Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part VII : Mysterious Danger -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

 

ณ ทวีปเซิรฟเวอร์  พื้นที่ที่นับว่ากว้างใหญ่มากที่สุดในโลกดิจิมอน  เต็มไปด้วยเขตต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น ป่าไม้ทะเลทราย ทะเลสาบ และเมืองใหญ่   บรรยากาศยังคงดูสดใสด้วยแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมากถึงพื้นดิน  แตกต่างจากสภาพของเกาะไฟล์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้อย่างเห็นได้ชัด   แต่ว่ามีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ณ บริเวณหนึ่งของทวีปที่กว้างใหญ่แห่งนี้   เขตแดนใหม่ที่ไม่ทราบที่มาได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยที่ไม่มีใครรู้   มันเกิดขึ้นอย่างช้า ๆ แล้วเริ่มสร้างอาณาเขตออกไปเป็นบริเวณกว้างในรูปของคลื่นแม่เหล็กปริศนา  ต้นไม้หรือผืนป่าที่ถูกมันสัมผัสผ่านไปจะเริ่มผลัดใบและร่วงโรยจนเหลือแต่ต้นแห้ง ๆ ตายซาก  แม่น้ำก็จะเริ่มแห้งหืดจนเหลือแต่พื้นดินแดงที่แตกระแหง    ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าการกระจายของคลื่นดังกล่าวมันไปสิ้นสุดลงที่ไหน แต่ที่แน่ ๆ คือ ดิจิมอนตัวใดก็ตามที่ถูกมันเข้า  พวกเขาจะหายตัวไปอย่างลึกลับ  แต่เพียงไม่กี่วินาทีพวกเขาก็โผล่กลับมาอีกเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ขนาดเจ้าตัวที่โดนเองยังไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ  พวกเขาจึงดำเนินชีวิตในดินแดนที่รกร้างนั้นตามปกติโดยที่หารู้ไม่ว่า  พวกเขาถูกบางสิ่งบางอย่างฝังเข้าไปในตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“ฮึ ๆๆ ดูพวกมันซิ...ช่างโง่อะไรซะอย่างนี้...พวกมันไม่รู้ตัวเลยซักนิดว่าข้อมูลของพวกมันได้ถูกอะไรเข้า ” เสียงของดิจิมอนตัวหนึ่งที่เอ่ยกับภาพในจอมอนิเตอร์ที่มันกำลังดูอยู่ในห้องทดลองที่มืดสลัว   มันหันเก้าอี้มามองบางสิ่งบางอย่างที่วางเรียงรายอยู่กับพื้น   มันมีลักษณะคล้ายกับกรงขังสัตว์ที่จะเอาไว้ใช้ทดลองอะไรซักอย่าง  โดยที่ในแต่ละกรงนั้นก็มีผู้ที่อยู่อาศัยเป็นที่เรียบร้อย   มันเดินลงมาตรวจดูสิ่งมีชีวิตที่นอนแน่นิ่งในแต่ละกรงแล้วหัวเราะด้วยความพึงพอใจอย่างมาก  โดยที่แต่ละกรงนั้นก็มีป้ายบอกชื่อสัตว์ทดลองของมันไว้อย่างชัดเจน

 

No.1 Agumon IV

No.2 Biyomon III

No.3 Tentomon II

No.4 Gomamon I

 

“เหล่าสัตว์เลี้ยงที่น่ารักของข้า...อีกไม่นาน...พวกเจ้าก็จะได้เป็นผู้พลิกประวัติศาสตร์...และเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ให้เข้าสู่ด้านมืดอันสวยงามและนิรันดร...ฮ่า ๆๆๆๆ....”

 

****************************

 

กลับมาที่ภูเขา Mugen mountain    การุรุมอนลุกขึ้นตื่นในสถานที่แห่งหนึ่งที่มืดมิด  เขามองไปรอบ ๆ ก็รู้สึกว่าเขากำลังอยู่ในห้องห้องหนึ่งที่คล้ายกับห้องขัง   เขาเริ่มสงสัยแล้วว่าที่ที่เขาอยู่นี้มันไม่ใช่ที่ที่เขาเห็นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะสลบลงไป  เขาเห็นลูกกรงที่อยู่ตรงหน้าก็เดาออกได้ทันทีว่านี่คือห้องขังนั่นเอง   กำแพงก็มีแต่หินที่แข็งและหนา  ยากนักที่จะพังด้วยไม้ตายของเขาออกไปได้   เขามองไปทางด้านข้างก็เห็นลูกกรงของห้องขังอีกห้องหนึ่ง  ซึ่งในห้องขังนั้นก็มีกาโอกามอนนอนสลบอยู่

 

“กาโอกามอน...กาโอกามอน...”

“อื้อ…อือ...” กาโอกามอนสะลืมสะลือตื่นขึ้นแต่เขาก็ไม่มีแรงมากพอที่จะขยับตัวให้ลุกขึ้นได้ สภาพร่างกายของเขาก็ไม่ต่างจากการุรุมอนที่มีแต่ฝุ่นและเศษหิน

 

การุรุมอนพยายามเดินไปมาเพื่อที่จะมองดูเพื่อนดิจิมอนของเขา  แต่ว่าเสียงประตูของทางเดินก็ดังขึ้น  แสดงให้เห็นว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาหาพวกการุรุมอน    เขารีบหันไปดูที่ทางเดินแล้วก็เห็นเจ้าของสถานที่แห่งนี้กำลังยืนถึงคบเพลิงไม้เก่า ๆ มองดูพวกเขาด้วยรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความชั่วร้าย

 

“ฮื่อ...แก...แวนเดมอน...”

“ฮึๆๆ...สวัสดีการุรุมอน...ไม่สิ...ต้องเรียกเจ้าว่า...ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...”

การุรุมอนเดินถอยหลังออกไปแล้วเริ่มสงสัยกับสิ่งที่เจ้าแวนเดมอนพูด “ผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง...”

แวนเดมอนพยักหน้าแล้วสะแหยะยิ้ม  “ใช่แล้ว...ดูเหมือนว่าเรามีเรื่องที่จะต้องคุยกันซักหน่อยนะ....การุรุมอน...”

 

ออกมาที่ภายนอกของภูเขาที่ยังคงมีการต่อสู้อยู่อย่างไม่รู้จบ  เลดี้เดวิมอน  วิซาร์ดมอน  และโอกามอน   ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางแล้ว   ทางเดินสุดท้ายที่จะนำพวกเขาเข้าไปยังถ้ำที่เหล่าศัตรูของพวกเขาซ่อนอยู่ข้างหน้าห่างไปเพียงไม่กี่เมตร   ทั้งหมดพุ่งเข้าไปแต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเดวิมอนได้บินแบออกมาอย่างรวดเร็วจนพวกเขาทั้งหมดต้องล้มหงายหลังลงไป  

 

“ฮึๆๆๆ ฮ่า ๆๆๆ ยินดีต้อนรับสู่สุสาน  เหล่าผู้กล้าทั้งหลาย”

 

พวกเลดี้เดวิมอนตั้งหลักขึ้นมาอีกยืนได้อีกครั้งแล้วกระจายวงออกเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับศัตรูตัวนี้   เดวิมอนหัวเราะเยาะพวกเขาแล้วกางมือออกแล้วสร้างบาเรียลสีเขียวออกเป็นวงกว้าง  มันปกคลุมพวกเขาทั้งหมดรวมทั้งตัวมันเองก่อนที่มันจะปิดลงแล้วขังทั้งหมดไว้ในนั้น

 

“นี่มันอะไรกัน...” โอกามอนมองไปรอบ ๆ แล้วเริ่มหวาดระแวง

“บาเรียล...นี่มันตั้งใจจะทำอะไรน่ะ วิซาร์ดมอน” เลดี้เดวิมอนหันไปถามวิซาร์ดมอนเมื่อเธอสังเกตเห็นว่าเขาจะรู้คำตอบ

“ก็ตั้งใจจะตัดสินความเป็นความตายของพวกเราทั้งหมดในนัดเดียวเลยไง...”

 

เดวิมอนบินโฉบลงมายืนอยู่ตรงหน้าพวกเลดี้เดวิมอนด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความชั้วร้ายแล้วให้คำอธิบายแก่คู่ต่อสู้เขาสักเล็กน้อย  “ฮึ ๆๆ มาลองทำให้การต่อสู้ครั้งนี้มันดูสนุกขึ้นมาสักหน่อยเถอะนะ....นี่คือการตัดสินว่าใครจะอยู่รอด หรือใครจะตายเป็นศพอยู่บนภูเขานี้...” เขาหัวเราะแล้วเริ่มเดินไปรอบ ๆ โดยสายตาของเขาจับจ้องไปที่พวกเลดี้เดวิมอนอยู่ตลอดเวลา

 

“นี่แกคิดจะทำอะไรกันแน่” วิซาร์ดมอนตะโกนถาม

“ฮ่า ๆๆ...มันก็เหมือนกับสนามมวยนั่นแหละ...ข้าอยากให้การต่อสู้ครั้งนี้เป็นการต่อสู้ที่ให้กำลังแบบล้วน ๆ...ใครก็ตามที่เผลอปล่อยพลังเวทมนต์ออกมา  บาเรียลนี้มันจะสะท้อนกลับมากระแทกคนนั้นเป็นสองเท่า”

“บาเรียลสะท้อน...บ้าจริง...ถ้างั้นเราก็ทำได้แค่ วิ่ง ชก เตะ ต่อย ได้เท่านั้นล่ะสิ...”

“ใช่แล้ว...ฮ่า ๆๆๆๆ”

 

ทั้งเลดี้เดวิมอน  วิซาร์ดมอน และโอกามอนรวมตัวเข้ามากระซิบปรึกษากัน  ในขณะที่เจ้าเดวิมอนก็ให้โอกาสโดยการบินลอยไปลอยมาอยู่รอบ ๆ พวกเขา

“ทำยังไงดีล่ะ...ใช้ไม้ตายไม่ได้...มันก็ดูลำบากพอควรเลยนะเนี่ย” เลดี้เดวิมอนบ่น

“เฮ้ย!! กลัวอะไร…พวกเรามีกันตั้งสามคน...นี่มันสบประมาทพวกเราชัด ๆ” โอกามอนพูดให้ทุกคนมีใจฮึดสู้

“ไม่แน่หรอก...เจ้าเดวิมอนมันไม่ได้โง่อย่างที่คิดนะ...ฉันแน่ใจว่ามันต้องมีอะไรบางอย่าง...ยังไงซะพวกเราต้องระวังเอาไว้ให้มาก ๆ ด้วย” วิซาร์ดมอนเตือนเพื่อนในกลุ่ม

 

เมื่อทั้งสามตกลงกันได้แล้ว  พวกเขาก็หันกลับมามองเดวิมอนที่กำลังยืนรอพวกเขาอยู่  สีหน้าของมันช่างน่าไม่ไว้ยิ่งนัก  ยิ่งมาแบบเรียบง่ายอย่างนี้ ยิ่งคาดเดายากเข้าไปใหญ่   แต่ยังไงซะพวกเขาก็ไม่มีทางเลือก  จะออกก็ออกไปไม่ได้  จะหนีก็ไม่มีที่ให้หนี   ทางเดียวก็คือต้องโค่นล้มเจ้าเดวิมอนนี้ให้ได้เท่านั้น

 

“เอาล่ะ...มาเริ่มกันเถอะนะ...รับมือ!!” เดวิมอนสะแหยะยิ้มแล้วบินโฉบพุ่งเข้าหาพวกเลดี้เดวิมอนอย่างรวดเร็ว  มันกางแขนที่ยาวออกแล้วตะวัดกรงเล็บฟาดเข้าที่เป้าหมายกระเด็นออกไปอย่างแรง

 

*** เปรี้ยง!! *** “อ๊า!!” “โอ๊ย!!” “ว้าย!!”

 

ทั้งเลดี้เดวิมอน  วิซาร์ดมอน  และโอกามอน  โดนโจมตีเข้าแบบไม่ทันตั้งตัว  ทั้งสามกระเด็นออกไปกระแทกเข้ากับผนังของบาเรียลอย่างแรง  ซึ่งจังหวะที่ร่างกายของพวกเขาแตะผนังบาเรียลนั้นเข้า  ก็เกิดกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าที่ร่างกายของพวกเขาอย่างรุนแรง 

 

“อ๊า…อ๊า!!...เจ็บ ๆ...ปวดแสบปวดร้อนไปหมดแล้ว”

“โอ๊ย!!...บาเรียลนี่มัน!!”

“อ๊า!!...พลัง...พลังของฉัน...”

ทั้งสามร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วรีบผลักดันตัวเองออกมาให้หลุดพ้นจากผนังของบาเรียลนั้น   ทั้งสามล้มลงไปที่พื้นแล้วหายใจหอบราวกับว่าพวกเขาเพื่อใช้พลังของพวกเขาออกไป

 

“โอย...นี่มันอะไรกัน...ฉันยังไม่ได้ออกแรงอะไรเลย...ทำไมถึงเหนื่อยอย่างนี้ล่ะ” เลดี้เดวิมอนยันตัวลุกขึ้นมานั่งหอบแล้วมองดูตัวเองด้วยความสงสัย 

“นั่นสิ...เรี่ยวแรงที่มี...จู่ ๆ มันก็หายไปซะยังนั้น...นี่มันอะไรกันเนี่ย...”โอกามอนเอ่ยแล้วใช้กระบองยันตัวของเขาให้ลุกขึ้นอีกครั้ง

 

ฝ่ายวิซาร์ดมอนนั่งหอบแล้วคิดอยู่สักพักแล้วเขาก็นึกได้อย่างทันทีทันใด “แย่แล้ว!!” เขาอุทานแล้วหันไปมองที่ผนังบาเรียลนั่น “บ้าจริง....หรือว่าไอ้บาเรียลนี้...”

 

“ฮึ ๆๆ ฮ่า ๆๆๆ ใช่แล้ว...ผนังบาเรียลนี้มันเพิ่งดูดพลังบางส่วนของพวกเจ้าออกไปนั่นเอง....เมื่อใดก็ตามที่พวกเจ้ากระเด็นเข้าแตะมัน พลังของพวกเจ้าก็ถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว...ยิ่งโดนบ่อยมากเท่าไร....พวกแกก็จะหมดแรงมากขึ้นเท่านั้น...ฮ่า ๆๆๆๆ”

 

“นั่นไง...ฉันคิดไว้ไม่ผิดจริง ๆ…เดมอนชั่ว ๆ อย่างแก ไม่เคยสู้แบบใสสะอาดได้หรอก” วิซาร์ดมอนตะโกนใส่เดวิมอน

“หุบปาก!!...สะอาดหรือไม่สะอาด ข้าไม่สน...ขออย่างเดียว...ขอให้พวกแกได้ตายแบบไม่เหลือซาก...แค่นี้มันก็พอแล้ว!!...” เดวิมอนตอบกลับแล้วหัวเราะเยาะอย่างสะใจ

 

 

“หน็อยแน่แก!!...” เลดี้เดวิมอนยันลุกขึ้นมาตั้งท่าสู้อีกครั้ง   ด้วยการที่เธอเป็นร่างสมบูรณ์ที่ดูท่าว่าจะเหนือกว่าร่างโตเต็มวัยของเดวิมอนทำให้เธอยังมีหวังที่จะหาช่องทางตอบโต้เอาชนะศัตรูตัวนี้ได้   เธอกางปีกแล้วบินขึ้นไปลอยอยู่บนอากาศแล้วเริ่มรวมพลังของร่างสมบูรณ์มาไว้ที่กรงเล็บของเธอจนมันเกิดแสงสีแดงขึ้น  “อย่าคิดนะว่าฉันจะหมดแรงง่าย ๆ...ปิศาจ...มันก็ต้องเจอกับปิศาจด้วยกัน!!...”

 

เดวิมอนมองดูเลดี้เดวิมอนที่กำลังเตรียมพร้อมที่จะเข้ามาจู่โจม   ซึ่งดูเหมือนว่าตัวเขาจะไม่ค่อยรู้สึกกลัวคู่ต่อสู้สาวคนนี้สักเท่าไรนัก “อย่ามาทำเป็นขู่เลยสาวน้อย...ถึงเธอจะเป็นปิศาจ แต่เธอมันก็ไม่ใช่ปิศาจที่แท้จริงเหมือนข้า...ร่างกายของเธอถูกความมืดหล่อเลี้ยงไว้เท่านั้นแต่จิตใจของเธอยังคงเป็นตัวของเธอเองอยู่....ต่อให้เป็นร่างสมบูรณ์ในสภาพนี้...เธอก็สู้ข้าไม่ได้หรอก!!...”

 

“อะไรนะ!!...ฉันคงเชื่อแกหรอก!!...” เลดี้เดวิมอนพูดแล้วเริ่มรู้สึกลังเล  สิ่งที่เธอกำลังคิดอยู่มีสองอย่าง   อย่างแรกคือ  ถ้าจะต้องทำลายให้ตายแบบสิ้นซาก  เธอก็จะต้องเป็นเดมอนที่ชั่วร้ายแบบเต็มตัวซะก่อนถึงจะมีพลังมากพอที่จะทำลายเจ้าเดวิมอนนี้ได้...อย่างที่สองจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเธอตัดสินใจที่จะทำอย่างนั้น  เธอยังจะสามารถที่จะกลับมาเป็นเทพธิดาที่สวยงามและเต็มเปี่ยมไปด้วยเมตตาได้อีกหรือเปล่า   พวกเพื่อน ๆ ที่นั่งเหนื่อยหอบอยู่ตรงนั้นคงไม่มีแรงพอที่จะไล่ตามเจ้าเดวิมอนนี้ได้แน่ ๆ    มันทั้งเร็วและร้ายกาจออกอย่างนี้  อย่างเดียวที่พวกเขาทำได้คือ พยายามตอบโต้ให้ทันในจังหวะที่เดวิมอนมันบินเข้ามาโจมตีใส่ซึ่งนั่นมันก็เสี่ยงมากอยู่พอสมควร   การต่อสู้แบบนี้ถ้าขืนปล่อยไว้ให้มันยืดเยื้อมีหวังได้ตายกันหมดแน่ ๆ  

 

“ฮึ ๆๆๆ ตามใจเจ้า...ถ้าอยากพิสูจน์ตัวเองด้วยการเล่นแบบตัวต่อตัวกับข้านัก...ข้าก็จะจัดให้” เดวิมอนรู้สึกได้ว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังลังเลจึงพูดท้าอย่างไม่เกรงกลัว

“ฮึ ๆๆๆ ได้...ฉันจะแสดงให้ดูว่าฉันเอง  ถ้าจะชั่วฉันก็ชั่วได้!!”เลดี้เดวิมอนเธอสะแหยะยิ้มแล้วกางเล็บสีแดงเลือดออก  เตรียมพร้อมที่จะจู่โจมเมื่อการต่อสู้ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง

“ดี!!...ถ้างั้นเข้ามาเลยแม่ปิศาจสาว”

“ได้!! ย๊า!!”

 

****************************

 

กลับมาที่การุรุมอนที่กำลังสับสนกับคำพูดของแวนเดมอน    เขามองดูแล้วสังเกตเห็นว่าเจ้าแวนเดมอนมันมีท่าทีที่แปลก ๆ ไม่น่าไว้ใจ    ภายนอกมันดูเหมือนจะไม่ได้มาหาเรื่องต่อสู้  แต่ภายในแล้วนี่มันต้องมีแผนร้ายแน่ ๆ  การุรุมอนเดินวนไปวนมาอยู่ในห้องขังแล้วถอนหายใจยอมสนทนากับเจ้าดิจิมอนชั่วร้ายตนนี้

 

“เฮ้อ...เอาล่ะ...เจ้าอยากจะพูดอะไรก็พูดมา...”

“ได้...ก่อนอื่นข้าในฐานะที่เป็นแวนเดมอน...ดิจิมอนแห่งความมืด...ต้องขอขอบคุณเจ้าซะก่อนนะ...” แวนเดมอนเอ่ยแล้วคำนับให้กับการุรุมอน ซึ่งทำให้การุรุมอนประหลาดใจอย่างมาก

 

“อะไร!!...อะไรของแก...อยู่ดี ๆ ทำไมถึงต้องมาขอบคุณฉัน...ฉันไม่เคยคิดที่จะช่วยพวกแกซักหน่อย...”

 

“ฮึ ๆๆ จะเต็มใจหรือไม่แต่เจ้าก็ได้ทำมันลงไปแล้ว...เพราะแสงสว่างของเจ้า...ทำให้พวกเราเหล่าดิจิมอนแห่งความมืดได้กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้ง...”

 

“อะไรนะ!!...ที่แกพูดนี้มันหมายความว่ายังไงแวนเดมอน!!...”การุรุมอนลุกขึ้นพลันแล้วเดินเข้ามาถามแวนเดมอน

“แสงสว่างและความมืดแยกออกจากกันไม่ได้....เมื่อใดที่แสงสว่างบังเกิด...เมื่อนั้นความมืดก็จะเกิดตามมา...เจ้ารู้สึกคุ้น ๆ ไหมการุรุมอน....”

 

การุรุมอนหยุดคิดอยู่สักพักแล้วก็นึกเหตุการณ์ที่เขาฝันในคืนนั้นได้   ณ ช่วงเวลาที่เขาได้รับแสงสว่าง  เงามืดของเขาก็ได้หลายร่างเป็นตัวเขาอีกร่างหนึ่ง...หรือว่าที่เจ้าแวนเดมอนพูดนี้มันเป็นเรื่องจริง

“บ้าน่า!!...ข้าคงเชื่อเจ้าหรอก...ไม่มีทาง...แสงสว่างมันเกิดขึ้นมาก็เพื่อที่จะต้องกำจัดความมืด...มันไม่ได้มีไว้เพื่อสร้างความมืดสักหน่อย!!...”

“ใช่เจ้าพูดถูกการุรุมอน...แต่ว่าความมืดน่ะมันมีอยู่หลากหลาย...ทั้งความมืดที่เกิดขึ้นเอง...ความมืดที่เกิดจากจิตใจอันชั่วร้าย...และความมืด...ที่เกิดมาจากผลข้างเคียงของการใช้พลังแห่งแสงสว่าง...”

 

แวนเดมอนยกคบเพลิงเก่า ๆ นั้นขึ้นแล้วเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าการุรุมอนเพื่อแสดงอะไรบางอย่างให้การุรุมอนได้เห็น “นี่คือตัวอย่างที่ข้าจะแสดงให้เจ้าได้ดู...เอาล่ะการุรุมอน...เจ้าลองมองไปดูกำแพงที่อยู่ข้างหลังแล้วบอกข้าซิว่าเจ้าเห็นอะไร...” แวนเดมอนถามการุรุมอนโดยที่มือข้างหนึ่งของเขาชี้ไปที่กำแพงข้างหลังการุรุมอน   การุรุมอนหันหลังไปดูตามที่เจ้าแวนเดมอนมันชี้แล้วเขาก็เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากการที่แสงสว่างนั้นส่องออกมากระทบกับวัตถุ   สิ่งนั้นมันก็คือเงาของเขาที่เลือน ๆ จาง ๆ นั่นเอง

 

“เงา....”

“ใช่แล้ว....การุรุมอน....เงาของเจ้า...โดยปกติแล้วดิจิมอนเรา...ถ้าไม่ใช่เทพหรือมารแล้ว...เราก็จะมีแสงสว่างและเงามืดแฝงอยู่ในตัวเปรียบเสมือนมีทั้งนิสัยที่ดีและก็ชั่วร้ายอยู่ในจิตใจของเรา...มันได้ถูกแบ่งฟากออกเป็นด้านหน้าและด้านหลังเหมือนกับเจ้าและเงาของเจ้านี้....และดูนี่...”

 

**** แว้บ ๆๆๆ....พรึ่บ!! ****  ด้วยเวทมนต์ของแวนเดมอน  เขาทำให้ไฟในคบเพลิงประทุและส่องสว่างแรงมากขึ้น  ซึ่งทันใดนั้นเองเขาก็ชี้มือไปที่กำแพงเพื่อให้การุรุมอนมองดูเงาของเขาตรงนั้นอีกครั้งซึ่งมันก็มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นและทำให้การุรุมอนสังเกตเห็นสิ่งนั้นได้อย่างชัดเจน  “หืม...เงาของฉัน...มันดูชัดเจนขึ้น...สีของมันก็ดำมากขึ้น...หรือว่า....นี่แกกำลังจะบอกฉันว่า...”

 

“ใช่การุรุมอน...ยิ่งแสงสว่างแรงมากเท่าใด...ความมืดที่ซ่อนอยู่ข้างหลังมันก็แรงตามมาเท่านั้น...เหมือนกับเจ้าในตอนนี้ไง...ในตัวเจ้าตอนนี้...มีพลังแห่งแสงสว่างที่สามารถใช้มันขับไล่ความมืดได้...พลังนี้มันสามารถพัฒนาตัวเองและเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ตัวของเจ้าได้......แต่ว่า...ในทางกลับกันยิ่งเจ้าเก่งมากเท่าใด...เงามืดที่เกิดขึ้นมาจากแสงสว่างของเจ้าก็จะเก่งมากขึ้นเท่านั้น...มันก็เหมือนกับเส้นผมบังภูเขานั่นแหละ...ถึงแม้ว่าเจ้าจะสามารถกำจัดความมืดที่กำลังคุกคามอยู่ในโลกใบนี้ได้หมด....แต่ว่าเจ้าก็ยังพลาดที่ไม่ได้เหลียวมองความมืดที่มันแอบแฝงอยู่ข้างหลังเจ้าเลย...ที่ข้าพูดนี่เจ้าพอมองเห็นภาพไหมการุรุมอน...”

 

การุรุมอนก้มหน้าเดินถอยหลังออกไปเมื่อจิตใจของเขาเริ้มรู้สึกลังเล  สิ่งที่แวนเดมอนพูดมันก็มีเค้าความจริงอยู่เพราะมันก็คล้ายกับเหตุการณ์ในฝันที่เขาพบ   “นี่มันยังไง....ฉัน...ฉันงงไปหมดแล้ว...ถ้าสิ่งที่แกพูด...แกพูดว่าฉันคือกุญแจแห่งแสงสว่าง...แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงที่ฉันจะมีความมืดอยู่ในตัว”

 

แวนเดมอนหัวเราะแล้วเดินนำคบเพลิงไปเสียบเข้าที่กำแพงแล้วหันกลับมาพูดต่อ  “ฮึ ๆๆๆ แล้วข้าบอกเจ้าหรอว่าตอนนี้เจ้ากำลังมีเงามืดอยู่ในตัว...ไอ้เงาที่เจ้าเห็น ๆ อยู่มันก็เป็นแค่เงาปกติที่เกิดจากแสงไฟสะท้อน...เงามืดที่ข้าพูดถึงมันได้เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าได้รับพลังแห่งแสงสว่างนั่น...มันได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตแล้วแยกตัวมันเองออกจากเจ้าไปแล้ว...มันได้กลายเป็นร่างอีกด้านหนึ่งของเจ้าอย่างเต็มตัว...โดยเจ้าจะเป็นผู้กุมกุญแจแห่งแสงสว่าง....และเงาของเจ้าจะเป็นผู้กุมแจแห่งความมืด!!...”

 

การุรุมอนยืนนิ่งด้วยความรู้สึกที่แทบไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่แวนเดมอนพูด  “ผู้กุมกุญแจ...แห่งความมืด!!”

 

“ฮึ ๆๆๆ การุรุมอน...และเหตุผลที่ข้าต้องพูดขอขอบคุณเจ้านั้น...นั่นเป็นเพราะว่า...คนที่ปลุกดิจิมอนชั่วร้ายอย่างพวกข้าให้กลับขึ้นมาฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง...มันก็คือผู้กุมกุญแจแห่งความมืด...เงามืดของตัวเจ้าเองนั่นแหละ!!” แวนเดมอนสะแหยะยิ้มแล้วชี้นิ้วมาที่การุรุมอนราวกับกำลังบอกว่าการุรุมอนคือต้นเหตุของเรื่องที่เลวร้ายนี้ทั้งหมด

“ว่าไงนะ!!”

 

****************************

 

กลับมาที่เลดี้เดวิมอนซึ่งตอนนี้กำลังตบตีฟาดฟันกับเดวิมอนอย่างดุเดือด  แขนปะทะแขน  กรงเล็บปะทะกรงเล็บ   ทั้งคู่บินโฉบวนไปมาอย่างรวดเร็วและระมัดระวัง  พยายามไม่ให้ร่างกายของตัวเองเข้าไปสัมผัสกับบาเรียลนั้นในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็พยายามหลอกล่อผลักดันให้อีกฝ่ายกระเด็นไปโดนให้ได้จนสุดท้ายทั้งคู่ก็ต้องมาตัดสินกันที่ไม้ตาย

 

“ย๊า!!...Death Claw!!”

“Death Claw!!”

 

*** เปรี๊ย!! เปรี๊ย ๆๆๆ ตูม!! *** กรงเล็บของทั้งสองประสานงานกันอย่างแรงจนเกิดพลังสะท้อนระเบิดขึ้นกลางอากาศซึ่งดูเหมือนว่าทั้งสองฝ่ายน่าจะกระเด็นออกไปทั้งคู่  แต่ว่ามันไม่เป็นเช่นนั้นเพราะมีแต่เลดี้เดวิมอนคนเดียวที่กระเด็นออกมา  หนำซ้ำเธอก็ยังกระแทกเข้ากับบาเรียลแล้วโดนซ็อตถูกดูดพลังออกไปอีกด้วย

 

“อ้าย!!...อ๊า!!...” *** ตุบ *** สิ้นเสียงร้อง  ร่างของเธอก็ร่วงลงสู่พื้นด้วยสภาพที่มีบางส่วนเป็นรอยแผลจากการถูกไฟฟ้าช็อต

“เลดี้เดวิมอน!!” ทั้งวิซาร์ดมอนและโอกามอนต่างก็วิ่งมาหาเลดี้เดวิมอนด้วยความเป็นห่วง  ทั้งคู่ช่วยพยุงเธอขึ้นมานั่งในขณะที่เจ้าเดวิมอนก็บินลอยไปลอยมาหัวเราะพวกเขาอยู่

 

“ฮึ ๆๆๆ ไง...ยังจะพิสูจน์ตัวเองต่อไหม....เลดี้เดวิมอน...”

“ฮึ่ม...แก...เดวิมอน!!” เลดี้เดวิมอนพูดด้วยความเหนื่อยอ่อนแล้วพยายามรวบรวมพลังของเธอ  บินขึ้นมาตั้งท่าสู้อีกครั้งด้วยจิตใจที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญ  “ฉัน...ฉันจะไม่ยอมมาตายที่นี่หรอก...ด้วยพลังของฉัน...ถึงแม้ว่าจะเป็นพลังแห่งความมืด...แต่ฉันเลดี้เดวิมอนคนนี้...ฉันจะใช้มันโค่นแก...และทำให้ฉันกลับมาเป็นแองเจวูมอนให้ได้!!”

“กล้าหาญดีนี่!!...งั้นเข้ามาเลย!!”

“ย๊า!!”

 

To be continued…

 

Back to Part VI    Go to Part VIII

Free Web Hosting