ว้าวว...หรูเหมือนกันนะเนี่ย กาโอกามอน” กิลมอนตะลึงแล้วสะกิดเรียกกาโอกามอน ในขณะที่อากุมอนเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน “ฮู้ววว...ยังกับ โรงแรมเลยแน่ะ...”

 

“นิโด้ ๆๆ...ถ้าท่านต้องการอาหาร สามารถเรียกพวกเราได้นะครับ...พวกเรายินดีช่วยเหลือ” หลังจากที่แนะนำสถานที่เรียบร้อยแล้ว  เปียวโยโกมอนก็กระโดดขึ้นบันไดกลับไปข้างบน  ปล่อยให้พวกกาโอกามอนกระโดดลงเตียงนอนพักได้ตามอัธยาศัย

 

“ว้าาาาา” ***ตุบบบ** อากุมอนกระโดลงเป็นคนแรกด้วยความสบายใจ “สบายจังเลย”

 

“ฮื้มมมม เตียงก็นิ้ม นิ่ม” กิลมอนกลิ้งไปกลิ้งมา  นอนกอดหมอนอย่างเป็นสุข

 

“อืม...หือ” กาโอกามอนมองไปยังอีกด้านหนึ่งของห้อง  แล้วก็เห็นดิจิมอนตนอื่นกำลังนอนพักอยู่ด้วยเช่นกัน...ร่างของเขามีสีน้ำเงินสดใส  แต่สวมเกราะลายไฟเอาไว้ที่ร่างกาย  แขนขาและใบหน้าของเขา  แสดงให้เห็นว่าเขาผู้นี้คงจะเป็นนักสู้ที่เก่งกาจอยู่พอสมควรเลยทีเดียว  “เอ่อ...สวัสดี...นายเองก็เข้ามาหลบพายุเหมือนกันหรอ” กาโอกามอนแสดงความเป็นมิตรและเดินเข้าไปทักทาย

 

ดิจิมอนตนนั้นค่อย ๆ ลุกขึ้นมานั่งแล้วมองกาโอกามอนก่อนที่จะตอบด้วยเสียงที่เนิบ ๆ “ฮืม ใช่...อากาศมันแย่มาก ไม่เหมาะต่อการเดินของฉันเอาซะเลย...” เขาพูดไปแล้วบีบ ๆ นวด ๆ แขนของเขาเล็กน้อยเป็นการผ่อนคลายตัวเอง

 

“เอ่อ ฉันกาโอกามอนนะ...นายคงจะเป็น...”

 

“ฟราดรามอน...เรียกฉันว่า ฟราดรามอนก็ล่ะกัน” ดิจิมอนตนนั้นตอบแล้วยิ้มให้กับกาโอกามอนเล็กน้อย “ฉันได้ยินเรื่องของนายกับเพื่อนของนายมาเยอะมากเลยนะ...พวกนายนี่ช่างกล้าหาญกันจริง ๆ”

 

กาโอกามอนยิ้มตอบแล้วขึ้นไปนั่งบนเตียงอีกเตียงหนึ่ง  ที่อยู่ถัดมาจากฟราดรามอน “ฮึ ๆๆ ฉันก็ไม่เท่าไหร่หรอกน่ะ...แต่ก็ขอบใจนะที่ชม”

 

“ฮึ ๆๆ แล้ว...พวกนายมาทำอะไรกันที่นี่ล่ะ...กำลังหาทางช่วยเพื่อน ๆ ของพวกนายอยู่ใช่ไหม”

 

กาโอกามอนรู้สึกแปลกใจเหมือนว่า ฟราดรามอนจะรู้สิ่งที่พวกเขาปกปิดอยู่  เขาจึงพยายามทำตัวให้เป็นปกติแล้วค่อย ๆ ถาม “ช่วยเพื่อนหรอ...ก็ใช่แหละ ก็คนที่เหลือยังไม่ได้กลับมากันเลย...เราก็กำลังจะหาวิธีที่จะไปช่วยพวกเขาอยู่เหมือนกัน”

 

“ฮึ ๆๆ ไม่ช่าย...ฉันหมายถึง การุรุมอน ต่างหาก...”

 

“อึก...การุรุมอน...น่ะหรอ” กาโอกามอนพูดโดยเริ่มมีเหงื่อผุดขึ้นตามใบหน้า

 

“ฮืมม...เป็นอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ ด้วย” ฟราดรามอนอ่านความรู้สึกและท่าทางของกาโอกามอนออก  เขาจึงเริ่มถามคำถามบางอย่างด้วยการคาดเดา  “...เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับ การุรุมอน ใช่ไหม”

 

“เอ่อ คือ...เอ่อ...” กาโอกามอนไม่มีทางเลือก  เลยถอนหายใจแล้วพยักหน้าตอบ “ เฮ้อ ใช่...ประมาณนั้นแหละ”

 

“ปัญหา...ใหญ่มากไหม”

 

“ก็ใหญ่มาก...” กาโอกามอนตอบแล้วมองหน้าฟราดรามอน “ใหญ่พอสมควรเลยล่ะ...”

 

ฟราดรามอนนิ่งเงียบไปสักพักแล้วหันไปมองดูกิลมอนกับอากุมอนที่เริ่มหลับกันแล้ว  โดยเขาคิดว่าถ้าปัญหามันใหญ่ขนาดนั้นจริง ๆ เขาก็น่าที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วยเหมือนกัน  “แล้ว ฉันพอจะช่วยนายได้ไหมล่ะ...เท่าที่ฉันดูแล้วเนี่ย ท่าทางนายยังคงต้องการดิจิมอนร่างสูง ๆ อย่างนายและฉันมาช่วยอีกนะ”

 

กาโอกามอนประเมินสภาพจากลักษณะความแข็งแรงของฟราดรามอน  เขาก็รู้สึกว่าดิจิมอนตนนี้ก็มีพลังแห่งไฟที่แข็งแกร่งอยู่พอสมควร  อีกอย่างฟราดรามอนก็เป็นนักรบที่ยังรู้เรื่องปัญหาของเขาอีกด้วย  ดังนั้นเขาก็เลยตัดสินใจตอบออกไปว่า “ก็ได้...ถ้านายเต็มใจที่จะช่วยพวกเรา พวกเราก็ยินดีรับ”

 

“โอเค...” ฟราดรามอนกอดอกพยักหน้า “ขอบใจมากนะ กาโอกามอน...ฉันเองก็อยากจะทำประโยชน์ให้กับทุกคนบ้างเหมือนกัน...เป็นนักรบ ถ้าไม่ช่วยคน แล้วจะให้ไปช่วยใครที่ไหน นายว่ามะ...”

 

กาโอกามอนหัวเราะเล็กน้อยแล้วพยักหน้า “ฮึ ๆๆ ใช่แล้ว...พวกเราเองก็เป็นนักรบเหมือนกัน...มันก็ถูกอย่างที่นายว่านั่นแหละ...”

 

“งั้นพรุ่งนี้เช้า ฉันขอตามพวกนายไปด้วยล่ะกัน...ฉันเองก็อยากรู้ว่าเรามีแผนอะไรที่จะช่วยเหลือเพื่อน ๆ ของเราได้บ้าง...”

 

กาโอกามอนพยักหน้าแล้วก็เอนตัวลงไปนอนที่เตียง  “แน่นอน ฟราดรามอน...เดี่ยวพรุ่งนี้ฉันจะอธิบายแผนการของพวกเราให้ฟังก็แล้วกันนะ...ส่วนตอนนี้ พวกเรานอนกันก่อนเถอะ...”

 

“อืม เอายังนั้นก็ได้” ฟราดรามอนพยักหน้าแล้วหันกลับลงไปนอนตะแคงข้าง  หันหลังให้กาโอกามอนก่อนด้วยหางที่สะบัดไปมาเล็กน้อย  “งั้นก็ ราตรีสวีสดิ์นะ...”

 

กาโอกามอนยิ้มเล็กน้อยแล้วก็หลับตานอนลง “ราตรีสวัสดิ์ ฟราดรามอน...”

 

************* ณ ห้องลานประลองชั้นใต้ดิน ในปราสาทดีวา *************

 

ณ  ลานประลองที่เซราฟิมอนกับดิจิมอนตนอื่น ๆ เคยหลงเข้ามาติดกับดักนั้น  ตอนนี้มันได้กลายเป็นลานกว้างขนาดใหญ่  ไว้ให้สำหรับกองทัพดิจิมอนทั้งสี่กองทัพได้ยืนประจำที่  เพื่อรอรับฟังคำสั่งสุดท้ายจากผู้บังคับบัญชา  ก่อนที่จะเริ่มเดินทางไปสู่สนามรบ  ซึ่งนั่นก็คือ...เกาะไฟล์ นั่นเอง

 

“พวกเราทุกคนจงฟัง...” เสียงของดิจิมอนสุนัขป่าดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏร่างของเขาตรงหน้าแม่ทัพทั้งสี่คน  เขามองดูเหล่าดิจิมอนทั้งหลายที่เข้าแถวกันอย่างเป็นระเบียบ  ซึ่งแต่ละกองทัพนั้นก็มีจำนวนดิจิมอนไม่น้อยกว่าห้าสิบหรือ หกสิบกว่าคน...มากพอที่จะยึดเกาะไฟล์ทั้งเกาะได้ในคราวเดียวซะด้วย  “ก่อนที่พวกเราจะเดินทาง...ข้าขอพูดอะไรไว้อย่างหนึ่ง...เราทำเพราะต้องการปกป้องดินแดนของเรา...เราทำเพราะต้องการแก้ปัญหาที่ค้างคามาตลอดหลายร้อยปี...เราทำเพราะต้องการปกป้อง ไม่ใช่การทำลายล้าง...” เขาหยุดพูดแล้วหันไปมองการุรุมอนที่เดินเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ เขา  ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกถึงช่วงเวลาที่ย้อนกลับไปในอดีต...ช่วงเวลาที่เขากับชิโรคารุเคยยืนอยู่ด้วยกัน...กล่าวให้โอวาสกับเหล่าทหารด้วยกัน...ซึ่งบรรยากาศตอนนั้นกับตอนนี้  มันดูไม่แตกต่างกันเลย...

 

การุรุมอนพยักหน้าแล้วขอออกมาเป็นฝ่ายพูดบ้าง  โดยเขายังคงเน้นหนักที่จุดประสงค์เดิมของเขา  เพื่อเตือนสติเหล่าดิจิมอนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเอาไว้  “ทุกคนจงอย่าลืมนะว่า เราไปเพื่อแก้ไข...ไม่ได้ไปทำลายล้าง...จงอย่าทำร้ายประชาชน หรือ อาคารบ้านเรือนโดยเด็ดขาด”

 

หลังจากที่การุรุมอนพูดจบ  ดิจิมอนทั้งหลายต่างก็ขานรับคำสั่งของเขาอย่างกึกก้องและพร้อมเพรียง  ทำให้เขาพอรู้สึกวางใจไปได้บ้างว่า  ดิจิมอนเหล่านี้เชื่อฟังเขาและสามารถควบคุมได้

 

ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเห็นว่าการุรุมอนกล่าวให้โอวาสเสร็จเรียบร้อยแล้ว  เขาจึงขอเป็นฝ่ายกล่าวต่อ  เพื่อปลุกขวัญและกำลังใจให้กับทาสรับใช้ทั้งหลายก่อนออกเดินทาง “พวกเราทุกคน...ตอนนี้เราทั้งหมดคือพวกเดียวกัน...ไม่ว่าจะมาจากไหน...จะเป็นดิจิมอนแห่งทิศตะวันตก หรือ ทิศตะวันออกหรือไม่...จุดหมายของพวกเราในวันนี้...คือจุดหมายปลายทางเดียวกัน...ขอให้พวกเราทุกคน จงสามัคคีกันเข้าไว้...แล้วเรื่องทุกอย่าง...ก็จะได้จบลงกันซะที!!”

 

*** ครึก ๆๆๆ...แว้ป ๆๆๆๆ...ฟู่วววว *** ทันใดนั้นเอง  ประตูมิติบานใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาก็ได้ถูกเปิดขึ้นด้วยพลังแห่งความมืดของดิจิมอนสุนัขป่าสีดำตนนั้น  *** ครึก ๆๆๆ แว้ป ๆๆๆ *** ประตูดังกล่าวเริ่มขยายขนาดออกไปให้กว้างขึ้น  และกว้างขึ้น  จนกระทั่งมันได้กลายเป็นจอขนาดยักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศในยามกลางคืนของเกาะไฟล์  ที่ตั้งอยู่ห่างจากพวกเขาออกไปไม่ไกลมากนัก...ตอนนี้พวกเขาทุกคนเหมือนกับว่ากำลังลอยอยู่ในมหาสมุทรที่กว้างใหญ่  เพื่อรอเวลาเคลื่อนพลลงสู่ผืนน้ำมุ่งเข้ายึดเกาะไฟล์...

 

“เอาล่ะทุกคน!!...ถึงเวลาแล้ว!!” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำเอ่ยขึ้นเสียงดังลั่น  หลังจากนั้นจึงปล่อยให้กองทัพดิจิมอนแต่ละกองเริ่มออกเดินทางผ่านประตูมิติเข้าไป  โดยกลุ่มของซีดรามอนพากันกระโดดลงน้ำ  กลุ่มของอะควีรามอนกางปีกออกพากันโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้า  ส่วนกองทัพของเดวิมอนและไทแรนโนมอนนั้น  พวกเขาถูกสั่งให้หยุดรอก่อน  เพราะว่าตอนนี้พวกเขายังอยู่ที่ผืนน้ำ  จึงไม่สะดวกต่อการเดินทางเข้าไปยึดพื้นที่บนเกาะไฟล์

 

“ฮืมม...” การุรุมอนหายใจเข้าลึก ๆ แล้วก็มองไปยังเกาะไฟล์ที่ตั้งอยู่ตรงนั้น  เขารู้ตัวดีกว่าเขากำลังทำอะไรอยู่  และที่นั่นมันก็เป็นบ้านเกิดของเขาเหมือนกัน...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม  เขาก็จะพยายามควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดเอาไว้ให้ได้ตลอดรอดฝั่ง  เพื่อคงบ้านเกิดของเขาและเพื่อนดิจิมอนของเขาไว้ไม่ให้ถูกทำลายไปพร้อม ๆ กับความมืด  ที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้อยู่ใต้ภูเขามุเก็นเมาเทนท์ลูกนั้น

 

“เอาล่ะ การุรุมอน” ดิจิมอนสุนัขป่าสีดำหันมามองหน้าการุรุมอนแล้วพยักหน้าลงเล็กน้อย  “ถึงตาของพวกเราบ้างแล้วล่ะ...”

 

การุรุมอนเห็นดังนั้นแล้วก็พยักหน้าตอบด้วยความเข้าใจ  “โอเค...งั้นพวกเรา ไปกันเถอะ...” หลังจากนั้น  เขาก็หันหลังเดินออกจากห้องไปพร้อม ๆ กับดิจิมอนสุนัขป่า  โดยปล่อยให้หน้าที่ที่เหลือเป็นงานของแบล็คการุรุมอนต่อไป

 

**************************

 

*** ครืนนน ๆๆๆ *** 

 

“อืม...หือ” กาโอกามอนได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้นมาจากพื้นด้านบน  ทำให้เขาค่อย ๆ ตื่นลุกขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับฟราดรามอน  “ฟราดรามอน...ได้ยินอะไรไหม...”

 

ฟราดรามอนมองขึ้นไปบนเพดานแล้วพยักหน้า “อืม...ฟังดูผิดปกติแฮะ...ลองขึ้นไปดูกันเถอะ”

 

ดังนั้นทั้งสองคนจึงได้รีบขึ้นไปยังบนพื้นดิน  และทันใดนั้นเองพวกเขาก็ได้เห็นท้องฟ้ายามราตรีของเกาะไฟล์เต็มไปด้วยฝูงนกดิจิมอนบินเข้ามาเป็นแถวยาวเต็มไปหมด

 

“เฮ้ย นี่มันอะไรกันเนี่ย”

 

“ตายล่ะ...หรือว่า” กาโอกามอนแทบรู้สึกช็อคเมื่อเขานึกถึงสิ่งที่พูดกับเซราฟิมอนไว้เมื่อตอนกลางวัน...เหตุการณ์เลวร้ายที่สุดของเกาะไฟล์ได้เริ่มเกิดขึ้นแล้ว...

 

*** หวอออออ หวอออออ....หวอออออออ ***  เสียงสัญญาณเตือนภัยได้เริ่มดังขึ้นตามจุดต่าง ๆ ของเกาะไฟล์  พร้อมกับเหล่ากองทัพดิจิมอนที่เริ่มยกพลขึ้นบกจากทุกทิศทุกทางของดินแดนแห่งนี้  เหล่าดิจิมอนที่กำลังหลับไหลอยู่  ต่างก็ต้องตื่นขึ้นมามองดูท้องฟ้า  และเริ่มวิ่งหนีตกใจกันอย่างชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด

 

“ยกพลขึ้นบกได้!!” *** ครึกกก ครืนนนน ๆๆๆ *** เสียงของแบล็คการุรุมอนออกคำสั่ง  ทำให้เหล่าดิจิมอนทั้งหลายที่ขึ้นบกกันมาแล้วเริ่มเดินหน้า  ตราทัพเข้าไปเป็นแถวยาว  โดยมีกองทัพของเดวิมอนและไทแรนโนมอนเป็นแนวหน้า  หลังจากที่ประตูมิติได้เปิดออกที่ชายฝั่ง  ทัพอากาศของอะควีรามอนเริ่มร่อนลงตามจุดสำคัญ ๆ ของเกาะไฟล์เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์เอาไว้อย่างรวดเร็วจนชาวบ้านไม่สามารถทำอะไรได้  ในขณะที่กองทัพของซีดรามอนก็ได้ยึดครองการคมนาคมทางทะเลและทางแม่น้ำทุกสายได้เป็นที่เรียบร้อย...บนเกาะไฟล์ในตอนนี้ไม่ต่างจากการเกิดจราจลเลย  เพราะมีแต่ดิจิมอนเดินเพ่นพ่านอยู่เต็มไปหมด   ดิจิมอนชาวบ้านบางตนก็ถูกกักตัวไว้ในบ้าน  บางตนก็พยายามขัดขืนจึงถูกจับตัวไว้ในพื้นที่กักกัน  ตามอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ก็ถูกดิจิมอนทหารดักประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้คนในนั้นออกมาเดินตามท้องถนนได้...เกาะไฟล์ในตอนนี้ได้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากเข้าซะแล้ว...

 

“ดิจิมอนเกาะไฟล์ทั้งหมดจงฟัง...เราคือ กองทัพแห่งดินแดนตะวันตก ขอเข้าควบคุมอาณาเขตพื้นที่ทุกหัวระแหงของเกาะนี้ ด้วยเหตุจำเป็นพิเศษที่มิได้หมายถึงการบุกรุกเพื่อทำลายล้าง...ของให้ทุกท่านจงอยู่ในความสงบและอย่าได้ขัดขืนพวกเรา...ขอย้ำ...จงอยู่ในความสงบและอย่าได้ขัดขืนพวกเรา...” เสียงประกาศที่ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า  ทำให้เหล่าดิจิมอนที่อยู่ในเมืองต่างก็มองขึ้นไปข้างบนด้วยความฉงนสงสัย  บางรายก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความกลัว  เพราะไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของพวกเขาเลยก็ว่าได้

 

กาโอกามอน กับ ฟราดรามอนยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกไปหลายนาที  ซึ่งตอนนั้นเองอากุมอนกับกิลมอนก็ตื่นแล้ว  เลยเดินออกมามองดูสถานการณ์ไปรอบ ๆ ตัวเช่นกัน

 

“หวาาา นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย กาโอกามอน”

 

“แย่แล้ว...ดิจิมอน...ดิจิมอนบุกเกาะไฟล์!!”

 

กาโอกามอนนึกขึ้นได้ว่าจะต้องทำยังไง  เลยรีบหันไปบอกกับทุกคนอย่างรวดเร็ว  “ทุกคน..รีบไปที่สำนักของเซราฟิมอนกันเร็ว...” เขาพูดเสร็จก็รีบวิ่งออกไปโดยทันที  ทำให้คนอื่นที่ยังไม่ได้ทันพูดอะไรก็ต้องตามไปเหมือนกัน  รวมทั้งฟราดรามอนด้วย

 

**************************

 

หลังจากที่การบุกรุกของเหล่าดิจิมอนแห่งทิศตะวันตกเสร็จสิ้น  เกาะไฟล์ทั้งเกาะจึงกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง  โดยทั้งหมดได้ถูกควบคุมอยู่ภายใต้การทำงานของดิจิมอนประจำกองทัพต่าง ๆ ที่อยู่ตามบ้านและท้องถนน  ซึ่งแต่ละคนก็ทำหน้าที่เฝ้าดูแลความเรียบร้อยกันอย่างดี  โดยไม่มีการทำร้ายชาวบ้านตามคำสั่งของการุรุมอน  ทำให้อย่างน้อยความโกลาหลวุ่นวายก็เริ่มลดระดับลงจนอยู่ในสภาวะที่เป็นปกติ  ดิจิมอนที่อยู่ในเมืองต่างก็ออกมาดูสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความสงสัย  และที่แปลกใจมากก็คือ  บางคนในกลุ่มดิจิมอนที่บุกเข้ามา  กลับเป็นคนที่พวกเขารู้จักกันอีกด้วย...

 

*** ตึก...ตึก...ตึก *** แบล็คการุรุมอน และ แม่ทัพทั้งสี่กอง  เข้ามายืนหยุดอยู่ตรงหน้าสำนักงานของเซราฟิมอน  ที่ถูกล้อมไปด้วยเหล่าทหารที่ยืนเฝ้ากันอย่างแน่นหนา  โดยในขณะนั้นเองพวกกาโอกามอนก็วิ่งมาถึงทางเดินที่อยู่ไม่ไกลไปจากตรงจุดนั้นเช่นกัน  ทำให้พวกเขาทั้งหมดสามารถมองเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน

 

“หา นี่มันอะไรกันเนี่ย” กาโอกามอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจ  เมื่อเขาเห็นเซราฟิมอนถูกควบคุมตัวออกมาจากอาคารด้วยดิจิมอนทหารสองสามตนที่พากันออกมาด้วยกันกับเขา

 

“แย่แล้ว กาโอกามอน...เซราฟิมอนโดยจับตัวซะแล้ว” กิลมอนพูดแล้วมองไปรอบ ๆ ตัวด้วยความตื่นตระหนก  เพราะมันมีแต่ดิจิมอนของฝ่ายตรงข้ามยืนเฝ้ากันอยู่ตลอดแนวทางเดินของถนน  ซึ่งเขาคิดว่าถ้าจะทำอะไรตอนนี้ล่ะก็  มีหวังถูกเล่นงานแน่ ๆ เลย

 

ฟราดรามอนยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ตรงนั้นแล้วก็เริ่มออกความคิดเห็น  “กาโอกามอน...เท่าที่ฉันดูนะ...ท่าทางพวกมันคงอยากจะเจรจากับเซราฟิมอนมากกว่า...” เขาพูดและชี้มือให้ทุกคนมองดูเซราฟิมอน  ที่กำลังเดินลงมาจากบันไดหน้าตึกโดยไม่มีการถูกมัดหรือจับตัวใด ๆ เลย  “เห็นนั่นไหม...เซราฟิมอนไม่ได้อยู่ในสภาพของนักโทษเลย...แสดงว่าฝ่ายตรงข้าม คงต้องการคุยกับเขามากกว่าที่จะจับตัว...”

 

“แล้วนี่ กิลมอน...เซราฟิมอนเขาจะปลอดภัยใช่ไหม” อากุมอนสะกิดถามอากุมอนด้วยสีหน้าที่วิตก

 

“งืมม...น่าจะปลอดภัยดีแหละ อากุมอน” กิลมอนตอบแล้วคิด “เขาเป็นถึงดิจิมอนร่างสุดยอด...ยังไงซะ เขาก็เก่งพอที่จะป้องกันตัวเองได้แหละน่ะ...”

 

อากุมอนพยักหน้าตอบและมองดูที่เหตุการณ์ตรงนั้นต่อ  ซึ่งตอนนี้เซราฟิมอนก็ได้มายืนอยู่ตรงหน้าแถวของแม่ทัพทั้งสี่  รวมทั้งแบล็คการุรุมอนที่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วย  “ฮึ ๆๆ สวัสดีอีกครั้ง ท่านเซราฟิมอน...เราเจอกันอีกแล้วนะ”

 

เซราฟิมอนยืนนิ่งด้วยความสงบแล้วเริ่มสนทนากับแบล็คการุรุมอน “แบล็คการุรุมอน...” เขาพูดแล้วก็มองไปที่กองทัพของดิจิมอนเหล่านั้น  ซึ่งทันทีที่เขาทอดสายตามองดู  เขาก็เห็นดิจิมอนบางตนที่อยู่ตรงนั้นเคยเป็นดิจิมอนที่อยู่เกาะไฟล์มาก่อนอีกด้วย...มันทำให้เขารู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมากจนเขาต้องหันกลับมามองแบล็คการุรุมอนแทน “ดิจิมอนเหล่านั้น...พวกเขาก็เคยอยู่เกาะไฟล์...เป็นเพื่อนและสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวของพวกเรา...ทำไมพวกท่าน...ทำไมพวกท่านถึงต้องทำแบบนี้!!”

 

แบล็คการุรุมอนได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับหัวเราะออกมา  “ฮ่า ๆๆๆ...นี่ ท่านเซราฟิมอน...แค่ท่านเห็นดิจิมอนชาวเมืองของท่านมาอยู่ฝ่ายศัตรู ก็ถึงกับเสียใจขนาดนี้...แล้วถ้าเป็นบุคคลสำคัญที่ท่านเคยรู้จักล่ะ...ท่าน...จะรู้สึกเสียใจมากแค่ไหนกันเชียว...”

 

“ห๊ะ...คนสำคัญที่เรา...เคยรู้จักอย่างนั้นหรือ”

 

บทสนทนาของทั้งสองนั้นมันดังมากพอที่ทำให้กาโอกามอนและคนอื่น ๆ ต่างก็ได้ยิน  ซึ่งพอกาโอกามอนได้ยินแบล็คการุรุมอนพูดออกมาอย่างนั้น  ลางสังหรณ์อะไรบางอย่างของเขา  มันก็พุ่งเข้ามาในจิตใจของเขาอย่างรุนแรงจนเขาต้องนิ่งตะลึงงังขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล  *** วิ้งงงงง *** “อึก...อะ ความรู้สึกแบบนี้นี่มัน...”

 

*** ตึก...ตึก ***

 

“หือ...”

 

*** ตึก...ตึก ***  เสียงย่ำเท้าของดิจิมอนสองตนหนึ่งได้เดินผ่านกองทหารเข้ามาสู่สถานที่ที่แบล็คการุรุมอนกับเซราฟิมอนอยู่...เหล่าทหารทั้งหลายค่อย ๆ หันข้างถอยหลังออกมา  เพื่อเปิดทางให้แก่ดิจิมอนทั้งสองตนนั้นได้เดิน  โดยเงาแห่งความมืดได้ปกคลุมร่างของพวกเขามาแต่ไกลจนเซราฟิมอนและพวกกาโอกามอนยังมองเห็นได้ไม่ชัด...แต่ว่าไม่นาน...พอแสงจันทร์ที่อยู่บนท้องฟ้าได้สาดส่องลงมายังร่างของพวกเขา...ทั้งเซราฟิมอนและกาโอกามอนต่างก็ต้องตาค้างตกตะลึงกันเป็นอย่างมาก...มากจนพวกเขาแทบจะไม่เชื่อสายตาของตัวเองเลยด้วยซ้ำไป...เพราะว่า ดิจิมอนที่กำลังเดินเข้ามานั้น...ตนหนึ่งคือ ผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...ส่วนอีกตนหนึ่งนั้นก็คือ...คือ...

 

*** ตึก...ตึก...ตึก *** *** แว้ป ๆๆๆ...ฟู่วววว ***

 

“อะห๊า!!...”

 

“ห๊าาาาา”

 

“นั่นมัน...”

 

“อึก!!...กา...การุรุมอน!!...”

 

To be continued

 

Back to Part XXI    Go to Part XX-III

Free Web Hosting