|
Digimon Adventure Special Edition ----- Part IX : Hidden Instinct ----- Warning : ฟิคชั่นต่อไปนี้ ผู้แต่งขอสงวนสิทธิ์ ห้ามคัดลอก ห้ามดัดแปลง ห้ามตีพิมพ์เผยแพร่หรือนำไปแอบอ้าง รวมทั้งห้ามกระทำการใดทั้งสิ้นกับฟิคชั่นนี้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ถ้าพบเห็นจะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุดแล้วจะไม่นำเรื่องอื่นๆมาลงอีก พวกแองเจวูมอนได้ใช้เวลาอยู่นานในการนั่งคุยปรึกษากันถึงเรื่องพลังลึกลับที่อยู่ในตัวการุรุมอน ต่างคนก็ต่างช่วยกันคิดหาเหตุผลที่พอจะสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะมีเพราะพวกเขาเพิ่งจะเห็นพลังที่เกิดขึ้นนี้มาแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น พวกเขาเสียเวลาไปมากจนมารู้สึกตัวอีกทีก็ดึกแล้วจึงต่างคนก็ต่างขอไปหามุมพักผ่อนอย่างสงบ โดยเฉพาะโอกามอนกับวิซาร์ดมอนที่ขอแยกตัวออกไปนอนก่อนคนอื่น ๆ เพราะพวกเขาทั้งคู่ต่างก็เหนื่อยจากการต่อสู้กับเดวิมอนมาทั้งวัน ดังนั้นจึงเหลือแค่กาโอกามอนกับแองเจวูมอนเท่านั้น ที่ยังนั่งพักอยู่หน้ากองไฟเพื่อเฝ้าดูอาการของการุรุมอน “ แองเจวูมอน...ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ ” กาโอกามอนหันไปถามแองเจวูมอน เมื่อเขารู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง “ได้สิ...มีอะไรหรอ กาโอกามอน” แองเจวูมอนหันมาตอบแล้วยิ้มให้ “ ตอนที่เธอเข้ามาช่วยฉันกับการุรุมอน...ตอนนั้นฉันรู้สึกว่า เจ้าแวนเดมอนมันดูหวาดกลัวเธอมากจนผิดปกติ ยังกับว่าในอดีตเธอเคยไปทำอะไรมันมาก่อนยังนั้นแหละ...แถมตอนนั้นเธอยังพูดกับมันว่า...เจอกันอีกแล้วนะ คิดถึงลูกธนูของฉันไหมอีกด้วย...นั่นมันหมายความว่ายังไง…” แองเจวูมอนนั่งนึกถึงเหตุการณ์ตอนนั้นอยู่สักพักแล้วเริ่มอธิบายให้เพื่อนของเธอฟัง “ ฉันเองก็ไม่รู้ กาโอกามอน...ฉันก็เป็นแค่ ดิจิมอนตัวหนึ่งที่มีสายเลือดของดิจิมอนที่เคยช่วยโลกใบนี้...ตอนที่ฉันเปลี่ยนร่าง...ฉันได้เห็นเหตุการณ์อะไรบางอย่างด้วยนะ...มันเป็นเหตุการณ์ที่มีภาพของแองเจวูมอน...กำลังเล็งลูกธนูแห่งแสงสว่างไปที่แวนเดมอนที่ยืนหวาดกลัวอยู่ตรงหน้า...ทันทีที่ลูกธนูนั้นถูกปล่อย...ฉันก็เห็นลูกธนูนั้นพุ่งเข้าไปแทงหน้าอกเจ้าแวนเดมอนอย่างแรงจนทะลุ...แล้วร่างของมันก็สลายไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องอันโหยหวน...” “ เอ...น่าแปลกนะ...หรือว่า ภาพที่เธอเห็น...มันจะเป็นภาพของแองเจวูมอนที่เป็นดิจิมอนของเด็กที่ถูกเลือก...” “ ก็น่าจะเป็นไปได้ เพราะฉันเองก็เคยได้ยินประวัติของพวกเขาอยู่เหมือนกัน...อืม...มิน่าล่ะ เจ้าแวนเดมอนมันถึงได้กลัวฉันซะขนาดนั้น...” ทั้งสองนั่งคุยกันไปมาอยู่สักพักแล้วก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงัดและสายลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านร่างของพวกเขาตลอดทั้งคืน ไร้ซึ่งศัตรู ไร้ซึ่งความกังวลใจ จนยามเช้าของวันใหม่ก็มาถึง “อ้า...อืม...ค่อยยังชั่วหน่อย” โอกามอนตื่นขึ้นมาหาวแล้วลุกขึ้นนั่งบิดตัวไปมาอย่างสบายใจ ทำให้คนอื่น ๆ ที่หลับอยู่พลอยตื่นขึ้นมาเช่นกัน “อืม...อรุณสวัสดิ์ ทุกคน” แองเจวูมอนลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายกล่าวทักเพื่อนเล็กน้อย ด้วยสีหน้าที่สดชื่นแจ่มใส “อา...อรุณสวัสดิ์เช่นกัน...” วิซาร์ดมอนลุกขึ้นกล่าวทักแบบเดียวกัน แล้วหันไปสำรวจกองไฟที่มอดลงเรียบร้อยแล้วอยู่เล็กน้อย “ไง...ตื่นกันแล้วหรอทุกคน...นี่ฉันหาของกินมาฝาก” กาโอกามอนเอ่ยทักทายเพื่อน ๆ ที่ยังงัวเงียอยู่ แล้วเดินเข้าไปวางห่อใบไม้ที่ภายในมีแต่ผลไม้สีสันต่าง ๆ น่ากินไปหมดลงบนพื้น “โห...น่ากินทั้งนั้นเลย...งั้นข้าไม่เกรงใจล่ะนะ...” ด้วยความหิวจัด โอกามอนจึงขอเป็นคนแรกที่ลงไปหยิบผลไม้ขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย “นี่กาโอกามอน...แล้วการุรุมอนล่ะ...เขาฟื้นแล้วหรือยัง” แองเจวูมอนถามกาโอกามอนเมื่อเธอสังเกตเห็นบริเวณที่การุรุมอนเคยนอนหลับอยู่ ตอนนี้มีแต่พื้นหญ้าเท่านั้น “ฉันอยู่นี่ทุกคน...” ทันใดนั้นเสียงตอบของการุรุมอนก็ดังเข้ามาจากอีกทางหนึ่ง ทำให้ทุกคนในกลุ่มจึงรีบหันไปดูด้วยความดีใจ “การุรุมอน!!...เธอฟื้นแล้วนี่” แองเจวูมอนเอ่ยขึ้นแล้วรีบเดินเข้าไปหาเพื่อนที่แสนดีของเธอ พร้อมกับคนอื่น ๆ ที่วิ่งตามมา “อืม...ฉันรู้สึกดีขึ้นแล้วล่ะ...ขอโทษนะที่ทำให้ทุกคนต้องเป็นห่วง” การุรุมอนตอบด้วยรอยยิ้มให้กับทุกคน “อือ...อย่าพูดอย่างนั้นน่า...เพื่อนกันก็ต้องเป็นห่วงกันสิ การุรุมอน” กาโอกามอนพูดแสดงน้ำใจแทนเพื่อนคนอื่น ๆ แล้วดันตัวเขาไปกระทบการุรุมอนเล็กน้อยตามประสาสุนัขล้อเล่นกับสุนัขด้วยกัน “ฮ่า ๆๆ เอาล่ะ ก็ได้ ๆ กาโอกามอน...” การุรุมอนหัวเราะเล็กน้อยกับการแสดงออกของกาโอกามอน เพราะน้อยครั้งนักที่เขาจะได้เห็นกาโอกามอนทำแบบนี้ “ ดีมาก...งั้นพวกเรา...ไปกินมื้อเช้ากันเถอะ...” กาโอกามอนเอ่ยชวนทุกคนแล้วพยักหน้าให้กับการุรุมอนเล็กน้อย หลังจากนั้นทุกคนก็กลับไปนั่งล้อมวงกินผลไม้กันอีกครั้ง โดยการุรุมอนได้นั่งอยู่ระหว่างกาโอกามอนและแองเจวูมอน ส่วนโอกามอนก็ลงมือกินผลไม้ต่ออย่างเอร็ดอร่อย แล้วเริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ตามประสานักเลงของเขาให้เพื่อน ๆได้หัวเราะกันอย่างสนุกสนานไปในตัวด้วย มันเหมือนเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนหลังจากที่พวกเขาทั้งหมดได้ขับไล่พวกเดมอนออกไปจากเกาะไฟล์ได้ ซึ่งอย่างน้อยพวกเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง ถึงแม้ว่าเกาะไฟล์จะยังคงมีหมอกควันแห่งความมืดปกคลุมอยู่ พวกเขาทั้งหมดใช้เวลาในช่วงเช้าไปกับการพูดคุยพักผ่อนอย่างมีความสุข จนกระทั่งสาย ๆ พวกเขาก็เริ่มออกเดินทางมาอยู่ที่ตีนเขา Mugen mountain อีกครั้ง พวกเขามองขึ้นไปข้างบนแล้วเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศรอบ ๆ ภูเขาที่ดีขึ้น หมอกควันที่เคยปกคลุมส่วนยอดอย่างหนาทึบ ตอนนี้มันเริ่มจางลงจนพอมองเห็นวิวข้างบนได้แล้ว ไม่มีร่องรอยของการปล่อยพลังแห่งความมืด ไม่มีพวกดิจิมอนที่ถูกควบคุมเดินไปเดินมา ซึ่งจากตรงนี้ก็อาจจะเป็นข้อยืนยันได้ว่าพวกเดมอนนั้นได้หนีออกไปจากเกาะไฟล์กันหมดแล้ว “หลังจากที่ฉันได้จัดการกับเจ้าเดวิมอนไป เจ้าแวนเดมอนก็หนีหายไปเลย....ฉันว่ามันคงไม่ได้อยู่ที่นี่แล้วแหละ” แองเจวูมอนเอ่ยกับทุกคนด้วยสันชาติญาณของเทพที่มีพลังอันศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัว “แต่ถึงยังไง...เราก็ต้องตรวจดูให้แน่ชัดซะก่อนนะ แองเจวูมอน” กาโอกามอนแสดงความเห็นแล้วหันไปมองดูวิวรอบ ๆ ตีนเขาเล็กน้อย “อืม...ฉันก็ว่ายังนั้นแหละ แองเจวูมอน...” การุรุมอนเห็นด้วยแล้วพยักหน้าให้กับกาโอกามอน “นั่นนะสิ...เพราะยังไงเจ้าหมอกควันนี่ก็ยังอยู่...บางทีวิธีแก้ไขปัญหาอาจจะอยู่ข้างบนนั้นก็ได้” วิซาร์ดมอนให้เหตุผลเพิ่มเติมแก่ทุกคน แล้วเดินไปสำรวจที่ทางขึ้นกับโอกามอนที่คอยช่วยเขาอยู่ข้าง ๆ แองเจวูมอนฟังดังนั้นก็พยักหน้าตอบเพื่อน ๆ ก่อนที่เธอจะกางปีกทั้งสี่คู่ของเธอออกแล้วเริ่มลอยตัวขึ้นไป เธอหันไปมองดูที่ทางเดินแล้วค่อย ๆ บินไปดูความปลอดภัยโดยรอบบริเวณนั้นให้ ส่วนการุรุมอนและคนอื่น ๆ ก็พร้อมใจกันเดินขึ้นไปเป็นขบวน โดยการุรุมอนเดินนำหน้าคู่กับกาโอกามอน วิซาร์ดมอนอยู่ตรงกลาง และโอกามอนคอยระวังหลังให้ ช่วงเวลาที่พวกเขาเดินขึ้นไปเรื่อย ๆ นั้น พวกเขาก็ไม่พบสิ่งที่ผิดปกติแต่อย่างใดนอกจากก้อนหินและหมอกดำที่ลอยไปลอยมาอยู่จาง ๆ ซึ่งดูแล้วก็น่าจะปลอดภัยสำหรับทุกคน แต่ถึงกระนั้นพวกเขาก็จะประมาทไม่ได้ในการที่จะเดินผ่านขึ้นไปยังชั้นบน ๆ จนกระทั่งในที่สุดทั้งหมดก็มาถึงชั้นบนสุด ซึ่งเป็นชั้นที่มีถ้ำของพวกเดมอนเคยอาศัยอยู่ การุรุมอนและแองเจวูมอนจำได้ว่าพวกเขาทั้งสอง ก็เคยเข้ามาในสถานที่นี้มาก่อนตอนที่มาสำรวจภูเขาในตอนแรก จึงได้อาสานำทางเพื่อน ๆ เข้าไปอย่างระมัดระวัง การุรุมอนมองเข้าไปในห้องว่าง ๆ ที่คล้ายกับห้องรับแขก แล้วมองต่อไปยังทางเดินภายในที่มืดสลัวด้วยคบเพลิงเก่า ๆ ที่แขวนอยู่บนผนัง การุรุมอนใช้สัญชาติญาณตรวจจับสิ่งผิดปกติที่อยู่ในนั้นสักพัก แล้วหันมาพยักหน้ากับเพื่อน ๆ เมื่อเขารู้สึกแน่ใจแล้วว่าปลอดภัย “อืม...พวกมันคงหนีไปกันหมดแล้วล่ะ...เข้าไปข้างในกันเถอะ” ทุกคนที่เหลือพยักหน้าตอบแล้วเริ่มเดินตามการุรุมอนเข้าไปตามทางเดิน ซึ่งมันก็ลึกอยู่พอสมควรจนพวกเขาก็มาถึงห้องที่อยู่ข้างในสุด ซึ่งเป็นห้องที่มีเครื่องปล่อยหมอกควันแห่งความมืดกำลังทำงานอยู่ “หน็อย...เจอตัวแล้ว...แก...ต้นตอแห่งความเดือดร้อนทั้งหมด” โอกามอนพูดด้วยความโมโหเมื่อเขาได้เห็นสาเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดอยู่ตรงหน้า “นี่เองน่ะหรอ...สิ่งที่ทำให้ดิจิมอนในเกาะไฟล์ต้องกลายเป็นดิจิมอนที่บ้าคลั่ง...” วิซาร์ดมอนเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับโอกามอนแต่ดูเขาจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า การุรุมอนเดินเข้าไปใกล้เครื่องจักรนั่นแล้วมองดูชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มันกำลังทำงานกันแบบไม่หยุดไม่หย่อน ราวกับว่าทุกวินาทีของมันนั้นอยู่เพื่อทำลายดิจิมอนในเกาะไฟล์แห่งนี้เพียงอย่างเดียว “อืม...มันถึงเวลาแล้ว...ที่พวกเราจะต้องหยุดนายกันซะที” เขาพูดกับเครื่องผลิตหมอกดำราวกับว่ามันมีชีวิต แล้วเดินกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเพื่อน ๆ ผู้ที่กำลังรู้สึกโกรธเคืองกับสิ่งที่เห็นเช่นเดียวกับเขา “เอาล่ะพวกเรา...พร้อมที่จะจบเรื่องวุ่น ๆ นี้กันหรือยัง” คำถามของการุรุมอนทำให้เพื่อน ๆ แต่ละคนต่างก็ตั้งท่าเตรียมพร้อมโดยไม่ต้องรอคำตอบ โอกามอนกับกระบองที่พร้อมจะกระแทกสิ่งที่ขวางหน้าให้เป็นชิ้น วิซาร์ดมอนกับคฑาสายฟ้าที่พร้อมจะระเบิดทุกสิ่ง แองเจวูมอนกับธนูแห่งแสงสว่างที่จะขับไล่ความมืดทั้งหลายทั้งปวง และกาโอกามอนกับพลังสายลมที่ร้อนระอุที่พร้อมจะปัดเป่าความชั่วร้ายให้ออกไปได้ทุกเมื่อ การุรุมอนเห็นดังนั้นจึงยิ้มให้กับพวกเขา ก่อนที่จะรีบหันควับไปมองเป้าหมายแล้วก็เริ่มระเบิดพลังของเขาออกมา “เอาเลย!!...Fox Firer!!” “Spiral Blow!! “Holy Airrow!!” “Thunder Crown!!” “กระบองกระดูก!!” *** เปรี้ยง!!...ตูม!!...บึ้ม!! *** ด้วยพลังของดิจิมอนทั้งห้าที่พุ่งตรงไปยังเครื่องปล่อยหมอกควันแห่งความมืดอย่างบ้าคลั่ง เพียงเสี้ยววินาที มันก็กระแทกเข้าที่ตัวเครื่องจักรนั้นอย่างรุนแรง จนเกิดระเบิดเสียงดังสนั่นไปทั่วห้อง ชิ้นส่วนแตกออกกระจุยกระจายเกลื่อนพื้นไม่เหลือซาก ในขณะที่หมอกควันกลุ่มสุดท้ายที่ปกคลุมอยู่ทั่วเกาะไฟล์ก็เริ่มจางลงไปเรื่อย ๆ และในที่สุดแสงแดดยามกลางวันก็กลับมาส่องสว่างได้อย่างเต็มทีอีกครั้ง ดิจิมอนที่ถูกควบคุมทั้งหมดต่างก็เริ่มรู้สึกตัวแล้วกลับมามีชีวิตเป็นของตัวเอง ท่ามกลางความมึนงงว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่นี่ หลังจากที่ต้นตอแห่งความมืดได้ถูกทำลายลง การุรุมอนและเพื่อน ๆ ของเขาทั้งหมดก็ได้เดินออกมาดูสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกถ้ำด้วยความปีติยินดี จากบริเวณที่พวกเขายืนอยู่มันก็เป็นจุดที่สูงที่สุดของเกาะอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงสามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ทุกจุดบนเกาะไฟล์ ป่าไม้เริ่มมีสีเขียวสดใส ทะเลสาบรอบ ๆ บ้านของการุรุมอนก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีฟ้าสดสวยส่องประกายสะท้อนแสงอาทิตย์ สายลมก็เริ่มพัดโชยมาพร้อมกับอากาศที่บริสุทธิ์ ความมืดหายไป ความสดใสกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว “ดูสิ...เกาะไฟล์...เกาะไฟล์กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว!!” วิซาร์ดมอนเอ่ยเป็นคนแรกด้วยความดีใจ “ไชโย!!...ความมืดหายไปแล้ว...ถ้ายังนั้นทุกคนก็กลับมาเป็นปกติแล้วสินะ” โอกามอนก็ดีใจไม่แพ้วิซาร์ดมอนเลย “อืม...ใช่...คราวนี้ พวกเราก็จะได้อยู่กันอย่างสงบสุขเสียที...” การุรุมอนพูดอย่างสบายใจแล้วเดินไปเดินมา เพื่อที่จะดูวิวรอบ ๆ ให้ทั่ว **************************** แสงสว่างของดวงอาทิตย์ที่กลับมาได้ส่องไปทั่วพื้นที่ของเกาะไฟล์ ไม่เว้นแม้แต่หุบเขาของดิจิมอนสัตว์สี่เท้าแห่งความมืด ผู้ที่คอยจับตาดูการุรุมอนด้วยสันชาติญาณของเขามาตลอด เขารู้แล้วว่าความมืดภายในเกาะเริ่มสลายตัว ดังนั้นเขาจึงเริ่มเตรียมตัวที่จะเคลื่อนย้าย และดำเนินแผนการขั้นตอนต่อไปของเขา “ฮึ ๆๆ...ถึงเวลาที่ต้องย้ายบ้านกันแล้วสินะ...” เขาเอ่ยกับตัวเองแล้วมองไปยังภูเขา Mugen Mountain ที่อยู่ไกล ๆ ด้วยแววตาที่สีเลือดที่ส่องประกายขึ้นอย่างช้า ๆ **************************** *** เปรี๊ย!! ๆๆ....ตูม *** ทันใดนั้นบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในถ้ำของพวกเดมอนก็ได้พังทลายลง ทำให้พวกการุรุมอนจึงรีบหันหลังวิ่งกลับเข้าไปดู “อะไรน่ะ!!...” การุรุมอนอุทานขึ้นเมื่อเขาวิ่งกลับมายังห้องเดิมที่เคยมีเครื่องผลิตหมอก แล้วก็ได้เห็นบางสิ่งบางอย่างปรากฏขึ้นหลังผนังถ้ำที่เพิ่งจะถล่มลงมา สิ่งนั้นมันส่องแสงสีดำแล้วเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวอย่างช้า ๆ ทำให้มันเกิดรูปร่างที่มีลักษณะคล้ายกับช่องว่างแห่งกาลเวลา หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ประตูมิติ นั่นเอง “ประตูมิติ...” กาโอกามอนเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจแล้วหันไปมองยังเพื่อน ๆ ของเขา “มีอะไรรึกาโอกามอน” แองเจวูมอนเอ่ยถาม “ไม่รู้สิ...ฉันแค่รู้สึกแปลก ๆ...ทำไมอยู่ ๆ เจ้าสิ่งนี้ถึงได้ปรากฏออกมาทั้ง ๆ ที่ก็ไม่มีใครไปทำอะไรมันซักหน่อย...” “แต่ว่าเท่าที่ฉันดูเอานะ...มันน่าจะถูกซ่อนไว้หลังผนังถ้ำนี้...สงสัยตอนที่พวกเราปล่อยพลังไปทำลายเครื่องผลิตหมอกแห่งความมืด...มันอาจจะทำให้ผนังถ้ำเกิดรอยร้าวโดยบังเอิญก็ได้นะ...” วิซาร์ดมอนให้ความเห็น “อืม...ไม่แน่นะ...พวกเดมอนอาจจะใช้ประตูมิตินี้เดินทางไปมาระหว่างเกาะไฟล์กับที่ไหนสักแห่งหนึ่งก็ได้...” โอกามอนพูดเสริม ซึ่งก็ทำให้ทุกคนในกลุ่มต่างก็คิดได้ “จริงด้วยสิ...ถ้าเป็นอย่างนั้น...ที่ไหนสักแห่งที่ว่า...อาจจะเป็นดินแดนของพวกดิจิมอนที่ชั่วร้ายก็ได้...” การุรุมอนพูดสรุปแล้วเดินเข้าไปสำรวจประตูปริศนานั้นอยู่ข้าง ๆ กาโอกามอน ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเอง เขาก็กำลังตัดสินใจอะไรบางอย่างอยู่ด้วยเช่นกัน “หืม...มีอะไรรึ การุรุมอน” กาโอกามอนหันไปถามการุรุมอน “กาโอกามอน...ฉันคิดว่า...ฉันจะลองเข้าไปดู...” “อะไรนะ!!...นายจะบ้าหรือยังไง...ประตูมิตินี่จะพานายไปที่ไหนก็ไม่รู้...แถมอีกอย่าง...มันใช่ประตูมิติจริง ๆ หรือเปล่าเถอะ...” กาโอกามอนตกใจกับคำพูดของการุรุมอนจึงรีบพูดห้ามทันควัน ในขณะที่คนอื่น ๆ ที่ได้ยินก็พลอยเดินเข้ามาห้ามตามไปด้วย โดยเฉพาะวิซาร์ดมอนที่พยายามจะพูดแสดงเหตุผลให้การุรุมอนฟัง “การุรุมอน...ไม่มีใครรู้ได้ว่าข้างหลังประตูนี้จะมีอะไร หรือจะเป็นที่ไหน...มันเสี่ยงมากเลยนะที่จะเดินทางเข้าไปโดยไม่รู้จุดหมาย” การุรุมอนพยักหน้าเข้าใจกับเหตุผลของวิซาร์ดมอน แต่ดูเหมือนว่าเขาก็ยังไม่เปลี่ยนใจ เมื่อเขานั้นมีเหตุผลที่สำคัญกว่าอยู่ “ไม่เป็นไรหรอก วิซาร์ดมอน...เท่าที่เห็นมันก็เป็นแค่ประตูมิติ...ถ้าพวกดิจิมอนชั่วร้ายมันเดินทางผ่านประตูนี้มาจริง ๆ...เราก็ควรที่จะรีบปิดผนึกหรือทำลายมันทิ้งซะเดี๋ยวนี้เลย...แต่พอฉันมาคิดดูอีกที...มันก็มีความเป็นไปได้ว่า...เจ้าสิ่งนี้อาจเป็นโอกาสที่พวกเราจะสามารถเดินทางออกไปตามหาเซราฟิมอน และคนอื่น ๆ ที่ถูกจับตัวไปได้ก็ได้นะ...” ด้วยคำอธิบายของการุรุมอน ทำให้คนอื่น ๆ ต่างก็ยืนคิดไปอยู่พักใหญ่ สิ่งที่ทุกคนเป็นห่วงก็คือว่า ถ้ามีใครสักคนเดินผ่านประตูมิตินี้เข้าไป พวกเขาจะแน่ใจได้ยังไงว่าคนคนนั้นจะไปถึงจุดหมายโดยที่ไม่เป็นอะไรเลย และถึงแม้ว่าจะไปถึงที่หมาย แต่ว่ามันจะเป็นที่ไหนกัน จะเป็นดินแดนที่อันตรายมากหรือไม่ หรือจะมีอะไรรอทำร้ายคนที่ผ่านเข้าไปหรือเปล่า “แล้วเธอคิดจะไปคนเดียวหรือไง...เรื่องนี้ฉันยอมไม่ได้นะการุรุมอน...อย่างน้อยเธอก็ต้องมีพวกเราเดินทางตามไปช่วยเธอด้วยนะ....”ไม่นานแองเจวูมอนก็เริ่มเห็นด้วยกับการุรุมอน จึงได้ถามคำถามเพิ่มเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทุกคน ซึ่งพวกเขาเองต่างก็รอฟังคำตอบอยู่ การุรุมอนได้ยินดังนั้นจึงหันไปยิ้ม แล้วตอบแองเจวูมอนอย่างไม่มีความกังวล “ขอบใจนะแองเจวูมอน...แต่ฉันว่า...มันคงถึงเวลาที่เราจะต้องแยกกันแล้วล่ะ” “อะไรนะ!!...” เพื่อน ๆ ในกลุ่มแทบจะอุทานขึ้นมาพร้อมกับแองเจวูมอนหลังจากที่พวกเขาได้ยินการุรุมอนพูดอย่างนั้น “ไม่ได้...ไม่ได้เด็ดขาด!!...พวกเราฟันฝ่าอุปสรรคด้วยกันมา...จะมาแยกทางกันง่าย ๆ อย่างนี้ได้ยังไง” โอกามอนรีบเดินเข้ามาพูดโวยวายคัดค้านการุรุมอนด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ ในขณะที่วิซาร์ดมอนก็เข้ามาพูดแบบเดียวกัน เพียงแต่เขาจะควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าโอกามอน “จริงด้วย!!...นายคิดจะเดินทางไปคนเดียว แล้วปล่อยให้พวกเราอยู่ที่นี่เฉย ๆ อย่างนั้นหรอ” การุรุมอนรู้สึกถึงความห่วงใยของเพื่อน ๆ จนอดยิ้มไม่ได้ให้แก่พวกเขาทั้งหมด แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังคงยืนยันกับการตัดสินใจของเขา “พวกนายฟังฉันนะ...ถึงแม้ว่าเกาะไฟล์ของเราจะกลับมาเป็นปกติแล้วก็ตาม...แต่ว่าสถานการณ์ก็ยังคงไว้วางใจไม่ได้...ยิ่งตอนนี้เซราฟิมอนก็ไม่อยู่...แล้วใครล่ะจะมาคอยปกป้องชาวเมืองของเราในระหว่างนี้...ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน...” เขาหันไปหาแองเจวูมอนแล้วพูดต่อ “ แองเจวูมอน...ในฐานะที่เธอเป็นดิจิมอนเทพแห่งแสงสว่าง...ฉันจึงอยากให้เธอทำหน้าที่นี้แทนเซราฟิมอน...จนกว่าฉันจะพาเซราฟิมอนกลับมา...เธอพอจะเข้าใจฉันไหม” แองเจวูมอนยืนฟังคำพูดของการุรุมอนจนเธอยอมเข้าใจด้วยเสียงถอนหายใจหนึ่งเฮือกใหญ่ “เฮ้อ...เอาล่ะ...ฉันเข้าใจแล้ว การุรุมอน” การุรุมอนเห็นดังนั้นก็พยักหน้าตอบแล้วหันไปพูดกับวิซาร์ดมอนและโอกามอนต่อ “ ส่วนพวกนาย...วิซาร์ดมอน...โอกามอน...ฉันอยากให้พวกนายสองคนทำหน้าที่ช่วยเหลือแองเจวูมอน...คอยแนะนำและปกป้องชาวเมืองดิจิมอนเวลาที่พวกดิจิมอนชั่วร้ายมันหวนกลับมา...ช่วยฉันหน่อยเถอะนะ” ด้วยคำขอร้องของการุรุมอนนั้นทำให้ทั้งวิซาร์ดมอนและโอกามอนต่างก็ปฏิเสธไม่ได้ พวกเขาจึงพยักหน้ายอมทำตามโดยไม่มีข้อโต้แย้ง การุรุมอนยิ้มให้กับพวกเขาทั้งสองแล้วก็เดินไปหากาโอกามอนเพื่อที่จะพูดแบบเดียวกับที่เขาพูดกับคนอื่น ๆ แต่ว่ากาโอกามอนรู้ทันซะก่อน จึงรีบพูดตัดบทด้วยอารมณ์ที่ฉุนเฉียว “นายไม่ต้องมาสั่งเสียฉันเลยนะ การุรุมอน...เพราะฉันจะเดินทางไปกับนาย...และนายก็ห้ามฉันไม่ได้ด้วย...” การุรุมอนหยุดฟังแล้วหัวเราะกับกิริยาท่าทางของกาโอกามอนเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะพยักหน้ายอมรับและพูดแซวเพื่อนสนิทคนนี้ของเขาแบบฉันท์เพื่อน “ฮึ ๆๆ...ตอนเด็กเป็นยังไง...ตอนโตก็ยังเป็นยังนั้นจริง ๆ กาโอกามอน...” เมื่อทั้งหมดตกลงกันได้แล้ว แองเจวูมอน วิซาร์ดมอน และโอกามอน ต่างคนก็ต่างมองไปที่ประตูมิติบานนั้น โดยมีการุรุมอนและกาโอกามอนที่กำลังก้าวเท้าเดินเข้าไปหาอย่างช้า ๆ พวกเขาทั้งสามเริ่มมีสีหน้าเศร้าสร้อยเมื่อพวกเขารู้สึกว่า พวกเขาทั้งหมดจะไม่ได้เห็นเพื่อนสองคนนี้ไปอีกนานแสนนาน ภาพเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่พวกเขาทั้งหมดต่อสู้และฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันมาเริ่มผุดขึ้นในใจของพวกเขา ซึ่งก็ทำให้พวกเขาทั้งหมดยิ่งรู้สึกเศร้ามากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการตัดสินใจของการุรุมอนกับกาโอกามอนก็เป็นสิ่งที่มีเหตุผล ทั้งสองคนนี้มีทักษะเอาตัวรอดที่เยี่ยมยอด และมีความเหมาะสมที่สุดที่จะออกไปเผชิญกับโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี คนนึงก็เป็นสุนัขป่าผู้เก่งกาจ ส่วนอีกคนก็เป็นสุนัขบ้านผู้ฉลาดเฉลียว ภารกิจการช่วยเหลือเซราฟิมอนและดิจิมอนคนอื่น ๆ ตอนนี้มันได้เป็นหน้าที่ของการุรุมอนกับกาโอกามอนไปแล้ว สิ่งที่พวกเขาทั้งหมดคาดหวังก็คือ ขอให้พวกเขาทั้งหมดได้กลับมาเจอกันอีก และขอให้พวกเขาทุกคนได้อยู่รอดปลอดภัยจนกว่าทุกอย่างจะจบลง “อืม...ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดมาก...ก็...ขอให้โชคดีนะพวกนาย” โอกามอนรู้สึกได้ถึงการล่ำลา จึงขอพูดกล่าวอวยพรแก่การุรุมอนและกาโอกามอนเป็นคนแรก ตามมาด้วยวิซาร์ดมอนที่เดินเข้ามากล่าวอวยพรเช่นกัน “ขอให้โชคดี...และก็พาทุกคนกลับมาให้ได้นะ การุรุมอน....กาโอกามอน...” คนสุดท้ายนี่ออกจะสำคัญสักหน่อย เพราะเธอรู้สึกจะเป็นห่วงเป็นใยการุรุมอนกับกาโอกามอนมากกว่าคนอื่น ๆ “...อืม...ขอให้โชคดีนะ กาโอกามอน...” เธออวยพรให้กับกาโอกามอนก่อน แล้วจึงหันไปจับเท้าหน้าข้างหนึ่งของการุรุมอนขึ้นมาไว้ในมือของเธอด้วยสีหน้าและรอยยิ้มที่อบอุ่น “ขอบใจนะการุรุมอน สำหรับทุกสิ่ง...ต่อจากนี้ไปเธอจะต้องเจอกับสิ่งต่าง ๆ ภายนอกที่อันตราย...ฉันขอให้เธอโชคดี...แล้วก็กลับมาให้ได้นะ...พวกเราจะรอเธอ...” การุรุมอนยิ้มให้กับคำอวยพรของแองเจวูมอน ที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและมิตรภาพอันแสนจะอบอุ่นจนไม่สามารถบรรยายได้ เขารับความรู้สึกเหล่านั้นไว้ทั้งหมด ก่อนที่เขาจะเอาเท้าของเขาลงมาแล้วหันไปพยักหน้ากับกาโอกามอน เป็นการบอกว่าเขาพร้อมแล้ว “เอาล่ะ...เราไปกันเถอะ กาโอกามอน” “เดี๋ยวก่อน!!....” “หา!!...” เสียงของดิจิมอนลึกลับตัวหนึ่งได้ดังขึ้นมาจากปากถ้ำ เงาของมันมืดมิดจนพวกการุรุมอนไม่สามารถดูออกได้ว่าดิจิมอนตัวนั้นเป็นใคร อีกทั้งบรรยากาศภายในถ้ำมันก็มืดมาก จึงทำให้คนที่อยู่ข้างในไม่สามารถสังเกตรายละเอียดของดิจิมอนตัวนี้ได้อย่างชัดเจน...ยกเว้นการุรุมอน “ฮื่อ...แก!!...” การุรุมอนพูดเสียงขู่เมื่อเขาเริ่มรู้สึกถึงสันชาติญาณอะไรบางอย่าง ที่ได้แผ่ขยายออกมาจากร่างกายของดิจิมอนสีดำตัวนั้น เขาพยายามสังเกตลักษณะของมันด้วยสายตาจนได้รายละเอียดออกมาคร่าว ๆ ว่า มันมีสี่ขาเหมือนสัตว์...ใบหน้ามีลักษณะที่ยื่นยาว...หนามแหลมที่งอกออกมาจากบ่าทั้งขาหน้าและขาหลัง...รวมทั้งหางที่เรียวยาวตวัดไปมาอยู่ด้านท้าย สิ่งเหล่านี้มันกำลังทำให้การุรุมอนมีท่าทีที่ผิดปกติ เขาหายใจแรงขึ้น แววตาของเขาก็เริ่มแคบลงซึ่งแสดงออกได้ถึงความโกรธจัด เขี้ยวที่แหลมของเขาก็เริ่มเผยออกมาจากริมฝีปาก ตามมาด้วยเสียงขู่กรรโชกที่รุนแรงจนเพื่อน ๆ ในกลุ่มต้องตกใจ “ฮื่อ!!...ฮ๊า!!...ย๊า!!...กรรร...ฮื่อ!!...” “การุรุมอน!!...” แองเจวูมอนอุทานด้วยความตกใจรีบหันไปดูเพื่อนของเธอ “การุรุมอน!!...เป็นอะไรไป...” กาโอกามอนเองก็เรียกและพยายามเขย่าตัวการุรุมอน เมื่อเขารู้สึกว่าการุรุมอนกำลังควบคุมสติไม่อยู่ และมีปฏิกิริยาที่รุนแรงมากขึ้นทุกครั้งที่ดิจิมอนลึกลับตัวนั้นได้เดินย่างก้าวเข้ามาในถ้ำ “ฮึ ๆๆ...เป็นอะไรการุรุมอน...ดีใจมากนักหรอที่เจอข้า...” ดิจิมอนลึกลับพูดกับการุรุมอนด้วยสีหน้าที่เย้ยหยันในเงามืด ก่อนที่มันจะหยุดเดินลงไม่ห่างไปจากพวกการุรุมอนเท่าไรนัก “ฮื่อ...ฮื่อ...กรรรา!!...” การุรุมอนไม่ให้คำตอบอะไรทั้งนั้น นอกจากส่งเสียงขู่และแยกเขี้ยวใส่อย่างดุร้าย ในขณะที่คนอื่น ๆ ต่างก็เดินมาดูอาการของเขา “อา...รู้สึกว่า...สันชาติญาณของเจ้าจะจับพลังแห่งความมืดได้ดีขึ้นนะ การุรุมอน...แต่น่าเสียดาย...ที่มันยังไม่ถึงเวลาที่พวกเราจะได้เห็นหน้ากันอย่างชัด ๆ...เพราะฉะนั้นวันนี้...ข้าขออนุญาติลองเชิงสันชาติญาณของเจ้าสักหน่อยเถอะนะ...มาดูกันหน่อยซิว่าเจ้ามีพลังมากไปถึงไหนแล้ว...ฮึ ๆๆ ฮ่า ๆๆๆ..." *** ครึก ๆๆๆ...ซู่ม *** ทันทีที่ดิจิมอนลึกลับนั้นพูดท้าทายการุรุมอนจบ ร่างที่มืดมิดของมันก็ได้แยกตัวออกเป็นฝูงหมาป่าแห่งความมืดที่มีขนาดพอ ๆ กับการุรุมอน ตัวของมันดำมืดไปหมดยกเว้นแต่แววตาที่มีสีแดงเลือด และจ้องมองมายังพวกการุรุมอนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ มันแบ่งร่างออกมาทั้งหมดหกร่างแล้วก็วิ่งพุ่งเข้ามาจู่โจมเป้าหมายแบบทันทีทันใด “แย่แล้ว!!” แองเจวูมอนอุทานขึ้นเมื่อเธอเห็นการจู่โจมของฝ่ายศัตรูเป็นคนแรก “อะไรกันเนี่ย!!” โอกามอนเอ่ยแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เขาก็รีบคว้ากระบองขึ้นมากันไว้โดยอัตโนมัติ “ทุกคนระวัง!!” วิซาร์ดมอนเตือนเพื่อน ๆ แบบมีสติแล้วรีบตั้งท่าเตรียมพร้อมขึ้นมาทันที “ฮื่อ...ฮื่อ...กรรรรา!!...” ทันใดนั้นเอง การุรุมอนก็ได้กระโดดออกไปขวางหน้าเหล่าฝูงหมาป่าด้วยเสียงขู่ที่ดุร้าย ลักษณะท่าทีและอาการของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดจนเพื่อน ๆ ทุกคนต่างก็ตกตะลึง เขาเริ่มย่อตัวลงไปอยู่ในท่าที่เตรียมพร้อมแล้วจ้องมองไปยังกลุ่มศัตรูด้วยความโกรธเกรี้ยว แววตาที่เคยเป็นสีทองของเขาก็ได้เปลี่ยนเป็นสีฟ้าที่ร้อนจัดจนสามารถมองเห็นไอของมันลอยออกมาตามขอบตาของเขาได้ สภาพจิตใจของเขาในตอนนี้กำลังจะไม่เหลือเค้าของการุรุมอนคนเดิมอีกแล้ว เมื่อสัญชาติญาณบางอย่างของหมาป่าที่ดุร้ายกำลังจะกลืนกินจิตวิญญาณของเขา “การุรุมอน!!...การุรุมอน!!...นายเป็นอะไรไป!!” กาโอกามอนตะโกนเรียกเพื่อนของเขาด้วยความเป็นห่วง เมื่อเขารู้สึกว่ามันเริ่มชักไม่เข้าทีซะแล้ว “ฮื่อ!!...ฮ๊ากกกกก!!” การุรุมอนส่งเสียงขู่แล้วแยกเขี้ยวออกมาอย่างดุร้าย ซึ่งการแสดงออกดังกล่าวได้ทำให้พวกหมาป่ารู้สึกคึกคะนองขึ้น แล้วเริ่มแปรขบวนวิ่งเข้ามาห้อมล้อมการุรุมอนเอาไว้ โดยพวกมันคิดจะใช้ยุทธวิธีแบบหกต่อหนึ่งที่ยากนักจะหนีรอดไปได้ถ้าเราเป็นฝ่ายถูกรุม “การุรุมอน!!...” “แย่แล้ว!!...” “รีบไปช่วยเขาเร็ว!!” กาโอกามอน โอกามอน และวิซาร์ดมอน เริ่มเห็นแล้วว่าการุรุมอนกำลังจะแย่ จึงรีบวิ่งกรูกันเข้าไปช่วยอย่างไม่รีรอ แต่แล้วก็มีพลังบางอย่างได้ผลักพวกเขาทั้งหมดให้กระเด็นออกมา ทันทีที่พวกเขาเข้าไปใกล้ฝูงหมาป่าเหล่านั้น *** เปรี้ยง!! *** “อ๊า!!” “โอ๊ย!!” “อ๊า!!” “นั่นมันบาเรียล...บาเรียลอีกแล้ว!!...” แองเจวูมอนเอ่ยขึ้นเมื่อเธอสังเกตเห็นพลังนั่นเริ่มแสดงรูปร่างของมันออกมา ในจังหวะที่เพื่อน ๆ ของเธอได้ไปสัมผัสกับมันเข้า เธอเห็นดังนั้นจึงตัดสินใจใช้ไม้ตาย โดยยกมือข้างหนึ่งขึ้นเพื่อที่จะเรียกลูกธนูแห่งแสงสว่างของเธอออกมา ก่อนที่เธอจะนำมันมาใส่คันแล้วเล็งไปที่บาเรียลนั้นอย่างไม่รอช้า “ฉันจัดการเอง!!...Holy Airrow!!” *** เฟี้ยว!!...เพล้ง!! *** “อะไรน่ะ!!” แองเจวูมอนอุทานขึ้นด้วยความตกตะลึงเมื่อเธอได้ยินและเห็นลูกธนูของเธอได้แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ในชั่วพริบตา หลังจากที่มันพุ่งเข้าไปกระทบกับผนังของบาเรียลนั้น “ ไม่น่าเชื่อ...บาเรียลนี้...มันแข็งแกร่งกว่าของเดวิมอนซะอีก...ขนาดพลังแห่งแสงสว่างของฉันยังทำลายมันลงไม่ได้เลย...” “โอย...แล้วนี่เราจะเข้าไปช่วยการุรุมอนได้ยังไงกัน…บ้าจริง!!” กาโอกามอนพูดด้วยความหงุดหงิดแล้วลุกขึ้นหันไปมองดูการุรุมอนด้วยความเป็นห่วง ในระหว่างที่พวกเพื่อน ๆ ของการุรุมอนทำได้เพียงแต่คอยยืนดูสถานการณ์อยู่ที่ภายนอกบาเรียลอย่างช่วยไม่ได้นั้น สถานการณ์ภายในก็เริ่มดูร้อนระอุขึ้น เมื่อพวกหมาป่าได้เริ่มเดินไปเดินมาอยู่รอบ ๆ ตัวของการุรุมอนราวกับว่าเป็นการหยั่งเชิงคู่ต่อสู้ บางตัวมันก็เห่า บางตัวมันก็ขู่ท้าทายอย่างไม่กลัวเกรง ในขณะที่ฝ่ายการุรุมอนนั้นก็แยกเขี้ยวขู่หันไปหันมาด้วยความดุร้ายอย่างที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน เพื่อน ๆ ทุกคนต่างก็แปลกใจและก็สงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะสิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือ สัญชาติญาณดิบของหมาป่า ไร้ซึ่งแววตา ไร้ซึ่งคำพูด สีหน้าก็มีแต่ความดุร้ายที่คอยจ้องจะฆ่าและทำลายเหยื่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น “โฮกกกกก!!...” หมาป่าตัวแรกส่งเสียงขู่และเริ่มจู่โจม มันกระโจนเข้าหาการุรุมอนจากด้านหลังพร้อมกับเขี้ยวแหลมคมในปากที่พร้อมจะฝังเข้าไปในตัวของการุรุมอนอย่างไร้ความเมตตา “ฮึ่ม...ฮื่อ!!” *** ฟุบ!!...ผัวะ!! *** การุรุมอนจับสัญญาณการจู่โจมได้จากด้านหลัง จึงหันควับแล้วใช้หางที่เรียวยาวฟาดเข้าที่ร่างของหมาป่าตัวนั้นอย่างรุนแรง ทำให้มันนั้นได้กระเด็นลอยออกไปแล้วกระแทกเข้ากับผนังบาเรียล จนมันร้องครางทนความเจ็บปวดไม่ไหวแล้วก็ได้สลายร่างไป ท่ามกลางความตกตะลึงของเพื่อน ๆ และหมาป่าตัวอื่น ๆ ที่มองดูอยู่ “คุณพระช่วย!!...แค่การุรุมอนสะบัดหาง...หมาป่าตัวนั้นถึงกับตายคาที่เลย...” วิซาร์ดมอนพูดด้วยความตกตะลึงแล้วหันไปมองดูเพื่อน ๆ ในกลุ่ม ที่มีอาการไม่แตกต่างจากเขา “นี่พวกนาย...ข้าว่า...มันดูผิดปกตินะ...ผิดปกติเอามาก ๆ ด้วย...ทำไมการุรุมอนถึงได้ดูโหดร้ายขนาดนี้...เขาดูไม่เหมือนการุรุมอนคนเดิมเลย ดูเด่ะ...” โอกามอนเอ่ยถามคนอื่น ๆ “ใช่...ราวกับว่าเขากำลังถูกอะไรเข้าสิงอยู่อย่างนั้นแหละ...ทั้งแววตา...ทั้งท่าทาง...ทั้งพลังการต่อสู้...มันดูแข็งแกร่งมากจนน่ากลัวเลย...” กาโอกามอนตอบโอกามอนแล้วพยายามคิดหาสาเหตุกับสิ่งที่เขาเห็นด้วยความสงสัย “แย่แล้วพวกเรา!!...ดูนั่น!!” แองเจวูมอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเธอเห็นฝูงหมาป่าเริ่มจู่โจมการุรุมอนอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้พวกมันทั้งหมดได้กระโจนเข้าไปหาการุรุมอนจากทุกทิศทุกทางพร้อมกันในทีเดียว “โฮกกกกกกก!!” “ฮื่อ...กรรรรรา!!” *** ปึกปัก ๆๆๆ ผัวะเพี้ยะ ๆๆๆ ตุบตับ ๆๆๆ *** สถานการณ์เริ่มนัวเนียและโกลาหลมากขึ้น เมื่อการุรุมอนถูกหมาป่าทั้งห้าตัวรุมเข้ามากัดจนล้มลงกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นจนฝุ่นตลบไปหมด เขาพยายามดิ้นให้หลุดแล้วลุกขึ้นมาตอบโต้ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ ไม่ว่าจะใช้หางฟาด กระโดดถีบ หรือพุ่งเข้าไปกัดแบบตัวต่อตัวจนเลือดไหล ต่อหน้าต่อตาเพื่อน ๆ ที่ยืนดูอยู่ตรงนั้น “การุรุมอน!!...การุรุมอน!!” กาโอกามอนตะโกนเรียกเพื่อนสนิทของเขาด้วยความโมโหตัวเอง ที่เขาไม่สามารถเข้าไปช่วยอะไรการุรุมอนได้เลยนอกจากยืนดูอยู่เฉย ๆ “ฮื่อ...ฮ๊ากกกก...อ๊ากกก!!” *** แว้บ ๆๆๆๆ...ซู่ม ๆๆๆๆ *** ทันใดนั้นเองการุรุมอนก็ส่งเสียงร้องคำรามขึ้นมาดังลั่น พร้อมกับแสงสว่างสีฟ้าที่ส่องออกมาอย่างแรงกล้าจากร่างกายของเขา แสงสว่างดังกล่าวมันทวีความแรงมากขึ้น ๆ ราวกับแสงของดวงอาทิตย์ จนมันเริ่มปกคลุมร่างที่มีแต่สัญชาติญาณดิบของการุรุมอนเอาไว้ ทำให้พวกกาโอกามอนรู้สึกแสบตามากจนต้องเบือนหน้าหนี ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเองพวกหมาป่าก็พยายามที่จะจู่โจมการุรุมอนต่อ แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล “นั่นมันอะไรน่ะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!” แองเจวูมอนเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยและประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก ในขณะที่เธอได้ใช้ปีกเป็นโล่บังแสงไว้ “โอย...แสบตา...มองอะไรไม่เห็นเลย” โอกามอนหลับตาพูดแล้วพยายามใช้กระบองของเขาบังแสงไว้เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่ามันจะช่วยได้ไม่มากนัก “อา...แสงสว่าง...แสงสว่างมันส่องออกมาจากตัวของการุรุมอน...” วิซาร์ดมอนตอบเพื่อน ๆ แล้วรีบยกผ้าคลุมของเขาขึ้นมา เพื่อที่จะช่วยโอกามอนและตัวเขาเองในคราวเดียวกัน “การุรุมอน!!...ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ...ฉันจะเข้าไปช่วยเขา!!” ในที่สุดกาโอกามอนก็ทนไม่ได้ จึงรีบวิ่งตรงเข้าไปหาการุรุมอน ทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้อยู่ว่าตรงนั้นมันมีบาเรียลขวางเขาไว้อยู่ แต่ที่แน่ ๆ คือเขาจะทนดูอยู่เฉย ๆ ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว “การุรุมอน…การุรุมอน!!” *** แว้บ ๆๆๆ...เปรี้ยง!!...ครืน ๆๆๆ *** “อะ....อะไรน่ะ!!...” กาโอกามอนอุทานขึ้นด้วยความตกใจจนต้องหยุดวิ่งลงแบบกะทันหัน เมื่อเขาเห็นพลังของการุรุมอนนั้น ได้ระเบิดออกมาเป็นลูกคลื่นแห่งแสงกระจายไปทั่วบริเวณอย่างรุนแรง ทำให้เหล่าหมาป่าแห่งความมืดต่างก็โดนพลังนั้นกระแทกเข้าจนกระเด็นออกมาแล้วสลายไปแบบไม่ทันรู้ตัว “ น่ากลัว...พลังอะไรกันเนี่ย...ทำไมถึงได้น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้...” กาโอกามอนพูดออกมาด้วยความตกตะลึง ซึ่งทั้งตัวเขาและเพื่อน ๆ ที่เห็นเหตุการณ์อยู่ก็รู้สึกหวาดกลัวการุรุมอนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก *** ครืน ๆๆๆ...เปรี้ยง!!...เปรี้ยง!!...เปรี้ยง!!...ตูม!! *** “แย่แล้ว...ผนังถ้ำ!!” แองเจวูมอนอุทานขึ้นเมื่อเธอเห็นคลื่นแสงนั้นได้พุ่งผ่านทำลายบาเรียลออกมา แล้วไปกระแทกเข้ากับผนังถ้ำที่อยู่รอบ ๆ ตัวการุรุมอน ทำให้ผนังถ้ำเหล่านั้นเริ่มแตกร้าวและถล่มลงมาจนเกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วภูเขา *** ครึก ๆๆๆ...ครืน ๆๆๆ!! *** “ เฮ้ย!! พวกเรา...ถ้ำมันกำลังจะถล่มแล้ว” โอกามอนเอ่ยกับเพื่อน ๆ ด้วยความตกใจ เมื่อเขาเห็นรอยแตกในถ้ำมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนพื้นที่เขายืนอยู่มันเริ่มสั่นไหวไปมาจนเขาเกือบล้ม “รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะเร็ว!!” วิซาร์ดมอนพูดแล้วชี้คฑาขึ้นไปข้างบนเพดาน ซึ่งเป็นปล่องควันที่เคยใช้ปล่อยหมอกแห่งความมืดของพวกเดมอน “ดีเลย...งั้นไปกันเร็วพวกเรา!!” โอกามอนพูดกับทุกคนแล้วรีบกระโดดนำขึ้นไป จนเขาก็ได้โผล่ออกมาอยู่บนยอดของภูเขา “ไปกันเถอะแองเจวูมอน…” วิซาร์ดมอนเรียกเพื่อนของเขาในขณะที่กำลังจะปีนผนังถ้ำตามขึ้นไป โดยมีโอกามอนคอยส่งกระบองของเขาลงมาให้วิซาร์ดมอนได้ยึดไว้ “เดี๋ยวสิวิซาร์ดมอน!!...แล้วการุรุมอนกับกาโอกามอนล่ะ...” แองเจวูมอนตอบแล้วหันไปมองดูกาโอกามอนกับการุรุมอนด้วยความเป็นห่วง เมื่อเธอเห็นทั้งสองคนนั้นยังคงยืนอยู่ท่ามกลางก้อนหินที่ถล่มลงมา ในระหว่างที่พวกวิซาร์ดมอนกำลังวุ่นอยู่กับการอพยพหนีออกไปจากถ้ำ แสงสว่างที่ส่องออกมาจากตัวของการุรุมอนก็เริ่มลดความแรงลง แต่ว่ามันก็ยังคงส่องอยู่ลาง ๆ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการุรุมอนนั้นยังคงตกอยู่ภายใต้สันชาติญาณดิบของเขาอยู่ กาโอกามอนเห็นว่าถ้าเขาไม่เรียกสติการุรุมอนซะที มีหวังการุรุมอนได้ตายคาถ้ำที่พังลงมานี้แน่ ๆ “การุรุมอน!!...ตื่นซะที!!” ในที่สุดกาโอกามอนก็ตัดสินใจตะโกนออกมา แล้วกระโจนเข้าหาการุรุมอนเพื่อที่จะโจมตีเขาด้วยกรงเล็บที่แหลมคม “ฮื่อ...กรรรา!!” *** ฟุบ!!...ผัวะ!! *** “โอ้ย!!” กาโอกามอนร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อร่างของเขาโดนหลังเท้าหน้าของการุรุมอนฟาดเข้าที่ท้องอย่างเต็มแรง ทำให้เขาได้กระเด็นออกมานอนกองอยู่กับพื้นด้านข้าง ท่ามกลางก้อนหินน้อยใหญ่บนเพดานที่หล่นลงมากระทบกับร่างของเขา “กาโอกามอน!!...ไม่ได้แล้ว...ฉันจะเข้าไปช่วยพวกเขา!!” แองเจวูมอนเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวจึงตั้งท่าที่จะเข้าไปช่วย แต่วิซาร์ดมอนก็รีบคว้าแขนข้างหนึ่งของเธอไว้ “ไปไม่ได้นะแองเจวูมอน...ขืนเธอเดินสุ่มสี่สุมห้าเข้าไป...มีหวังโดนหินทับตายแน่!!...” “ไม่ได้...ยังไงฉันก็ต้องเข้าไปช่วยพวกเขา...ปล่อยฉันนะ...ปล่อยสิ!!” *** เปรี้ยะ ๆๆๆ...ครึก ๆๆๆ ครืน!! *** “เฮ้ย!!...ขึ้นมาเร็วพวกเรา!!...” โอกามอนพูดเตือนเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างล่างเมื่อเขาเห็นพื้นยอดเขาที่อยู่ตรงหน้าได้เกิดเป็นรูโหว่ แล้วพังลงไปข้างล่างตรงที่แองเจวูมอนยืนอยู่ “แองเจวูมอนขึ้นมาเร็ว!!” “ว้าย!!” *** ตูม!! *** วิซาร์ดมอนรีบดึงแองเจวูมอนขึ้นมาบนปล่องได้อย่างทันควัน ก่อนที่พื้นยอดเขาจะพังลงมาเกือบทับตัวของเธอ ทำให้ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดไม่สามารถมองเห็นการุรุมอนกับกาโอกามอนได้แล้ว เพราะกองหินดังกล่าวมันได้ปิดทางเข้าที่จะมายังห้องนี้พอดิบพอดี “การุรุมอน!!...กาโอกามอน!!” แองเจวูมอนตะโกนออกมาด้วยความเป็นห่วงเพื่อน ๆ ที่เหลือ แล้วพยายามที่จะลงไปในถ้ำอีก แต่เธอก็ถูกวิซาร์ดมอนดึงแขนเอาไว้ “พวกเขาไม่เป็นอะไรหรอกแองเจวูมอน...รีบขึ้นมาเร็ว!!” วิซาร์ดมอนพูดเตือนแองเจวูมอนอีกครั้งแล้วรีบช่วยดึงเธอขึ้นมา จนพวกเขาทั้งหมดได้รอดพ้นออกมาจากถ้ำแล้วก็ได้นอนแผ่ลงไปบนพื้นยอดเขาด้วยความเหนื่อยอ่อน กลับมาในถ้ำที่การุรุมอนกับกาโอกามอนยังคงถูกขังอยู่ ท่ามกลางก้อนหินน้อยใหญ่ที่พังทลายลงมาอย่างต่อเนื่อง จนสุดท้ายมันก็ได้หยุดลงพร้อมกับเศษฝุ่นที่ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง กาโอกามอนรู้สึกตัวแล้วพยายามลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะมองหาทางออก แต่ก็ดูเหมือนว่าทุกทิศทุกทางจะมีแต่ก้อนหินใหญ่ ๆ กองขวางไว้ทั้งนั้น “แย่จริง!!...แล้วเราจะออกไปได้ยังไงกันล่ะที่นี้...” เขาบ่นกับตัวเองเล็กน้อยแล้วค่อย ๆ หันไปมองดูการุรุมอน ผู้ที่กำลังยืนดูก้อนหินกองหนึ่งที่ขวางทางไปยังห้องข้างในสุด ซึ่งเป็นห้องที่พวกแองเจวูมอนได้ใช้มันหนีออกไป เขากัดฟันพยุงร่างที่มีแต่รอยถลอกเดินเข้าไปหาการุรุมอนอย่างช้า ๆ ทั้ง ๆ ที่เขาก็รู้อยู่แล้วว่าการุรุมอนยังคงตกอยู่ในอำนาจของพลังอันลึกลับนั้นอยู่ และอาจจะทำร้ายเขาอีกครั้งหนึ่งก็ได้ “การุรุมอน...เอ่อ การุรุมอน...นายเป็นอะไรหรือเปล่า” “ฮื่อ...ฮื่อ...ฮ๊ากกกกก” *** เฟี้ยว!! ตูม!! *** ทันใดนั้นเองการุรุมอนก็ได้ระเบิดพลังของเขาออกมาอีกครั้ง ซึ่งเป้าหมายก็คือกองหินที่ขวางทางนั้นอยู่ ทำให้กองหินที่ถูกพลังอันมหาศาลนั่นกระแทกเข้า และได้แตกกระจัดกระจายออกจนทางเดินได้ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง *** ตูม!! *** “อ๊ะ!!...เสียงอะไรน่ะ....” แองเจวูมอนได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากด้านล่าง จึงรีบก้มหน้าลงไปที่ปล่องเพื่อที่จะดูเหตุการณ์ “หา!!...การุรุมอนนี่...การุรุมอน!!” เธออุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจเมื่อเธอได้เห็นการุรุมอนกับกาโอกามอนอีกครั้ง ทำให้เพื่อนคนอื่น ๆ ที่ได้ยินเธอก็พากันเข้ามามองดูเช่นกัน “เอ้า!!...การุรุมอน กาโอกามอน!!...กะอยู่แล้วเชียวว่าพวกนายจะต้องรอด” โอกามอนตะโกนผ่านปล่องควันลงไปข้างล่างจนกาโอกามอนได้ยินแล้วรีบวิ่งไปส่งเสียงตอบ “ขอบใจนะโอกามอน...แต่พวกเรายังไม่ปลอดภัยดีเลย...มาช่วยกันหน่อยเร็ว!!” “ได้ ๆๆ รอเดี๋ยวนะ...เฮ้ย วิซาร์ดมอน แองเจวูมอน...ช่วยส่งข้าลงไปที…ข้าจะลงไปช่วยพวกเขา” หลังจากที่โอกามอนพูดเสร็จ ทั้งแองเจวูมอนและวิซาร์ดมอนจึงรีบเข้าไปช่วยโอกามอน เพื่อที่จะส่งเขาลงไปข้างล่าง ซึ่งในขณะเดียวกันนั้นเองกาโอกามอนก็ได้เห็นการุรุมอนกำลังเดินเข้าไปหาประตูมิติที่ยังคงเปิดอยู่ในห้อง ทันทีที่เขาเห็นการุรุมอนจ้องมองไปที่สิ่ง ๆ นั้น เขาก็รู้เลยว่าทำไมการุรุมอนถึงได้ใช้พลังอันมหาศาลเปิดเส้นทางที่จะเข้ามายังในห้องนี้ การุรุมอนไม่ได้ต้องการที่จะปีนออกไปข้างนอก แต่การุรุมอนต้องการที่จะเข้าไปยังประตูมิตินี้ต่างหาก “การุรุมอน!!...นายจะทำอะไรน่ะ...ทางออกอยู่ทางนี้...ได้โปรดมากับพวกเราเถอะ” กาโอกามอนพยายามส่งเสียงเรียกการุรุมอน แต่การุรุมอนกลับเดินเข้าไปใกล้ประตูมิตินั้นมากขึ้น ๆ และในที่สุดการุรุมอนก็ได้กระโดดเข้าไปอย่างไม่สนใจใคร *** แว้บ ๆๆ...ซู่ม *** “ไม่นะ การุรุมอน...โธ่เอ้ย!! บ้าจริง!!” กาโอกามอนพูดด้วยความโมโหแล้วรีบวิ่งไปที่ประตูมิติบานนั้น ซึ่งมันก็ได้เริ่มดูดการุรุมอนหายเข้าไปข้างในจนกระทั่งเขาไม่สามารถมองเห็นการุรุมอนได้อีก “เฮ้ย!! ข้างล่างนั่นเกิดอะไรกันขึ้น...กาโอกามอนตอบพวกเราหน่อย!!” โอกามอนตะโกนถามเมื่อเขาเห็นกาโอกามอนได้วิ่งหายไปจากบริเวณที่เขาเห็น จึงเร่งพวกที่อยู่ข้างบนให้รีบส่งเขาลงไปช่วยให้เร็วขึ้น แต่แล้วกาโอกามอนก็วิ่งกลับมาพูดกับเขา “ไม่ต้องลงมาแล้วโอกามอน...การุรุมอนเขากระโดดเข้าประตูมิติไปแล้ว!!” “อะไรนะ!!...ประตูมิตินั่นน่ะหรอ...แล้วนายจะทำยังไง!!” “ฉันไม่มีทางเลือก...ฉันคงต้องตามเขาไป...” “เดี๋ยวก่อนกาโอกามอน!!” แองเจวูมอนได้ยินเช่นนั้นจึงรีบตะโกนลงมาพูดกับกาโอกามอน “มีอะไรหรือ แองเจวูมอน....” “ฝาก...ฝากดูแลการุรุมอนด้วยนะ...หลังจากที่ฉันเห็นเขามีอาการที่ผิดปกติไปเพราะพลังอะไรบางอย่างที่อยู่ในตัวเขา...ฉันก็เลยรู้สึกไม่ไว้วางใจเลย...ฉันจึงอยากขอให้เธอช่วยดูแลเขาให้หน่อย” กาโอกามอนได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้าแล้วรับปากแองเจวูมอนด้วยความเต็มใจ “แน่นอนแองเจวูมอน...แต่ว่าก่อนที่ฉันจะไป...เธอช่วยทำอะไรให้ฉันสักหน่อยจะได้ไหม...” “ได้สิ...มีอะไรหรอ...” “หลังจากที่ฉันเข้าประตูนี้ไปแล้ว...ฉันขอให้เธอ...ทำลายประตูมิตินี่ทิ้งซะ” แองเจวูมอนถึงกับสะอึกกับคำขอของกาโอกามอนแล้วเริ่มพูดคัดค้านออกมาอย่างทันควัน “อะไรนะ!!...นี่เธอจะบ้าหรอ!!...ถ้าฉันทำลายประตูนี้ไปแล้ว...แล้วพวกเธอจะกลับมาได้ยังไงกัน!!” เธอมีสีหน้าที่ไม่พอใจเล็กน้อยแล้วเริ่มทำท่าทำทางที่จะลงไปเคลียร์กับกาโอกามอนข้างล่างนั้น ทำให้วิซาร์ดมอนผู้ที่เข้าใจในเหตุผลของกาโอกามอนได้ขอพูดอธิบายให้เธอฟัง “แองเจวูมอนฟังพวกเรานะ...สิ่งที่กาโอกามอนเขาขอเธอนั้น มันเป็นสิ่งที่มีเหตุผล...เธอลองคิดดู...ถ้าเราไม่ทำลายประตูนี้...พวกดิจิมอนที่ชั่วร้ายต่าง ๆ ก็จะเดินทางมารุกรานเกาะไฟล์ของเราได้อีก...” “แต่...แต่ว่า” “เราต้องทำในสิ่งที่ถูกที่ควรนะ...เพื่อเกาะไฟล์...เพื่อความปลอดภัยของดิจิมอนคนอื่น ๆ...” แม้ว่าวิซาร์ดมอนจะใช้คำพูดที่หนักแน่นอธิบายให้แองเจวูมอนฟัง แต่แองเจวูมอนก็ยังรู้สึกเป็นห่วงพวกการุรุมอนอยู่ ทำให้โอกามอนต้องรีบกลับขึ้นมาพูดแบบเดียวกันเพื่อที่จะสร้างความมั่นใจให้กับแองเจวูมอน “ถูกอย่างที่วิซาร์ดมอนว่า...ยังไงซะ ทั้งสองคนนี้ก็ไม่ใช่ดิจิมอนที่อ่อนแอกระจอกงอกง่อย...ข้ามั่นใจว่าพวกเขาจะต้องกลับมาได้อีกแน่ ๆ...วางใจเถอะ แองเจวูมอน...” “อืม...เอ่อ...โธ่เอ้ย...ก็ได้...แต่เดี๋ยว กาโอกามอน!!” ในที่สุดแองเจวูมอนก็ยอมตกลงแล้วหันลงไปเรียกกาโอกามอน “มีอะไรอีกหรอ แองเจวูมอน” “ถ้าเธอกับการุรุมอนไม่กลับมาล่ะก็...ฉันจะเลิกคบกับพวกเธอให้หมด และจะโกรธพวกเธอไปตลอดชาติด้วย!!” กาโอกามอนหัวเราะแองเจวูมอนเล็กน้อยแล้วยิ้มให้กับเธอ “ฮึ ๆๆ เชื่อมือฉันได้เลย แองเจวูมอน” “เฮ้ย...ไม่ใช่แค่แองเจวูมอนนะเฟ้ยที่จะโกรธพวกนาย...ข้าเองก็จะโกรธด้วยเหมือนกันถ้าพวกนายไม่กลับมา” โอกามอนพูดเสริมพร้อมกับกำหมัดขู่กาโอกามอนด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพ “ฉันก็ด้วย...สู้ให้เต็มที่เลยนะพวกนาย!!” วิซาร์ดมอนขอพูดด้วยคนแล้วโบกไม้โบกมือให้กับกาโอกามอน “ขอบคุณมาก ๆ นะทุกคน...ฉันไปล่ะ...ขอให้โชคดี!!” กาโอกามอนกล่าวลากับเพื่อน ๆ ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่เขาจะวิ่งกระโจนเข้าไปในประตูมิติอย่างรวดเร็วแล้วก็จางหายไป “พวกเธอก็เช่นกันนะ กาโอกามอน...การุรุมอน...” แองเจวูมอนพูดด้วยความหวัง ในขณะที่เธอเริ่มเรียกลูกธนูแห่งแสงสว่างของเธอขึ้นมาอีกครั้ง แล้วตั้งคันเล็งไปที่ประตูมิติที่ยังคงเปิดอยู่ “ในฐานะดิจิมอนเทพแห่งแสงสว่าง...ฉันขอให้พลังอันศักดิ์สิทธิ์ในโลกดิจิมอน...จงคุ้มครองพวกเขาทั้งสอง...ให้อยู่รอดปลอดภัยด้วยเถิด...” เธอพูดขอพรกับสวรรค์เป็นการกล่าวลาพวกการุรุมอนครั้งสุดท้าย และแล้วลูกธนูของเธอก็ได้ถูกปล่อยออกไป “Holy Airrow!!” *** เฟี้ยว!! ตูม!!...เพล้ง ๆๆๆ *** To be continued... |