Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part IV : The way for starting -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

ทุกอย่างดูเหมือนจะแย่ลงมากขึ้นเมื่อ ทุกคนทราบข่าวว่าเซราฟิมอนได้ถูกลักพาตัวไป  การุรุมอนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าดิจิมอนร่างสุดยอดอย่างเทพตนนี้จะถูกใครมาทำร้ายแล้วลักพาตัวออกไปอย่างง่ายดาย...หรือว่าจะมีคนอื่นที่เป็นร่างสุดยอดเหมือนเซราฟิมอน...ถ้าเป็นเช่นนั้นล่ะก็ การต่อสู้ครั้งนี้คงจะยาวนานแน่  การุรุมอนยืนคิดอยู่สักพักก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องทำงานของเซราฟิมอน  สิ่งที่เขาเห็นคือ ร่องรอยการบุกรุกเข้ามาจากภายนอก   กระจกหน้าต่างแตกละเอียด  ข้าวของในห้องกระจัดกระจาย  บางแห่งมีรอยไหม้ บางแห่งก็ยังคงมีไฟลุกอยู่  โชคยังดีที่เหล่าทหารดิจิมอนในอาคารช่วยกันควบคุมสถานการณ์ไว้ได้โดยเฉพาะแบเรียลป้องกันหมอกควันแห่งความมืด ที่วิซาร์ดมอนได้สร้างขึ้นเพื่อช่วยคนที่อยู่ในนี้ไว้    การุรุมอนมองไปรอบๆ แล้วพยายามนึกว่าใครกันที่สามารถทำได้ถึงขนาดนี้....บุกเข้ามาโดยไม่มีใครรู้ พอมาเห็นทุกอย่างก็ราบคาบไปแล้ว...ต้องมีปีกหรือไม่ก็สามารถลอยตัวได้เพราะนี่มันตั้งชั้นสาม...มีร่องรอยไฟไหม้ก็อาจเป็นได้ว่ามันมีพลังโจมตีเป็นธาตุไฟ...สุดท้ายขนาดมันก็ต้องเท่ากับเซราฟิมอนหรือไม่ตัวใหญ่กว่าก็เป็นได้...

 

วิซาร์ดมอนและเลดี้เดวิมอนก็ได้เดินตามเข้ามาดูเช่นกัน ซึ่งทั้งสองก็พยายามสำรวจเดินไปรอบๆ ห้องจนกระทั่งพบหลักฐานบางอย่างบนขอบหน้าต่างที่แตกร้าว

 

“การุรุมอน มาดูอะไรตรงนี้สิ” เลดี้เดวิมอนเรียก

การุรุมอนเดินเข้าไปดูที่บริเวณขอบหน้าต่างแล้วก็ได้เห็นสิ่งหนึ่งที่คล้ายกับขนนกสีขาวกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณนั้น   เขาพยายามนึกดูว่านี่มันเป็นของดิจิมอนอะไร....ใครบ้างนะที่มีขนนกสีขาวประดับอยู่บนตัว...เขาก็คิดไปคิดมาโดยพยายามดึงข้อมูลที่เขาเคยเจอในบันทึกประวัติศาสตร์มาใช้ แต่ก็ไร้ผลจนกระทั่งเขาตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้วหันไปคุยกับเลดี้เดวิมอน

 

“ เราคงอยู่เฉยๆ ไม่ได้แล้วล่ะ...รีบออกไปตามหากันเถอะ เทลมอน...”

“ อืมก็ดีเหมือนกัน...” เลดี้เดวิมอนตอบ

 

“ งั้นข้าขอไปด้วย ” วิซาร์ดมอนได้ยินเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปพูดกับพวกการุรุมอนด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“ แล้วท่านไม่เป็นไรรึ...ข้างนอกนั่นมีแต่พลังแห่งความมืดที่สามารถควบคุมจิตใจท่านได้...เราไม่อยากให้ท่านกลายไปเป็นพวกของมันหรอกนะ...” เลดี้เดวิมอนหันมาถามดิจิมอนพ่อมด

 

“ข้าไม่เป็นไรหรอก...ข้ามีคาถาที่สามารถต้านทานสิ่งเหล่านั้นได้...” วิซาร์ดมอนตอบ

“ ดีเลย ถ้ายังนั้นรีบไปกันเถอะ....” การุรุมอนเอ่ยขึ้นแล้วพยักหน้าตกลงกับทั้งสอง

 

หลังนั้นทั้งหมดจึงตกลงกันเดินออกมานอกตึกสำนักงานแล้วมองไปรอบๆ เมือง  เวลานี้ทุกอย่างดูมืดสนิทจนแทบจะมองอะไรไม่เห็นเลย เพราะความมืดของยามกลางคืนบวกกับความมืดที่มาจากสิ่งชั่วร้าย  มันเหมือนกับเมืองร้างแดนปีศาจยังไงยังนั้นเลย

 

“ โอ้ย มืดจนมองอะไรแทบไม่เห็นเลย...แล้วนี่เราจะไปทางไหนดีล่ะเนี่ย...” เลดี้เดวิมอนเอ่ยขึ้น

“ ไม่เป็นไร...เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง...”

วิซาร์ดมอนเอ่ยกับทุกคนแล้วยกไม้เท้าสีทองของเขาขึ้น   เขาหลับตาลงแล้วท่องคาถาบางอย่างอยู่ในใจจนสักพักไม้เท้าของเขาก็เริ่มเปล่งแสงสีขาวออกมาราวกับหลอดไฟนีออน  ทำให้การุรุมอนและเลดี้เดวิมอนมองเห็นทางได้อีกครั้ง

 

“ อา...ค่อยยังชั่วหน่อย...ขอบใจมากวิซาร์ดมอน...” การุรุมอนหันไปพูดกับวิซาร์ดมอนแล้วพยักหน้าก่อนที่จะเริ่มเลือกเส้นทางที่จะออกค้นหา “ อืม...ไปทางนี้ล่ะกัน เราน่าจะเริ่มต้นจากนอกเกาะเข้ามาข้างในเกาะนะ...” เขาเอ่ยขึ้นกับผู้ร่วมเดินทางทั้งสองซึ่งพวกเขาเองก็พยักหน้าเห็นด้วยแล้วเริ่มออกเดินทางโดยอาศัยแสงสว่างจากไม้เท้าของวิซาร์ดมอนช่วยนำทางให้   พวกเขาออกมานอกเมือง ผ่านป่าทึบมาเรื่องๆ จนกระทั่งถึงชายทะเล  การุรุมอนหยุดแล้วมองไปรอบๆ พื้นที่ซึ่งเขาเองก็รู้สึกว่า มันไม่ได้แตกต่างอะไรกับในเมืองเลย ทุกอย่างดูมืด น้ำทะเลกลายเป็นสีดำ หาดทรายที่เคยเป็นสีทองตอนนี้ได้กลายเป็นสีเทาไปซะแล้ว  เลดี้เดวิมอนกับวิซาร์ดมอนเดินเข้ามายืนอยู่ข้างหลังการุรุมอนแล้วมองไปยังผืนน้ำข้างหน้าด้วยความรู้สึกแบบเดียวกัน

 

** ตูม!! **

“ หา!? ”

“ อะไรน่ะ...”

“ เสียงระเบิดนี่...”

 

ทั้งสามรีบหันไปมองดูฝุ่นควันที่ระเบิดกระจัดกระจายบริเวณอีกฟากหนึ่งของโค้งหาด  การุรุมอนวิ่งนำทุกคนไปดูตรงจุดนั้นแล้วก็ได้เห็นดิจิมอนสองตัวกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดโดยตัวหนึ่งคือ โอกามอน ดิจิมอนอสูรผู้มักทำตัวเป็นนักเลงหัวไม้ กับคู่ปรับของเขาก็คือ เลโอมอน ดิจิมอนสิงโตผู้ผดุงคุณธรรมที่มักจะคอยมาตักเตือนพฤติกรรมของเขาแล้วจบลงด้วยการต่อสู้ซะทุกครั้ง   ตอนแรกการุรุมอนมองดูเหมือนว่าจะเป็นการทะเลาะวิวาทธรรมดา แต่สักพักเขาก็รู้สึกว่าเลโอมอนโจนตีใส่โอกามอนหนักกว่าทุกครั้งราวกับจะฆ่าเขาให้ตายซะยังนั้น  มีบางอย่างผิดปกติกับเลโอมอน...แววตาของเขาที่เคยเป็นสีฟ้าตอนนี้กลายเป็นสีแดง...ร่างกายที่เคยเป็นสีเหลืองทองตอนนี้กลายเป็นสีเหลืองเทาที่ถูกปกคลุมไปด้วยออร่าแห่งความมืด...เขากลายเป็นพวกศัตรูไปซะแล้ว...

“ เลโอมอน...เขาถูกควบคุมไปซะแล้ว...” การุรุมอนเอ่ยขึ้น

“ แล้วนี่เราจะหยุดเขายังไงดี...ถ้าไม่หยุดมีหวังโอกามอนตายแน่...” เลดี้เดวิมอนหันมาถามด้วยความลังเล

 

ฝ่ายโอกามอนก็เริ่มถอยหนีแสดงท่าทียอมแพ้ แต่ดูเหมือนว่าเลโอมอนก็ยังไม่ยอมหยุดซะที เขาวิ่งเข้ามาทั้งเตะทั้งต่อยโอกามอนแบบไม่ปราณีจนกระทั่งโอกามอนล้มลงไปนอนกับพื้นตรงหน้าพวกการุรุมอน

 

“ ช่วย...ช่วยข้าด้วย...” โอกามอนร้องขอความช่วยเหลือด้วยเสียงของคนที่ใกล้จะหมดแรงเต็มทีในขณะที่เลโอมอนสวมบทปีศาจวิ่งเข้ามาพร้อมที่จะเผด็จศึกเขา

 

“ หยุดนะ เลโอมอน!!...” การุรุมอนไม่รอช้าจึงรีบพาพวกวิ่งเข้าไปช่วยโอกามอนทันที  เขาวิ่งเข้ามายืนขวางทางแล้วตวัดหางที่แหลมคมกระแทกเข้าที่สีข้างของดิจิมอนสิงโตตัวนั้นจนกระเด็นออกไป   เลโอมอนลุกขึ้นมาอีกครั้งแล้วพุ่งตรงเข้ามาที่พวกของการุรุมอนอีกครั้ง  เขากระโดดขึ้นฟ้าในทันทีทันใดแล้วปล่อยพลังหมัดราชสีห์ลงมาราวกับห่าฝนจนพื้นทรายเกิดระเบิดกระจุยกระจายไปจนทั่ว

 

 

พวกการุรุมอนเห็นการโจมตีของเลโอมอนก็แทบไม่อยากจะเชื่อ  พวกเขาทั้งหมดแตกวงกันไปคนละทิศละทางเพื่อหลบหลีกหมัดราชสีห์  ฝ่ายเลโอมอนเมื่อเห็นว่ามีคู่ต่อสู้มากขึ้นก็ยิ่งมีความคึกคะนองบ้าเลือดยิ่งขึ้น   เขากลับลงมายืนที่พื้นแล้วสังเกตเห็นโอกามอนนั่งคุกเข้าข้างหนึ่งอยู่กับพ้นด้วยความหมดแรงจึงฉวยโอกาสพุ่งเข้าไปโจมตีอีกครั้งด้วยปลายดาบที่แหลมคมในมือ

 

“ เหวอ!!...แย่แล้ว!!...” โอกามอนเงยหน้าขึ้นเห้นคู่ปรับของเขาพุ่งตรงมาหาเขา ซึ่งเขาคิดว่ารอบนี้เขาไม่รอดแน่แต่ทันใดนั้น

 

“ Fox Firer!! ” ** เปรี้ยง!!....ตุบ... **

 

เลโอมอนจดจ่อกับการโจมตีเป้าหมายเดียวมากเกินไปจึงไม่ทันระวังการโจมตีแบบทันทีทันใดของการุรุมอน   เปลวเพลิงสีฟ้ากระแทกเข้าที่ตัวของเขาอย่างจังจนเขาสลบกลางอากาศแล้วร่วงลงไปนอนกองกับพื้นไม่ห่างจากโอกามอนเพียงไม่กี่คืบ  การุรุมอนกับคนอื่นๆ รีบวิ่งมาดูเลโอมอนซึ่งดูเหมือนเขาจะสลบไปเป็นที่เรียบร้อย

 

“ ขอบ...ขอบคุณมาก การุรุมอน... ” โอกามอนเอ่ยขอบคุณการุรุมอนที่ช่วยเขาแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอก

“ ไม่เป็นไรหรอกโอกามอน...ยังไงซะนี่ก็เป็นวิธีเดียวที่จะหยุดเขาไว้ได้...” การุรุมอนหันมาตอบแล้วก็ถอนหายใจเช่นกัน

“ แล้วนี่พวกนายมาทำอะไรแถวนี้...พอบอกข้าได้ไหมว่านี่มันเกินอะไรขึ้นกันแน่... ”

 

การุรุมอนพยักหน้าแล้วจึงเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้โอกามอนฟัง ทั้งเรื่องการกลับมาของพวกเดมอน หมอกควันแห่งความมืด และการหายไปของเซราฟิมอน

 

“ เซราฟิมอนงั้นเรอะ...ข้าว่าข้าเห็นเขานะ...” โอกามอนเอ่ยขึ้นซึ่งทำให้พวกการุรุมอนกระวีกระวาดเข้ามาถามต่อ

“ จริงหรอ...เห็นที่ไหน...” วิซาร์ดมอนถาม

“ ที่ท่าเรือน้ำลึก...ถูกส่งตัวออกไปนอกเกาะแล้ว...”

“ อะไรนะ!!...ออกไปนอกเกาะ!!...” การุรุมอนเอ่ยขึ้นมาทันทีทันใดที่ได้ยินคำตอบจากโอกามอน

 

“ แล้วนี่ พวกเขาไปไหนกันล่ะทีนี้...” เลดี้เดวิมอนเป็นฝ่ายพูดบ้าง

“ ไม่รู้สิ...แต่ดูเหมือนว่าไปกันเยอะเลย....มีพวกเพื่อนๆ ของนายไปด้วยนะ...”

“ เพื่อน!?...อย่าบอกนะว่าเป็นพวกอากุมอนน่ะ!!...”

“ ใช่...ข้าเองก็อยากให้ตาฝาดนะ แต่ข้าเห็นพวกเขาเหมือนกับถูกควบคุมให้เป็นสมุนของใครบางคนไปแล้ว...”

“ นี่มันอะไรกัน...โธ่เอ้ย!! จะทำยังไงดี...” การุรุมอนเอ่ยขึ้นแล้วมองออกไปที่ทะเลด้วยความกลุ้มใจ

 

“ ถ้ายังงั้นเราก็คงมีอยู่ทางเลือกเดียวแล้วการุรุมอน...” วิซาร์ดมอนเห็นพวกการุรุมอนรู้สึกไม่สบายใจจึงเดินเข้าไปหาพร้อมกับชี้ไม้เท้าแห่งแสงไปที่ ภูเขาสูงที่อยู่กลางเกาะ Mugen mountain “ ต้องไปจัดการพวกเดมอนแล้วให้มันบอกเราเท่านั้นล่ะ...มันเป็นพวกเดียวกัน มันต้องรู้...”

 

 

การุรุมอนหันไปมองที่ภูเขาลูกนั้น ซึ่งตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกดำหนาทึบจนมองไม่เห็นยอด  ใจเขาก็อยากจะช่วยอย่างเต็มที่ แต่ว่าที่เขาสู้กับพวกมันเมื่อคราวที่แล้ว เขาก็เกือบจะเอาตัวไม่รอดเช่นกัน “ แต่ว่าพวกมันมีพลังด้านมืดมาก...ลำพังฉันคนเดียวคงรับมือไม่ไหวแน่...”

 

“ ใครบอกเธอล่ะว่าเธอคนเดียว...” เสียงของเลดี้เดวิมอนทำให้เขาหันไปมองเธอแล้วยิ้มให้

“ ขอบใจนะ เทลมอน ”

“ ข้าเองก็ขอสู้ด้วย...เพื่อท่านเซราฟิมอน เพื่อความสงบสุขของโลกใบนี้...” วิซาร์ดมอนเสอนตัวโดยไม่ลังเลแล้วพยักหน้าให้

 

โอกามอนมองดูดิจิมอนทั้งสามอยู่สักพักแล้วหันไปมองเลโอมอนที่สลบอยู่  ถึงแม้ว่าเจ้าสิงโตรักคุณธรรมตัวนี้จะคอยมาตักเตือนและทะเลาะวิวาทกับเขาอยู่บ่อยๆ แต่ถึงยังไงในใจลึกๆ แล้ว พวกเขาก็คือเพื่อนร่วมทุกร่วมสุข  ที่เลโอมอนมาคอยสั่งสอนเวลาที่เขาทำผิด เขาก็รู้ว่านั่นความหวังดีที่เลโอมอนมีให้กับเขา เขาเองก็ไม่อยากให้เลโอมอนกลายมาเป็นดิจิมอนที่บ้าเลือดอย่างนี้ เขาอยากให้เลโอมอนคนเดิมกลับมา...

 

“ ข้าขอสู้ด้วย...เพื่อเลโอมอน ข้าเองก็ไม่อยากให้เขาเป็นดิจิมอนที่ชั่วร้ายแบบนี้...” โอกามอนเดินเข้ามาหาพวกการุรุมอนด้วยความตั้งใจแน่วแน่ที่จะร่วมต่อสู้

 

พวกการุรุมอนยิ้มให้กับความกล้าหาญของดิจิมอนอสูรตัวนี้ แล้วต่างก็มองไปที่หุบเขาสูงกลางเกาะแห่งนั้น  สิ่งที่พวกเขารู้ในตอนนี้มีอยู่อย่างเดียวก็คือ การต่อสู้ระหว่างพวกเขา กับ ความมืดกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว...

Back to Part III     Go to Part V

Free Web Hosting