Digimon Adventure Special Edition

 

----- Part VIII : White Wings Raising -----

 

Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น  ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก

 

“ แล้วที่แกมาอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังนี่...แกต้องการอะไรแวนเดมอน...ฮึ ๆๆ ฉันไม่โง่หรอกนะ...ฉันรู้ว่าคนอย่างแกไม่มีทางที่จะมาญาติดีกับฉันได้หรอก..” การุรุมอนเอ่ยกับแวนเดมอนผ่านลูกกรงในห้องขังในขณะที่สายตาเขาก็จ้องมองไปที่ดิจิมอนตัวนั้นอย่างระวัดระวัง

 

“ ดี...ถ้าเจ้าพูดตรงไปตรงมาอย่างนี้ก็ดี...ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาให้มันมากนัก ” แวนเดมอนตอบแล้วเปิดประตูลูกกรงเพื่อที่จะเดินเข้าไปหาการุรุมอนโดยไม่มีท่าทีที่จะกลัวการุรุมอนแม้แต่น้อย   เขาร่ายมนต์แล้วเสกเก้าอี้ไม้ก่อนที่จะนั่งลงแล้วเจรจากับการุรุมอนอีกครั้ง “เอาล่ะ...ข้าขอพูดแบบตรง ๆ...ข้าต้องการพลังแห่งแสงสว่างจากตัวเจ้า...การุรุมอน...เจ้าลองคิดดูนะ...ตราบใดที่พลังนั่นยังอยู่กับตัวของเจ้า...การต่อสู้ระหว่างเจ้าและความมืดนี้ก็ไม่มีทางสิ้นสุดได้...ถ้าเจ้ามอบมันมาให้กับข้า...ข้าจะนำมันไปผนึกไว้ในที่ปลอดภัยเพื่อไม่ให้พลังด้านมืดอีกด้านของตัวเจ้าได้พัฒนาเติบโตต่อไปได้อีก..แล้วข้าก็จะปล่อยเจ้ากับเพื่อนของเจ้าไปเป็นการแลกเปลี่ยนด้วย”

 

การุรุมอนมองดูแวนเดมอนอยู่สักพักแล้วเริ่มคิดตัดสินใจ  เขามองไปที่ห้องขังด้านข้างเพื่อดูกาโอกามอนที่ยังนอน สะลึมสะลืออยู่   เขามองไปมองมาแล้วเดินไปรอบ ๆ ห้องเมื่อในใจของเขาเริ่มรู้สึกลังเล    แวนเดมอนสังเกตเห็นถึงปฏิกิริยาของการุรุมอนแล้วหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพูดยุอีกครั้ง “ลังเลอะไรการุรุมอน...ไม่ต้องกลัว...ข้าปล่อยเจ้าแน่...ตอนนี้เพื่อน ๆ ที่เหลือของเจ้ากำลังเข้ามาช่วยเจ้าอยู่...แต่ว่าพวกเขาจะเข้ามาง่ายขึ้นถ้าเจ้ายอมทำตามที่ข้าบอก...แล้วก็อีกอย่างข้าเป็นดิจิมอนแห่งความมืด...ข้าไม่มีทางที่จะเอาพลังแห่งแสงสว่างนี้มาใช้ได้หรอก...พอข้าปล่อยเจ้าออกไปแล้วเราจะกลับมาต่อสู้กันอีกข้าก็ไม่ว่า....และก็เหตุผลที่ข้าแนะนำให้เจ้าทำนี้...ก็เป็นเพราะข้าไม่อยากให้ดิจิมอนแห่งความมืดตัวอื่น ๆ ถูกปลุกขึ้นมาแย่งอำนาจไปจากข้า...ที่นี้เจ้าเข้าใจข้าหรือยัง...”

 

การุรุมอนหันไปมองแวนเดมอนอีกครั้งแล้วเริ่มพิจารณาเหตุผลที่เจ้าแวนเดมอนมันพูด   เขาคิดว่ามันก็น่าจะเป็นผลดีถ้าเขาสามารถหยุดการเพิ่มจำนวนของดิจิมอนแห่งความมืด    ตราบใดที่พลังนี้ยังอยู่กับเขา  เงาอีกด้านหนึ่งของเขาก็จะคอยเปิดประตูปลุกดิจิมอนแห่งความมืดตัวอื่น ๆ ออกมาอยู่เรื่อย ๆ   ถ้ามันมีพลังมากขึ้นมันอาจจะทำอะไรที่แย่ลงมากกว่านี้ก็ได้    เขาเดินเข้าไปหาแวนเดมอนที่กำลังนั่งรอฟังคำตอบเขาอยู่แล้วหยุดถอนหายใจอยู่สักพัก    เขามองลงดูที่พื้นแล้วค่อย ๆ พยักหน้าขึ้นลงอย่างช้า ๆ  ให้คำตอบและยอมรับข้อเสนอของแวนเดมอนอย่างไม่มีทางเลือกในขณะที่ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความกังวล

 

“เอาล่ะ แวนเดมอน...ฉันตกลง...”

“ฮึ ๆๆ ดีมาก...เจ้าตัดสินใจได้ถูกแล้วการุรุมอน” แวนเดมอนสะแหยะยิ้มแล้วลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินเข้าไปหาการุรุมอน

 

การุรุมอนสังเกตเห็นปฏิกิริยาของแวนเดมอนที่มันดูดีอย่างผิดปกติแล้วรีบขยับเดินถอยหลังออกไปเมื่อเขาต้องการจะพูดต่อ  “แต่เดี๋ยว!!...แกจะต้องฟื้นพลังกาโอกามอนแล้วปล่อยเขาออกมาก่อน...ฉันไม่เคยไว้ใจแกแวนเดมอน...ฉะนั้นฉันจะต้องมีคนมาคอยคุ้มกันฉันหลังจากที่ฉันมอบพลังนี้ให้กับแก...”

 

“ฮึ ๆๆ ได้...ไม่มีปัญหาการุรุมอน” แวนเดมอนหยักไหล่แล้วหันไปมองกาโอกามอน    มือข้างหนึ่งของเขายื่นออกไปแล้วเริ่มชาร์จพลังออกมาในรูปของแสงสีเขียว   เขาใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่พลังของเขาจะได้ที่แล้วเริ่มถูกส่งไปหากาโอกามอนอย่างช้า ๆ เพื่อที่จะทำการรักษาอาการเหนื่อยอ่อนของดิจิมอนสุนัขสีฟ้าตัวนี้

 

****************************

 

กลับมาที่นอกภูเขา ณ บริเวณลานต่อสู้ที่เลดี้เดวิมอนกับเดวิมอนกำลังปะทะกันอย่างดุเดือด   ทั้งสองบินโฉบไปบินโฉบมาอยู่รอบ ๆ วงบาเรียลจนได้จังหวะ  ทั้งคู่ก็พุ่งดิ่งเข้าหากันแล้วเริ่มฟาดฟันกันอีกครั้ง

“ย๊า!!...”

“ย้าก!!...”

 

*** ตุบตับ ๆๆๆ...ผัวะ ๆๆๆ...ปึกปัก ๆๆๆ *** เสียงของกรงเล็บและท่อนแขนที่แข็งแรงราวกับท่อนไม้กระแทกกันไปมาด้วยความเร็วสูงจนวิซาร์ดมอนกับโอกามอนมองเห็นการโจมตีกันแทบไม่ชัด   ทั้งคู่ไม่สามารถเข้าไปยุ่งในการต่อสู้ของเลดี้เดวิมอนกับเดวิมอนในครั้งนี้ได้เพราะคู่ต่อสู้คู่นี้แทบจะไม่ได้บินลงมาแตะกับพื้นดินเลย   

 

“พยายามเข้านะเลดี้เดวิมอน!!” โอกามอนตะโกนเชียร์ขึ้นไปข้างบน ส่วนวิซาร์ดมอนเองก็โบกคฑาทองของเขาไปมาคอยให้กำลังใจด้วยความเป็นห่วง

 

เลดี้เดวิมอนยิ้มให้กับพวกเพื่อน ๆ ของเธอเมื่อเธอรู้สึกถึงกำลังใจที่เปี่ยมล้นถูกส่งขึ้นมาจากข้างล่างนั่น  เธอฮึดสู้แล้วโหมกำลังฟาดแขนกับเดวิมอนแรงมากขึ้นและเร็วมากขึ้นจนเดวิมอนเริ่มเป็นฝ่ายตั้งรับลอยถอยออกมาเรื่อย ๆ   ฝ่ายเดวิมอนก็เริ่มรู้สึกว่าสถานการณ์กำลังพลิกเมื่อเห็นว่าตนกำลังลอยใกล้เข้าไปเกือบชนผนังบาเรียลอยู่แล้ว   สีหน้าของเขาเริ่มเปลี่ยน   ความโมโหเริ่มปะทุขึ้นเมื่อในใจของเขาเริ่มรู้สึกกลัวในพลังของเลดี้เดวิมอน

 

“ฮึ่ม...พวกเจ้า...พวกเจ้าชักจะทำให้ข้าโมโหแล้วนะ!!...มันน่ารำคาญจริง ๆ!!...ย๊า!!” เดวิมอนพูดด้วยความโมโหก่อนที่จะตัดสินใจบินพุ่งเข้าหาเลดี้เดวิมอนแล้วใช้ความเร็วของเขากระแทกเข้าที่ร่างของเธออย่างแรง   ซึ่งจังหวะนั้นเขาก็ยังหวี่ยงแขนมาตบเข้าที่หน้าของเลดี้เดวิมอนซ้ำอีกด้วย

 

*** ผัวะ!!...เปรี้ยง!! *** “อ้าย!!” ** ตูม!! ** เลดี้เดวิมอนร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อร่างกายของเธอโดนการโจมตีของเจ้าเดวิมอนอย่างจังจนเธอทนไม่ไหวแล้วร่วงลงมากระแทกกับพื้นตรงหน้าวิซาร์ดมอนและโอกามอน

 

“เลดี้เดวิมอน!!” วิซาร์ดมอนและโอกามอนตะโกนเรียกชื่อเธอแล้วรีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว   ทั้งคู่ช่วยกันพยุงเธอขึ้นมานั่งโดยที่พลังของเธอเองนั้นก็เริ่มอ่อนแรงเต็มที   เธอหอบเหนื่อยแล้วทรุดลงไปอีกครั้งแต่ยังดีที่เพื่อน ๆ ของเธอรีบประคองร่างของเธอทัน   ร่างกายของเธอเริ่มมีรอยแผล   กรงเล็บอาวุธของเธอก็เริ่มเป็นรอยเสียหาย   เธอเริ่มรู้สึกว่าปีกของเธอก็แทบจะกระพือไม่ได้    พลังของเธอที่ใช้ไปใกล้จะถึงขีดสุดเต็มทีแล้ว

 

เดวิมอนสะแหยะยิ้มแล้วหัวเราะด้วยความสะใจกับภาพที่เห็นก่อนที่เขาจะบินลงมายืนอยู่ตรงหน้าเลดี้เดวิมอน  ความมั่นใจของเขาเริ่มกลับมาเมื่อเขาเห็นว่าเขากลับมาเป็นผู้กุมสถานการณ์ได้อีกครั้ง   เขามั่นใจว่าเลดี้เดวิมอนไม่มีแรงพอที่จะต่อต้านเขาได้อีกแล้ว   แค่จะลุกขึ้นมาเธอก็แทบจะทำไม่ได้เลย    แล้วประสาอะไรที่เธอจะเข้ามาต่อกรกับเขาได้อีก 

 

“ฮึ ๆๆๆ เป็นยังไง...เลดี้เดวิมอน...ข้าชักจะเบื่อกับความโง่เขลาของเจ้าเต็มทีแล้วนะ...มันคงถึงเวลาที่ข้าจะต้องจัดการกับเจ้าซะทีแล้วล่ะ...ฮ่า ๆๆๆ”

 

เดวิมอนกางเล็บทั้งสองข้างออกแล้วเริ่มย่างก้าวเข้ามาหาพวกเลดี้เดวิมอนอย่างช้า ๆ    วิซาร์ดมอนและโอกามอนเห็นดังนั้นจึงรีบลุกขึ้นอย่างฉับพลันแล้ววิ่งเข้ามาขวางทางเดวิมอนไว้    พวกเขาจ้องมองดิจิมอนชั่วร้ายตัวนั้นอย่างไม่กระพริบตาก่อนที่จะตั้งท่าเตรียมพร้อมสู้เพื่อที่จะปกป้องเลดี้เดวิมอนที่ยังนั่งทรุดอยู่ตรงนั้น    พวกเขาไม่สนว่าพวกเขาจะสามารถรับมือกับเดวิมอนนี้ได้หรือไม่     สิ่งที่พวกเขาต้องทำในตอนนี้คือการปกป้องพวกพ้อง   ปกป้องเพื่อนของพวกเขาให้ได้  

 

“ฮึๆๆๆ พวกเจ้าคิดจะขวางข้ารึ...แน่ใจหรอว่าพวกเจ้าจะทำได้...” เดวิมอนเอ่ยท้าทายกับพวกวิซาร์ดมอนแล้วยกกรงเล็บข้างหนึ่งขึ้นมาเพื่อขมขู่

“จะได้หรือไม่ได้เดี๋ยวก็รู้…เดวิมอน!!” โอกามอนเอ่ยตอบพร้อมกับชี้กระบองไปที่เดวิมอน

“ใช่แล้ว...อย่างน้อยพวกเราก็จะไม่ยอมอยู่เฉยเพื่อให้แกเข้ามาทำร้ายเลดี้เดวิมอน...เพื่อนของเราได้แน่ ๆ...มาเลย!!” วิซาร์ดมอนตะโกนใส่แล้วเริ่มชาร์จพลังสายฟ้าไปที่คฑาของเขา

 

“เฮ้อ...แย่จริง...มีแต่พวกที่ไม่รู้จักประมาณตัวเองทั้งนั้น...งั้นก็ช่วยไม่ได้แล้วนะ...อยากตายนักข้าก็จะช่วย!!” เดวิมอนพูดจบแล้วตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะจู่โจมเป้าหมายในขณะที่ฝ่ายตรงข้ามก็พร้อมแล้วเช่นกัน

 

“เอาล่ะนะ..ย๊า!!”

“ลุยเลย!!”

“ย้าก!!...”

 

****************************

 

“การุรุมอน!!” เสียงของกาโอกามอนดังขึ้นหลังจากที่เขาลุกขึ้นมาเห็นการุรุมอนกำลังเผชิญหน้ากับแวนเดมอนอยู่  เขาเหลือบไปเห็นประตูกรงที่กำลังถูกเปิดออกโดยไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น  จึงรีบวิ่งออกมาแล้วเข้าไปที่ห้องขังของการุรุมอนโดยหวังจะโจมตีเจ้าแวนเดมอนที่อยู่ตรงนั้น

 

แวนเดมอนเห็นว่ากาโอกามอนกำลังวิ่งเข้ามาทำร้ายก็ทำท่าจะเตรียมหลบแต่ว่าไม่ทันไรการุรุมอนรีบวิ่งออกมาขวางไว้ “เดี๋ยวก่อนกาโอกามอน...แวนเดมอนเขาไม่ได้ทำร้ายอะไรฉันหรอก...”

 

กาโอกามอนหยุดด้วยความประหลาดใจกับท่าทีของการุรุมอน  แต่เขาก็ยอมเชื่อฟังแล้วเดินเข้าไปยืนอยู่ข้าง ๆ การุรุมอนด้วยสีหน้าที่ไม่ไว้ใจมองไปที่แวนเดมอน “นี่มันอะไรกันการุรุมอน...เจ้าแวนเดมอนมันต้องการอะไร...แล้วนี่เราสองคนถูกจับตัวมางั้นหรอ...”

 

“ประมาณนั้น....แต่ว่ามันดูเหมือนจะไม่ได้จับเรามาเพื่อที่จะทำร้ายนะ...” การุรุมอนตอบ

“นายมั่นใจได้ยังไง...เจ้านี่เคยไว้ใจได้ที่ไหน...”

“ฉันก็ไม่รู้หรอก...แต่ว่าเมื่อกี้นี้เขาเป็นคนฟื้นพลังให้กับนายเองนะ....”

“หา!!...ฟื้นพลังให้กับฉัน...นายกำลังจะบอกว่าเจ้านี่มันเพิ่งจะช่วยฉันอย่างนั้นหรอ”

“อืม...ใช่...”

 

กาโอกามอนเริ่มมีสีหน้าลังเลกับสิ่งที่การุรุมอนอธิบาย   อย่างไรก็ตามเขาก็ยังไม่เชื่อใจแวนเดมอน   เพราะยังไง ๆ ดิจิมอนชั่วร้ายก็ยากนักที่จะเปลี่ยนใจมาเป็นดิจิมอนที่ดีได้ในชั่วระยะเวลาอันสั้นอย่างนี้   เจ้าแวนเดมอนมันต้องมีแผนอะไรบางอย่างแน่นอน   

 

“แล้วนี่แกต้องการอะไร...ถ้าคิดว่าช่วยฉันแล้วฉันจะยอมเป็นคนรับใช้แกล่ะก็ฝันไปเหอะ!!” กาโอกามอนยื่นหน้าเข้าไปพูดกับแวนเดมอน

 

แวนเดมอนหัวเราะเล็กน้อยกับท่าทีของกาโอกามอนแล้วหันมาคุยกับการุรุมอนต่อ “ฮึ ๆๆ หวังว่าเจ้าจะวางใจข้าได้สักช่วงเวลานึงนะการุรุมอน...อย่างน้อยข้าก็สัญญาแล้วว่าจะไม่ทำร้ายพวกเจ้า...จนกว่าเจ้าจะยอมให้พลังนั้นแก่ข้าแล้วเดินออกไปจากภูเขานี้พร้อมกับเพื่อน ๆ ที่วุ่นวายของเจ้าทั้งหมด...”

 

การุรุมอนถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินเข้าไปหาแวนเดมอนใกล้มากขึ้นโดยที่ในใจของเขาก็ยังคงรู้สึกกังวลอยู่   เขาสังเกตเห็นกาโอกามอนมีสีหน้าที่เป็นห่วงเขา   เขาจึงหันกลับไปยิ้มให้เพื่อให้เพื่อนของเขารู้สึกดีขึ้น “ไม่เป็นไรหรอกกาโอกามอน...นายคอยระวังให้ฉันด้วยก็แล้วกัน...”  การุรุมอนพูดแล้วหันไปคุยกับแวนเดมอนต่อ “แล้ว...ฉันจะเอาพลังนี้ออกมาจากตัวได้ยังไง...”

 

“ฮึ ๆๆๆ ง่ายมาก...แค่ยืนอยู่เฉย ๆ...เดี๋ยวข้าจะดึงมันออกมาเอง...” แวนเดมอนพูดตอบแล้วหันหลังกลับไปสะแหยะยิ้มด้วยประกายของเขี้ยวอันแหลมคมที่โผล่ออกมาจากริมฝีปากของเขา   เขาหันกลับมาอีกครั้งแล้วเริ่มท่องคาถาร่ายเวทมนต์บางอย่างออกมาจากมือทั้งสองข้าง   เวทมนต์นั้นได้ปรากฏออกมาอยู่ในรูปของกลุ่มควันสีดำอมม่วง   ซึ่งมันได้ปกคลุมลอยไปลอยมาอยู่รอบ ๆ ตัวของเขา   เขาเริ่มยืนมือข้างหนึ่งออกไปหาการุรุมอนอย่างช้า ๆ เมื่อเวทมนต์ของเขาพร้อมแล้วที่จะใช้งานในขณะที่ตัวการุรุมอนเองก็ยังรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่

 

“การุรุมอน!!” กาโอกามอนร้องเรียกด้วยความเป็นห่วงเมื่อเขาเห็นพลังของแวนเดมอนเริ่มลอยแทรกเข้าไปในร่างกายของการุรุมอนอย่างช้า ๆ   เขาไม่มั่นใจเลยว่าการุรุมอนนั้นตัดสินใจถูกที่ยอมให้แวนเดมอนทำอะไรอย่างนี้   แต่เขาก็คิดว่ามันคงเป็นทางเดียวที่จะทำให้ทั้งเขาและการุรุมอนได้ถูกปล่อยออกไปจากที่นี่

 

“อึก...อือ...อื้อ!!...” การุรุมอนหลับตาแล้วเริ่มส่งเสียงอึก ๆ อัก ๆ เหมือนคนที่หายใจไม่ค่อยสะดวกเมื่อเขารู้สึกว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังแทรกเข้าไปในร่างกายของเขาลึกขึ้นเรื่อย ๆ   สิ่งนั้นมันเหมือนกับว่ามันกำลังควานหาอะไรบางอย่างที่อยู่ภายในตัวของเขา   แล้วทุกครั้งที่มันควานหามันทำให้เขารู้สึกร้อนเหมือนร่างกายของเขากำลังถูกสุมด้วยไฟ   ใบหน้าของเขาเริ่มมีเหงื่อออก   ใจของเขาก็เต้นแรงมากขึ้นจนทำให้เขาหอบอย่างเห็นได้ชัด   ขาทั้งสี่ข้างของเขาก็เริ่มสั่นไปมาในขณะที่เขาก็พยายามยืนอยู่นิ่ง ๆ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

 

“การุรุมอน!!...การุรุมอน!!” กาโอกามอนร้องเรียกมากขึ้นเมื่อเขาเริ่มเห็นสีหน้าของการุรุมอนเริ่มไม่เข้าที  

“มะ...ไม่เป็นไรกาโอกามอน...ฉัน...ไม่เป็นไร...” การุรุมอนกัดฟันตอบแล้วหันหน้าไปยิ้มให้กับกาโอมอนเล็กน้อย

“ฮึ ๆๆๆ...ไม่ต้องห่วงกาโอกามอน...ข้ารับรองว่าเพื่อนของเจ้าจะไม่เป็นไร...” แวนเดมอนพยายามพูดเพื่อให้กาโอกามอนสบายใจ   แต่ดูเหมือนว่ามันไม่ได้ช่วยให้กาโอกามอนรู้สึกดีเลยสักนิด    สิ่งที่กาโอกามอนเห็นมันเหมือนกับการทรมานมากกว่าการช่วยเหลือซะด้วยซ้ำไป  “อืม...ใกล้แล้ว...ใกล้เจอแล้ว...ฮึ ๆๆๆ...”

 

****************************

 

“Death Claw!!” *** เปรี้ยง!! *** “อ๊า!!” “โอ๊ย!!”

 

การต่อสู้ที่ยืดเยื้อของพวกวิซาร์ดมอนได้หยุดลงเมื่อพวกเขาถูกกรงเล็บของเดวิมอนฟาดเข้าที่ลำตัวแบบเต็มแรง   ทั้งคู่กระเด็นตกลงมากองอยู่กับพื้นตรงหน้าเลดี้เดวิมอนด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำเต็มตัว    เลดี้เดวิมอนเห็นดังนั้นจึงพยายามลุกขึ้นแล้วรีบเดินเข้าไปหา ด้วยความเป็นห่วง

 

“วิซาร์ดมอน...โอกามอน!!”

“โอย...ขอโทษนะเลดี้เดวิมอน...” วิซาร์ดมอนตอบเลดี้เดวิมอนด้วยความเหนื่อยอ่อน

“เจ้านี่...มันร้ายมาก...พลังของพวกเราเทียบไม่ติดเลย...” โอกามอนเอ่ยกับพรรคพวกแล้วพยายามประคองตัวเองด้วยกระบองของเขา

 

เลดี้เดวิมอนนั่งคิดมองไปมองมาอยู่สักพัก    สายตาของเธอเริ่มจับจ้องไปที่ผนังบาเรียลแล้วนึกถึงบางสิ่งบางอย่างที่เดวิมอนเคยพูดไว้ “ผนังบาเรียลนี้มันเพิ่งดูดพลังบางส่วนของพวกเจ้าออกไปนั่นเอง...เมื่อใดก็ตามที่พวกเจ้ากระเด็นเข้าไปแตะมัน  พลังของพวกเจ้าก็จะถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็ว...ยิ่งโดนบ่อยมากเท่าไร....พวกแกก็จะหมดแรงมากขึ้นเท่านั้น...” 

 

เลดี้เดวิมอนตั้งสติแล้วเริ่มคิดในใจว่า “ถ้าบาเรียลนี้มันดูดพลังของดิจิมอนที่เข้าไปสัมผัสมันจนหมด...ดิจิมอนตัวนั้นก็จะไม่มีแรงแล้วอาจจะกลับร่างเดิม...ถ้า...ถ้าเกิดว่าเป็นดิจิมอนที่มีพลังแห่งความมืดปกคลุมอยู่ล่ะ...หรือว่า!!” เลดี้เดวิมอนหยุดนิ่งไปชั่วครู่เมื่อมีความคิดบางอย่างได้ผุดขึ้นเข้ามาในหัวของเธอ   เธอค่อย ๆ ยันร่างกายที่อ่อนแรงของเธอขึ้นมายืนอีกครั้งแล้วจ้องมองไปที่ผนังบาเรียล   บางสิ่งบางอย่างเริ่มทำให้เธอคิดที่จะอยากลอง   บางสิ่งบางอย่างเริ่มทำให้เธอคิดที่จะอยากพิสูจน์   เธอหายเข้าใจลึก ๆ แล้วเริ่มก้าวเท้าเดินเข้าไปหาบาเรียลนั่นอย่างช้า ๆ ซึ่งทำให้เพื่อน ๆ ของพวกเธอรู้สึกตกใจเป็นอันมาก

 

“ เลดี้เดวิมอน!!...นี่เธอจะทำอะไร!!” วิซาร์ดมอนเอ่ยปากห้ามคนแรกแล้วทำท่าจะลุกขึ้นไปดึงเลดี้เดวิมอนกลับมาแต่เขาก็ไม่มีแรงพอที่จะทำอย่างนั้น

 

“อย่านะเลดี้เดวิมอน...อันตราย!!...เลดี้เดวิมอน!!...โอ๊ย!!” โอกามอนรีบเดินเข้าไปเพื่อที่จะจับแขนเลดี้เดวิมอนแต่เขาก็ดันหมดแรงทรุดตัวลงไปซะก่อน

 

เดวิมอนลอยอยู่บนอากาศหัวเราะเยาะมองดูพวกวิซาร์ดมอนอยู่สักพักแล้วเริ่มสังเกตเห็นเลดี้เดวิมอนกำลังเดินเข้าไปที่ผนังบาเรียล   บางสิ่งบางอย่างเริ่มทำให้เขารู้สึกสงสัยและเริ่มทำให้เขารู้สึกว่ามันไม่ค่อยเข้าทีเมื่อเขาเห็นเลดี้เดวิมอนกำลัง ยื่นแขนข้างหนึ่งของเธอเข้าไปใกล้ผนังบาเรียลนั้น

 

“นั่นเจ้า...นั่นเจ้าจะทำอะไร!!” เดวิมอนตะโกนถามเลดี้เดวิมอนด้วยด้วยความสงสัยในขณะที่อีกใจหนึ่งของเขาก็เริ่มรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

 

เลดี้เดวิมอนหันไปหัวเราะเดวิมอนเล็กน้อยแล้วยื่นแขนอีกข้างหนึ่งของเธอเข้าไปใกล้ผนังบาเรียลนั้นเช่นกัน “ฮึ ๆๆ ฉันเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว...ถ้าบาเรียลนี่คือสิ่งที่ใช้ดูดพลังในตัวของดิจิมอน...ดังนั้นฉันก็จะใช้มันนี่แหละช่วยให้ฉันกลับมาเป็นดิจิมอนที่ดีอีกครั้งหนึ่งให้ดู!!”  เธอตอบด้วยความรู้สึกที่มั่นใจมากขึ้นแล้วทันทีทันใดนั้นเธอก็ผลักตัวของเธอเองเข้าหาผนังบาเรียลนั่นอย่างเต็มที่

 

*** เปรี้ยง!!...เปรี๊ย ๆๆๆๆๆ *** “อ๊า...อ๊า ๆๆๆ...”

 

“เลดี้เดวิมอน!!” ทั้งวิซาร์ดมอนและโอกามอนตะโกนเรียกเลดี้เดวิมอนด้วยความตกตะลึง    สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือเพื่อนคนหนึ่งที่พวกเขาเป็นห่วงมากที่สุดกำลังถูกดูดพลังออกไปอย่างเห็นได้ชัด   พลังที่ถูกดูดออกมามันมีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ นั่นคือ มันเป็นควันสีดำที่เกิดมาจากพลังแห่งความมืดล้วน ๆ   กลุ่มควันนั่นมันถูกดูดออกมาราวกับว่ามันเป็นสิ่งสกปรกที่ฝังอยู่ในตัวของเลดี้เดวิมอน    มันลอยไปลอยมาอยู่ตรงนั้นพักหนึ่งแล้วเริ่มเคลื่อนตัวแทรกเข้าไปในผนังบาเรียลซึ่งในขณะนั้นเองก็มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นตามมาเช่นกัน

 

*** เปรี๊ย ๆๆๆๆ...เปรี๊ย...โผละ!! *** เสียงแตกร้าวของบางสิ่งบางอย่างเริ่มดังขึ้นตามผนังบาเรียลที่กำลังช็อตดูดพลังของเลดี้เดวิมอน   มันดังมากขึ้น ๆ พร้อม ๆ กับรอยแตกที่ปรากฏออกมาจนกระทั่งพวกวิซาร์ดมอนและโอกามอนสามารถสังเกตเห็นได้

 

“เฮ้ยนั่น...วิซาร์ดมอน...เห็นนั่นไหม...” โอกามอนเรียกวิซาร์ดมอนแล้วชี้นิ้วไปที่บาเรียล

“รอยแตก...บาเรียลมันกำลังจะแตกออกแล้วโอกามอน!!...”

“ทำไมล่ะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น...”

“เดี๋ยวนะ...พลัง...ใช่แล้ว!!...พลังที่ถูกดูดเข้าไปยังไงล่ะ...บาเรียลนี้มันดูดพลังเข้าไปจนจะโอเวอร์โหลดอยู่แล้ว...ถ้ามันเกินขีดจำกัดเมื่อไหร่...มันจะต้องทนสภาพไม่ได้แล้วถูกทำลายจนแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ แน่...”

“ถ้ายังงั้น...วิซาร์ดมอน!!”

“ได้เลยพวก!!...”

 

หลังจากที่โอกามอนและวิซาร์ดมอนเริ่มเข้าใจถึงเหตุผลที่เลดี้เดวิมอนทำแบบนี้  ทั้งคู่จึงตั้งท่าเตรียมพร้อมด้วยกำลังของตนเองที่มีอยู่   แล้วเริ่มปล่อยพลังเข้าสู่ผนังบาเรียลนั้นอย่างเต็มที่ 

 

“ย๊า!!...กระบองกระดูก!!” *** ตูม!! ***

“ Thunder clown!!” *** เปรี้ยง!! ***

 

*** แซด ๆๆๆๆ เปรี้ยง!!...โผละ!!...โผละ ๆๆ *** รอยแตกเริ่มปรากฏมากขึ้น  ผนังบาเรียลก็เริ่มสั่นไหว   แสดงให้เห็นถึงสภาพที่มันใกล้จะแตกออกเต็มที    แต่ว่ามันก็ยังคงดูดพลังแห่งความมืดของเลดี้เดวิมอนออกมาเรื่อย ๆ...เรื่อย ๆ จนสุดท้ายเลดี้เดวิมอนก็ไม่สามารถทนสภาพนี้ต่อไปได้อีก

 

“อ๊า!!...อ๊า!!...อ๊า!!” *** แว้บ ๆๆๆ ฟุบ *** สิ้นเสียงกรีดร้องของเลดี้เดวิมอน  ร่างแห่งความมืดร่างสมบูรณ์ของเธอก็ถูกทำลายสลายออกไปในอากาศ   ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นไม่เว้นแม้แต่เดวิมอนที่ลอยนิ่งมองดูอยู่บนอากาศ   ในสถานการณ์แบบนี้ทั้งหมดคิดว่าเลดี้เดวิมอนคงไม่รอดแน่ ๆ   แต่ว่าไม่กี่วินาทีพวกเขาก็ได้เห็นแสงสว่างสีทองที่ส่องออกมาจากบริเวณที่เลดี้เดวิมอนได้สลายตัวไป   แสงนั้นก็คือพลังแห่งแสงสว่างที่ถูกกักขังไว้ในจิตใจของเลดี้เดวิมอน   ซึ่งในตอนนี้มันได้ถูกปลดปล่อยออกมาเหมือนดังที่เคยเป็นแล้ว

 

“อะไรน่ะ...ไม่จริง...หรือว่าเลดี้เดวิมอน...มันกำลังจะ...” เดวิมอนอุทานขึ้นเมื่อเขาเริ่มรู้แล้วว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น

 

*** แว้บ ๆๆๆๆ ฟู่....*** แสงสว่างที่กำลังส่องอยู่นั้น   ไม่นานมันก็เริ่มฟอร์มตัวขึ้นอย่างช้า ๆ   ร่างกายสีขาวผุดผ่อง   ที่ยืนสองขา   ใบหูทั้งสองข้างที่ตั้งชันและแหลม   หางที่เรียวยาวและใบหน้าของแมวเหมียวที่มีแววตาสีฟ้าสดใส    ทั้งหมดนี้ได้ค่อย ๆ เกิดขึ้นทีละส่วน  ทีละส่วน   จนกระทั่งในที่สุดร่างกายที่สมบูรณ์แบบของดิจิมอนตัวนี้ก็ได้ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นอย่างเต็มตา

 

“เทลมอน!!” ทั้งวิซาร์ดมอนและโอกามอนอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกันด้วยแววตาที่ไม่กระพริบ   พวกเขาแทบจะไม่อยากเชื่อเลยว่านี่เป็นความจริง   เลดี้เดวิมอนที่เคยถูกความมืดครอบงำในอดีต   ตอนนี้เธอได้ถูกชำระล้างกลับมาเป็นเทลมอนอีกครั้งนึงแล้ว

 

****************************

 

“อึก...อะไรเนี่ย...ความรู้สึกแบบนี้...มัน...” ทันใดนั้นแวนเดมอนก็ต้องหยุดการใช้เวทมนต์ลงเมื่อสัมผัสที่หกของเขาจับกระแสถึงภัยอะไรบางอย่างได้   เขาเดินถอยห่างออกมาจากการุรุมอนอย่างช้า ๆ โดยที่สีหน้าของเขาเริ่มวิตกกังวล  “มันอะไรกันเนี่ย....เกิดอะไรขึ้นนะ...ทำไมข้า...ทำไมข้าถึงรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูกอย่างนี้...” แวนเดมอนเอ่ยกับตัวเองแล้วทำท่าทำทางเหมือนคนที่กำลังหวาดระแวงอะไรบางอย่าง     เวทมนต์ของเขาที่ยังคงอยู่ในตัวของการุรุมอนก็ได้คลายตัวออกแล้วเริ่มไหลกลับออกมาอย่างช้า ๆ   ทำให้การุรุมอนหมดแรงแล้วล้มฟุบลงไปนอนอยู่กับพื้นต่อหน้าต่อตากาโอกามอน

 

“การุรุมอน!!...การุรุมอน!!...นี่แกทำอะไรเพื่อนฉันกันแน่ แวนเดมอน!!” กาโอกามอนรีบวิ่งเข้ามาดูการุรุมอนด้วยความเป็นห่วงแล้วหันไปจ้องตาเขม็งที่แวนเดมอนด้วยความโกรธจัด

 

“ไม่ใช่นะ...ข้ายังไม่ได้ทำอะไรเพื่อนของเจ้าเลย...ข้าแค่รู้สึก...รู้สึกถึงอะไรบางอย่าง...ไม่...ไม่!!” แวนเดมอนสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสที่หกของเขาได้จับกระแสถึงอันตรายนั้นแรงขึ้น ๆ  ราวกับว่ามันกำลังเตือนเขาถึงความตายที่กำลังใกล้เข้ามา

 

****************************

 

“อา...นี่ฉัน...” เทลมอนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแล้วเริ่มมองดูสำรวจร่างกายของเธอ   ซึ่งทำให้น้ำตาของเธอเริ่มไหลพรากออกมาเมื่อเธอเห็นแล้วว่าร่างของเธอได้กลับมาเป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง  “นี่ฉัน....ฉันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว...กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว!!”

 

ฝ่ายวิซาร์ดมอนกับโอกามอนก็ไม่อยู่เฉยหลังจากที่พวกเขาเรียกสติตัวเองกลับมาได้   ทั้งคู่วิ่งปรี่เข้าไปหาเทลมอนแล้วส่งเสียงร้องไชโยด้วยความยินดี   ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเดวิมอนก็แทบจะไม่เชื่อสายตากับสิ่งที่เห็นเช่นกัน    เดวิมอนเริ่มบินถอยห่างออกมาเมื่อความกลัวของเขาได้เกิดขึ้นภายในจิตใจ    “ไม่จริง!!...นี่เจ้า...ใช้บาเรียลของข้าดูดพลังแห่งความมืดที่อยู่ในตัวของเจ้าออกไปงั้นรึ!!...หน็อยแน่!!” เขาพูดด้วยความโกรธจัดในขณะที่ใจของเขาก็เริ่มรู้สึกกลัวมากขึ้น ๆ จนเขาอยู่ไม่เป็นสุข

 

เทลมอนยิ้มด้วยความดีใจกับเพื่อน ๆ ก่อนที่จะหันขึ้นไปจ้องมองเดวิมอนด้วยความโกรธ   ความมั่นใจของเธอเข้ามาแทนที่ความอ่อนล้าและความเหนื่อยอ่อน  พลังของเธออยู่ดี ๆ ก็เริ่มเพิ่มมากขึ้น   เธอหันกลับไปมองผนังบาเรียลที่ใกล้จะแตกเต็มที่   แล้วเริ่มกำหมัดของเธออยู่ในท่าที่เตรียมพร้อม   “ฮึ ๆๆๆ เอาล่ะ....ถึงเวลาแล้วที่ฉันจะต้องลงโทษดิจิมอนชั่ว ๆ อย่างแกซะที!!...เตรียมตัวตายได้แล้ว เดวิมอน!!” เธอตะโกนลั่นขึ้นไปบนฟ้าแล้ววิ่งเข้าไปหาผนังบาเรียลนั้นด้วยหมัดของเธอที่พุ่งไปยังรอยแตกนั้นอย่างรวดเร็ว

 

“ย๊า!!...Neko…Punch!!” *** เปรี้ยง!!...แพล้ง!! ***

 

“ไม่นะ...ไม่จริง!!” เดวิมอนอุทานด้วยความตกตะลึงเมื่อเขาเห็นผนังบาเรียลที่เขาสร้างขึ้นเพื่อหวังที่จะเอาชนะพวกเทลมอน   ได้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่วงลงสู่พื้นแล้วสลายไปโดยไม่มีซากให้หลงเหลือ    พลังที่เพิ่งถูกดูดเข้าไปก่อนหน้านี้ก็ได้ถูกปลดปล่อยออกมา   แล้วเริ่มแปรสภาพเป็นละอองสีฟ้าซึ่งเป็นละอองของข้อมูลบริสุทธิ์ลอยกระจายออกไปทั่วพื้นที่    เทลมอนจ้องมองไปที่กลุ่มข้อมูลเหล่านั้นแล้วรีบกระโดดขึ้นไปรับพลังทั้งหมดเข้ามาสู่ร่างกายของเธอ    พลังที่บริสุทธิ์และปราศจากความมืดค่อย ๆ ไหลเข้ามาเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ เหมือนสายน้ำ   จนในที่สุดมันก็ทำให้ร่างโตเต็มวัยของเทลมอนเกิดแสงสีทองส่องสว่าง   นำพาร่างของเธอเข้าสู่การพัฒนาขั้นสมบูรณ์

 

 

***** แว้บ ๆๆๆ....แว้บ ๆๆๆๆ *****

 

==================== Tailmon Shinka!! ====================

 

ด้วยพลังแห่งแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์  ร่างของแมวน้อยตัวนี้ได้เติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวผู้งดงาม  ในมือข้างหนึ่งถูกประดับติดด้วยคันธนูสีขาว   หน้ากากเหล็กของนักรบได้ถูกสวมใส่   สุดท้ายปีกขนนกสีขาวทั้งแปดปีกก็ได้แผ่ขยายออกกว้างขึ้นจนเผยให้เห็นร่างที่งามสง่าของนางฟ้าแห่งโลกดิจิตอลเวิลด์

 

========================= Angewomon!! =========================

 

 

“เทลมอน…เปลี่ยนร่างไปแล้ว” โอกามอนเอ่ยขึ้นด้วยความตกตะลึง

“งดงามจริง ๆ...ในที่สุดเธอก็ทำได้แล้ว เทลมอน!!...” วิซาร์ดมอนตะโกนแสดงความยินดีขึ้นไปพร้อมทั้งโบกคฑาไปมาด้วยความดีใจ

 

“ไม่จริง!!...เป็นไปไม่ได้...อย่านะ...ข้ากลัวแล้ว...ข้ากลัวแล้ว...อย่าทำข้าเลย!!” เดวิมอนพูดด้วยความหวาดกลัวหลังจากที่เขาได้เห็นการเปลี่ยนร่างที่แท้จริงของเทลมอน

 

“เดวิมอน...ถึงเวลาแล้ว...มันถึงเวลาของแกแล้ว!!” แองเจวูมอนพูดด้วยความโกรธแล้วยกมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นมากระกบกันตรงหน้า   ประกายแสงสีชมพูพร้อมกับออร่าสีขาวอันร้อนแรงก็เริ่มมารวมตัวกันที่มือของเธอนั้นมากขึ้น ๆ ซึ่งมันก็พร้อมแล้วที่จะถูกปล่อยออกไปยังเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้า   เพื่อที่จะทำลายมันให้เป็นผุยผง

 

****************************

 

ฝ่ายแวนเดมอนที่อยู่ในภูเขาก็เกิดอาการหวาดกลัวขึ้นมาอย่างทันควันจนเขาเกือบจะคุมสติไม่อยู่   เขามองไปมองมาเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่างทั้ง ๆ ที่ในห้องนั้นก็ไม่มีอะไรนอกจากการุรุมอนและกาโอมอน “ไม่...ไม่จริง...มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก...ความรู้สึกถึงพลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่แรงกล้า...กลิ่นไอแห่งแสงสว่าง...ทำไม...ทำไมมันเหมือนกับ...เหตุการณ์ในอดีตเลย...นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!”

 

 

****************************

 

“Heaven Charm!!”

 

ในที่สุดไม้ตายของแองเจวูมอนที่ได้รวบรวมไว้อยู่ในมือก็ถูกปล่อยออก    พลังแห่งแสงสว่างสีชมพูได้พุ่งออกไปเป็นรูปกากบาทขนาดใหญ่เข้ากระแทกเป้าหมายซึ่งนั่นก็คือ เดวิมอน อย่างจัง

 

*** เฟี้ยว!!...เปรี้ยง!! *** “อา...อ๊า!!...” *** บึ้ม!! ***  เดวิมอนร้องด้วยความเจ็บปวดทรมานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ร่ายกายของเขาจะถูกทำให้ระเบิดออกจนเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ     เท่านั้นยังไม่พอ   พลังที่รุนแรงของแองเจวูมอนนี้ยังพุ่งต่อไปอีก   จนมันกระแทกเข้ากับภูเขาซึ่งบังเอิญเป็นจุดที่เป็นห้องขังของการุรุมอนพอดิบพอดี

 

*** ตูม!! ***

 

“อะไรน่ะ!!...” กาโอกามอนอุทานแล้วรีบหันไปมองดูที่กำแพงข้างหลังซึ่งมันเริ่มพังทลายลงจนเห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอก   แสงจากข้างนอกได้ส่องเข้ามาทำให้การุรุมอนเริ่มรู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งแต่ว่าเขาก็ยังคงอยู่ในอาการที่เหนื่อยอ่อนอยู่  “เกิด....เกิดอะไรขึ้น กาโอกามอน...”

 

“ฉันมาช่วยพวกเธอแล้ว!! การุรุมอน กาโอกามอน”

“หา...เธอ...เธอคือ...” กาโอกามอนเอ่ยขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเขาเห็นดิจิมอนตัวใหม่ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา

 

“นี่เจ้า...เจ้าอีกแล้ว!!...อย่านะ...อย่าทำข้าอีกเลย...ข้ากลัวแล้ว...ข้าผิดไปแล้ว!!” แวนเดมอนรีบกระโจนถอยออกห่างเมื่อเขาได้พบกับศัตรูคู่ปรับเก่าของเขาอีกครั้ง    ศัตรูเก่าที่เขาต้องจดจำไปตลอดกาลหลังจากที่เขานั้นได้พ่ายแพ้อย่างน่าอดสูด้วยลูกธนูแห่งแสงเพียงดอกเดียว

 

“เจอกันอีกแล้วนะ แวนเดมอน...คิดถึงลูกธนูของฉันไหม” แองเจวูมอนพูดเย้ยหยันแล้วทำท่าเล็งคันธนูไปทางแวนเดมอนในขณะที่เธอกำลังเดินเข้ามาหาการุรุมอนอย่างช้า ๆ

 

“ไม่...ไม่เอา...ไม่เอา...ข้าไม่ยอม...ข้าไม่ยอม!!” แวนเดมอนประสาทเสียแล้วรีบวิ่งหนีออกไปจากห้องขังก่อนที่เขาหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

 

กาโอกามอนถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเขาเห็นว่าสถานการณ์เริ่มปลอดภัยขึ้นมาบ้างแล้ว   เขาหันไปมองแองเจวูมอนแล้วก็ทำหน้าแปลก ๆ เหมือนเขารู้สึกคุ้นเคยกับเธอมาก่อนจนกระทั่งแองเจวูมอนต้องพูดอธิบายให้เขาฟัง

 

“กาโอกามอน...นี่ฉันเอง เลดี้เดวิมอนไง...นี่คือร่างที่แท้จริงของฉัน...ตอนนี้ฉันหายดีแล้ว...ฉันกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว”

 

กาโอกามอนทำตาเบิกกว้างแล้วก็เข้าใจในทันที “โอ้!!...เลดี้เดวิมอน...เธอเองหรอเนี่ย...ว้าว...นี่...นี่ร่างที่แท้จรองของเธอหรอเนี่ย...ดีใจด้วยนะที่เธอได้กลับมาเป็นเหมือนเดิม...ดีใจด้วย!!”

 

แองเจวูมอนยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปหาการุรุมอนด้วยความเป็นห่วง   เธอยื่นมือไปประคบที่หน้าผากของเขาแล้วหันไปพูดกับกาโอกามอน “อาการเขาไม่ค่อยดี...รีบพาเขาออกไปจากที่นี่ก่อนเถอะ...”

 

กาโอกามอนพยักหน้าแล้วช่วยแองเจวูมอนพาการุรุมอนออกมาจากภูเขา Mugen Mountain  พร้อมกับวิซาร์ดมอนและโอกามอนที่ช่วยกันนำทางพวกเขาลงมา   จนทั้งหมดก็มาถึงพื้นล่างแล้วตัดสินใจที่จะหยุดพักลงในป่าแถว ๆ นั้น   พวกเขาทั้งหมดช่วยเอนการุรุมอนนอนลงบนใบไม้ที่ปูไว้บนพื้นหญ้าแล้วช่วยกันหาฟืนมาก่อไฟให้ความอบอุ่นแก่เขา   หลังจากก่อกองไฟกันเสร็จ   ทุกคนที่เหลือก็ได้เข้ามานั่งพูดคุยถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังกัน

 

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น กาโอกามอน...ทำการุรุมอนถึงเป็นแบบนี้...” แองเจวูมอนเป็นคนเริ่มถามคนแรกเพราะเธอรู้สึกเป็นห่วงกับอาการของการุรุมอนมาก

 

“ฉันเองก็ไม่ค่อยรู้อะไรมาก แองเจวูมอน...ตอนนั้นฉันสลบอยู่...พอตื่นขึ้นมาก็เห็นการุรุมอนกับแวนเดมอนกำลังพูดคุยถึงเรื่องอะไรบางอย่าง...เรื่องเกี่ยวกับพลังอะไรสักอย่างที่อยู่ในตัวของการุรุมอนนี่แหละ...” กาโอกามอนตอบแล้วพยายามนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้น “พลังที่ว่านั่น...ดูเหมือนเจ้าแวนเดมอนมันต้องการเอามาก ๆ ซะด้วย...มันยอมขอแลกเปลี่ยนโดยมันบอกว่าจะปล่อยพวกเราไปถ้าการุรุมอนยอมมอบพลังนั้นให้แก่มัน...”

 

“แล้วที่การุรุมอนนอนป่วยแบบนี้...อย่าบอกนะว่าการุรุมอนเขายอมตกลงมอบพลังของเขาให้กับเจ้าแวนเดมอนนั่น” วิซาร์ดมอนเอ่ยถามขึ้นด้วยความตกใจ

 

“ใช่วิซาร์ดมอน...การุรุมอนเขายอมตกลงเพื่อที่จะช่วยฉันและคนอื่น ๆ ไว้...ตอนนั้นฉันโกรธมาก...โมโหมาก...อยากจะฆ่าเจ้าแวนเดมอนนั่นให้ตายตอนที่มันกำลังพยายามดูดพลังของการุรุมอนออกมา...ฉันต้องมองเห็นการุรุมอนทนเจ็บในขณะที่เจ้าแวนเดมอนนั่นมันหัวเราะยิ้มอย่างมีความสุข...ฉันกะว่าจะเล่นงานมันทันทีหลังจากที่มันได้พลังของการุรุมอนไป...แต่โชคดีที่แองเจวูมอนมาปรากฏตัวซะก่อน...เจ้าแวนเดมอนก็เลยไม่ได้พลังของการุรุมอนไป...”

 

“อ้าว...แล้วที่การุรุมอนเขานอนป่วยอยู่แบบนี้นี่มันหมายความว่ายังไงล่ะ...” โอกามอนเป็นฝ่ายถามบ้างด้วยความสงสัย

 

แองเจวูมอนหันไปมองดูการุรุมอนแล้วคิดพิจารณาอยู่สักพัก “ฉันคิดว่าร่างกายของเขาคงถูกพลังแห่งความมืดมากเกินไป....เขาก็เลยอ่อนเพลียลงอย่างที่พวกเราเห็น...” เธอมีท่าทีที่กังวลแล้วหันกลับมาพูดกับเพื่อน ๆ ต่อ “ฉันหวังว่า...คงจะไม่อะไรที่เลวร้ายเกิดขึ้นกับเขาอีกนะ...”

 

คนอื่น ๆ ก็พลอยรู้สึกเป็นกังวลตามแองเจวูมอนไปด้วยหลังจากที่แองเจวูมอนพูดจบ   หลายสิ่งหลายอย่างพวกเขาก็ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับพลังของการุรุมอน  ทำไมมันถึงมีอำนาจมากขนาดนี้  ขนาดแวนเดมอนมันยังต้องการเลย   นั่นก็แสดงว่าพลังนี้คงไม่ใช่พลังธรรมดาแน่ ๆ    สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดก็คือ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการุรุมอนยังคงมีพลังปริศนานั่นอยู่ในตัว    มันจะช่วยให้การุรุมอนสามารถปกป้องโลกใบนี้ หรือ มันจะนำพาให้การุรุมอนไปสู่หายนะกันแน่...

 

****************************

 

ณ ห้องลับ ภายในภูเขา Mugen Mountain   แวนเดมอนได้เดินวกไปวนมาอยู่หลายต่อหลายรอบในขณะที่เขากำลังคิดอะไรบางอย่าง   ใจหนึ่งก็เสียดายที่พลาดโอกาสที่จะได้พลังของการุรุมอน   อีกใจหนึ่งก็ทั้งหวาดกลัวและโกรธแค้นที่เห็นการกลับมาของแองเจวูมอน  “บ้าจริง ๆ...เกือบจะได้พลังนั่นมาใช้อยู่แล้ว...เพราะนังแองเจวูมอนคนเดียว...อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวแท้ ๆ เลย...พลังนั่นถ้าข้าได้มันมาล่ะก็นะ...”

 

“ถ้าได้มันมาแล้วเจ้าจะทำอะไรรึ แวนเดมอน...”

“อ๊ะ!!...หา!!...”

 

เสียงของดิจิมอนลึกลับที่ยืนอยู่ในเงามืดข้างหลังแวนเดมอนทำให้แวนเดมอนตกใจเป็นอย่างมากแล้วรีบหันหลังไปดู   ดวงตาของเขาเบิกกว้าง  ใบหน้าของเขาเริ่มมีเหงื่อออก  ใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาทันทีทันใด   เมื่อดิจิมอนที่เขาเห็นกำลังย่างก้าวเข้ามาหาเขาด้วยแววตาสีแดงเลือดที่จับจ้องมาราวกับว่าจะกินเลือดกินเนื้อ

 

“ท่าน!!... ทำไมท่านถึงเข้ามาในห้องนี้ได้!!...แล้วนี่ท่านเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่” แวนเดมอนรีบเดินถอยห่างก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัว

 

“ฮึ ๆๆๆๆ...ก็ตั้งแต่ที่ข้าได้ยินเจ้าพูดว่าเจ้าจะขโมยพลังที่ข้าจับจองไว้ไปใช้นั่นแหละ...” ดิจิมอนในเงาดำตัวนั้นหัวเราะเล็กน้อยแล้วเดินเข้ามาใกล้แวนเดมอนเรื่อย ๆ ด้วยเท้าทั้งสี่ข้างที่มีแต่กรงเล็บที่แหลมคม

 

“หา!!...มะ...ไม่จริงครับท่าน...ข้าไม่คิดที่จะทำอย่างนั้นเลยครับ...ได้โปรด ยกโทษให้ข้าด้วย!!...ข้า...ข้าผิดไปแล้ว...ผิดไปแล้ว!!...” แวนเดมอนพูดเสียงสั่นแล้วเดินถอยหนีออกไปทุกครั้งที่ดิจิมอนตัวนั้นก้าวเท้าเข้ามา

 

“เฮ้อ...ข้าผิดหวังในตัวเจ้าจริง ๆ...ข้าอุตส่าห์ปลุกเจ้า...คืนชีพให้เจ้า...และปล่อยเจ้าออกมาให้เสวยสุขอยู่ในโลกใบนี้ได้อย่างเต็มที่...แต่เจ้า...ยังคิดที่จะโลภมาก...แถมยังมาฉวยโอกาส...ล้ำเส้นข้าอีกนะ แวนเดมอน...”

 

“ได้โปรด...ได้โปรดเถอะครับ...ผมผิดไปแล้ว...ยกโทษให้ผมด้วยเถอะ...”

“เสียใจด้วยนะแวนเดมอน...ความผิดของเจ้า...มันยากนักที่จะให้อภัย...จงรับโทษและสูญสลายไปซะเถอะ!!”

“ไม่นะครับท่าน!!...อย่า...อย่า!!”

 

“Fox Firer!!”

 

*** เปรี้ยง!! *** “อา...อ๊า...อ๊า!!” *** บึ้ม!! ***

 

“ฮึ ๆๆๆ...สิ่งที่ข้าจับจอง...ไม่มีใครแย่งไปจากข้าได้......การุรุมอน...เจ้าเป็นของข้า...ข้าจะรอ...รอวันที่พลังของพวกเราเติบโตขึ้น...เติบโตขึ้นและนำพาเราทั้งสองให้มาพบกันอีกครั้ง...ฮึ ๆๆๆ ฮ่า ๆๆๆๆ....”

 

 

To be continued…

 

Back to Part VII    Go to Part IX

Free Web Hosting