Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part III : White spot in a Black circle -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

“ ฮึๆๆๆ...ยอมมาเป็นพวกข้า ซะดีๆ เถอะน่า...แล้วข้าจะเลี้ยงดูเจ้าเป็นอย่างดี....” เดวิมอนเดินเข้ามาใกล้การุรุมอนเรื่อยๆ โดยหัวเราะอยู่ในใจ เมื่อเขาเห็นสภาพของการุรุมอนตอนนี้ใกล้จะยอมจำนนเขาเต็มทีแล้ว

 

“ อา...ฉัน...อา...ฉัน...ฉัน...ไม่...ไม่ยอม...ไม่ยอม!!...ย๊า!!!...”

 

เสียงคำรามของการุรุมอนได้ดันออกมาจนทำให้เหล่าเดมอนทั้งสองหยุดนิ่ง   การุรุมอนกัดฟันลุกขึ้นโดยใช้พลังที่เขามีอยู่ควบคุมตัวเองให้กลับมาพร้อมที่จะต่อสู้อีกครั้ง   กลุ่มควันมืดยังคงไหลเวียนไปมาอยู่ทั่วร่างที่สั่นสะท้านของการุรุมอน มันพยายามที่จะเข้าไปให้ถึงจิตใจของการุรุมอนให้ได้แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สำเร็จเมื่อมันถูกพลังบางอย่างผลักดันออกมาพร้อมกับเสียงคำรามที่ดันกว่าเดิมของหมาป่าตัวนั้น

 

“ ย๊า...อ๊า!!!”  ** แว้บๆๆๆ...ฟู่...**

 

เสียงของการุรุมอนได้เรียกพลังบางอย่างออกมาจากตัวของเขา มันเป็นแสงสีทองที่สว่างไสวจน กลุ่มหมอกควันที่ห้อมล้อมตัวเขาอยู่สลายไป 

 

“ เอ้ย...เฮ้ย อะไรน่ะ!!...” เดวิมอนอุทานขึ้นแล้วกระโดดถอยออกมา

“ แสงสีทอง...พลังแห่งแสงสว่าง....นี่มันอะไรกัน!!” แวนเดมอนรีบกระโจนออกมายืนอยู่หน้าทางเข้าแล้วหลบหน้าหนีแสง ส่วนเทลมอนที่ยังตกอยู่ในความควบคุมของเขาก็ได้กระโจนวิ่งหนีออกไปจากถ้ำเมื่อแสงสว่างได้ทวีความแรงขึ้นมากกว่าเดิม

 

“ แก...อภัยให้ไม่ได้...อภัยให้ไม่ได้!!...” การุรุมอนคำรามใส่เดมอนทั้งสอง เมื่อพลังของเขากลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง และบางทีอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติซะด้วย ซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกได้  มันเป็นความรู้สึกเดียวกับตอนที่เขาได้รับพลังบางอย่างที่เขาเจอมาเมื่อเช้านี้   มันเหมือนมีความร้อนไหลเวียนอยู่ทั่วร่าง  ความร้อนที่สุมอยู่และพร้อมที่จะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ  เขาหลับตาแล้วรวบรวมสมาธิเพื่อควบคุมมัน  จนกระทั่งแสงดังกล่าวค่อยๆ ดับลงไป   ตัวของเขากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง รอยแผลรอยถลอกตามตัวได้หายไปอย่างไม่น่าเชื่อ   เขามองดูตัวเองด้วยความสงสัยก่อนที่จะหันกลับไปมองเหล่าศัตรูของเขาอีกครั้ง 

 

“ กล้ามากที่อังอาจทำอย่างนี้กับฉัน....คิดหรอกว่าฉันจะยอมพวกแกได้ง่ายๆ....ไม่มีทางซะล่ะ!!”

 

ฉากการโจมตีอันดุเดือดได้เริ่มขึ้น บทเพลงแห่งการต่อสู้ได้เริ่มบรรเลง  การุรุมอนพุ่งตรงเขาหาเดวิมอนด้วยความเร็วสูง แล้วตีโค้งสะบัดหางที่แหลมคมโดนเข้าที่สีข้างของมันอย่างจัง  ** ผัวะ!! ** “ อ๊า!!...” เดวิมอนร้องเจ็บแล้วกระเด็นไปกระแทกกับกำแพงห้องแล้วทรุดลง   เป้าหมายที่สองการุรุมอนไม่รอช้า เขากระโดดสับไปสับมาซ้ายขวาแล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าของแวนเดมอน  เวลาเหมือนจะวิ่งเร็วกว่าปกติจนแวนเดมอนไม่สามารถตั้งรับได้เมื่อการุรุมอนกระโดดตีลังกาใช้ขาหลังคู่ซัดเข้าที่ใต้คางอย่างเต็มแรง  ** เปรี้ยง!! ** “ โอ๊ย!!...”  แวมไพร์ดิจิมอนกระเด็นหงายหลังลงไปกระแทกกับพื้น  เขากระโดดลอยขึ้นมาอยู่บนอากาศแล้วมองดูดิจิมอนหมาป่าตัวนั้นด้วยความตกตะลึง

 

“ อา...เป็นไปได้ยังไง...ทั้งความเร็ว...ทั้งพลังโจมตีของมัน...ทำไมอยู่ดีๆ ถึงได้พุ่งพรวดออกมามากมายอย่างนี้!!...แสงสีทอง....แสงสีทอง...รึว่าแกคือ!!...” แวนเดมอนไม่ได้ทันได้พูดจบประโยคเมื่อการุรุมอนกระโดดขึ้นมาตะปบเขา แต่โชคดีที่ผ้าคลุมของเขาได้มากันไว้ได้ทันท่วงทีแต่ดูเหมือนว่าจะช่วยได้ไม่มากนัก   กรงเล็บสีแดงเลือดของการุรุมอนได้เจาะทะลุเนื้อผ้าแล้วฉีกมันลงมาตามความยาวจนถูกแขนของแวนเดมอน  ทำให้เขารีบสะบัดแขนที่โดนข่วนตีเข้าใส่หน้าของการุรุมอนอย่างแรง  ** ผัวะ!!**  “ อา...” การุรุมอนกระเด็นตกลงมาที่พื้นจนฝุ่นตลบไปหมด  เขาพยุงตัวลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ทรุดลงไป  พลังประหลาดที่เพิ่งช่วยเขาไว้ได้เริ่มลดลงราวกับว่าเขาเพิ่งใช้มันไปจนเกินลิมิต   เดวิมอนฉวยโอกาสนี้บินเข้ามาชกการุรุมอนอย่างเร็วจนการุรุมอนลอยไปกระแทกกับกำแพงอีกด้านหนึ่ง   ** ตูม!! **  “ โอ๊ย!!..” การุรุมอนร่วงตกลงมากองกับพื้น  ความเหนื่อยอ่อนเริ่มเข้ามาที่ตัวของเขาจนเขาไม่สามารถลุกได้อีก   เขาหายใจแผ่วแล้วมองขึ้นมาเมื่อเหล่าเดมอนทั้งสองได้เดินเข้ามาหาเขาอีกครั้ง

 

“ หืม...ฤทธิ์เยอะนักนะแก...ทำเอาข้าเจ็บไปหมดเลย...” เดวิมอนเอ่ยขึ้นแล้วหันเอามือไปกุมที่สีข้างของเขา

“ ไม่น่าเชื่อ...แกนี่เอง...แกนี่เอง คือ ผู้ที่ถูกแสงสว่างเลือก...” แวนเดมอนลอยลงมายืนอยู่ตรงหน้าของการุรุมอนด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวในพลังของการุรุมอนที่เพิ่งสำแดงไป  ทำให้เดวิมอนต้องหันมาถามด้วยความสงสัย

 

“ ผู้ที่ถูกแสงสว่างเลือกไว้...หมายความว่ายังไง แวนเดมอน...”

“ ก็หมายความว่า เจ้าการุรุมอนตัวนี้ จะนำพาประวัติศาสตร์ที่ขื่นขมกลับมาซ้ำรอยพวกเราอีกครั้งนึงยังไงเล่า!!”  แวนเดมอนตะโกนใส่ด้วยความโกรธเมื่อเขานึกถึงอดีตตอนที่เขาแพ้พลังแห่งแสงสว่างจากธนูของ แองเจวูมอน

 

เดวิมอนเองก็นิ่งอึ้งเช่นกันเมื่อเขาเริ่มนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่เขาถูกแองเจมอนปล่อยพลังหมัดแสงเข้าใส่จนตัวเขาทะลุตายคาที่   การุรุมอนยังคงนอนนิ่งหายใจเข้าออกด้วยความเหนื่อยล้าโดยเขาเองก็ยังไม่เข้าใจว่าเหล่าเดมอนนี้กำลังพูดเรื่องอะไรกัน   เขาพยายามลุกขึ้นมาอีกครั้งแต่แล้วก็ถูกแวนเดมอนฟาดใส่จนล้มลงไปอีก   สภาพของเขาตอนนี้เหมือนสุนัขป่าที่ใกล้จะยอมแพ้เมื่อแวนเดมอนคุกเข่าลงมาแล้วบีบคอเขา

 

“ อ๊า...อะ...อา...”

“ แก...ข้าจะไม่ยอมให้ดิจิมอนอ่อนหัดอย่างแก กลับมาทำลายข้าได้อีก...โชคดีของข้าซะจริงๆ ที่มาเจอตอนที่พลังของแกยังไม่เติบโตเต็มที...”

“ เติบโตเต็มที่....มะ หมายความว่ายังไง!!...” การุรุมอนพยามพูดแล้วดิ้นไปมา เมื่อแวนเดมอนยกร่างของเขาลอยขึ้นติดกับกำแพง

 

“ ฮึ่ม!!...แกจะไม่ได้มีวันรู้หรอก....เพราะชีวิตของแก...และพลังแห่งแสงสว่างที่อยู่ในตัวแก...จะสลายไปในไม่ช้านี้แล้ว!!...” แวนเดมอนให้คำตอบพร้อมกับแรงบีบที่เพิ่มมากขึ้น

“ อา...อ๊า...อ๊า!!...”

“ ฮึๆๆๆ...ตาย...ตาย...ตาย!!...”

 

*** ตูม!! ***

 

เสียงระเบิดที่ปากถ้ำ ทำให้เหล่าเดมอนทั้งสองรีบหันหลังไปดู   การุรุมอนถูกปล่อยให้ร่วงลงมาอีกครั้ง แต่ถึงอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่มีแรงที่จะต่อสู้แล้ว  เรี่ยวแรงต่างๆเหมือนกับว่าได้ถูกดูดออกไปให้กับพลังชีวิตของเขาที่ยังคงอยู่  เขาเห็นเงาของดิจิมอนตัวหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้าทางเข้าแล้วบินเข้ามาหาเหล่าเดมอนทั้งสอง  เขาไม่สามารถบอกได้ว่าดิจิมอนตัวนั้นเป็นใคร เมื่อสายตาของเขาตอนนี้ให้ภาพที่พร่ามัวมากเหมือนคนใกล้จะหมดสติเต็มที

 

แวนเดมอนและเดวิมอนต่างบินออกมาขวางทางไว้เมื่อเห็นว่าดิจิมอนตัวนั้นได้เดินเข้ามาในถ้ำ

“แกเป็นใครกัน!!...”

“บังอาจมากนะที่กล้ามาต่อกรกับพวกข้า!!...”

 

“ ฮึๆๆๆ...เราก็เพิ่งเจอกันอยู่หยกๆ นี่เองแวนเดมอน....เพียงแค่ฉันมีรูปร่างที่เปลี่ยนไปเท่านั้น....” ดิจิมอนปริศนาพูดแล้วลอยลงมายืนอยู่ตรงหน้าของการุรุมอนแล้วยิ้มให้กับเขา  “ ฉันกลับมาช่วยเธอแล้วการุรุมอน...ขอโทษนะที่ฉันทำร้ายเธอไปเมื่อกี้นี้...”

 

คำพูดของดิจิมอนตัวนั้นทำให้คำตอบผุดขึ้นมาในหัวของแวนเดมอนทันที  “ หา!!...เป็นไปไม่ได้....แกคือ!!...”

 

“ Darkness..waaaavvee!!...”

 

ทันทีทันใด ดิจิมอนตัวนั้นรีบหันหลังกลับมาโจมตีใส่ เหล่าเดวาทั้งสอง  ฝูงค้าวคาวได้กรูกันออกมาจากปีกของเธอแล้วพุ่งตรงเข้าหาแวนเดมอนและเดวิมอนอย่างจัง   การุรุมอนมองเห็นเหตุการณ์ไม่คอยถนัดแต่ดูเหมือนว่าเดมอนทั้งสองตัวกำลังถูกรบกวนด้วยฝูงค้าวคาวอยู่จนไม่สามารถโจมตีกลับมายังพวกเขาได้    ความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่เขาจะสลบลงไปก็คือ มือนิ่มๆ ของดิจิมอนตัวนั้นได้สอดเข้ามาใต้ร่างของเขา  ตัวของเขาถูกอุ้มขึ้นมาแล้วทุกอย่างก็เงียบลงในที่สุด

 

**************************

 

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ดังสายลมที่พัดผ่านร่างกายของการุรุมอน  เขาลืมตาขึ้นมองดูท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควันสีเทา  เขาพอจะเดาออกว่าเวลานี้คงจะเป็นตอนเย็นแล้วเมื่อเขาพอมองเห็นแสงแดดยามเย็นพยายามส่องผ่านลงมากระทบกับร่างที่นอนแผ่ของเขา   เขาขยับตัวขึ้นมาในนอนท่าปกติแล้วถอนหายใจอยู่ครู่นึง   พลังของเขาบางส่วนได้เริ่มกลับมาอยู่ในระดับปกติอีกครั้งแต่ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้เขาวิ่งหรืออกกโจมตีใครต่อใครได้

 

“ ตื่นแล้วหรอ การุรุมอน....”

 

เสียงของดิจิมอนตัวหนึ่งดังออกมาจากทางเดินข้างหน้าที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน  การุรุมอนเงยหน้าขึ้นแล้วพยายามมองดูดิจิมอนตัวนั้นโดยที่เขาก็จำได้ว่าเสียงดังกล่าวเป็นเสียงเดียวกับดิจิมอนที่ช่วยเขาไว้  เขาพยายามลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงไปอีกเพียงแต่ว่าร่างของเขาไม่ได้กระทบกับพื้นเพราะดิจิมอนตัวนั้นได้เดินเข้ามารับเขาทันท่วงที 

 

“ อา...อย่างเพิ่งขยับนะ การุรุมอน...พลังของเธอยังไม่ฟื้นตัวเลย...”

“ เธอ...เป็นใคร...เสียงของเธอ...ทำไมฉันถึงได้รู้สึกคุ้นๆ....”

 

ดิจิมอนตัวนั้นเงยหน้าของการุรุมอนขึ้นมาเพื่อให้เขาได้มองดูเธออย่างชัดๆ   การุรุมอนหรี่ตามองเมื่อภาพของดิจิมอนปริศนาเริ่มชัดขึ้น   ตอนแรกเขาเกือบจะผละออกจากเธอเมื่อเขาเห็นว่าเธอสวมใส่ชุดดำราวกับพวกเดวิมอน  แน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงเพราะผมสีขาวของเธอได้ยาวลงมาสัมผัสกับร่างของเขา  ปีกใหญ่ดำและมือข้างซ้ายที่ใหญ่และยาวเหมือนพวกเดวิมอน   ใบหน้าส่วนบนของเธอถูกปกปิดด้วยหน้ากากดำ เผยให้เห็นเฉพาะดวงตาสีแดงฉานที่ดูเหมือนว่าน่ากลัวแต่มันไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยสักนิด เมื่อการุรุมอนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความสนิทสนมมาจากดวงตาแดงๆของเธอคู่นั้น

 

“ อืม...นี่เธอจำฉันไม่ได้จริงๆ หรอกการุรุมอน....ดูให้ดีๆ ซิ....”

 

การุรุมอนเพ่งมองดูเธออีกครั้งนึง แล้วเขาก็ได้เห็นเงาของร่างร่างหนึ่งปรากฏซ้อนอยู่ในร่างกายของดิจิมอนสาวผู้นั้น “ หา!!...เทล...เทลมอน!!...เป็นไปได้ยังไง....ทำไมเธอถึงกลายเป็น...แบบนี้....”

 

“ เพราะว่าร่างโตเต็มวัยของฉันยังคงถูกความมืดปกคลุมอยู่  โชคดีที่ว่าแสงสว่างในตัวของเธอได้เพิ่มพลังให้กับฉันในตอนนั้น  ฉันจึงวิ่งหนีออกมาแล้วเปลี่ยนร่างเข้าสู่ขั้นสมบูรณ์โดยที่ยังมีความมืดปกคลุมอยู่  จากที่ควรจะเป็น แองเจวูมอน....ฉันกลับกลายเป็น เลดี้เดวิมอน แทน....”

 

การุรุมอนนอนมองดูเธออยู่สักพักซึ่งเธอเองหันหลังไม่สบตาเขา  เธอกลัวว่าการุรุมอนจะรังเกียจที่เธอกลับกลายมาเป็นดิจิมอนประเภทไวรัสแบบนี้   การุรุมอนเข้าใจตรงจุดนั้นดีแต่เขาเชื่อว่ายังไงเทลมอนก็คือเทลมอน  ถ้าเธอไม่ได้เข้ามาช่วยเขา เขาก็คงนอนตายอยู่ในถ้ำไปแล้ว  เขาลุกขึ้นอย่างระมัดระวังแล้วเดินมามองเลดี้เดวิมอน เขายิ้มให้กับเธออย่างไม่รังเกียจซึ่งก็ทำให้เลดี้เดวิมอนรู้สึกโล่งใจมากขึ้น 

 

“ ฉันเข้าใจเทลมอน...ฉันมั่นใจว่าเธอจะต้องกลับมาเป็นเหมือนที่ควรจะเป็น....”

“ อืม...ขอบใจนะการุรุมอน...ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น...”

 

การุรุมอนพยักหน้าตอบเธอแล้วหันมามองดูท้องฟ้าอีกครั้ง ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนใกล้จะมืดเต็มทีเมื่อดวงอาทิตย์ค่อยๆ ตกลงไปในแนวของหุบเขา  หมอกควันดำก็ยังคงกระจายอยู่ไปทั่วยังกับมีไฟไหม้ครั้งใหญ่ในดินแดนแห่งนี้ 

 

“ เทลมอน...พาฉันไปที่ตัวเมืองที...เราควรจะรีบกลับไปบอกเซราฟิมอนว่าเกิดอะไรขึ้นนะ....และก็อีกอย่าง...เจ้าหมอกควันนี่...มันคงไม่ได้เป็นแค่หมอกควันธรรมดาแน่ๆ....เพื่อนๆทุกคน...ดิจิมอนทุกตัว คงจะกลายเป็นทาสของเดวิมอนกับแวนเดมอนไปหมดแล้ว....”

“ ได้สิ...ฉันเองก็เป็นห่วงทุกคนเหมือนกัน...หวังว่าคงไม่มีอะไรแย่ๆ เกิดขึ้นหรอกนะ....”

 

เลดี้เดวิมอนพูดกับการุรุมอนด้วยสีหน้าที่กังวลก่อนที่เธอจะอุ้มการุรุมอนขึ้นมา  การุรุมอนนิ่งเงียบอายหน้าแดงเป็นการใหญ่เพราะตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยอ่อนแอถึงขนาดต้องให้ผู้หญิงมาอุ้มเขาเหมือนกับลูกสุนัขเช่นนี้  เขาตกใจนิดหน่อยเมื่อตัวของเขาเริ่มลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าทำให้เดลี้เดวิมอนอดหัวเราะไม่ได้กับท่าทางของเขา   เขาจำได้ว่าเขาเพิ่งจะคาบเทลมอนไว้ในปากตอนที่เธอเกือบจะตกหน้าผาไปเมื่อกี้นี้เอง แล้วจู่ๆ เขาก็กลับมาถูกเทลมอนอุ้มซะยังนั้น

 

พวกเขาทั้งสองบินผ่านป่า ผ่านแม่น้ำ ผ่านหุบเขา ซึ่งทุกๆ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกทั้งหมด อีกทั้งเสียงนกและเสียงสัตว์ต่างๆที่เคยมี บัดนี้มันได้หายไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่ความเงียบวังเวงและความมืดที่กำลังจะปกคลุมดินแดนแห่งนี้ในไม่ช้า   การุรุมอนเริ่มเห็นหอนาฬิกาใหญ่ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตัวเมืองเลยบอกให้เลดี้เดวิมอนบินลงไปที่สำนักงานของเซราฟิมอน   ทันทีที่เลดี้เดวิมอนร่อนลงมาถึงพื้นแล้วปล่อยการุรุมอน ทั้งคู่ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นสภาพของเมืองในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปจนจำแทนไม่ได้  บ้านเรือนพังทลาย  ตึกรามบ้านช่องแตกร้าว ข้าวของกระจัดกระจาย บางจุดไฟไหม้ บางจุดก็เกิดระเบิดจนทั้งสองหลบกันแทบไม่ทัน   ทุกอย่างพินาศอย่างไม่มีชิ้นดี อีกทั้งไม่มีร่องรองของชาวดิจิมอนอยู่เลยแม้แต่น้อย  การุรุมอนรีบวิ่งเข้าไปในสำนักงานพร้อมกับเลดี้เดวิมอน แต่ทันทีที่เขาเปิดประตูออก เขาทั้งสองกลับถูกเหล่าไนท์มอนโจมตีใส่แบบไม่ทันตั้งตัว

 

“ ระวัง!!....”

“ การุรุมอน!!...”

 

ทั้งคู่แยกตัวออกจากกันแล้วพยายามหลบหลีกคมดาบของเหล่าไนท์มอนที่กรูกันลงมาโจมตีพวกเขา   ไม่นานทั้งการุรุมอนและเลดี้เดวิมอนก็ถูกล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   พวกเขาทั้งสองพยายามที่จะไม่โจมตีเพื่อแสดงถึงความไม่เป็นศัตรูแต่ดูเหมือนว่าเหล่าไนท์มอนจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไรนัก เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือ ดิจิมอนในร่างแห่งความมืดอย่างเลดี้เดวิมอนยืนอยู่ตรงหน้า  ทั้งหมดยกดาบขึ้นแล้วเตรียมที่จะปล่อยท่าไม้ตายแต่ทันใดนั้น ดิจิมอนตัวหนึ่งก็ได้เดินออกมาสั่งให้ทั้งหมดหยุดการต่อสู้

 

“ ทั้งหมดหยุดเดี๋ยวนี้!!...”

 

การุรุมอนและเลดี้เดวิมอนหันขึ้นไปดูที่ระเบียงชั้นสองในขณะที่เหล่าไนท์มอนก็ลดอาวุธลงแล้วถอยห่างออกมาจากพวกเขา    ดิจิมอนที่ออกคำสั่งยืนตระง่านอยู่บนระเบียงด้วยร่างกายที่สูงใหญ่ ไม่ใช่เซราฟิมอน ไม่ใช่ไนท์มอนหรือทหารแต่อย่างใด  ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยชุดพ่อมดพร้อมกับไม่เท้าสีทองที่อยู่ในมือ  แน่นอนการุรุมอนรู้จักเขาเพราะเขาคือผู้ดูแลอารักขาเซราฟิมอน และเป็นผู้ที่รอบรู้ในเรื่องของเวทมนต์มากที่สุด วิซาร์ดมอน ดิจิมอนพ่อมดแห่งเมืองดิจิมอนนั่นเอง

 

“ ข้าต้องขอโทษด้วย ท่านการุรุมอน...ตอนนี้ทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมด...เรายังไม่รู้เลยว่าจะเริ่มแก้ไขอย่างไรดี”

“ วิซาร์ดมอน....เซราฟิมอนล่ะ...เซราฟิมอนอยู่ไหน....”

 

วิซาร์ดมอนมองลงที่พื้นพร้อมกับส่ายหน้า เป็นสัญญาณถึงเรื่องไม่ดีเกิดต่อการุรุมอนก่อนที่เขาจะบอกความจริงให้ฟัง

“ ท่านเซราฟิมอน...ท่านเซราฟิมอน...ถูกลักพาตัวไปแล้ว...”

“ อะไรนะ!!...”

 

Back to Part II     Go to Part IV

Free Web Hosting