Digimon Adventure Special Edition
----- Part III : White spot in a Black circle -----
Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก
ฮึๆๆๆ...ยอมมาเป็นพวกข้า ซะดีๆ เถอะน่า...แล้วข้าจะเลี้ยงดูเจ้าเป็นอย่างดี.... เดวิมอนเดินเข้ามาใกล้การุรุมอนเรื่อยๆ โดยหัวเราะอยู่ในใจ เมื่อเขาเห็นสภาพของการุรุมอนตอนนี้ใกล้จะยอมจำนนเขาเต็มทีแล้ว
อา...ฉัน...อา...ฉัน...ฉัน...ไม่...ไม่ยอม...ไม่ยอม!!...ย๊า!!!...
เสียงคำรามของการุรุมอนได้ดันออกมาจนทำให้เหล่าเดมอนทั้งสองหยุดนิ่ง การุรุมอนกัดฟันลุกขึ้นโดยใช้พลังที่เขามีอยู่ควบคุมตัวเองให้กลับมาพร้อมที่จะต่อสู้อีกครั้ง กลุ่มควันมืดยังคงไหลเวียนไปมาอยู่ทั่วร่างที่สั่นสะท้านของการุรุมอน มันพยายามที่จะเข้าไปให้ถึงจิตใจของการุรุมอนให้ได้แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จเมื่อมันถูกพลังบางอย่างผลักดันออกมาพร้อมกับเสียงคำรามที่ดันกว่าเดิมของหมาป่าตัวนั้น
ย๊า...อ๊า!!! ** แว้บๆๆๆ...ฟู่...**
เสียงของการุรุมอนได้เรียกพลังบางอย่างออกมาจากตัวของเขา มันเป็นแสงสีทองที่สว่างไสวจน กลุ่มหมอกควันที่ห้อมล้อมตัวเขาอยู่สลายไป
เอ้ย...เฮ้ย อะไรน่ะ!!... เดวิมอนอุทานขึ้นแล้วกระโดดถอยออกมา
แสงสีทอง...พลังแห่งแสงสว่าง....นี่มันอะไรกัน!! แวนเดมอนรีบกระโจนออกมายืนอยู่หน้าทางเข้าแล้วหลบหน้าหนีแสง ส่วนเทลมอนที่ยังตกอยู่ในความควบคุมของเขาก็ได้กระโจนวิ่งหนีออกไปจากถ้ำเมื่อแสงสว่างได้ทวีความแรงขึ้นมากกว่าเดิม
แก...อภัยให้ไม่ได้...อภัยให้ไม่ได้!!... การุรุมอนคำรามใส่เดมอนทั้งสอง เมื่อพลังของเขากลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง และบางทีอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติซะด้วย ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกได้ มันเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่เขาได้รับพลังบางอย่างที่เขาเจอมาเมื่อเช้านี้ มันเหมือนมีความร้อนไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง ความร้อนที่สุมอยู่และพร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ เขาหลับตาแล้วรวบรวมสมาธิเพื่อควบคุมมัน จนกระทั่งแสงดังกล่าวค่อยๆ ดับลงไป ตัวของเขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง รอยแผลรอยถลอกตามตัวได้หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ เขามองดูตัวเองด้วยความสงสัยก่อนที่จะหันกลับไปมองเหล่าศัตรูของเขาอีกครั้ง
กล้ามากที่อังอาจทำอย่างนี้กับฉัน....คิดหรอกว่าฉันจะยอมพวกแกได้ง่ายๆ....ไม่มีทางซะล่ะ!!
ฉากการโจมตีอันดุเดือดได้เริ่มขึ้น บทเพลงแห่งการต่อสู้ได้เริ่มบรรเลง การุรุมอนพุ่งตรงเขาหาเดวิมอนด้วยความเร็วสูง แล้วตีโค้งสะบัดหางที่แหลมคมโดนเข้าที่สีข้างของมันอย่างจัง ** ผัวะ!! ** อ๊า!!... เดวิมอนร้องเจ็บแล้วกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงห้องแล้วทรุดลง เป้าหมายที่สองการุรุมอนไม่รอช้า เขากระโดดสับไปสับมาซ้ายขวาแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าของแวนเดมอน เวลาเหมือนจะวิ่งเร็วกว่าปกติจนแวนเดมอนไม่สามารถตั้งรับได้เมื่อการุรุมอนกระโดดตีลังกาใช้ขาหลังคู่ซัดเข้าที่ใต้คางอย่างเต็มแรง ** เปรี้ยง!! ** โอ๊ย!!... แวมไพร์ดิจิมอนกระเด็นหงายหลังลงไปกระแทกกับพื้น เขากระโดดลอยขึ้นมาอยู่บนอากาศแล้วมองดูดิจิมอนหมาป่าตัวนั้นด้วยความตกตะลึง
อา...เป็นไปได้ยังไง...ทั้งความเร็ว...ทั้งพลังโจมตีของมัน...ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้พุ่งพรวดออกมามากมายอย่างนี้!!...แสงสีทอง....แสงสีทอง...รึว่าแกคือ!!... แวนเดมอนไม่ได้ทันได้พูดจบประโยคเมื่อการุรุมอนกระโดดขึ้นมาตะปบเขา แต่โชคดีที่ผ้าคลุมของเขาได้มากันไว้ได้ทันท่วงทีแต่ดูเหมือนว่าจะช่วยได้ไม่มากนัก กรงเล็บสีแดงเลือดของการุรุมอนได้เจาะทะลุเนื้อผ้าแล้วฉีกมันลงมาตามความยาวจนถูกแขนของแวนเดมอน ทำให้เขารีบสะบัดแขนที่โดนข่วนตีเข้าใส่หน้าของการุรุมอนอย่างแรง ** ผัวะ!!** อา... การุรุมอนกระเด็นตกลงมาที่พื้นจนฝุ่นตลบไปหมด เขาพยุงตัวลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ทรุดลงไป พลังประหลาดที่เพิ่งช่วยเขาไว้ได้เริ่มลดลงราวกับว่าเขาเพิ่งใช้มันไปจนเกินลิมิต เดวิมอนฉวยโอกาสนี้บินเข้ามาชกการุรุมอนอย่างเร็วจนการุรุมอนลอยไปกระแทกกับกำแพงอีกด้านหนึ่ง ** ตูม!! ** โอ๊ย!!.. การุรุมอนร่วงตกลงมากองกับพื้น ความเหนื่อยอ่อนเริ่มเข้ามาที่ตัวของเขาจนเขาไม่สามารถลุกได้อีก เขาหายใจแผ่วแล้วมองขึ้นมาเมื่อเหล่าเดมอนทั้งสองได้เดินเข้ามาหาเขาอีกครั้ง
หืม...ฤทธิ์เยอะนักนะแก...ทำเอาข้าเจ็บไปหมดเลย... เดวิมอนเอ่ยขึ้นแล้วหันเอามือไปกุมที่สีข้างของเขา
ไม่น่าเชื่อ...แกนี่เอง...แกนี่เอง คือ ผู้ที่ถูกแสงสว่างเลือก... แวนเดมอนลอยลงมายืนอยู่ตรงหน้าของการุรุมอนด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวในพลังของการุรุมอนที่เพิ่งสำแดงไป ทำให้เดวิมอนต้องหันมาถามด้วยความสงสัย
ผู้ที่ถูกแสงสว่างเลือกไว้...หมายความว่ายังไง แวนเดมอน...
ก็หมายความว่า เจ้าการุรุมอนตัวนี้ จะนำพาประวัติศาสตร์ที่ขื่นขมกลับมาซ้ำรอยพวกเราอีกครั้งนึงยังไงเล่า!! แวนเดมอนตะโกนใส่ด้วยความโกรธเมื่อเขานึกถึงอดีตตอนที่เขาแพ้พลังแห่งแสงสว่างจากธนูของ แองเจวูมอน
เดวิมอนเองก็นิ่งอึ้งเช่นกันเมื่อเขาเริ่มนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เขาถูกแองเจมอนปล่อยพลังหมัดแสงเข้าใส่จนตัวเขาทะลุตายคาที่ การุรุมอนยังคงนอนนิ่งหายใจเข้าออกด้วยความเหนื่อยล้าโดยเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเหล่าเดมอนนี้กำลังพูดเรื่องอะไรกัน เขาพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่แล้วก็ถูกแวนเดมอนฟาดใส่จนล้มลงไปอีก สภาพของเขาตอนนี้เหมือนสุนัขป่าที่ใกล้จะยอมแพ้เมื่อแวนเดมอนคุกเข่าลงมาแล้วบีบคอเขา
อ๊า...อะ...อา...
แก...ข้าจะไม่ยอมให้ดิจิมอนอ่อนหัดอย่างแก กลับมาทำลายข้าได้อีก...โชคดีของข้าซะจริงๆ ที่มาเจอตอนที่พลังของแกยังไม่เติบโตเต็มที...
เติบโตเต็มที่....มะ หมายความว่ายังไง!!... การุรุมอนพยามพูดแล้วดิ้นไปมา เมื่อแวนเดมอนยกร่างของเขาลอยขึ้นติดกับกำแพง
ฮึ่ม!!...แกจะไม่ได้มีวันรู้หรอก....เพราะชีวิตของแก...และพลังแห่งแสงสว่างที่อยู่ในตัวแก...จะสลายไปในไม่ช้านี้แล้ว!!... แวนเดมอนให้คำตอบพร้อมกับแรงบีบที่เพิ่มมากขึ้น
อา...อ๊า...อ๊า!!...
ฮึๆๆๆ...ตาย...ตาย...ตาย!!...
*** ตูม!! ***
เสียงระเบิดที่ปากถ้ำ ทำให้เหล่าเดมอนทั้งสองรีบหันหลังไปดู การุรุมอนถูกปล่อยให้ร่วงลงมาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่มีแรงที่จะต่อสู้แล้ว เรี่ยวแรงต่างๆเหมือนกับว่าได้ถูกดูดออกไปให้กับพลังชีวิตของเขาที่ยังคงอยู่ เขาเห็นเงาของดิจิมอนตัวหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้าทางเข้าแล้วบินเข้ามาหาเหล่าเดมอนทั้งสอง เขาไม่สามารถบอกได้ว่าดิจิมอนตัวนั้นเป็นใคร เมื่อสายตาของเขาตอนนี้ให้ภาพที่พร่ามัวมากเหมือนคนใกล้จะหมดสติเต็มที
แวนเดมอนและเดวิมอนต่างบินออกมาขวางทางไว้เมื่อเห็นว่าดิจิมอนตัวนั้นได้เดินเข้ามาในถ้ำ
แกเป็นใครกัน!!...
บังอาจมากนะที่กล้ามาต่อกรกับพวกข้า!!...
ฮึๆๆๆ...เราก็เพิ่งเจอกันอยู่หยกๆ นี่เองแวนเดมอน....เพียงแค่ฉันมีรูปร่างที่เปลี่ยนไปเท่านั้น.... ดิจิมอนปริศนาพูดแล้วลอยลงมายืนอยู่ตรงหน้าของการุรุมอนแล้วยิ้มให้กับเขา ฉันกลับมาช่วยเธอแล้วการุรุมอน...ขอโทษนะที่ฉันทำร้ายเธอไปเมื่อกี้นี้...
คำพูดของดิจิมอนตัวนั้นทำให้คำตอบผุดขึ้นมาในหัวของแวนเดมอนทันที หา!!...เป็นไปไม่ได้....แกคือ!!...
Darkness..waaaavvee!!...
ทันทีทันใด ดิจิมอนตัวนั้นรีบหันหลังกลับมาโจมตีใส่ เหล่าเดวาทั้งสอง ฝูงค้าวคาวได้กรูกันออกมาจากปีกของเธอแล้วพุ่งตรงเข้าหาแวนเดมอนและเดวิมอนอย่างจัง การุรุมอนมองเห็นเหตุการณ์ไม่คอยถนัดแต่ดูเหมือนว่าเดมอนทั้งสองตัวกำลังถูกรบกวนด้วยฝูงค้าวคาวอยู่จนไม่สามารถโจมตีกลับมายังพวกเขาได้ ความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่เขาจะสลบลงไปก็คือ มือนิ่มๆ ของดิจิมอนตัวนั้นได้สอดเข้ามาใต้ร่างของเขา ตัวของเขาถูกอุ้มขึ้นมาแล้วทุกอย่างก็เงียบลงในที่สุด
**************************
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ดังสายลมที่พัดผ่านร่างกายของการุรุมอน เขาลืมตาขึ้นมองดูท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีเทา เขาพอจะเดาออกว่าเวลานี้คงจะเป็นตอนเย็นแล้วเมื่อเขาพอมองเห็นแสงแดดยามเย็นพยายามส่องผ่านลงมากระทบกับร่างที่นอนแผ่ของเขา เขาขยับตัวขึ้นมาในนอนท่าปกติแล้วถอนหายใจอยู่ครู่นึง พลังของเขาบางส่วนได้เริ่มกลับมาอยู่ในระดับปกติอีกครั้งแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาวิ่งหรืออกกโจมตีใครต่อใครได้
ตื่นแล้วหรอ การุรุมอน....
เสียงของดิจิมอนตัวหนึ่งดังออกมาจากทางเดินข้างหน้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน การุรุมอนเงยหน้าขึ้นแล้วพยายามมองดูดิจิมอนตัวนั้นโดยที่เขาก็จำได้ว่าเสียงดังกล่าวเป็นเสียงเดียวกับดิจิมอนที่ช่วยเขาไว้ เขาพยายามลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงไปอีกเพียงแต่ว่าร่างของเขาไม่ได้กระทบกับพื้นเพราะดิจิมอนตัวนั้นได้เดินเข้ามารับเขาทันท่วงที
อา...อย่างเพิ่งขยับนะ การุรุมอน...พลังของเธอยังไม่ฟื้นตัวเลย...
เธอ...เป็นใคร...เสียงของเธอ...ทำไมฉันถึงได้รู้สึกคุ้นๆ....
ดิจิมอนตัวนั้นเงยหน้าของการุรุมอนขึ้นมาเพื่อให้เขาได้มองดูเธออย่างชัดๆ การุรุมอนหรี่ตามองเมื่อภาพของดิจิมอนปริศนาเริ่มชัดขึ้น ตอนแรกเขาเกือบจะผละออกจากเธอเมื่อเขาเห็นว่าเธอสวมใส่ชุดดำราวกับพวกเดวิมอน แน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงเพราะผมสีขาวของเธอได้ยาวลงมาสัมผัสกับร่างของเขา ปีกใหญ่ดำและมือข้างซ้ายที่ใหญ่และยาวเหมือนพวกเดวิมอน ใบหน้าส่วนบนของเธอถูกปกปิดด้วยหน้ากากดำ เผยให้เห็นเฉพาะดวงตาสีแดงฉานที่ดูเหมือนว่าน่ากลัวแต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยสักนิด เมื่อการุรุมอนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความสนิทสนมมาจากดวงตาแดงๆของเธอคู่นั้น
อืม...นี่เธอจำฉันไม่ได้จริงๆ หรอกการุรุมอน....ดูให้ดีๆ ซิ....
การุรุมอนเพ่งมองดูเธออีกครั้งนึง แล้วเขาก็ได้เห็นเงาของร่างร่างหนึ่งปรากฏซ้อนอยู่ในร่างกายของดิจิมอนสาวผู้นั้น หา!!...เทล...เทลมอน!!...เป็นไปได้ยังไง....ทำไมเธอถึงกลายเป็น...แบบนี้....
เพราะว่าร่างโตเต็มวัยของฉันยังคงถูกความมืดปกคลุมอยู่ โชคดีที่ว่าแสงสว่างในตัวของเธอได้เพิ่มพลังให้กับฉันในตอนนั้น ฉันจึงวิ่งหนีออกมาแล้วเปลี่ยนร่างเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์โดยที่ยังมีความมืดปกคลุมอยู่ จากที่ควรจะเป็น แองเจวูมอน....ฉันกลับกลายเป็น เลดี้เดวิมอน แทน....
การุรุมอนนอนมองดูเธออยู่สักพักซึ่งเธอเองหันหลังไม่สบตาเขา เธอกลัวว่าการุรุมอนจะรังเกียจที่เธอกลับกลายมาเป็นดิจิมอนประเภทไวรัสแบบนี้ การุรุมอนเข้าใจตรงจุดนั้นดีแต่เขาเชื่อว่ายังไงเทลมอนก็คือเทลมอน ถ้าเธอไม่ได้เข้ามาช่วยเขา เขาก็คงนอนตายอยู่ในถ้ำไปแล้ว เขาลุกขึ้นอย่างระมัดระวังแล้วเดินมามองเลดี้เดวิมอน เขายิ้มให้กับเธออย่างไม่รังเกียจซึ่งก็ทำให้เลดี้เดวิมอนรู้สึกโล่งใจมากขึ้น
ฉันเข้าใจเทลมอน...ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาเป็นเหมือนที่ควรจะเป็น....
อืม...ขอบใจนะการุรุมอน...ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น...
การุรุมอนพยักหน้าตอบเธอแล้วหันมามองดูท้องฟ้าอีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนใกล้จะมืดเต็มทีเมื่อดวงอาทิตย์ค่อยๆ ตกลงไปในแนวของหุบเขา หมอกควันดำก็ยังคงกระจายอยู่ไปทั่วยังกับมีไฟไหม้ครั้งใหญ่ในดินแดนแห่งนี้
เทลมอน...พาฉันไปที่ตัวเมืองที...เราควรจะรีบกลับไปบอกเซราฟิมอนว่าเกิดอะไรขึ้นนะ....และก็อีกอย่าง...เจ้าหมอกควันนี่...มันคงไม่ได้เป็นแค่หมอกควันธรรมดาแน่ๆ....เพื่อนๆทุกคน...ดิจิมอนทุกตัว คงจะกลายเป็นทาสของเดวิมอนกับแวนเดมอนไปหมดแล้ว....
ได้สิ...ฉันเองก็เป็นห่วงทุกคนเหมือนกัน...หวังว่าคงไม่มีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้นหรอกนะ....
เลดี้เดวิมอนพูดกับการุรุมอนด้วยสีหน้าที่กังวลก่อนที่เธอจะอุ้มการุรุมอนขึ้นมา การุรุมอนนิ่งเงียบอายหน้าแดงเป็นการใหญ่เพราะตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยอ่อนแอถึงขนาดต้องให้ผู้หญิงมาอุ้มเขาเหมือนกับลูกสุนัขเช่นนี้ เขาตกใจนิดหน่อยเมื่อตัวของเขาเริ่มลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าทำให้เดลี้เดวิมอนอดหัวเราะไม่ได้กับท่าทางของเขา เขาจำได้ว่าเขาเพิ่งจะคาบเทลมอนไว้ในปากตอนที่เธอเกือบจะตกหน้าผาไปเมื่อกี้นี้เอง แล้วจู่ๆ เขาก็กลับมาถูกเทลมอนอุ้มซะยังนั้น
พวกเขาทั้งสองบินผ่านป่า ผ่านแม่น้ำ ผ่านหุบเขา ซึ่งทุกๆ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกทั้งหมด อีกทั้งเสียงนกและเสียงสัตว์ต่างๆที่เคยมี บัดนี้มันได้หายไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่ความเงียบวังเวงและความมืดที่กำลังจะปกคลุมดินแดนแห่งนี้ในไม่ช้า การุรุมอนเริ่มเห็นหอนาฬิกาใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตัวเมืองเลยบอกให้เลดี้เดวิมอนบินลงไปที่สำนักงานของเซราฟิมอน ทันทีที่เลดี้เดวิมอนร่อนลงมาถึงพื้นแล้วปล่อยการุรุมอน ทั้งคู่ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพของเมืองในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปจนจำแทนไม่ได้ บ้านเรือนพังทลาย ตึกรามบ้านช่องแตกร้าว ข้าวของกระจัดกระจาย บางจุดไฟไหม้ บางจุดก็เกิดระเบิดจนทั้งสองหลบกันแทบไม่ทัน ทุกอย่างพินาศอย่างไม่มีชิ้นดี อีกทั้งไม่มีร่องรองของชาวดิจิมอนอยู่เลยแม้แต่น้อย การุรุมอนรีบวิ่งเข้าไปในสำนักงานพร้อมกับเลดี้เดวิมอน แต่ทันทีที่เขาเปิดประตูออก เขาทั้งสองกลับถูกเหล่าไนท์มอนโจมตีใส่แบบไม่ทันตั้งตัว
ระวัง!!....
การุรุมอน!!...
ทั้งคู่แยกตัวออกจากกันแล้วพยายามหลบหลีกคมดาบของเหล่าไนท์มอนที่กรูกันลงมาโจมตีพวกเขา ไม่นานทั้งการุรุมอนและเลดี้เดวิมอนก็ถูกล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเขาทั้งสองพยายามที่จะไม่โจมตีเพื่อแสดงถึงความไม่เป็นศัตรูแต่ดูเหมือนว่าเหล่าไนท์มอนจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไรนัก เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือ ดิจิมอนในร่างแห่งความมืดอย่างเลดี้เดวิมอนยืนอยู่ตรงหน้า ทั้งหมดยกดาบขึ้นแล้วเตรียมที่จะปล่อยท่าไม้ตายแต่ทันใดนั้น ดิจิมอนตัวหนึ่งก็ได้เดินออกมาสั่งให้ทั้งหมดหยุดการต่อสู้
ทั้งหมดหยุดเดี๋ยวนี้!!...
การุรุมอนและเลดี้เดวิมอนหันขึ้นไปดูที่ระเบียงชั้นสองในขณะที่เหล่าไนท์มอนก็ลดอาวุธลงแล้วถอยห่างออกมาจากพวกเขา ดิจิมอนที่ออกคำสั่งยืนตระง่านอยู่บนระเบียงด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ ไม่ใช่เซราฟิมอน ไม่ใช่ไนท์มอนหรือทหารแต่อย่างใด ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยชุดพ่อมดพร้อมกับไม่เท้าสีทองที่อยู่ในมือ แน่นอนการุรุมอนรู้จักเขาเพราะเขาคือผู้ดูแลอารักขาเซราฟิมอน และเป็นผู้ที่รอบรู้ในเรื่องของเวทมนต์มากที่สุด วิซาร์ดมอน ดิจิมอนพ่อมดแห่งเมืองดิจิมอนนั่นเอง
ข้าต้องขอโทษด้วย ท่านการุรุมอน...ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด...เรายังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มแก้ไขอย่างไรดี
วิซาร์ดมอน....เซราฟิมอนล่ะ...เซราฟิมอนอยู่ไหน....
วิซาร์ดมอนมองลงที่พื้นพร้อมกับส่ายหน้า เป็นสัญญาณถึงเรื่องไม่ดีเกิดต่อการุรุมอนก่อนที่เขาจะบอกความจริงให้ฟัง
ท่านเซราฟิมอน...ท่านเซราฟิมอน...ถูกลักพาตัวไปแล้ว...
อะไรนะ!!...